ในหลวง ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

  

                                 ในหลวง ของ  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

คืนวันที่ 5 พฤษภาคม 2550  เกิดเหตุระเบิดขึ้นหน้าพระราชวังดุสิต  ฝั่งถนนราชวิถี 

เช้าวันที่ 6 พฤษภาคม 2550 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคมช. ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า…

 เหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ไม่ใช่ความบกพร่องของหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่ประเทศไทยทั้งประเทศ หากคนไม่ดีทำอะไรสักอย่าง เขาทำได้ไม่ยาก ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน ขอ ให้มั่นใจว่า เราและเจ้าหน้าที่อยู่ข้างประชาชน เราต้องช่วยกันกำจัดคนที่ไม่ดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะขนาดประเทศสหรัฐอเมริกาที่ว่าแน่ๆ เขายังทำอะไรไม่ได้เลย 

เมื่อนักข่าวถามว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นหน้าพระราชวัง คิดอย่างไร พล.อ.สนธิ พูดสวนทันทีว่า “ผมไม่ขอตอบ อย่าพาดพิง”

หลังการให้สัมภาษณ์ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็ออกรอบเล่นกอล์ฟด้วยความสบายใจ ที่สนามกอล์ฟเพรสซิเดนท์  สนามกอล์ฟชานเมืองแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร

เหตุระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต ในคืนวันที่ 5 พฤษภาคม 2550 มีคนไทยในประเทศจำนวนไม่มากนักที่ทราบข่าว เพราะ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน สั่งการให้โทรทัศน์และวิทยุ ปิดข่าว ห้ามบอกกล่าวแก่ประชาชน

แต่…เหตุระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต ในคืนวันที่ 5 พฤษภาคม 2550 มีคนไทยในต่างประ เทศ และ ชาวต่างประเทศได้รับทราบอย่างกว้างขวาง เพราะสื่อต่างประเทศ นำเสนอข่าวอย่างใหญ่โต  เนื่องจากเป็นการวางระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเกิดขึ้นในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่ในพระราช วัง ด้วย

เสียงสะท้อนจากคนไทยในต่างประเทศ ที่กลับเข้ามาถึงคนไทยในประเทศ ผ่านเวปไซต์ และ e-mail เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ เหตุระเบิดครั้งนี้ มีความเกี่ยวข้องกับ นายทหารในคมช. ที่ไม่พอใจเนื่องจากตนและภริยา ไม่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์“จุลจอม เกล้า” ในตอนเช้าของวันที่ 5 พฤษภาคม นั่นเอง

วันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล  วันมหามงคลของคนไทยทั้งประเทศ  แต่เป็นวันอัปมงคลของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และ นายทหารแห่งคมช. พร้อมทั้งครอบครัว 

……………

คืนวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 เกิดการชุมนุมของประชาชนมากกว่า1หมื่นคนที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เรียกร้องให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ลาออกจากตำแหน่งประธานองคมน ตรี

ข้อเรียกร้องของประชาชน เกิดขึ้นจากการประพฤติตนของพล.อ.เปรม ที่ถูกจับได้ไล่ทันว่าไม่เหมาะสม  มีพฤติกรรมที่ทำให้เห็นได้ว่าใช้ตำแหน่งประธานองคมนตรี ไปในทางที่ผิด ทำให้เสื่อมเสียแก่พระบรมเดชานุภาพ และระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทหลายครั้งหลายครา 

อาทิ เป็นผู้นำคณะทหารก่อการกบฏ ยึดอำนาจปกครองแผ่นดิน ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์  ฉีกรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเข้ารับตำแหน่งองคมนตรี ว่าจะรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ

แสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ จากการเป็นที่ปรึกษาบริษัทสุรามหาราษฎร จำกัด   บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด  และธนาคารกรุงเทพ จำกัด  ได้รับเงินเดือนเป็นค่าตอบแทนเดือนละหลายสิบล้านบาท  แต่ไม่มีหลักฐานการชำระภาษีต่อกรมสรรพากร

แสวงหาอำนาจทางการเมือง และทางการทหาร  ด้วยการแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลทุกคณะ  ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และศาล เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง ก็ก่อกวน สร้างความวุ่นวาย กระทั่งรัฐบาลทำงานไม่ได้ 

ประชาชนที่ไปชุมนุมเรียกร้องมีเหตุผลของการเรียกร้อง ดั่งที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งหากพิจารณาพฤติกรรมของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จากอดีตถึงปัจจุบันกันให้ดี อย่างถี่ถ้วนแล้ว ไม่หลงไปกับมายาภาพ หรือเปลือกที่ห่อหุ้มคลุมตัวไว้  ก็จะเห็นได้ว่าเป็นข้อเรียกร้องที่มีเหตุผล และมีพฤติกรรมของพล.อ.เปรม  เป็นพยานหลักฐานทุกข้อกล่าวหา

เพียงแต่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ตอบคำถาม ชี้แจงข้อกล่าวหาให้ประชาชนผู้เรียกร้อง ได้รับทราบ และเข้าใจว่า ความจริงแห่งพฤติกรรมของท่านเป็นอย่างไร เพื่อที่ประชาชนจะนำไปพิจารณาต่อว่า พฤติกรรมเยี่ยงนี้เหมาะสมกับตำแหน่งประธานองคมนตรีหรือไม่ เรื่องราวก็จะจบลงด้วยดี  เหตุร้ายที่ทำให้ประชาชนต้องเสียเลือด และตำรวจต้องบาดเจ็บจากการปะทะกับประชาชน ในคืนวันที่ 22 กรกฎาคม ก็จะไม่เกิดขึ้น

แต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เลือกที่จะไม่ตอบคำถามประชาชน ตรงกันข้ามกลับสั่งการให้ทหาร ตำรวจในอาณัติปกครองของตนเอง เข้าทำร้ายประชาชน แทน

กระบองที่ฟาดกระหน่ำเข้าใส่  โล่ขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นเครื่องมือดาหน้า แก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย ที่ฉีดใส่ประชาชนเพื่อเข้าสลายการชุมนุม  ขุมกำลังหลายพันนายทั้งตำรวจและทหาร ที่เหยียบย่ำท็อปบู๊ต บนร่างกายและทำร้ายประชาชน ไม่เลือก เด็ก คนแก่ ผู้หญิง ผู้ชาย  คือ คำตอบที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี หยิบยื่นให้แก่ประชาชนที่บังอาจมาตั้งคำถาม ซึ่งไม่เคยมีใครกล้าถามมาก่อน

หลังเหตุการณ์ตำรวจ ทหาร ทำร้ายประชาชนที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ จบลงด้วยความบาดเจ็บของประชาชนคนไทยหลายร้อยคน  เลือดคนไทยสาดกระจายเปรอะกำแพงและพื้นถนนหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์  ราวกับเป็นเครื่องเซ่นสังเวยต่ออายุให้ปีศาจกระหายเลือด ในค่ำคืนวันนั้น  

เช้าวันที่ 23 กรกฎาคม 2550  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคมช. ก็รีบรุดมุดหัวเข้าไปในรั้วบ้านสี่เสาเทเวศร์ ทันที

“ผมได้ไปขอโทษท่านเมื่อเช้าว่า เราอาจจะดูแลท่านไม่ได้ ท่านก็ไม่คิดว่าพวกนี้จะทำกับท่านถึงขนาดนี้ เพราะตลอดเวลาท่านก็ดูแลชาติบ้านเมือง ผ่านร้อนผ่านหนาวมา ที่สำคัญท่านรักประเทศมาก และท่านจงรักภักดี อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ”

หลังการแสดงความจงรักภักดีต่อพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ สิ้นสุดลง พล.อ.สนธิ บุญยรักตลิน ก็ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า…

“คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่คงจะคิดเหมือนกันว่า กลุ่มผู้ชุมนุมทำดี ทำถูกมากน้อยแค่ไหน ผมมีโอกาสไปข้างนอกเพิ่งกลับมาสักครู่ เห็นประชาชนเยอะแยะที่มาพูดคุย เขาบอกว่าทำไมปล่อยให้เป็นแบบนี้ บ้านเมืองมีขื่อมีแปกันหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานองคมนตรี ท่านทำงานทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง”    

อีกตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ พล.อ.สนธิ กล่าวถึงการดำเนินคดีกับแกนนำการชุมนุมว่า เป็นเรื่องของตำรวจ ซึ่งต้องรีบดำเนินการอยู่แล้ว และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ก็ได้ประสานกันตั้งแต่เมื่อคืน และรับปากว่าจะเร่งดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนการจะจับกุมแกนนำเพิ่มเติมหรือไม่ขึ้นอยู่กับหมายศาล

 “จริงๆ จะให้ทหารทำมันง่าย แต่ยังไม่ถึงเวลา ขณะนี้ทหารก็เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน แต่สำคัญที่ว่าเวลาที่จะทำหน้าที่จะทำมันถึงหรือยัง ประชาชนจะเป็นผู้ชี้ว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง”

  เมื่อถามย้ำอีกว่า ความอดทนของทหารมีขีดจำกัดหรือไม่ พล.อ.สนธิ ตอบย้ำในจุดยืนเดิมว่า “จริงๆ แล้วความอดทนนั้นอยู่ที่ประชาชนบอกว่าไม่พอใจ นั่นคือถึงเวลาสิ้นสุดความอดทน”

……………………………………

อาการของพล.อ.สนธิ บุญยรักตลิน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2550 กับ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2550 แตกต่างกันอย่างมาก

หากเมื่อครั้งเกิดเหตุระเบิดที่หน้าพระราชวังดุสิต สถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มีอาการกระตือรือล้น   สั่งการ ตำรวจ ทหาร ให้ตามล่าหาตัวคนร้าย มาลงโทษ อย่างจริงจัง ได้สักครึ่งเดียวของคำสั่งอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ หลังเหตุการณ์ตำรวจ ทำร้ายประชาชนที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์  ที่พักของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์  วันนี้เราคงได้ตัวคนร้ายที่บังอาจเหิมเกริมลอบวางระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต ได้แล้ว  คนร้ายคงไม่เดินลอยนวลอยู่ในกองทัพได้เช่นทุกวันนี้

คำตอบของพล.อ.สนธิ เมื่อครั้งเกิดเหตุระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต ส่อแสดงแจ้งไปในทิศทางที่ว่าจับมือใครดมไม่ได้หรอก ทันที ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นสอบสวน

“เจ้าหน้าที่พยายามนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะขนาดประเทศสหรัฐอเมริกาที่ว่าแน่ๆ เขายังทำอะไรไม่ได้เลย”

อีกประโยคหนึ่งที่ หนาวสะท้านเข้าไปในหัวใจคนไทยผู้จงรักภักดี ก็คือ..

“เหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ไม่ใช่ความบกพร่องของหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่ประเทศไทยทั้งประเทศ หากคนไม่ดีทำอะไรสักอย่าง เขาทำได้ไม่ยาก

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าพระราชวังดุสิต  ทั้งๆ ที่มีตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก  ประธานคมช. ผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศไทย

ทั้งๆ ที่ประกาศตัวเป็นทหารพระราชา จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สูงสุด แม้แต่ใครผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำวาจาล่วงล้ำก้ำเกิน ก็ไม่ได้ทั้งนั้น  กระทั่งเสี่ยงชีวิตยึดอำนาจ ทำรัฐประ หารเมื่อ 19 กันยายน 2549  ก็ยังบอกว่าจำเป็นต้องทำเพียงเพราะเหตุที่ว่ามีผู้กล่าววาจาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 

 เหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต  พล.อ.สนธิ  บอกว่าทหารไม่ได้ทำอะไรผิด  ไม่ได้บกพร่อง  และยังจับตัวคนร้ายมาลงโทษไม่ได้  ทั้งๆ ที่เวลาผ่านมาแล้วเกือบ 3 เดือน  ทั้งๆที่พระราชวังดุสิต เป็นเขตพระราชฐาน อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพ มีทหารยืนรายล้อมพระราชวังทั้งภายนอกและภายในหลายร้อยนาย แต่พล.อ.สนธิ กลับปฏิเสธความรับ ผิดชอบอย่างไม่ไยดี

เหตุการณ์ที่คนร้ายมุ่งหมายให้ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท มุ่งหมายให้กระทบถึงพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พล.อ.สนธิ ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ ไม่เคยคิดที่จะกราบทูลขอพระราชทานอภัยโทษ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ที่ละเลยบกพร่องต่อหน้าที่ ดูแลรักษาความปลอดภัยเขตพระราชฐาน ไม่ได้  ทั้งยังไม่เร่งรีบสืบเสาะหาตัวคนร้ายมาลงโทษ

ปฏิกิริยาของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในวันรุ่งขึ้นหลังเหตุระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต คือ ตีกอล์ฟ ด้วยความสบายใจ

แต่กับเหตุการณ์ตำรวจ ทหาร ทำร้ายประชาชน ที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เร่งรุดมุดหัวเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ กราบขอโทษพล.อ.เปรม ทันทีเมื่อเช้าตรู่  กราบขอโทษที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ไม่ได้  คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุ การณ์ปะทะกันแบบนี้  คิดไม่ถึงว่าผู้ชุมนุมจะทำถึงขนาดนี้ เพราะประธานองคมนตรีทำงานทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง ด้วยความจงรักภักดี พร้อมกับตั้งคำถามว่า สังคมไทยมีกฎหมาย มีขื่อมีแปหรือไม่

พล.อ.สนธิ บอกด้วยว่าการจับกุมผู้กระทำความผิด เป็นเรื่องง่ายสำหรับทหาร อยู่ที่ประชาชนว่าจะให้ทหารทำหรือยัง

ถามจริงๆ เถอะครับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  เหตุใด ปฎิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของท่าน จึงแตกต่างจากเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าพระราชวังดุสิต มากมายเช่นนี้

แตกต่างกันชนิดที่ว่าคนไทยอย่างผม มึนงงไปหมดว่า ระหว่างบ้านสี่เสาเทเวศร์ กับ พระราชวังดุสิต  สถานที่ใดมีความสำคัญแก่ท่านมากกว่ากัน

แตกต่างกันชนิดที่คนไทยอย่างผม สับสนไปหมดว่า ระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ท่านมีหน้าที่ปกป้องผู้ใดกันแน่

แตกต่างกันชนิดที่คนไทยอย่างผม อดสงสัยไม่ได้ว่า ระหว่างราชบัลลังก์ กับ เก้าอี้ประธานองคมนตรี ท่านจงรักภักดีต่อสิ่งใดกันแน่

แตกต่างกันชนิดที่คนไทยอย่างผม ไม่อาจจะไม่ไว้วางใจท่านได้อีกต่อไป และเห็นภาพชัดเจนว่า ท่านไม่ใช่นายทหารผู้จงรักภักดี  ไม่ใช่ทหารของพระราชา 

กระทั่ง ไม่ใช่แม้แต่คนไทยที่สมควรอยู่บนแผ่นดินไทยผืนนี้

………………………………

 

ตอบได้ไหม ? ทำไม จึงไปกราบขอโทษ พล.อ.เปรม แต่ไม่กราบบังคมทูลขอพระ ราชทานอภัยโทษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 ตอบได้ไหม? ทำไมจึงไม่ติดตามหาตัวคนร้ายลอบวางระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต มาลงโทษ  แต่จับกุมประชาชนผู้ชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ไปแล้ว 6 คน และจะจับกุมอีก 18 คน

ตอบได้ไหม? ทำไมจึงพูดว่าการนำตัวผู้ก่อเหตุที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์มาลงโทษ เป็นเรื่องง่ายสำหรับทหาร แต่การสืบสวนหาตัวคนร้ายที่วางระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต เป็นเรื่องยาก

ตอบได้ไหม? ทำไมจึงสงสัยว่าบ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป ไม่มีกฎหมาย เมื่อวันที่เกิดเหตุตำรวจ ทหารทำร้ายประชาชนหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์  แต่ไม่สงสัยว่าบ้านเมืองมีกฎหมายหรือไม่ ในวันที่เกิดเหตุระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต และในวันที่ใช้กำลังทหารยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ

……………………

 

 ถ้าคิดว่า ประชาชนกระทำความผิดที่ไปชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ต้องจับกุมดำเนินคดีถึงที่สุด  แล้ว คนร้ายที่ลอบวางระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดอย่างนั้นหรือ จึงปล่อยให้เดินลอยนวลอยู่ในกองทัพ

ถ้าคิดว่า พล.อ.เปรม ไม่สมควรถูกกระทำเช่นนี้ เพราะเป็นผู้ทำประโยชน์แก่บ้านเมืองมามาก  แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงอุทิศพระวรกายเพื่อคนไทยทุกคน ทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองน้อยกว่าพล.อ.เปรม หรืออย่างไร  จึงสมควรถูกกระทำเช่นในคืนวันฉัตรมงคล

ถ้าคิดว่า พล.อ.เปรม ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี เป็นบุคคลที่ผู้ใดจะมาล่วงล้ำก้ำเกินไม่ได้  เป็นผู้อยู่เหนือกฎหมาย ผู้ใดจะฟ้องร้องมิได้ แล้ว  เหตุใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงถูกนายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวถ้อยคำวาจาดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้ง “ให้ในหลวงลาออก” ทั้ง “พรรคราชวงศ์จักรี”  ทั้ง  “คนคนหนึ่งครองราชย์มา60ปีไม่ใช่เพราะโชคช่วย”  ได้

ถ้าคิดว่า เพราะพล.อ.เปรม ถูกกระทำจากประชาชน ทหารจึงหมดความอดทน แล้วต่อกรณีที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถูกกระทำ ในคืนวันฉัตรมงคล  เหตุใดทหารจึงยังอดทนอยู่ได้

ถ้าคิดว่า การให้กำลังใจพล.อ.เปรม เป็นสิ่งที่ควรกระทำ หลังจากเกิดเหตุหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ แล้ว การถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังเหตุลอบวางระเบิดหน้าพระราชวังดุสิต จึงไม่เกิดขึ้น

ถ้าคิดว่า การชุมนุมเรียกร้องคำตอบจากพล.อ.เปรม เป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำ และเป็นเรื่องที่ทหารต้องเข้ามาดูแล ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่บังอาจตั้งคำถามต่อพล.อ.เปรม  แล้ว การที่สื่อมวลชนทั่วโลกตั้งคำถามว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร ตามที่คณะรัฐประหาร แอบอ้าง  อันเป็นความเท็จ  เป็นสิ่งที่ควรเพิกเฉยกระนั้นหรือ

ถ้าคิดว่า การใส่เสื้อเหลืองไปให้กำลังใจพล.อ.เปรม คือ การปกป้องพระมหากษัตริย์ ของคนจำนวนหนึ่งที่หน้าสวนลุมพินี เป็นเรื่องที่ถูกต้อง  และการตำหนิ วิจารณ์ พล.อ.เปรม เป็นการจาบจ้วง เป็นการดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แล้ว   ต่อไปในภายภาคหน้า ระหว่าง พล.อ.เปรม กับ พระมหากษัตริย์ จะแตกต่างกันอย่างไร

…………………..

 

ตอบได้ไหม? พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในหัวใจของท่าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คือใคร กันแน่

ตอบได้ไหม? พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในหัวใจของท่าน ยังมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่หรือไม่

ตอบได้ไหม? พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ความจงรักภักดีของท่านบอกว่ามีนั้น มีต่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ หรือ ถวายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ตอบได้ไหม? พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  นอกจากความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อยู่ในคำพูดของท่านเพื่อนำไปเป็นข้ออ้าง และเงื่อนไขในการกระทำความผิดต่างๆ มากมาย ทั้งผิดกฎหมาย  ผิดคุณธรรม  และผิดต่อประชาชน แล้ว  ในหัวใจของท่าน มีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บ้างหรือไม่

ตอบได้ไหม? พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เหตุใดท่านจึงปกป้องพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มากกว่าปกป้องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ตอบได้ไหม? พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

จอมทัพไทย ที่ท่านน้อมรับคำสั่งและถวายชีวิต คือใคร?

พระมหากษัตริย์ ที่ท่านจงรักภักดี คือใคร?

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของท่าน คือใคร?

ผมสงสัยว่า ในหลวงของผม กับ ในหลวงของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่ใช่ในหลวงองค์เดียวกัน

ในหลวงของผม มีพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน บอกได้ไหม ในหลวงของท่าน มีพระนามใด?

 

 

                                                                                     

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: