พันธมิตรผูกขาด!

           

           ‘ กลียุค'ระบอบทักษิณ ระบบทักษิโณมิกซ์ ล่าสุดบัญญัติศัพท์ไพเราะ เพราะพริ้งสะดุดหูติดตาเผด็จการทุนนิยมสามานย์ นี่คือเครื่องมือหากินก่อม็อบชนม็อบศตวรรษที่ 21 พันธมิตรเปิดฉากดีเดย์ปลายเดือนมีนาคมนี้ ขับเคลื่อนไล่รัฐบาลที่มาจากการรับเลือกตั้งของประชาชนตามวิถีประชาธิปไตยโดยตรง มีข้อหาไม่ถูกอกถูกใจเรื่องปรับย้ายข้าราชการระดับสูง 4-5 คน คือหัวข้อโจมตีขับไล่อย่างเอาเป็นเอาตายชนิดไม่เผาผีตั้งแต่หัววัน มันช่างแปลกประหลาดใจพิลึกว่าระดับไอคิวของปัญญาชน ชนชั้นกลางหน้าโง่ แกล้งโง่ หรือโง่จริงไม่ทราบได้ หันรีหันขวางเอาทั้งต่อหน้า และลับหลังกลุ่มรากหญ้า หมายถึงประชาชนตั้งหาเช้ากินค่ำหาค่ำกินเช้า ประเภทหัวอกคนเดียวกันตั้งใจเลือกนโยบายพรรคมากกว่าความหล่อเหลาทางกายภาพ มีความผิดหัวคิวทางการเมือง ก้าวย่างจัดตั้งกลุ่มก๊วนพันธมิตรเพื่อบั้นท้ายประชาธิปไตยงัดยุทธวิธีข้างถนน แปลความหมายของแนวรบแบบอารยะขัดขืน เฉกเช่นหัวโจกแถวหน้าของกลุ่มมนุษย์พันธุ์พิเศษ จัดคิวว่ารัฐเผด็จการทุนนิยมแบบสามานย์ว่ากันเข้าไปเถอะ

           ที่กล่าวมาข้างต้นมันสื่อทั้งหัวทั้งหางระบอบประชาธิปไตยไทยๆ อำนาจที่แท้จริงมาจากกลุ่มอำนาจแฝงเร้นภายนอกมากกว่าอำนาจประชาชน ชัดที่สุดพวกอำมาตยาธิปไตยชนิดฝังหัวว่า พวกกูคือเจ้าของอำนาจตัวจริงที่มองไม่เห็นการสั่งการล้มขัดขวางอำนาจที่โหวตเลือกมาด้วยซ้ำไป มองให้ทะลุเข้ากระดูกดำในห้วงเวลานี้มันช่างคล้ายคลึง ระบบเผด็จการผูกขาดระบอบประชาธิปไตย ชนิดตีความเข้าข้างใดใครก็ถูกหมด

           วลีความหมายที่ว่า ‘ประชาธิปไตยมิใช่โสเภณีที่ใครๆ เวทีปลุกใจของเหล่าพันธมิตรทั้งหลาย จะเอามาครอบครองเอาเป็นเมียได้ตามชอบใจ อีแอบอ้างอิงประชาชนหากินไปเรื่อยๆ มันเลวน้อยกว่าทุนเผด็จการสามานย์จริงเท็จประการใด ช่วยตอบที'

           ลำดับทบทวนความจำครั้งหนึ่งผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในวันชุมนุมขับไล่อดีตนายกฯทักษิณ ณ.บริเวณสี่แยกมิสักวันข้างกระทรวงศึกษาธิการเยื้องทำเนียบรัฐบาล นายสนธิ ลิ้มทองกุล ตีบทแตกเล่นบทเป็นเอาสถาบันที่คนไทยเทิดทูนมาหาเสี้ยงชีพรายวันรายคืน โดยแต่ละช่วงวันเมื่อมีหัวข้อบิดข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายสนธิไม่รั้งรอที่หยิบฉวยมาโจมตีไม่เลือกโมงยาม ผมเห็นยุทธวิธีเฮงซวยในเกือบทุกครั้งที่ขึ้นปราศรัยเคลื่อนโจมตี โดยเอาประชาชนคนไทยที่มีความอ่อนไหวที่ใครกล่าวว่าร้ายสถาบันมาปลุกระดมทุกทีไป ลีลาโดยท่อนอุกซ้ายฮุกขวาลงเอยด้วยลูกสร้อยปลุกเร้าลงท้ายมักจะตะโกนปาวประกาศเสมอว่า 'พี่น้องครับ ไอ้ทักษิณมันหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกแล้วครับพี่น้อง' โจษจานจนจำติดหนังหัวขนลุกขนพอง

           นี่คือตัวตนสันดานดิบ ทิดสนธิ ที่หาจุดสมดุลหาเหยื่อมาสังเวยเป้าหมายสังหารที่ขุดหลุมเตรียมฝังศัตรูยืมสถาบันประหัตประหารจุดละเอียดอ่อน ที่คนไทยพลาดพลั้งของพวกก่อการปฎิวัติรัฐประหารตั้งหัวข้อฆ่าคนที่ยืนอีกฝั่งฝาหนึ่งเสมอมา นายสนธิมักหยิบยืมเอาสถานการณ์สร้างวีรกรรมวีรชนอวดสู่รู้แก่พรรคพวกคนที่เอามาเป็นพวก หากใครไม่ลืมเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ครั้นนั้นสื่อต่างๆ ลงข่าวต่อต้านขับไล่เผด็จการรัฐบาลพล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น นักปลุกระดมข้างถนนด้านจิตวิทยามวลชนเครือนสพ.ผู้จัดการ แจ้งเกิดบันดล มองลงไปล้วงลึกต้นตอหักโค่นคาใจของทหาร 2 รุ่น คือ รุ่น5 และรุ่น7 เป็นต้นเรื่อง มีตัวละครหน้าเดิมๆ สไตล์ปีศาจ ไล่เรียงผู้นำประท้วงอดข้าวอดน้ำ 7 วันยอมตายเสียสัตย์แถลงข่าวสลับสับเปลี่ยนยกสถานการณ์เปลี่ยนต้องรีบแก้เกมยุทธวิธีรบใหม่

           ไม่มีใครไม่รู้จักตัวละครเอกพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ชั่วข้ามคืน อีกทั้ง พลพรรคสมาชิกนายทหารรุ่น7 นับเนื่องพล.ต.มนูญกฤต รูปขจร พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เสริมส่งหน่วยกำลังบำรุงทั้งบนดินใต้ดิน อาวุธร้ายที่ดำมืดกำความลับเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ดีที่สุดคนหนึ่งว่าใครทำอะไรกับใคร ประชาชนตกเป็นเหยื่อสังหารเกมแห่งอำนาจเข่นฆ่าล้มตายมากครั้ง …ปมเงื่อนความลับนี้จากปากคำ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ลูกป๋าคนสนิท วันหนึ่งจะเปิดเผยความจริงนี่คือที่มาของคำเรียกขับขาน …โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง …ยุคมือที่มองไม่เห็นผสมโรงยุคเท้าที่มองไม่เห็นเข่นฆ่าเครื่องเซ่นทางการเมือง ระหว่างอำนาจเก่ากับอำนาจใหม่ ในเวลานี้เกิดจากน้ำมือปีศาจตนใดมิทราบครับ

           ที่พูดมาข้างต้นพอเห็นภาพว่าทิดสนธิ ลิ้มทองกุล วิธีการลื่นไหลมักหายุทธวิธีโจมตีแทรกตัวเข้าผูกเรื่องเชื่อมทอดสะพานสร้างมิตร กับตัวละครตั้งแต่วิชาการชักว่าวเก่งแต่งเพล๊อตเรื่องเก่งมาอยู่ใต้อาณัติ ซึ่งแสดงตนอย่างเปิดเผยทั้งบันไดไต่เต้าด้านชื่อเสียงเกียรติยศวิชาการมาประดับรายล้อมรอบกายทุกครั้งไป

           จึงมิพักแปลกประหลาดใจว่าตัวละคร 5 พันธมิตร ต่างกอดรัดฟัดเวี่ยงอุดมการณ์อย่างเอาเป็นเอาตาย หนีตายแทนญาติวีรชนทุกทีไป

           1. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ฉายานามจอมหลักการชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปไตยฝากประทับรอยหน้าผากไม่รู้ลืม ‘พาคนไปตาย' ยังลบคำสพประมาทลบลายเสือเฒ่าไม่ตกเสียที ต้องจำอวดร่วมงานญาติวีรชนไถ่บาปทุกปีไป

           2. นายพิภพ ธงไชย นักเล่าคัมภีร์ประชาธิปไตยจอมปลอมพูดผ่านนสพ.บางกอกโพสต์ (คงคิดว่าคนไทยอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก) สุดท้ายแสดงความเฉิ่มตัวตลกประชาธิไตยแบบไทยๆ ประโยคที่กล่าวกับนสพ.ถ่ายทอดสรุปที่พูด 'ไม่มีหนทางอื่น นอกเสียจากการปฎิวัติรัฐประหาร' มึนงงอารมณ์ต้องการขับไล่พล.อ.สุรยุทธ์ ลงจากเก้าอี้นายก เสมือนหนึ่งรับงานใครมาอีกทอดหนึ่ง

           3. สมศักด์ โกสัยสุข สหภาพกรรมการบอร์ดรถไฟ ผลประกอบการขาดทุนทุกปี รัฐจัดสรรงบอุดหนุน อีกแหล่งหนึ่งที่กลุ่มผลประโยชน์คนในไม่อยากออก คนนอกยากที่จะเข้าถึง คู่หูอีกแก๊งนายเพียร ยงหนู ปธ.สหภาพการไฟฟ้า ผลประโยชน์ที่รัฐฯ ไม่กล้าแตะแกนนําพันธมิตร

           4. นายสุริยะใส กะติศิลา ลูกมือนายพิภพ ธงไชย เคยรับน้ำเลี้ยงรายเดือนจากเจ้าของปูนทีพีไอ เหมาจ่ายเวทีพันธมิตรวันละหลายๆล้านต่อวัน

           5.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ คนเอียงข้างพรรคประชาธิปัตย์ ฝากฝั่งไฟเขียวนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ตรวจสอบความผิดคนอื่น พรรคต้นสังกัดทําความเสียหายปรส. 8 แสนล้านบาท (ซื้อถูกขายแพง) รัฐสูญเสียเงินภาษีอากรประชาชนเมินเฉย สปก.4-01 ปล้นที่ดินไปแจกคนรวยพรรคพวก ไม่ไปแจ้งจับไล่ออกจากพรรคศาลฎีกาพิพากษาตัดสินชี้ขาดแล้ว อภิปรายไม่ไว้วางใจใบต่างด้าวปลอมเอกสารเท็จไม่ประณามไล่ออกจากสมาชิก นิสัยช่างไม่แตกต่างเทือกเถาเหล่ากอเข้าข่ายชอบเอาดีใส่ตัว โยนความผิดให้คนอื่น สันดานเหล่านี้นายสมเกียรติ ไม่เคยปริปากกล่าวโทษคนที่ทำความเสียหายแก่ประเทศชาติแม้แต่น้อยนิด

           ไหนๆมีเกร็ดเล่าย้อนหลังเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 แม้แต่จะเอาน้องชายตัวเองไปเข้าห้องน้ำห้องท่า นายสนธิยังอุทานชนิดสะอิดสะเอียนว่าทําไม 'ชีวิตกูต้องมาเจอความลำบากลำบนต้องเจอะเจอห้องเฮงซวยแบบนี้ด้วยว่ะ' นี่คือชีวิตนักบู๊ล้างผลาญข้างถนนเมื่อไม่สบอารมณ์ใคร อยากได้ อยากอยู่ อยากเป็น ชีวิตนี้ขออุทิศเพื่ออะไรทั้งหลายแหล่ มันคือนิยายน้ำเน่า อุทานเช่นนี้ฟ้าดินได้ยินปิดไม่มิดแน่ใจว่า อาสาปกป้องผลประโยชน์ประชาชนชนิดไม่ลืมหูลืมตา ผูกติดผูกขาดความรักชาติต่อสู้เพื่อสถาบันไม่มีอำนาจสามานย์ยุแหย่มือที่มองไม่เห็นนับว่าแย่ ยังต้องเจอเท้าที่มองไม่เห็นขนานใหญ่ๆ โตๆ เข้าให้อีก โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจหลงเชื่อแล้วเจ็บตัวอีก

           นี่คือตัวตนสันดานดิบทิดสนธิ ที่หาจุดสมดุลหาเหยื่อมาสังเวยเป้าหมายสังหารที่ขุดหลุมเตรียมฝังศัตรูยืมสถาบันประหัตประหาร นายสนธิมักหยิบยืมสถานการณ์สร้างวีรบุรุษแก่พรรคพวกคนที่เอามาเป็นพวก หากใครไม่ลืมเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ครั้นนั้นสื่อต่างๆลงข่าวต่อต้านขับไล่เผด็จการรัฐบาลพล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนักปลุกระดมพลด้านจิตวิทยามวลชนเครือนสพ.ผู้จัดการ แจ้งเกิดบันดล มองลงไปล้วงลึกต้นตอหักโค่นสนิทคาใจของทหาร 2 รุ่น ( รุ่น 5 และรุ่น7 ) ก่อการดำเนินเรื่อยมาเท่านั้นเอง

           ถามหน่อยเถอะเจ้าพระคุณทิดสนธิ ลิ้มทองกุล ถามตัวจริงชัดเจนดังนี้ครับ

           นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตไม่เคยถือเตารีดไถ่นาบต่อหน่วยงานอื่นใดบีบมาลงหน้าโฆษณาหนังสือพิมพ์ตัวเอง

           นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตไม่เคยเอาเงินชุบเลี้ยงนักการเมืองเพื่อต่อรองแลกกับผลพวงแห่งผลประโยชน์ของสองฝ่าย

               นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตเคยให้เงินคนทุกวงการเพื่อความเสน่ห์หาเอื้อเฟื้ออาทรโดยลำพังไม่คิดหาผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง

           นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตไม่เคยตบทรัพย์นักการเมือง ตามที่ก่อนหน้าที่ด่ากราดสื่อด้วยกันเองว่าขายตัวขายจิตวิญญานของความเป็นสื่อ

           นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตประกอบเลี้ยงชีพสื่อมีจรรยาบรรณจริยธรรมสื่อครบถ้วน

           นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตไม่เคยปั่นหุ้น

           ทิดสนธิ ลิ้มทองกุล พูดดังฟังชัดทุกที ‘ผมเป็นคนชอบศึกษาประวัติศาสตร์' ผมอีกคนที่ชอบพูดความจริงแล้วไม่ต้องจดจำครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: