Hi-thaksin พร้อมสู้ อำนาจเถื่อน

   
                                                   Hi-thaksin พร้อมสู้ อำนาจเถื่อน

                 คืนวันที่ 25 พฤษภาคม 2550 เป็นอีกคืนหนึ่งที่พวกเรา 4 คนอดหลับอดนอนกันตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าวันนี้ เพราะกระทรวงไอซีที ใช้อำนาจเถื่อน ปิดเวปไซต์ Hi-thaksin ไม่ให้ประชาชนคนไทยในประเทศ ได้รับข้อมูลข่าวสาร ผ่านเวปไซต์แห่งนี้   

ขณะที่ผมเริ่มต้นเขียนเรื่องราวบอกเล่าปัญหาที่เราประสบอยู่ เมื่อเวลา 12.30 น. น้องสาวคนเก่ง ผู้หญิงคนเดียวในทีมงานของเรา เพิ่งจะมุดเข้าใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์

ไม่ถึง 5 นาทีต่อมา ผมเหลือบไปมองอีกที เธอก็หลับคุดคู้อยู่ใต้โต๊ะตัวเล็ก ที่เธอใช้เป็นสำนักข่าว Hi-thaksin อัพเดทข่าวประจำวันให้ทุกท่านได้อ่าน ไปเสียแล้ว

          ที่เหลืออีก 3 ชีวิต คือ ผมที่กำลังนั่งเขียนอยู่ในขณะนี้  กับน้องชายวัยฉกรรจ์ อีก 2 คน กำลังนั่งสังเกตการณ์ การโจมตีเวปไซต์ Hi-thaksin อย่างใจจดจ่ออยู่หน้าจอคอม พิวเตอร์ ขนาด 19 นิ้ว 4 จอ ซึ่งยังไม่รู้ว่าพวกเราต้องนั่งเฝ้าไปอีกนานเท่าไร

          บางนาทีตาหลับไปแล้ว แต่ ใจยังคงตื่นอยู่ทุกวินาที  ตาที่เผลอหลับไปในบางงีบจึงถูก ใจปลุกกระตุ้นตื่นขึ้นทุกครั้ง เป็นอาการของคนหลับไม่ลงประมาณนั้น  

          เมื่อเปลือกตาเปิดขึ้น ก็นั่งจ้องจอ จดจ่อดูผู้ไม่ประสงค์ดี โจมตีเราต่อไป เพื่อจะหาหน ทางรับมือ และแก้ไขอย่างเร่งรีบ

          ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรา เมื่อเย็นวานนี้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น. เป็นต้นมา  ดังที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่า กระทรวงไอซีที ปิด Hi-thaksin โดยเหตุผลว่าเป็นเวปไซต์ที่ไม่เหมาะสมนั้น ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร แต่เป็นจุดแตกหัก แล้ว

ก่อนหน้านั้น เราโดนโจมตีมาตลอด 2 เดือน กับ 20 วัน นับแต่เปิดให้บริการข้อมูลข่าว สารมาตั้งแต่ วันที่ 5 มีนาคม 2550 Hi-thaksin.net ก็ถูกสั่งปิดครั้งแรก หลังจากมีอายุเพียง 2 สัปดาห์

เราแก้ไขสถานการณ์และแก้ปัญหาการปิดกั้นของกระทรวงไอซีที ในครั้งนั้น ด้วยการ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Hi-thaksin.org แล้วก็ทำงานหนักกันอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นรายวันเนื่องจากการโจมตี และกลั่นแกล้งอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่รามือของบุคคลบางกลุ่ม และหน่วยงานของรัฐบางหน่วยงาน ซึ่งดูเจตนาได้จากพฤติกรรมที่กระ ทำต่อเราได้ชัดเจนว่า

ต้องการ ปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และช่องทางการติดต่อสื่อสารของประชาชน ผ่านเวปไซต์นี้

การปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและการติดต่อสื่อสาร ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย มีปัญหาอย่างมากในสถานการณ์บ้านเมือง ในยามนี้

          ทั้งๆ ที่ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 มาตรา 3  ก็บัญญัติไว้ว่า ภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้

          พล.อ.สนธิ บุยยรัตกลิน เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ท้ายรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ด้วยตนเอง ซึ่งหมายความว่า การใดก็ตามที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ นี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ต้องรับ ผิดชอบ

           สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ทุกฉบับ อันเป็นประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ของประเทศไทย ก็คือ

             บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย
          
         การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกันรวมทั้งการกระทำด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกันจะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะ เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

          รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกฉบับ บัญญัติไว้เช่นนี้ จนกลายเป็นประเพณีการปกครองที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  สิทธิเสรีภาพการสื่อสารของชนชาวไทย จึงย่อมจะได้รับการคุ้มครอง

การปิดเวปไซต์ Hi-thaksin โดยกระทรวงไอซีที เมื่อวานนี้ โดยมิได้แจ้งว่า เราทำลายความมั่นคงแห่งรัฐ อย่างไร หรือ ทำลายความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชนอย่างไร จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ อย่างชัดเจน

ไม่ใช่เพียงแต่กระทรวงไอซีที ที่มีนายสิทธิชัย โภไคยอุดม เป็นรัฐมนตรี ต้องรับผิดเท่านั้น หากแต่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ต้องรับผิดด้วย ในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ที่ไม่สามารถกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และปล่อยให้หน่วยงานของรัฐ กระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ เสียเองได้

           ผมขอกล่าวหาว่า กระทรวงไอซีที   ที่บริหารโดย นายสิทธิชัย โภไคยอุดม  กระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญ อย่างจงใจและท้าทายต่อความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ รวมถึงท้าทายต่อความเป็นนิติรัฐของราชอาณาจักรไทย อย่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก ในสายตาของประชาชนชาวไทย และนานาชาติ ที่ได้พบเห็นปรากฎการณ์เช่นนี้

           จึงขอเรียกร้องให้นายสิทธิชัย โภไคยอุดม ชี้แจงถึงปัจจัยและเงื่อนไขรวมไปจนถึงพฤติกรรมของ Hi-thaksin ว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมายข้อใด จึงถูกจัดให้เป็น “เวปไซต์ที่ไม่เหมาะสม”

           ขอบอกกล่าวให้ท่านฟังสักเล็กน้อย เกี่ยวกับการทำงานของเรา ก่อนที่ท่านจะตอบหรือชี้แจง เนื่องจากท่านเป็นรัฐมนตรีไอซีที ที่ไม่เคยเปิดเวปไซต์ ไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกับเราและคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ ท่านจึงอาจจะไม่รู้ว่า Hi-thaksin ได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดบ้าง

          นับแต่เปิดให้บริการข้อมูลข่าวสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในหมู่ประชาชาชน ซึ่งมีความรัก ความเชื่อมั่น ศรัทธาการทำงานของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  และยึดมั่นในระบอบประ ชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข  

Hi-thaksin ไม่เคยนำเสนอข้อความ หรือ ภาพ หรือ เสียง ที่ขัดต่อกฎหมาย

ไม่เคยละเมิดพระราชอำนาจ หรือ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ไม่เคยเผยแพร่สิ่งลามกอนาจาร

ไม่เคยทำลายศีลธรรมอันดี

ไม่เคยเรียกร้องให้มีการทำผิดกฎหมาย

ตรงกันข้าม….

เราเรียกร้องให้ประชาชนปกป้องรักษาสถาบันสำคัญของชาติ

เราเรียกร้องให้ประชาชนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

เราเรียกร้องให้ประชาชนยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข

เราเรียกร้องให้ประชาชนต่อต้าน คัดค้าน การแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรง และวิธีการนอกกฎหมาย ทุกประการ

ที่ผ่านมาการทำงานของเรา แม้จะไม่สะดวกสบายเช่น เวปไซต์ลามกอนาจาร เวปไซต์ของผู้กระทำผิดกฎหมาย ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ทำลายระบอบประชาธิปไตยของชาติ เนื่องจากถูก  โจมตีอย่างหนัก กลั่นแกล้ง ทุกวิถีทาง

แต่เราก็ไม่ท้อถอย และมุ่งมั่นทำงานกันต่อไป ด้วยความเข้าใจดีว่าการทำงานของพวกเรา ในยุคที่บ้านเมืองไร้ประชาธิปไตย อำนาจเถื่อนในมือผู้เผด็จการเป็นใหญ่ ผู้ยึดถือประชาธิปไตยเป็นรอง เช่นในขณะนี้  เราจะต้องประสบกับสภาพปัญหาเช่นนี้อยู่แล้ว

 ไม่มีเว้นสักวันในห้วงเวลา 2 เดือนกับ 20 วันที่ผ่านมา ที่เราจะทำงานกันอย่างสะดวก สบาย เช่นเวปไซต์ทั่วไป เราต้องแก้ไขสถานการณ์และรับมือกับการโจมตีรูปแบบต่างๆ ตลอดมา

อาจจะเป็นเพราะเราแก้ไขสถานการณ์ และผ่านด่านที่มีการทดสอบความสามารถของพวกเรา ทุกด่านแล้วก็เป็นได้  จึงทำให้กระทรวงไอซีที ตัดสินใจที่จะใช้อำนาจที่กฎหมายให้ท่านบังคับใช้กับผู้กระทำความผิด มาใช้กับเรา คือ การสั่งปิดเวปไซต์ ด้วยเหตุผล “เป็นเวปไซต์ที่ไม่เหมาะสม”

ผมขอยืนยันว่า ท่านไม่มีสิทธิ ไม่มีอำนาจที่จะใช้กฎหมายมาดำเนินการกับเรา เนื่องจากเราไม่ได้กระทำความผิด  

 พฤติกรรมของกระทรวงไอซีที ในครั้งนี้นับว่าเป็นการกระทำของบุคคลที่ลุแก่อำนาจ  และใช้อำนาจกลั่นแกล้ง รังแกประชาชน อย่างไม่เป็นธรรม และจะเป็นต้นเหตุให้เกิดการลุกลามขยายตัวในลักษณะของ “น้ำผึ้งหยดเดียว” ได้โดยไม่ยากนัก

นับแต่เปิดให้บริการข้อมูลข่าวสารมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2550 เราใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ทั้งข้อความ ภาพ และ เสียง เพื่อไม่ให้เข้าไปสู่เงื่อนการถูกสั่งปิดเวปไซต์ ของกระทรวงไอซีที

เราทำงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด ไม่ให้ถูกกล่าวหาไม่จงรักภักดี แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อประโยชน์แก่ตนเอง เพราะตระหนักอยู่เสมอว่า มีหน่วยงานของรัฐ จับตาดูเราอยู่ทุกนาที  ถ้าเราทำงานกันอย่างไม่ระมัดระวัง เปิดช่องให้เขาเล่นงานได้ จะต้องถูกสั่งปิดแน่นอน

ทั้งๆที่ ระมัดระวังถึงที่สุด แล้ว ก็ยังหนีไม่พ้นคำสั่งปิด ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ทำอะไรผิดเลยก็ตาม 

การเผยแพร่พระราชดำรัส เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 เป็นสิ่งที่เราตกลงใจร่วมกันว่าสมควรจะเผยแพร่ ทั้งข้อความ ภาพ และเสียง ให้ประชาชน ได้รับชม รับฟัง อย่างทั่วถึง กว้างขวางมากที่สุด  ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนคนไทยทุกคน และฟังได้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่ประชาชนต้องการฟัง

เราไม่คาดคิดมาก่อนว่าการเผยแพร่พระราชดำรัส จะเป็นเหตุที่ทำให้กระทรวงไอซีที ปิดเวปไซต์ Hi-thaksin ด้วยเหตุผลว่า “เป็นเวปไซต์ที่ไม่เหมาะสม”

แต่เมื่อย้อนกลับไปดูการทำงานของพวกเราที่ผ่านมา เราไม่อาจจะคิดว่าการสั่งปิดครั้งนี้ มาจากเหตุอื่นใดอีกแล้ว

2 เดือนกับ 20 วันที่ผ่านมา ข้อมูลทั้ง 100 % ที่เรานำเสนอ เป็นการติดตามนำเสนอข่าวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คมช. คตส. ตลอดจนบุคคลต่างๆ ที่มีบทบาทหน้าที่ในการบริหารประเทศชาติ ในฐานะบุคคลสาธารณะ และเปิดโอกาสให้ผู้รับข้อมูลข่าวสารแสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจ และระลึกถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่เราประกาศไว้แต่วันแรกของการเปิดเวปไซต์แห่งนี้

การวิพากษ์วิจารณ์ของเรา แม้จะหนักหน่วง รุนแรง แต่ก็ยืนอยู่บนหลักการและเหตุผลตามข้อกฎหมาย และสำนึกที่ดีของคนไทยผู้รักชาติบ้านเมือง และจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด

ในส่วนของผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นเข้ามานั้น ก็มิอาจปฏิเสธว่ามีถ้อยคำที่แสดงออกถึงอารมณ์โกรธแค้น เกลียดชัง ปรากฎให้เห็น แต่ก็เป็นส่วนน้อย เช่นเดียวกับเวปไซต์ทั่วไป  ซึ่งทีมงานก็พยายามที่จะตักเตือน และตัดข้อความที่ไม่สุภาพ หยาบคาย  ละเมิดบุคคลอื่นออกอยู่แล้ว

2 เดือน กับ 20 วันที่ผ่านมา นอกจากการปิด Hi-thaksin.netเมื่อปลายเดือนมีนาคมแล้ว กระทรวงไอซีที ไม่เคยสั่งปิด เราอีก มีแต่โจมตีรุนแรงขึ้นทุกวัน

แต่เพียงไม่ถึง 10 ชั่วโมง ที่เรานำวิดีโอคลิปพระราชดำรัส มาถ่ายทอดให้ประชาชนรับชม รับฟัง เรากลับถูกสั่งปิด โดยกระทรวงไอซีที ด้วยเหตุ “เป็นเวปไซต์ที่ไม่เหมาะสม”

การขอความร่วมมือแบบมีเงื่อนไขไปยังผู้ให้บริการ ISP ให้ตัดการเชื่อมสัญญาณ และปฏิเสธการเรียกชมเวปไซต์ Hi-thaksin.org ดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้

นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้เราเชื่อว่า การสั่งปิดเวปไซต์ในครั้งนี้ มีความเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่พระราชดำรัส เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2550

การเผยแพร่พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เหมาะสมอย่างไร ?

หากไม่ใช่ด้วยเหตุนี้ กระทรวงไอซีที ต้องชี้แจงให้ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด

หากเป็นเพราะเหตุนี้ แล้วเหตุใดจึงไม่ปิดเวปไซต์อื่นที่นำเสนอพระราชดำรัส ด้วย

หากเป็นเพราะไม่ต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สื่อสารกับประชาชนอีกต่อไป กระทรวงไอซีที ก็ต้องตอบด้วยว่ากำลังละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 อยู่หรือไม่

มีคำถามเข้ามามากมายว่า กระทรวงไอซีที สั่งปิดจริงหรือไม่ ทำไมบางท่านเรียกดูได้ บางท่านเรียกดูไม่ได้ ถกเถียงกันเป็นวงกว้าง

ผมขอชี้แจงให้ทราบเพื่อเข้าใจตรงกันว่า กระทรวงไอซีที สั่งการไปยัง ISP ทุกราย ให้ปฏิเสธการเรียกชมเวปไซต์ Hi-thaksin จริง โดย ISP รายแรกที่รับคำสั่งและดำเนินการทันทีก็คือ True แต่ใช้เทคนิกปิดกั้นประมาณ 85% และเปิดให้ชมได้ประมาณ 15% มีเจตนาที่จะทำให้กิดการสับสนและเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนด้วยกันเอง  

ทั้ง Hi-thaksin.org และ Hi-thaksin.net จึงมีปัญหาในการเข้าชม ไม่สามารถเข้าชมได้ตามปกติ แต่ปัญหานี้เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ผู้เรียกชมในต่างประเทศ ยังคงรับข้อมูลข่าวสารจาก Hi-thaksin.org และ Hi-thaksin.net ได้ตามปกติ

การปิด Hi-thaksin ครั้งนี้จึงเป็นการฟ้องคนทั่วโลกว่ากระทรวงไอซีที และรัฐบาลไทย ใช้อำนาจเถื่อนในการปิดเวปไซต์ ละเมิดสิทธิของประชาชนอย่างไรบ้าง

ไม่เกิดผลดีอะไรแก่ประเทศไทยเลย เพราะถึงอย่างไรก็ไม่สามารถปิดกั้นประชาชนเข้า ถึง Hi-thaksin ได้อยู่แล้ว ทั้งในต่างประเทศ ที่เรียกชมได้ตามปกติ และประชาชนในประเทศ ที่เรียกชมผ่าน Proxy

การกระทำของกระทรวงไอซีที ครั้งนี้ จึงเป็นการกระทำของ “คนโง่แต่ขยัน” ที่สมควรนำไปกำจัดเสีย ก่อนที่จะสร้างความเสียหายแก่ประเทศไทย มากไปกว่านี้

เช่นเดียวกับที่เราถูกโจมตีในครั้งแรก เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2550 ผู้อ่านจำนวนมาก ได้พยายามหาช่องทางเข้าชมเวปไซต์กันเอง โดยการเรียกผ่าน Proxy ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน มีการแจ้งช่องทางการเข้าชมผ่าน Proxy จำนวนมาก ซึ่งผมและทีมงานต้องขอบคุณไว้ ณ ที่นี้

ในส่วนของทีมงาน หลังจากที่ได้แก้ไขปัญหาต่างๆ เมื่อคืนวานนี้ต่อเช้าวันนี้  เราตัดสิน ใจที่จะไม่ใช้ Hi-thaksin.org และ Hi-thaksin.net ชั่วคราว หรือ อาจจะถาวร เลยก็ได้ หากว่ากระทรวงไอซีที ยังคงใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้

เราได้ตั้งชื่อเวปไซต์ใหม่ ยาวกว่าเดิมเล็กน้อย แต่เชื่อว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับทุกท่านที่จะเรียกชมข้อมูลข่าวสารและพูดคุยกัน ในชื่อใหม่ http://hi-thaksin.selfip.org 

ทีมงานได้เตรียมชื่อเวปไซต์ใหม่ไว้อีกประมาณ 100 ชื่อ เป็นการสำรองไว้ ในกรณีที่กระทรวงไอซีที ใช้อำนาจสั่งปิด Hi-thaksin ที่มาในชื่อต่างๆ เช่นที่ทำกันอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้เป็นการฟ้องประจานให้ทุกชาติในโลกนี้ ได้ทราบว่า กระทรวงไอซีที รัฐบาลไทย ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อย่างจงใจและร้ายแรงเพียงใด

“เขาปิดได้ เราก็เปิดได้”

“เขาปิดทุกวัน เราก็เปิดทุกวัน”

“อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะบ้าอำนาจไปถึงไหน ประชาธิปไตยต้องชนะเผด็จการ”

นี่คือความมุ่งมั่นของทีมงาน Hi-thaksin ทุกคน

เพื่อให้ทุกท่านสามารถเข้าชมได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาติดขัดอีก ทีมงานจะแจ้งชื่อให้สมาชิกทุกท่านทราบทางเมลล์ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนชื่อ  ดังนั้นเพื่อที่เราจะสามารถติดต่อกันได้อย่างต่อเนื่อง  ขอให้ลงชื่อเป็นสมาชิกและฝากอีเมลล์ไว้นะครับ

ผมได้รับการยืนยันจากน้องโปรแกรมเมอร์ ว่า Hi-thaksin พร้อมจะให้บริการทุกท่านตามปกติอีกครั้งหนึ่งแล้ว นับจากนาทีนี้เป็นต้นไป 

ผมและทีมงานขอยืนยันกับทุกท่านอีกครั้งหนึ่งว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น Hi-thaksin ก็จะต้องอยู่เป็นเพื่อนร่วมทางกับทุกท่าน ตลอดไป จนกว่าภารกิจการทวงคืนประชาธิปไตย จะบรรลุเป้าหมาย

ขอให้สบายใจได้

“สู้ตาย” ครับ

 ………………………………………….

 

สำหรับท่านที่ทักท้วงเข้ามาว่า ไม่อยากให้ผม เรียกร้อง “ถวายคืนพระราชอำนาจ” นั้น เพราะซ้ำรอยเดียวกันกับเมื่อครั้งที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศรณรงค์ โค่นล้มรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่เหมาะสม ก็พร้อมจะเปลี่ยนครับ

แต่ขอชี้แจงเหตุผลที่ต้องเรียกร้องให้มีการ “ถวายคืนพระราชอำนาจ” ในครั้งนี้ เพราะคณะรัฐประหาร ยึดพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ ไปจริงๆ และ พระองค์ท่านก็ทรงตรัสเองว่า พระองค์ท่านไม่มีอำนาจ จึงยากที่จะหลีกเลี่ยง ไปใช้ถ้อยคำอื่น

ดังนั้นการเรียกร้องของเรา แตกต่างจากการเรียกร้องของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเป็นการโกหกประชาชน  อีกทั้งการเรียกร้องของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คณะรัฐประหาร บุกเข้าปล้นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 อีกด้วย

นี่คือเหตุผลของการ “ถวายคืนพระราชอำนาจ” ในครั้งนี้

หากใครมีความเห็นอย่างไร ขอให้ช่วยบอกกล่าวกันเข้ามานะครับ

ยินดีรับฟังทุกความเห็น และยินดีร่วมมือทุกการกระทำ

ขอบคุณครับ

หมายเหตุ : ขอเวลาไปงีบสักเล็กน้อยนะครับ แล้วคืนนี้พบกันใหม่

                                                                                     

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: