วรเจตน์ที่ผมรู้จัก

พักยกก่อนออกรบ…วันมหาสงกรานต์ไทยนำเสนอยุคคนกล้าดีภาษาคนติดตามข่าวผมรู้จักอาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านทางตัวอักษร เริ่มจากบทความ บทสัมภาษณ์  ติดตามอ่านสื่อ  หนังสือพิมพ์   นิตยสาร วารสาร และทางวิทยุโทรทัศน์  ระหว่างทางที่ผมรู้จักผ่านตัวตนที่เห็นและเป็นอยู่จริง ที่สำคัญสำหรับผมอีกอย่างก็คือในฐานะมิตรรักนักอ่านแฟนประจำอาจารย์ท่านนี้ ชื่นชอบความไม่อีเดียจ เดียจฉัทน์คนทางชนชั้น…เคารพเกียรติอย่างเสมอภาค.   ทางความคิดเห็นและการกระทำควบคู่กันไป

คนระดับดีกรีนักเรียนทุนอนันทมหิดล ในฐานะนักศึกษาเรียนดีเยี่ยมรอบๆหลายๆสิบปีของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบดอกเตอร์ทางด้านกฎหมายมหาชนจากประเทศเยอรมันนี  แหล่งผลิตนักกฎหมายชั้นดีเยี่ยมของทั่วโลก คือใบเบิกทางที่ดีรองรับไร้ติฉินนินทา แต่กลับเจอข้อหาหมั่นไส้  รู้เท่าทันเหล่านักวิชาการกฎหมายด้วยกัน เวทีอภิปรายเสวนาที่ใดก็ตามใครที่ติดตามมาตลอด จะรู้ว่าระหว่างอาจารย์วรเจตน์ขึ้นชี้แจงว่าด้วยหลักการบริบท  ตรรกะ  นิติรัฐ  นิติธรรม  บรรยากาศเสียงปรบมือ  ดัชนี้ชี้วัดถึงขั้นฉีกหน้ากลางวงอภิปรายเหตุที่…ทำการบ้านศึกษาข้อกฎหมายถ่องแท้ "ไม่มั่ว"แตกฉานหลักการผนวกเหตุผลตีตก "น้ำหนักทางเหตุผลมันแพ้"คำยืนยันหนักแน่นจากปากคำวรเจตน์  กรณีข้อพิพาททางกฎหมาย รธน.หักล้างประเด็นต่อประเด็น มาตราต่อมาตรา ออกแถลงการณ์คณาจารย์มธ. 6 ท่านไม่รับร่างรธน.50 เหตุผลแต่ละข้อคืออะไรและเป็นที่รับทราบคงไม่มาฉายซ้ำ 

แต่สำหรับผมไม่พอเท่านี้แน่นอน…วรเจตน์ คือนักคิด นักเขียน นักวิชาการ นักกฎหมายมหาชน นักต่อสู้ประชาธิไตย ที่มีคุณค่าแก่การยกมือไหว้โดยไม่เสียมือ…อีกต่างหาก ปัจจัยที่บ่งบอกคือ…

ประการแรก กล้ายึดมั่นคงต่อหลักการแห่งกฎหมายอย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอต้นเสมอปลาย

ประการที่สอง กล้าแสดงจุดยืนแช่มชัดด้วยข้อมูลที่สามารถถกเถียงบนหลักการเหตุและผล โดยปราศจากอคติ จงเกลียดจงชัง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนลืมความเป็นกลางงานวิชาการกฎหมาย พูดง่ายสุดยึดหลักและระบบไว้อย่างสมดุล เหมือนตราชั่งที่ไม่โดนเอียง เคลียร์โจทย์ตอบคำถามชัดเจน ตรงไปตรงมา

ประการที่สาม กล้าชนกับความไม่ถูกต้องทุกรูปแบบ จนเสมือนหนึ่งเหมือนแกะดำในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ตนเองสังกัดอยู่เสียมิได้

ประการที่สี่  กล้าเชิดหน้าสู้คน…ด้วยข้อหาหมั่นไส้  มีอคติเต็มหัวจากผู้บริหารที่รับใช้เผด็จการภายใต้ท๊อปบูตทมิฬ อย่างเต็มตัว

ประการที่ห้า กล้าบอกความจริงที่เหลือน้อยในสังคม แม้บางครั้งสุภาษิตสุกเอาเผากินมันลามเข้าจิตใต้สำนึกชั่วดีถี่ห่าง "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย…คนพูดตาย" คงใช้กับอาจารย์ท่านนี้ยากขึ้น

ประการที่หก กล้าเสียสละเงินเดือนระดับเงินล้านบาทจากภาคเอกชน  ด้วยรักความเป็นครูบาอาจารย์อุทิศตนนำความรู้ร่ำเรียนถ่ายทอดแก่ลูกศิษย์ลูกหา โดยเอาบรรทัดฐานหลักการระบบกฎหมายไม่ปิดบังความจริงบิดเบือนตัวบทกฎหมาย เอาความผิดย้อนหลังได้ ต่อไปจะใช้สอนได้อย่างไร…มิต้องเผาตำรากฎหมายหมดหรือ เพราะที่ สอนมาเวลานำมาใช้จริงกลับตาลปัตรอย่างหนึ่ง

ประการที่เจ็ด กล้าปฎิเสธอำนาจนอกระบบ!!!

 

ประการที่แปด เราต้องกล้าที่จะยกย่องสรรเสริญคนดี มิฉะนั้นสุภาษิต "ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากจะเห็นเราเด่นเกิน"ถูกเก็บใส่ลิ้นชักหมดเกลี้ยง

ค้นพบสัจจธรรมว่าเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เราขาดนักกฎหมายมหาชน นักกฎหมายที่ยึดระบบที่มาไม่ชอบธรรม… ตัวเนื้อหาสาระ…หดหัวรับใช้เผด็จการเต็มรูปแบบ ที่แย่สุดนักกฎหมายจำนวนหนึ่งบิดเบือนกฎหมายย้อนหลังได้…ฟังไม่ขึ้น ทำลายระบบหลักการของกฎหมายพังพินาศย่อยยับนับเป็นความเสียหาย…ประเมินค่ามิได้…ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์กฎหมายเมืองไทยดุจดั่งเสียกรุง  เสียความศักดิ์ศรีตัวบทกฎหมายเป็นบทเรียนที่ใช้สอนสั่งกันมาโดยสิ้นเชิง  หลักการกฎหมายถูกกระทบขาดความยำเกรงครั้งสําคัญ

คนที่เคยสัมผัสอาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อดีตนักเรียนทุนอนันทมหิดล ลูกศิษย์คนโปรดของ อาจารย์ธารินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี อย่างจริงจังและจริงใจ  แอบมา  เล่าให้ผมฟังว่าภาคภมิใจว่ะ  ที่เกิดเป็นคนได้ร่วมโลกกับคนคิดที่ดีทั้งต่อ วิชาชีพ ทั้งจรรยาบรรณในวิชาชีพ คนระดับนี้พูดตรงๆคิดหารายได้เงินทองอย่างเดียวที่ไหนๆๆภาคเอกชนจองตัวคิวเต็มหมดไม่มีเหลือหรอให้ภาครัฐ  แต่นั่นด้วยใจรักวิชาชีพครูบาอาจารย์ คนแบบนี้หายากหาเย็นในสังคมจอมปลอม "ยุคใครมือยาวสาวได้สาวเอา"

พยามสร้างภาพลักษณ์ดูดีเฉพาะหน้าตา ฉากหลังหวังชื่อเสียงหาเกียรติยศอยู่ร่ำไป…ยุคฮีโร่ขี่เบนซ์โชว์ความโก้หรูอยากเด่นอยากดังเป็นที่ตั้งบ่งบอกสถานะความสำเร็จแห่งชีวิต

อาจารย์วรเจตน์ เป็นมนุษย์ที่มีความเป็นมนุษย์ควรค่าแก่การรู้จักผิวเผินไม่ได้  เพราะท่านไม่มีความอยากได้ใคร่เป็น จุดยืนกลาง ด่าว่าเต็มปากเต็มคำ ผลการกระทำมันเป็นตัวพิสูจน์ที่มาของการกระทำ…ทำการบ้านตอบโจทย์หมดข้อสงสัยแจ่มชัด  แย้งไม่ขึ้นหอบหิ้วเอาเงาแห่งมิตร…ระหว่างใจจากเพื่อนสู่เพื่อน…ขอยืมคำเพื่อนผมอีกครั้งหนึ่งว่า…"อย่าเอาเศษโลหะบนบ่ามาหาแดก  อย่าเอาเวลาราชการมาหากิน" วลีประโยค…ดังกล่าวใช้ไม่ได้กับคนชื่อวรเจตน์ ภาคีรัตน์ เชื่อว่าทองแท้อยู่ที่หนึ่งที่ใดย่อมทนต่อการพิสูจน์เสมอ

ผมติดตามงานวิชาการตลอด…ยิ่งเชื่อมั่นว่าคนระดับเซียนด้านกฎหมายอย่าง ดร.วิษณุ เครืองาม เคยพูดว่าดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เป็นผู้ที่มีความคิดเห็นเฉียบคม อนาคตจะเป็นผู้นำที่มีคุณค่าในสังคม ด้วยหลักการต้องมาก่อน

คนอื่นๆไม่รับรองพวกเรี่ยราดเกาะโน่นโผล่นี่มีดาษดื่นทุกแวดวง แต่ชั่วขณะกลับด้านมาโผล่ที่รอบรั้วปัญญาชนถี่บ่อย…รับใช้เผด็จการเหมือนคนตาบอดสี  แอบนินทาด่าทอว่านักการเมืองชั่วๆๆดีๆๆ พฤติกรรมเป็นเสียเอง ที่มันรู้สึกแย่ด่าว่านักการเมืองเสียๆหายๆที่แย่ที่สุดคือพวกพ้องและตัวเองทำเสียเอง

เล่นพรรคเล่นพวกพ้องในสภามหาวิทยาลัยแหล่งผลประโยชน์แอบแฝง  แหล่งหารายได้เข้ากระเป๋ามันเปิดช่อง  ประมูลก่อสร้างจัดซื้อจัดจ้าง บล็อกโหวตเลือกตั้งคณะผู้บริหาร  กีดกั้นการเสนอยศเสนอตำแหน่งเด็กใครเด็กนายได้ดี ฉะนั้นสิ่งที่หลอกด่านักการเมืองพฤติกรรมแย่กว่านักการเมืองเสียอีก…ไม่มูลแห่งความจริง…โต้เถียงมา…ขอท้ารบ…รู้คำตอบ…นอนชักว่าวดีกว่ากันเยอะเลย หรือว่าเรามีนักวิชาเกินชักว่าวมากพอแล้ว???

 

ถนนวิญญูชนจากปากคำวรเจตน์ นักต่อสู้ความจริงทุกภาคสนามทุกนัด โดยไม่เกี่ยงทางด้านกายภาพก็คือ ให้คำจำกัดความเวทีดีเบตรธน.แสดงเหตุผลที่ผ่านมานั้น ข้อถถเถียงของทั้งทางกฎหมายและทางรัฐศาสตร์ของผู้จัดการรยกร่างรธน.50 "น้ำหนักทางเหตุผลมันแพ้"อย่างชัดเจน ระบบตรวจสอบที่ไม่อวดอ้างศักดาเอาสีข้างเข้าถูก…อคติเต็มหัว!!!และข้อหาหมั่นไส้…จนถึงการฉีกหน้า "น้ำหนักทางเหตุผลมันแพ้"ยืนยันอีกครั้งหนึ่ง…รธน.ฉบับหัวมงกุฎท้ายมังกร…ฉบับเต็มไปด้วยปัญหาเพราะพิสูจน์ทราบว่า "น้ำหนักทางเหตุผลมันแพ้"จริง

 

ฉะนั้นใครใครจะตำหนิผมเชลียร์มากวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ก็ช่วยไม่ได้ครับ ชนะใจของผม…อันสืบเนื่องมาจากยุคนี้คนกล้าคนจริง…พร้อมกล้าได้กล้าเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณในวิชาชีพ มันนับหัวได้เลย…"เมื่อเสียงปืนดังขึ้น กฎหมายก็เบาลง"

 

ผลพวงการปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ…มันได้พิสูจน์ใจคนแยกแยะว่าใครต่อใครเป็นเช่นไร  ใครรับใช้เผด็จการตัวจริงเสียงจริง…โฉมหน้าเห็นธาตุแท้…นักวิชาการจำพวกถมน้ำลายรดหน้าตัวเองรับใช้เผด็จการ ท็อปบูตทมิฬ ตลอดศก…จดจำชื่อไว้หน่อย…สอนบทเรียน…นักวิชาการลงแขก…แหกตาประชาชน???

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: