เหตุที่กล่าวหา เสรีพิสุทธิ์ จาบจ้วง

           

           ดีใจครับที่มีนักวิชาการท่านหนึ่ง เขียนตำหนิและตอบโต้ บทความเรื่อง “เปิดหลักฐาน เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์”

           ยินดีน้อมรับคำวิจารณ์ที่ปราศจากอคติจากท่านอาจารย์ ด้วยหัวใจที่พองโตของประดาบ ที่ได้รับเกียรติยิ่งนัก

           เหตุที่ต้องดีใจ ก็เพราะไม่ธรรมดานักหรอกครับ ที่ “อีแอบ” คนหนึ่ง จะได้รับการกล่าวถึง เอ่ยอ้างถึง วิพากษ์วิจารณ์ถึง จากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง สื่อมวลชน นักหนังสือพิมพ์ ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย เรื่อยลามไปยังนักวิชาการ อาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ลงจนถึงชาวบ้านร้านตลาด ที่เอ่ยอ้างถึงบทความของประดาบ

           ไม่เคยโกรธเลยที่จะต้องเป็น “อีแอบ” ในสายตาของใครหลายคน ที่อยากให้เปิดเผยตัวตนเสียที เพราะพฤติกรรมของผม มันก็ “อีแอบ” จริงๆ นั่นเอง

           เจตนารมณ์แต่แรกก็ตั้งใจว่า หลังเลือกตั้งผ่านพ้นไป ก็จะเดินออกจากหลังม่าน ทักทายเพื่อร่วมทางของเราอยู่เหมือนกัน แต่มีเสียงคัดค้านมากมายหลายด้าน ว่า “ไม่สมควรอย่างยิ่ง” เพราะผู้เสียประโยชน์จาก “อีแอบ” คนนี้ อาจจะกระทำอะไรลงไปเพราะขาดสติได้ หากได้เห็นว่าใครคือ “อีแอบ” รายนี้

           ผมเพียงแต่อยากจะชี้แจงท่านนักวิชาการ ที่ท้วงติงผมว่า ไม่ควรนำประเด็น การจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ มากล่าวหา โจมตี ให้ร้าย เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส และยังกรุณาชี้แนะให้ความรู้ข้อกฎหมายแก่ผมด้วยว่า กรณีที่ เสรีพิสุทธิ์ พูดจาถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังที่ผมนำมาให้อ่านและฟังกันนั้น ไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่อาจจะดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กับ เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ได้ อีกทั้งเป็นการทำให้ประชาชนสับสน ว่า ในที่สุด คู่ขัดแย้งทั้งสองฝั่งข้างของสังคมไทย ก็อ้าง “คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” มาเป็นเครื่องมือในการทำลายฝ่ายตรงข้ามเหมือนกัน

           เมื่อได้รับคำชี้แนะด้วยความกรุณาจากท่านนักวิชาการ ผมก็ไปเปิดดูประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เขียนไว้ว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”

           อ่านอย่างไร ฟังอย่างไร คำพูดของเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ก็ไม่เข้าเกณฑ์ความผิดตามที่ท่านนักวิชาการ ชี้ไว้จริงๆ เพราะ เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ไม่ได้พูดในลักษณะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย แม้แต่น้อย

           แต่ ท่านนักวิชาการครับ ….

           หากท่านจะกลับไปอ่านบทความเรื่อง “เปิดหลักฐาน เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์” อีกสักครั้ง ท่านจะพบว่า ผมไม่ได้กล่าวหาเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส กระทำความผิด มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ตามที่ท่านยกมาอ้างอิง แต่ประการใดเลย

           ผมไม่ได้กล่าวหา เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย แต่อย่างใด ซึ่งนายตำรวจระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คงไม่โง่ และไม่บ้าที่จะกล่าวถ้อยคำที่ทำให้ตัวเองต้องตกเป็นผู้ต้องหาของกฎหมาย ที่ตัวเองถืออยู่ในมือไว้คอยเล่นงานผู้อื่น ด้วยปากพล่อยๆ เป็นแน่

           ผมเขียนถึงพฤติกรรมของ เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ด้วยเหตุ 2 ประการคือ

           1. เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส เป็นผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างหาที่สุดมิได้

           2. เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส เป็นคนไทย ที่อวดอ้างว่าเป็นผู้จงรักภักดี เหนือกว่าคนไทยคนอื่นๆ ที่จงรักภักดีด้วยหัวใจ แต่ไม่เคยอวดอ้าง

           ด้วยเหตุ 2 ประการนี้ ก็เพียงพอแล้วที่ เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ไม่ควรจะแสดงวาจาในลักษณะที่ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ ว่าเป็นเหตุที่ทำให้ตำรวจต้องเสียกำลังพล เพื่อถวายอารักขา ถวายความสะดวก จนกระทั่งเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ของตำรวจ

           การเสด็จพระราชดำเนิน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบรมวงศานุวงศ์ ไปยังสถานที่ต่างๆ โดยส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นพระราชกรณียกิจ พระกรณียกิจ เพื่อประชาชน แทบทั้ง สิ้น น้อยครั้งนักที่จะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินส่วนพระองค์

           นอกจากการแสดงวาจาที่ไม่บังควรเกี่ยวกับ “ขบวนเสด็จ” แล้ว ที่ไม่ควรจะหลุดออกมาจากปากของบุคคลระดับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลยก็คือ การกล่าวถ้อยคำล่วงล้ำก้ำเกินพระราชวงศ์ เกี่ยวกับจำนวน “ลูกหลาน” ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง

           ผมไม่ได้อ้างข้อกฎหมายแม้แต่ข้อเดียว และไม่ได้กล่าวหา หรือใส่ร้ายว่า เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส กระทำผิดกฎหมายมาตราใด แต่ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมที่แสดงออกมานั้น เป็นพฤติกรรมที่ไม่บังควร และประเมินด้วยบรรทัดฐานแบบผม เห็นว่าพฤติกรรมเช่นนี้ เป็นการ “จาบจ้วง” สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าในใจของเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส คิดอย่างไร กับสถาบันพระมหากษัตริย์ และ พระราชกรณียกิจ พระกรณียกิจ ในฐานะที่เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส เป็นบุคคลที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

           ผมเห็นว่า กรณีนี้สมควรต้องนำมาบอกกล่าวให้ประชาชนทั่วไปได้รู้ ได้เห็นพฤติกรรมของเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส และชี้ให้เห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรเอามาเป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ควรนำเรื่องราวของพระราชวงศ์ มาพูดจากระทบกระเทียบ ให้ประชาชนเข้าใจผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการพูดในที่รโหฐาน มีข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั่งฟังอยู่เป็นจำนวนมาก

           หากไม่นำเรื่องเช่นนี้มาบอกกล่าวว่า เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส คิดและพูดอย่างไรต่อสถาบันพระมหากษัตริยย์ แล้วปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ผ่านไป จบลง โดยไม่มีผู้ใดรู้สึกเดือดร้อน หรือ คิดเห็นว่าต้องดำเนินการอย่างไร ตรงกันข้ามกลับคิดเห็นว่าเป็นเรื่องที่สามารถนำมาพูดจา กล่าวอ้างเป็นเหตุเป็นผล เพื่อเอาตัวรอดในกรณีที่ปฏิบัติงานไม่บรรลุเป้าหมาย และผิดพลาด สักวันหนึ่งข้างหน้า การประชุมของข้าราชการส่วนต่างๆ ก็อาจจะมีการเลียนแบบเหตุผล ว่าการปฏิบัติภารกิจของหน่วย ไม่บรรลุผลสำเร็จ เพราะต้องปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง เหมือนที่เสรีพิสุทธิ์ กล่าวอ้างเช่นในครั้งนี้

           สถาบันเบื้องสูงของคนไทยที่คนทั้งชาติเคารพสักการะเทิดทูนเหนือหัว จะเป็นเช่นไร

           ผมต้องขอโทษ ที่นำเรื่องนี้มาบอกกล่าว อันเป็นการขัดเคืองใจใครหลายคน แต่ในฐานะพสกนิกรของพระองค์ท่าน ผมละเว้นเรื่องนี้ และปล่อยให้ผ่านเลยไปไม่ได้จริงๆ

           ผมอยากจะบอกไปยังท่านนักวิชาการ ว่า ผมไม่ได้เขียนบทความเรื่องเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ในฐานะคนไทยที่ต้องอยู่ใต้กฎหมายอาญา แต่ผมเขียนในฐานะที่เป็นคนไทยที่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร เหมือนเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส และ เหมือนท่านนักวิชาการ

           ดังนั้นผมจึงไม่ได้พิจารณาพฤติกรรมของเสรีพิสุทธิ์ ด้วยบรรทัดฐานทางกฎหมาย หากแต่พิจารณาด้วยบรรทัดฐานของพสกนิกรผู้อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร เป็นสำคัญ

           ด้วยเหตุผลที่ผมตระหนักอยู่ในใจตลอดเวลาว่า ผมอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร ผมจึงต้องมีหน้าที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มิให้ผู้ใดกล่าวหาให้ร้าย และชักนำทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด

           กรณีนี้ ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าผมไม่ได้กล่าวหาเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา แต่ผมกล่าวหาว่าเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส กระทำการอันไม่เหมาะสม จาบจ้วง สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่สมควรแก่ฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และไม่สมควรแก่ฐานะคนไทยที่อวดอ้างว่าจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

           เว้นเสียแต่ เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส จะนำพยานหลักฐาน มาประกอบการพูดจาได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ร้ายคดีใดไม่ได้ เพราะต้องไปถวายการอารักขาขบวนเสด็จ และ การถวายอารักขาขบวนเสด็จ เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจนครบาล จริงๆ ดังที่กล่าวอ้าง

           ผมไม่มีเจตนาที่จะนำข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และ สถาบันพระมหากษัตริย์ มาเป็นเครื่องมือทำลายล้างเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ดังที่มีการชี้นำ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องชี้แจง

           1. ผมเขียนบทความชิ้นนี้ และนำหลักฐานมาเปิดเผย ในวันที่ เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการไปแล้ว

           2. ผมเขียนบทความชิ้นนี้ เพื่อไม่ให้ใครก็ตามที่เคยคิด หรือ คิดจะเลียนแบบเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ต้องตระหนักว่าไม่สมควรกระทำ และอย่านำมาเป็นเยี่ยงอย่าง เพื่อปกป้องและรักษาสถาบันเบื้องสูงของคนไทยทุกคน ไว้

           3. ผมตระหนักอยู่เสมอว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันเบื้องสูงที่ไม่ว่าใคร ผู้ใด ก็ไม่ควรจะบังอาจกระทำการให้เสื่อมเสีย และไม่ควรนำไปใช้เป็นเครื่องมือใดๆ ทั้งสิ้น ผมจึงไม่เคยมีความคิดที่จะกระทำการดังที่มีการวิจารณ์กัน

           ผมขอบคุณท่านนักวิชาการที่กรุณาชี้แนะมุมทางกฎหมาย ต่อเรื่องนี้ แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ได้นำเสนอพฤติกรรมเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ในมุมมองของนักกฎหมาย หากแต่นำเสนอในมุมมองของผู้อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร แต่เพียงมุมเดียว และผมยังคงยืนยันว่า…

           “เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์”

           จากเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงได้ข้อคิดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งข้อว่า ดูคนอย่าดูเพียงหน้าตา และหน้าอกที่แขวนเหรียญตรา แต่ต้องดูให้ลึกเข้าไปในหัวใจของคนคนนั้น

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: