เลี้ยงไม่เชื่อง

           

           ผมคิดว่าผมน่าจะรู้ หรืออย่างน้อยก็พอเดาได้ว่านักการเมืองที่ซื่อสัตย์น้อยกว่าหมา ที่นายเสนาะ เทียนทอง พูดถึง เป็นใคร

           แม้นายเสนาะ จะไม่เอ่ยชื่อ แต่บรรยากาศ สภาพแวดล้อม และสถานการณ์การเมือง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ประกอบกับผู้คนที่เดินเข้าไปรายล้อมนายเสนาะ ที่กำลังง่วนอยู่กับการตั้งพรรคประชาราช ทำให้ผมนึกถึงหน้าคนคนหนึ่งขึ้นมาได้ และมั่นใจว่าไม่น่าจะผิด

           นักการเมืองคนนี้ มีชื่อติดบอร์ดนักการเมืองขี้ฉ้อมานานหลายปีดีดัก ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าจะเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนมาทุกยุคทุกสมัยที่ได้เข้าไปนั่งเป็นรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดิน

           ไปนั่งกระทรวงไหน กระทรวงนั้นเป็นโดน

           ไปนั่งเก้าอี้ไหน ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ก็ต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

           แต่ไม่รู้ว่ามีเวทย์มนตร์กลใดจึงทำให้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่ละครั้ง ไม่สามารถฝังร่างเขาลงใต้เวทีการเมืองได้ ยังคงมีลมหายใจอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

           ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อครั้งสังกัดอยู่กับกระทรวงคมนาคม ก็ใช่

           ถมทรายหนองงูเห่า ที่มีเศษเงินกระเด็นออกไปจากแผ่นดิน ตั้งแต่ทราบเม็ดแรกถึงพื้นที่หนองงูเห่า ก็เขาหมือนกัน

           จัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ด้วยข้ออ้างถ่ายทอดฟุตบอลโลกก็คนนี้

           สร้างโปรเจกท์เขื่อนเรียงหิน กินงบประมาณแผ่นดิน ก็คนเดียวกัน

           แทรกแซงราคาลำไย จนเกิดคดีทุจริตคอรัปชั่นหลายพันล้านบาท ข้าราชการเป็นแพะรับบาป มีคดีติดตัวนับร้อยคน ก็เขาอีก

           ปั้นโครงการเซ้งตึกเก่าวัฎจักร จะทำเป็นสำนักงานให้แก่หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง มูลค่านับพันล้านบาท ก็พี่คนนี้เหมือนกัน

           ขุดสระน้ำ 3 แสนสระ ก็เกือบจะเรียบร้อยแล้ว หากไม่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ทำให้น้ำตาร่วง ด้วยความเสียดายและเสียใจ ที่ไม่มีโอกาสได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน ช่วยเหลือประชาชน คนยากคนจน และพวกพ้อง

           วัวล้านตัว ก็เกือบจะตกถึงท้องแล้ว ถ้าไม่มีซือเจ๊คนสวยมาชิงเก้าอี้ตัดหน้า ทำให้สวรรค์ล่ม ต้องไปจมทุกข์อยู่กับกรรมกร แทนที่จะได้อยู่กับวัว

           ที่ยกมานี้ ล้วนแต่เป็นโครงการเด็ดๆ ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และตั้งคำถาม ว่าเขาคนนี้มีความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน ต่อประชาชน และต่อประเทศชาติ จริงหรือไม่

           เขาคนนี้จะได้ลิ้มรส “ฉี่ทหาร” มาแล้ว หรือไม่ ผมไม่อาจทราบได้ ต้องไปถาม นายยงยุทธ ติยะไพรัช เอง

           แต่ภาพที่เห็นปรากฎทางหน้าหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับหนึ่ง (ใครมีขอดูอีกครั้ง ผมว่าไม่เจอแล้ว) หลังทหารยึดอำนาจจากนายกฯทักษิณ ชินวัตร ไปหมาดๆ เขาคนนี้ ก็สวมวิญญาณนักฟุตบอลการเมือง เตะแหลกแล้วแหกค่าย ทำพิธีกราบไหว้คารวะพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อย่างนอบน้อม สองมือพนม ก้มหัวแทบจรดเป้ากางเกงประธานคมช. ที่เป็นดั่งฆาตรกรสังหารนายกฯทักษิณ หัวหน้าพรรคของตนเอง และ ฆาตรกรรมประชาธิปไตย ให้ล้มตายไปจากประชาชนคนไทย

           เขาคนนี้ มีชื่อติดโผนักการเมืองผู้รับอาสาก่อตั้งพรรคการเมืองเพื่อสืบทอดอำนาจให้กับทหาร มาตั้งแต่วันที่รถถังและกำลังทหารยังจอดอยู่ที่ลานพระราชวังดุสิต และปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล จนกระทั่งถึงวันนี้ ความหวาดระแวงสงสัยในพฤติกรรมที่นักการเมืองทุกพรรค ทุกกลุ่ม สื่อมวลชนทุกสำนัก ตลอดจนประชาชนผู้ติดตามการเมือง ก็ยังไม่คลายความคลางแคลงใจที่มีต่อเขาคนนี้

           การรับอาสาเป็นผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อสืบทอดอำนาจให้แก่เผด็จการทหาร เพราะได้รับข้อ เสนออันเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนว่า หากทำงานตั้งพรรคการเมืองให้ทหารสำเร็จ จะยกเว้นโทษตัดสิทธิการเลือกตั้ง 5 ปี ให้ จะขังไว้เฉพาะนายกฯทักษิณ ชินวัตร และนักการเมืองบางคนที่มั่นคงต่อไทยรักไทย ไม่ยอมไหลไปอยู่ที่อื่นเท่านั้น

           มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ไม่ร่วมต้าน คือสันดานของเขาคนนี้

           แต่ทว่า คำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ตัดสิทธิการเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคทั้ง 111 คน รวมเขาคนนี้อยู่ด้วย ทำให้ แผนการก่อตั้งพรรคทหาร ที่รับงานมาทำ ต้องสะดุดหยุดชะงัก หลังคำสบถที่ออกมาจากอารมณ์อันเดือดดาล

           “แม่ง…หลอกกู”

           เขาคนนี้ตกใจมากกับคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ จนแทบจะสติแตก เพราะเท่ากับว่าที่เคยคลานเข่าเข้าไปนบนอบ หมอบกราบ เหล่าเผด็จการทหาร ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดเลยแม้แต่น้อย ถูกหลอกใช้ แล้วฆ่าทิ้ง

           แต่ความตกใจของเขา ก็ยังไม่มากเท่ากับความตกใจที่เขาคนนี้ทำให้ประชาชนคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะแฟนๆ ไทยรักไทย และผู้เลื่อมใสนายกฯทักษิณ ชินวัตร ช็อกตาตั้ง เหมือน กับถูกฟาดด้วยหินก้อนใหญ่ที่เรียงเป็นเขื่อนกั้นแม่น้ำยม

           สิ้นเสียงคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ไม่นานวัน ขวัญกำลังใจของไทยรักไทย ยังกระเจิดกระเจิง ทำอะไรไม่ถูก พูดอะไรไม่ออก เขาคนนี้ก็ประกาศว่าจะรับนายไทกร พลสุวรรณ เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ที่เขากำลังก่อตั้ง และจะส่งนายไทกร พลสุวรรณ ลงสมัครรับเลือกตั้งที่จังหวัดขอนแก่น

           หากการยุบพรรคไทยรักไทย เป็นแผนการฆาตกรรมสังหารโหดอย่างเลือดเย็น นายไทกร พลสุวรรณ ก็ไม่ต่างจากผู้รับจ้างจัดหามือปืน มือสังหาร มากระหน่ำยิงพรรคไทยรักไทย ให้ตายดับไปต่อหน้าต่อตาของไทยรักไทยทุกคน รวมทั้งเขาคนนี้ด้วย

           นายไทกร เป็นผู้ติดต่อจ้างวานจัดหาพยานมาใส่ร้าย ให้ข้อมูลเรื่องการจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง แก่พรรคประชาธิปัตย์ และสร้างพยานหลักฐานเท็จ เพื่อโยนความผิดแก่กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งมีเทปเสียง เทปภาพ เป็นหลักฐานยืนยันชัดเจน ว่าการยุบพรรคไทยรักไทย มีการวางแผนและทำกันเป็นขบวนการ และมีการเปิดเผยต่อมาจากพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ว่าการยุบพรรคไทยรักไทย เป็นหนึ่งในแผนบันไดสี่ขั้น ที่จะทำลายพรรคไทยรักไทย และทำให้พรรคการเมืองได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า

           ทั้ง 111 คน ของไทยรักไทย รวมทั้งเขาคนนี้ ได้รับผลกระทบจากการกระทำของนายไทกร พลสุวรรณ แต่เขาคนนี้ก็ยังมีน้ำใจแก่นายไทกร และจะส่งนายไทกร เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของเขา

           ไม่เพียงแต่รับนายไทกร พลสุวรรณ เข้าสังกัด สัตว์มนุษย์ตนนี้ ยังเดินเข้าไปหาทุกคนที่เป็นศัตรูกับนายกฯทักษิณ ชินวัตร และร่วมกันวางแผน ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง และกระทำทุกวิถีทางเพื่อจะสกัดกั้นไม่ให้ไทยรักไทย มีโอกาสกลับมาเป็นทำงานการเมืองได้อีก มีการปล่อยข่าวเท็จ สร้างข่าวลวงเกี่ยวกับอนาคตของผู้คนในไทยรักไทยที่ยั่งมั่นคงกับพรรค และนายกฯทักษิณ ไม่เปลี่ยนแปลงกันทุกวัน เพื่อเขย่าขวัญสั่นประสาท นักการเมืองจิตอ่อน แต่ไม่ได้ผล เมื่อพรรคพลังประชาชนตกลงรับสมาชิกและนโยบายพรรคไทยรักไทย ไปดำเนินกิจกรรมการทางการเมือง สืบต่อไป

           เมื่อหมดหนทางที่จะสร้างภาพ สร้างราคา จากกลุ่มการเมืองขนาดใหญ่ ที่ใหญ่ที่สุดในไทยรักไทย มีสมาชิกมากกว่า 80 คน เป็นกลุ่มการเมืองที่จะชี้วัดตัดสินว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ กลับกลายเป็นกลุ่มการเมืองที่มีสมาชิกไม่ถึง 20 คน เนื่องจากกระเป๋าเงินใบใหญ่ 3 ใบ ที่เคยสนับสนุนอุ้มชู เมื่อครั้งอยู่ไทยรักไทย ทนดูพฤติกรรมไม่ไหว ทนคำด่าทอ “เนรคุณ” ไม่ไหว จึงตัดการสนับสนุน และแยกทางเดิน

           เมื่อกระเป๋าเงินหาย นายทุนไม่อัดฉีด หน้าเขาคนนี้จึงเริ่มซีด ซีดลง ซีดลงทุกวัน จนกระ ทั่งต้องยอมทุกอย่างเพื่อหาที่อยู่ใหม่ หาที่พักพิง หาที่เกาะใหม่

           จากที่เคยลำพองถึงขนาดที่ว่า แจกข่าวให้สื่อมวลชน ว่านักการเมืองต่างค่าย ต่างก๊วน จะมารวมตัวกันเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่ตนสร้างขึ้น โดยไม่ปรึกษาหารือกับใครสักคำ ทุกคนที่ถูกนำมาแอบอ้างเพื่อสร้างราคา จึงไม่เล่นด้วย กลายเป็นมวยเสียราคาไปนับแต่วันนั้น ต้องกลายมาเป็นคนเดินหาพรรคสังกัด ใครชวนไปไหนไปด้วย ใครให้แถลงข่าว โชว์ตัวที่ไหนเอาด้วยทั้งหมด ขอเพียงแค่มีที่อยู่ใหม่ มีที่เกาะใหม่ให้ดูดเลือดเลี้ยงชีวิตต่อไปได้ก็พอใจแล้ว

           ประกาศตัวเป็น ทางสายกลาง ได้ไม่นานนัก ก็ขอไปซบตักพรรคเพื่อแผ่นดิน ยังไม่ทันสิ้นกลิ่นน้ำลายที่ขายข่าวกันใหญ่โต ก็ไปขออยู่ด้วยกับพรรคประชาราช ของนายเสนาะ เทียนทอง ใครๆ ก็คิดว่าคงจะตกร่องปล่องชิ้นเป็นทองปลอมแผ่นเดียวกันได้ เพื่อที่แผ่นดินจะได้สูงขึ้นเสียที หลังจากถูกประชาชนเผารวมกันไปในคราวเดียวกัน วันที่ 23 ธันวาคม นี้

           แต่ที่ไหนได้ ก็อย่างที่ว่า เมื่อยังไม่ตาย ลมหายใจยังไม่หมด ชั่วตดไม่หายเหม็นในพรรคประชาราช เขาคนนี้ก็ก่อการใหญ่อีกครั้ง ปล้นถุงเงินของนายเสนาะ เทียนทอง ออกจากพรรคประชาราช ไปต่อหน้าต่อตา

           ทั้งเชียร์ ทั้งเลีย ทั้งลูบ ทั้งคลำ ทั้งขยำ ทั้งนวด บีบแขน บีบขา ป้อยอคำหวาน จนนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หลงเสน่ห์ เก็บผ้าเก็บผ่อนออกจากพรรคประชาราช ไปอยู่ด้วยที่พรรคทางสายกลาง ยอมเสียเนื้อเสียตัวให้กับเขาคนนี้ หลังจากได้รับฟังเรื่องราวชวนฝัน “ทักษิณ เป็นนายกฯ ได้ ประชัย ก็เป็นได้” จนไม่อยากจะตื่นมาเจอกับความจริง

           ปฏิบัติการปล้นถุงเงินออกจากพรรคประชาราช ครั้งนี้เอง ที่ทำให้นายเสนาะ เทียนทอง น็อตหลุด ถึงกับต้องให้หมาปลอบใจ ว่าแม้คนจะไม่สัตย์ซื่อ แต่ก็ยังมีหมาที่ซื่อสัตย์

           เขาคนนี้ กำลังก่อร่างสร้างพรรคการเมืองใหม่ กับนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ นายทุนใหญ่ของสนธิ ลิ้มทองกุล และพันธมิตรประชาชนชับไล่นายกฯทักษิณ ก่อวิกฤติแก่ชาติบ้านเมือง ทำให้นายกฯทักษิณ ต้องลี้ภัยไปรักษาชีวิตตนเองอยู่ในต่างแดน และประชาชนเดือดร้อนกันอย่างแสนสาหัสอยู่ในเวลานี้

           หากเขาคนนี้ ไม่เคยอยู่กับไทยรักไทย ไม่เคยแสดงให้เห็นว่ารัก ภักดี และซื่อสัตย์ต่อนายกฯทักษิณ ชินวัตร ยิ่งกว่าบิดาบังเกิดเกล้า ให้ได้เห็น ก็คงไม่เป็นไร และคงอภัยได้ที่เขาจะไปคบหา ไปร่วมก่อการ ไปสนับสนุนคนที่ทำร้ายและทำลายนายกฯทักษิณ อย่างนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ขึ้นมาเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

           แต่ทว่า เขาคนนี้ เคยมาขออาศัยพรรคไทยรักไทย อยู่ หลังจากที่ลูกพี่เก่า เจ้านายใหญ่ที่เคยอาศัยบารมีชุบเลี้ยงชีวิตทางการเมืองในพรรคกิจสังคม หมดลมหายใจไปแล้ว เมื่อมาขออยู่ด้วย และได้รับเมตตาจากนายกฯทักษิณ ให้ที่อยู่ ที่กิน ให้ข้าว ให้น้ำ ให้เกียรติ ให้ศักดิ์ศรี ให้มีหน้าตาตำแหน่ง สมควรแก่ฐานะ ตามที่รับปากไว้กับอดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคม ผู้ล่วงลับ แต่เขาคนนี้กลับมาแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ให้ได้เห็น ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นตัวอะไรที่จะเหมาะสมแก่การกระทำเยี่ยงนี้

           “ เลี้ยงไม่เชื่อง” คือคำจำกัดความที่พอนึกออกได้ในขณะนี้

           นอกจากจะ “เลี้ยงไม่เชื่อง” แล้ว เคารพศัตรูผู้ฆ่าพ่อ เป็นบิดาอีกคนหนึ่งแล้ว เขาคนนี้ ยังมีหน้าไปสั่งการสมาชิกพรรคทางสายกลาง ทุกคน เมื่อออกไปพบปะประชาชน ต้องตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เพื่อหลอกเอาคะแนนจากประชาชน มาเป็นของตนให้ได้

           “พวกเรายังนับถือท่านทักษิณ เป็นพ่อ แต่ตอนนี้พ่อ ไม่อยู่บ้าน พวกเราก็ต้องสร้างบ้านใหม่ไว้รอพ่อกลับมา พวกเรายังรักและศรัทธาพ่อทักษิณ ทุกเวลา ทุกนาที และจะทำตามนโยบายที่พ่อทักษิณ สร้างไว้ ทุกเรื่อง งานทุกอย่างที่พ่อทักษิณ ทำไว้ เราจะทำต่อ และทำให้ดียิ่งขึ้น ภารกิจของเราคือ จะพาพ่อทักษิณ กลับเมืองไทยอย่างปลอดภัย ขอให้เลือกเราไปทำหน้าที่ในสภา ไปพาพ่อทักษิณ คืนประเทศไทย”

           นี่คือบทพูดที่ สมาชิกพรรคของเขาคนนี้ ท่องจำกันได้อย่างแม่นยำ และไปหลอกให้ชาว บ้านที่ยังรักมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงจากนายกฯทักษิณ สับสน งุนงงว่า อันไหนของจริง อันไหนของปลอม เพราะลูกน้องของเขาคนนี้ มีไอเดียอันบรรเจิด เกิดความคิดใหม่ ไปบอกชาวบ้านว่า เราเป็นสาขาของพรรคพลังประชาชน ก็เลยสับสนกันไปใหญ่

           นอกจากจะ “เลี้ยงไม่เชื่อง” แล้ว ยังหาเรื่องโหก หาเหตุขโมยคะแนนของพรรคพลังประชาชน อย่างหน้าด้านๆ อีกด้วย

           เรียก ทักษิณ เป็นพ่อทุกคำ แต่ระยำถึงขนาดไปนับคนร่วมฆ่าทักษิณ เป็นพ่อคนใหม่

           ไปถามนายประชัย เลี่ยงไพรัตน์ ก่อนสิว่า พร้อมจะเรียกทักษิณ เป็นพ่อ ด้วยไหม

           เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงเมื่อไร ก็จะได้เห็นปรากฎการณ์อันเหลือเชื่อ สมาชิกพรรคทางสายกลาง จะสรรเสริญนายกฯทักษิณ จนลิ้นพันกัน แต่นายประชัย จะถล่มนายกฯทักษิณ เป็นคนขายชาติ

           ยิ่งไปในอีสานและภาคเหนือ ก็จะยิ่งเหลือเชื่อ ถ้าได้เห็นนายประชัย นั่งนิ่งเป็นลิงป่วย ไม่พูด ไม่จากับใคร และไม่เปิดหูด้วย เพราะทนไม่ได้ที่จะต้องฟังผู้สมัครส.ส.ที่รับเงินตัวเอง ไปพูดจาสอพลอนายกฯทักษิณ ให้ชาวบ้านฟังและชื่นชอบ

           เชื่อไหมว่า ขณะนี้มีกติกาข้อสำคัญของพรรคทางสายกลาง ว่า ในการหาเสียง จะด่าใครก็ด่าไป แต่อย่าด่า อย่าแตะต้องนายกฯทักษิณ เป็นอันขาด หากใครแหกคอก ไม่เคารพกติกาข้อนี้ อาจจะถูกขับออกจากพรรคได้ง่ายๆ ในฐานะที่ทำให้เสียหายต่อคะแนนเสียงของผู้สมัครคนอื่น เว้นให้หัวหน้าพรรคคนเดียว ไม่อย่างนั้นจะอกแตกตาย ถ้าไม่ได้ด่านายกฯทักษิณ

           ด้วยกลยุทธ์หาเสียงแบบจ้องขโมยคะแนนพรรคพลังประชาชน จากคนที่ศรัทธา คิดถึงนายกฯทักษิณ นี้เอง ที่ทำให้ เขาคนนี้ฝันไปไกลว่าจะได้ส.ส.มากมาย ถล่มทลายถึง 200 เสียง หรืออย่างน้อยๆ ต้องมี 150 คน ขึ้นไป เป็นพรรคใหญ่ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะเขาคนนี้เชื่อว่า ประชาชนจะไปรู้อะไร แค่พูดว่าเป็นพวกเดียวกับทักษิณ ชมทักษิณ ก็ได้คะแนนแล้ว

           แต่ทว่า หลังจากส่งผู้สมัครลงพื้นที่ในอีสาน กล่าวขานชี้แจงตามบทพูดที่สอนไป ปรา กฎว่าถูกชาวบ้านไล่กลับมา เอาสิ่งของขว้างปา จนหนีแทบไม่ทัน พร้อมกับคำด่าไล่หลัง “ไอ้เนรคุณ”

           ชาวบ้านไม่หลงกล ไม่หลงมนต์เสน่ห์เขาคนนี้ เหมือนกับมหาเศรษฐีบางคน ที่มีแต่กระเป๋าหนัก แต่หูเบา เหลือเกิน

           ถ้าคนอย่างประชัย เป็นได้ คนอย่างประดาบ ก็น่าจะมีลุ้นล่ะวะ

           เงินไม่มี แต่มีพวก

           เลือกตั้ง เขาดูกันที่จำนวนคนรักว่ามีกี่มากน้อย ไม่ได้ดูกันที่เงินหน้าตักว่ามีเท่าไร จริงไหมครับ ?

           ในฐานะที่เป็นชาว “ประ” ประดาบ ก็อยากจะฝากคำเตือนถึง ประชัย ว่าอย่าได้ ประมาท เป็นอันขาด เพราะเขาคนนั้นที่ ประชัย กำลังเล่นอยู่ด้วย ไม่ใช่คนธรรมดา และไม่ใช่หมา ตามที่นายเสนาะ เปรียบเทียบ แต่เป็นเห็บ ต่างหาก

           เป็นเห็บที่กระโดดหนี ทั้งๆ ที่หมาตัวที่มันเกาะอยู่ ยังไม่ตาย

           เพียงแค่ผ่อนลมหายใจให้เบาลงเท่านั้นเอง

           คนอย่างเขาคนนี้ คือคนที่จัดเข้ากับภาษิต “หมาตายเห็บกระโดด” ได้อย่างที่ไม่ต้องการคำอธิบายใดเพิ่มเติม

           เขาคนนี้เป็นใคร ..

           เขาคนนี้ของผม เป็นนักการเมืองที่ซื่อสัตย์น้อยกว่าหมาที่นายเสนาะ เทียนทอง พูดถึงหรือไม่

           หรือว่าผมจะเข้าใจผิดว่าเป็นคนคนเดียวกัน

           แต่ผมยืนยันได้ว่าเขาคนนี้ที่ผมเขียนถึง มีตัวตนจริงๆ

           และอาจจะเป็นคนที่ทำให้เกิดคำเปรียบเทียบที่เป็นชื่อหนังสืออันโด่งดัง ก็เป็นได้

           “ผู้ชายเลวกว่าหมา”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: