เตะถ่วงแก้รธน.

สาธารยายคำว่าแอบอ้างกับเปลือง…หัวร้างข้างแตกเหล่ากบในกะลา ทำเป็นไม่เข้าใจแสร้งแกล้งไม่เข้าใจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านอยู่เหนือการเมือง อ้าง รธน.เป็นศักดิ์สิทธิ์ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทำให้ดี ทำของศักดิ์สิทธิ์ให้ดี ฟังไม่คิดมากถึงที่มาที่ไปไม่ชอบธรรม และเนื้อหาคณะผู้จัดการยกร่างฯรธน.50 โดยเฉพาะนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม และหนึ่งทีมกฎหมายของชุดจัดการยกร่างรธน.50 พูดเวทีสัมมนาเสวนาที่ใดก็ตาม ตบท้ายลงเอย  …รับๆไปก่อนแก้ไขทีหลัง…ยกร่างทําให้ดีเป็นรัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แล้วเมื่อมันศักดิ์สิทธิ์ทําไมต้องรับๆไปก่อนค่อยแก้ทีหลัง พล.อ.ชลิต พุกผาสุก ผบ.ทอ.พูดผิดพูดใหม่ได้อยู่เรื่อยๆกระนั้นหรือ

พูดพล่อยๆๆมันง่าย…ผมถามกลับหน่อยรธน.ปี40 คณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอํานาจ(คมช.) เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ฉีกรัฐธรรมนูญปี40ฉบับประชาชนโดยแท้จริง…มันไม่มีความศักดิ์สิทธิ์หลงเหลืออยู่เลยใช่ไหม? รธน.ปี40ฉบับประชาชนได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่หัว ใครเป็นคนบอกไม่ดี พวกคมช.ฉีกรธน.ปี40 มากับมือตัวเอง ยังจะมีหน้าอ้างความศักดิ์สิทธิ์เหนือบุคคลอื่นอีก…คนไทยเราเปลืองเนื้อเปลืองตัวเปลืองใจ…มากพอแล้ว…ไม่บังควรเปลืองสัญญลักษณ์อีกแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ต้องใช้ให้ถูกที่ทาง อย่าพร่ำเพรื่อ

อีกคําถามใครแต่งตั้งคณะยกร่างรธน.50 มิใช่คณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจคัดสรรมากับมือเที่ยวโทษคนอื่น ปัดสวะพ้นมือ…ลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับหน่อย ต้องทวนความทรงจำอีกรอบไหมว่า…ใครปล้นอํานาจและฉีกรธน.ปี40 ซึ่งถือว่าเป็นรธน.ที่ดีฉบับหนึ่งของประเทศไทย นับแต่มีรธน.17-18 ฉบับเป็นต้นมา

ล้วนมาจากการแต่งตั้งเป็นคนที่คณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ (คมช.)ทั้งนั้น ยังมีหน้าทวงความศักดิ์สิทธิ์หาวิมานสรรค์ที่ไหนอีก  ปากตบปากฉีกหน้า…ที่บ้านมีกระจกหยิบขึ้นมาส่องหน้าตัวเองดูสะกดคําว่าอัปลักษณ์อัปมงคลอยู่ครบถ้วน…ที่เสนอหน้าตอบ…ประโยคดังกล่าวเอามาจากต้นฉบับสัมภาษณ์ไว้ มีตอนหนึ่งพูดว่า

"ทุกอย่างคิดว่าต้องทำให้รอบคอบเพราะรัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ที่ริเริ่มมาจากกลุ่มบุคคล  ซึ่งไม่น่าจะใช่กลุ่มทหาร   เพราะกลุ่มคนที่พิจารณานั้นเป็นนักกฎหมายเป็นนักการเมือง และบุคคลอีกหลากหลายสาขา และคนเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์ลงมาเล่นการเมือง หรือทำงานการเมือง 2 ปี ดังนั้นกลุ่มคนที่ร่างและเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติเห็นชอบ  ผมคิดว่าเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์   และศักดิ์สิทธิ์มากกว่านั้น ก็คือได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทำกันให้ดี  ทำของศักดิ์สิทธิ์ให้ดี" พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผู้บัญชาการทหารอากาศ อดีตในฐานะรักษาประธานคมช.กล่าว

อคติเต็มหัวคนที่หนึ่ง  นายอารีย์ วงศ์อารยะ อดีตรมว.มหาดไทย ยุค คมช. จวกแหลกพวกไม่รับร่างรธน.50 เป็นพวกไม่รักชาติ

อคติเต็มหัวคนที่สอง  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช. ระบุว่ามีขบวนการแก๊งจ้องคว่ำรธน.50

อคติเต็มเหล่านี้มาจากการพาดหัวข่าวของนสพ.ออกจากปากผู้มีอำนาจในขณะนั้นทั้งสิ้น

ใครกันแน่ไม่รักชาติ

ใครกันแน่แก๊งขบวนการจ้องคว่ำรธน.50

ใครกันแน่ที่ออกคำสั่งคปค.ฉบับ 15  และฉบับที่17  เขียนมัดมือมัดเท้าห้ามแม้กระทั่งนักการเมืองออกพบปะประชาชน เคลื่อนไหวโจมตีคมช.หลักฐาน     ชิ้นนี้ออกมาจากปากโฆษก คมช.

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. ถ่ายทอดคำสั่งของผู้มีอำนาจว่า  "เมื่อทางกกต.แจ้งไปทางนายจาตุรันต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (สมัยนั้น)แล้วยังไม่ยอมเลิกเคลื่อนไหว ทางกกต. ก็จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานและส่งอัยกสนสูงสุดและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่องยุบพรรคก็ว่ากันไป และอาจจะมีผลกับนายจาตุรันต์ที่อยู่ในตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ถ้ามีประกาศยุบพรรคขึ้นมา ก็ต้องหยุดเล่นการเมืองถึง 5 ปี"

เรื่องดังกล่าวหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวดุเดือดเลือดพล่านเมือตอน…ไม่รับร่าง รธน.50 …คือพวกไม่รักชาติมิใช่หรือ?

พิมพ์เขียวรธน.มีมาก่อนการปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่นักกฎหมายระดับอดีตประธานศาลฎีกาท่านหนึ่ง ระบุมีการตระเตรียมการยกร่างรธน.ไว้ล่วงหน้า3-4 เดือนแล้ว

โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)  และผู้นำเขียนรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2549 ระบุการให้มีบทบัญญัตินิรโทษกรรมในรัฐธรรมนูญใหม่ว่า ความจริงมีความจำเป็นต้องเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่ในเวลานี้อยู่แล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานของคณะกรรมการการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ(คตส.) อาศัยอำนาจตามคณะปฎิธูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)ถ้ามีรัฐธรมนูญใหม่ แต่ไม่กำหนดไว้อาจจะมีผลกระทบต่อคตส.ได้

"ชลิต"เตือนแก้รธน.เพื่อส่วนตัวเกิดเหตุวุ่นแน่

9 เมษายน พ.ศ. 2551 14:02:00

ชี้การแก้ไขต้องรอบคอบ เพราะรธน.เป็นของศักดิ์สิทธิ์ แนะยึดประโยชน์ส่วนรวม ขวางเปลี่ยน รธน.กลับไปใช้ฉบับปี 40 ทั้งดุ้น

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ อดีตสมาชิก คมช.(คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่บนพื้นฐานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม  คงไม่มีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด และกฎหมายกลางเพื่อยังประโยชน์ให้คนไทยทุกคน มิใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นถ้าแก้ไขเพื่อให้เป็นประโยชน์ก็ไม่มีใครคัดค้าน ไม่ว่าจะแก้ไขกี่ประเด็น หรือกี่มาตรา ซึ่งหากเป็นประโยชน์ต่อประเทศและผู้คนทั้งปวง ก็เป็นเรื่องดี เพราะว่าสิ่งแวดล้อมแต่ละเรื่องมันเปลี่ยนแปลงไปได้ตามระยะเวลา 

ส่วนที่มองว่าการที่พรรคพลังประชาชนอ้างเสียงของประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการตีขลุมมากเกินไปหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ก็ผ่านการลงประชามติมานั้น

พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่การลงประชามติครั้งที่แล้ว คือเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ หากจะมีการแก้ไข เพื่อกลุ่มคน ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ส่วนรวมจะกลายเป็นข้อถกเถียงและข้อขัดแย้งของกลุ่มคน

"ทุกอย่างคิดว่าต้องทำให้รอบคอบ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ที่ริเริ่มมาจากกลุ่มบุคคล ซึ่งไม่น่าจะใช่กลุ่มทหาร เพราะกลุ่มคนที่พิจารณานั้นเป็นนักกฎหมายเป็นนักการเมือง และบุคคลอีกหลากหลายสาขา และ คนเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์ลงมาเล่นการเมือง หรือทำงานการเมือง 2 ปี ดังนั้นกลุ่มคนที่ร่างและเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติเห็นชอบ ผมคิดว่าเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ และศักดิ์สิทธิ์มากกว่านั้น ก็คือได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทำกันให้ดี ทำของศักดิ์สิทธิ์ให้ดี" ผบ.ทอ.กล่าว

ต่อข้อถาม   หากจะแก้ไข ควรเลื่อนเวลาออกไปเพื่อไม่ให้เอื้อต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า หากทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ และหวังประโยชน์ต่อคนส่วนต่อ   

ข้อถามหากจะแก้ไข ควรเลื่อนเวลาออกไปเพื่อไม่ให้เอื้อต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่าหากทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ และหวังประโยชน์ต่อคนส่วนรวมคงไม่มีอะไรส่วนกรณีที่จะมีการนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นหลักในการปรับแก้ไขนั้น   ตนคิดว่าทุกคนทราบดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ได้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นพื้นฐาน แต่คงไม่ปรับเป็นปี 2540 เสียทีเดียว เพราะที่ผ่านได้ก่อให้เกิดข้อขัดข้องในบ้านเมืองมาเยอะแล้ว

ปล้นอำนาจทั้งทีเอาทีเผลอ  ย้ายล้างบางเด้งกราวรูด  ศก.พังพินาศ ข้าวยากหมากแพง มันศักดิ์สิทธิ์ไม่พอ  แถลงข่าวยัดเหยีดข้อกล่าวหา4-5ข้อ โดยพิสูจน์มูลความผิดชัดเจนแม้แต่ข้อเดียว

นักวิชาการกฎหมายมหาชนหัวกระทิ  แสดงจุดยืนความเป็นกลาง  ในบริบทที่มาและเนื้อหามีข้อบกพร่องทักท้วงบนหลักการ  และระบบกฎหมายตรงไปตรงมา ปราศจาก  อคติ หมั่นไส้  แต่เกิดความไม่พอใจลึกๆๆเจอข้อหาหมั่นไส้ หาช่องปิดปากทำลายคนอื่นแทน  เฉกเช่นพันธมิตรโยกเย้แก้ไขรธฯ.คือรัฐประหารเงียบ..หัวขี้เท่อหลงเชื่อแล้วเจ็บตัวอีก

นักวิชาการมหาชนกลุ่มหนึ่งจับได้ไล่ทันฉีกหน้าโดยทันที  ไม่เกี่ยงน้ำหนักตัว วันเวลาและสถานที่ผ่านมาหลากหลายเวที         คณะผู้จัดยกร่างที่มี นต.ประสงค์ สุ่นศิริ ปธ.คณะกรรมาธิการยกร่างรธน.ถถเถียงฟังไม่ขึ้น ในที่สุดยอมรับตรงๆเอาเป็นว่าที่มาความไม่ชอบธรรมเนื้อหาในร่างทั้งมาตรา 237 วรรคสองและมาตรา 309 ตัวปัญหา "ทำอะไรไม่ผิด" โผล่หัวเห็นๆๆว่าหมกเม็ดเป็นเกราะคุ้มกันคนยึดอำนาจและองค์กร ที่แต่งตั้งตรวจสอบคนอื่นเขาการกระทำใดๆๆที่ผ่านมา…ทำอะไรไม่ผิด

งานนี้ใครไม่โดนเจอกับตัวเองไม่รู้สึกหรอก…แสบไม่แสบลองถามนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย มันเครียดมันจุกอกจวนเจียนตายเป็นเช่นไร…ขุดหลุมล่อกับดักวางระเบิดสั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พรรคการเมืองสาบสูญ รธน.ออกแบบจากทัศนคติ อคติ อาฆาตแค้น จงเกลียดจงชัง เอาระบบขุนนางศักดินา พวกอํามาตยาธิไตย ดึงแวดวงตุลาการเข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมืองชัดเจน ในรูปองค์กรอิสระที่มาจากการลากตั้ง สามารถเข้าชื่อถอดถอน เสนอแต่งตั้ง เห็นชอบ ขอบข่ายอํานาจไร้การตรวจสอบทําอะไรไม่ผิด บรรจุดํารงตําแหน่งองค์กรอิสระต่างๆคราวละ 5-7 ปีทั้งสิ้น เกิดอํานาจที่สี่ 

ขอคารวะต่อนักวิชาการกฎหมายมหาชนที่ยึดมั่นต่อความถูกต้องตามขบวนการประชาธิปไตยไม่เอาอำนาจนอกระบบ ด้วยการปฎิธูปการเมือง  มิใช่ด้วยการปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ…ฉีกรัฐธรรมนูญ "เมื่อเสียงปืนดังขึ้น กฎหมายก็เบาลง"

หัวหอกต้นขบวนคนกล้าวรเจตน์พูดเต็มปากเต็มคำเชิญไปเสวนาที่ไหนไปทั้งนั้น แต่ต้องให้โอกาสชี้แจงในเวลาที่เท่ากัน ปราศจากอคติ ตรงไปตรงมา จุดยืนชัดเจนยืนยันอยู่บนหลักการยึดระบบกฎหมายแล้วไม่ต้องกลัวเกรง  เป็นกลางตรวจสอบกลับได้เสมอ…เพียงแต่เจอข้อหาหมั่นไส้…รู้เท่าทัน..ฉีกหน้าหักล้างทุกประเด็นในเวทีการดีเบต…แทบทุกครั้ง นี่คือสภาพข้อเท็จจริงที่สาธารณะชนรับทราบ…จนมุมหนักข้อขึ้น…หลุดปาก…รับๆไปก่อนแก้ทีหลัง…รธน.50มันศักดิ์สิทธิ์ของใคร เพื่อใคร โดยใคร อย่ามาทะลึ่งฟาดงวงฟาดงา…ประชาชนเริ่มหมั่นไส้จะยุ่งตายห่ากันมั้ง

ประโยคที่ติดหูติดตาติดใจจากนักกฎหมายมหาชนนามวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ยืนยันหนักแน่นว่ารธน.50 แก้ไขทั้งฉบับ  จุดบกพร่องที่มา เนื้อหา ความชอบธรรม หักล้าง…ฟังไม่ขึ้น…เพราะการพิสูจน์ "ทางน้ำหนักของเหตุผลมันแพ้"ครับ…ภาษามวยคู่นี้มันแพ้ทาง…ภาษาราชการ…ฟังไม่ข้น….ไงล่ะครับ

กรณีเดียวกันกับการอ้างความศักดิ์สิทธิ์มาบังหน้า…หยุดเอาโหราจารย์ วิชาโหร(โหนกระแส)ทำนายชาติวุ่นแน่…บ่อยๆ ครั้งนักเลย…ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ขณะนี้…คนมันไม่โง่…ภาพปรากฎชัด"คนมันชั่ว"นึกคิดเอาเองว่าคนอื่นมันยังโง่อยู่เลย ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองบ้างว่าโง่หรือบ้า.อย่าขยันพูดทำอะไรโง่งั่งเสียเอง…ความศักดิ์สิทธิ์จะดีจะชั่วเจ้าของอำนาจที่แท้จริงคือประชาชนจะให้คําตอบ…หนึ่งคนหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงเท่ากันหมด…คิดแทนอยู่ร่ำไป???

 

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: