!! เรื่องที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ต้องชี้แจง

ด่วน !! เรื่องที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  ต้องชี้แจง

          ผมได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง (e-mail) จากผู้ส่งที่แจ้งชื่อ-นามสกุล มาเรียบร้อย  แต่ขอสงวนไว้ ไม่ให้ เปิดเผย เพราะเกรงกลัว อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตตนเองและครอบครัว  ซึ่งครั้งแรกผมตั้งใจที่จะไม่นำเสนอในเวปไซต์นี้ เพราะเห็นว่ามีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับใบปลิวหรือบัตรสนเท่ห์ แต่เมื่อได้สนทนาแลกเปลี่ยนกันทาง e-mail อยู่ 2 วัน โต้ตอบกันไปมาระหว่างผม กับผู้ส่ง e-mail เข้ามา พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบจำนวนหนึ่ง

          ผมกับทีมงานร่วมกันคิดและตัดสินใจนำเสนอ  e-mail ฉบับนี้  เพราะเห็นว่ามีหลักฐานน่าเชื่อ  แต่ด้วยข้อจำกัดในการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม  จึงใคร่ขอให้ คตส. ป.ป.ช.  ป.ป.ง. สตง. กระทรวง กลาโหม  รัฐบาล และ กองทัพบก เข้าไปตรวจสอบโดยด่วน ว่ากรณีที่จะนำเสนอต่อไปนี้  มีมูล  มีหลักฐาน  มีข้อเท็จจริงหรือไม่  เพื่อความ โปร่งใสของผู้ถูกกล่าวหา และความสบายใจของคนไทยทั้งประเทศ

          เหตุผลประการสำคัญที่ผมตัดสินใจนำเสนอกรณีนี้ในเวปไซต์ ก็เพราะผู้ส่งข้อมูล เธอแจ้งว่าทำงานอยู่ ในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  และได้ไปช่วยงานคตส.   พบเห็นเอกสารชิ้นนี้ ตกหล่นอยู่ในห้องทำ งานของ นายสัก กอแสงเรือง หนึ่งในคณะกรรมการคตส. ซึ่งย่อมจะแปลความได้ว่าข้อมูลชิ้นนี้ ถูกส่งไปให้ นายสัก กอแสงเรือง เรียบร้อยแล้ว

          แต่จนถึงขณะนี้ ก็ไม่มีคณะกรรมการคตส. คนใด เปิดเผยถึงข้อมูลที่ได้รับมา และเข้าใจว่าน่าจะไม่มีการ ตรวจสอบด้วย  ผมจึงเห็นว่า เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน และจะได้มีส่วนในการผลักดันให้คตส. เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย จำเป็นต้องนำมาเสนอในเวปไซต์ของเรา

          เพื่อรักษาข้อตกลงกับเธอผู้ส่งข้อมูลมาให้  ผมต้องตัดท่อนหัว-ท้ายของ เอกสารออก เนื่องจาก มีร่อง รอยที่จะทำให้ติดตามได้ ว่าเอกสารฉบับนี้หลุดจากแหล่งใด  แต่ผมต่อรองว่า ยินดีตัดท่อนหัว-ท้ายจดหมายออก แต่ จะคงเนื้อความไว้ทุกถ้อยคำ  เว้นแต่ ชื่อ-นามสกุล ข้าราชหารทหารที่ถูกพาดพิงถึง เมื่อผู้ส่งข้อมูลตอบว่า  “ไม่มีปัญหา”  ก็ขอเชิญทุกท่านอ่านและใช้วิจารณญาณก่อนตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือไม่  และแสดงความคิดเห็นตามกติกา ครับ…

 ……………………………………………..

          “การจัดสรรประโยชน์ของ  นายหมายเลขหนึ่ง   สายหลักที่ทำเงินมาให้มากที่สุดคือสาย  กรมพลา ธิการทหาร บก  ได้แก่  บริษัท  กิจรุ่งเลิศ  จำกัด  โดยมี นายสุรศักดิ์  โตรุ่งเลิศ  บริษัทเสรีชัยยุทธภัณฑ์  จำกัด  โดย ครอบครัวยอดวานิชย์  บริษัท  ไทยเครื่องสนาม  จำกัด  โดยนาย พีรพล ชวลิตมลเฑียร 

          ทั้ง 3 บริษัทถือว่า  เป็นบริษัทที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในกองทัพบก  ทั้ง 3 บริษัทเป็นผู้ผลิตและ จำหน่ายเครื่องสนาม  หมวกสนาม  เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายทุกชนิด  ร่วมถึงเสื้อเกราะป้องกันกระสุน  รองเท้า  ผ้าสี พราง  เดิมทั้ง 3 บริษัทแยกกันประกอบการค้า 

         ต่อมามีการรวมตัวมีการฮั้วกันตั้งแต่ ปี 2548   ก็มีการกีดกันบริษัทอื่น ไม่ให้ค้าขาย  โยกย้ายข้าราชการที่ขัดผลประโยชน์  แม้แต่นายทหารระดับ  พ.ท.  พ.อ.  กลุ่มนี้ก็ย้ายได้
  
         สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ  เมื่อมีการปฏิวัติ กลุ่มนี้ได้ใจเมื่อ  อดีตเจ้ากรมพลาธิการทหารบก  อดีตเสนาธิการทหารบก เป็นผู้ประสานประโยชน์  ร่วมกับ   เจ้ากรมฯคนปัจจุบัน  ทั้ง 3 คน  เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6  และสนิทสนมกันมาก ถึงกับต่อวาระการเป็นเจ้ากรมถึง 3 ครั้ง  เพื่อเอาไว้ เป็นกระเป๋า

         กรมพลาธิการทหารบก  เป็นกรมที่ได้งบประมาณมากที่สุดในกองทัพบก ตั้งแต่มี ผบ.ทบ. ใหม่ เมื่อปี 2548  งบประมาณทั้งกองทัพ ประมาณ  2,000,000,000  บาท  โอนมาให้กรมพลาธิการ  1,600,000,000  บาท  เพื่อทำ ผลประโยชน์ให้  ผบ.ทบ.  ให้มากที่สุด 

         การจัดซื้อจัดหาที่เลวและอัปยศที่สุด คือการจัดซื้อเสื้อเกราะป้องกันกระสุน  วงเงิน  1,091,000,000  บาท  โดยวิธีพิเศษ  เดิมกรมพลาฯ ทำเรื่องขออนุมัติหลักการ  ผ่านเสนาธิการทหารบก  ในขณะนั้น  คือ อดีตเจ้า กรมฯ นำเรียนถึง  นายหมายเลขหนึ่ง   ขออนุมัติจ้างผลิตในประเทศ  ซึ่งประเทศไทยมีขีดความสามารถผลิตได้ดี และราคาถูก ทั้ง  3  ระดับคือ  1A  2A  3A 

         ต่อมามีการขออนุมัติปรับแผนให้ซื้อจากต่างประเทศ  นายหมายเลขหนึ่ง  ก็อนุมัติอีก  กรมพลาฯ ก็ ขออนุมัติจัดซื้อวิธีพิเศษ  ผ่านกลุ่มบริษัทอิทธิพลทั้ง  3  โดยมีบริษัท เสรีชัยยุทธภัณฑ์ จำกัด  เป็นแกนนำ  และใช้ ชื่อเป็น คู่สัญญากับ กองทัพบก  บริษัท กิจรุ่งเรือง  จำกัด  โดยนาย สุรศักดิ์ โตรุ่งเลิศ รับผิดชอบด้านการประสาน ประโยชน์ และเลี้ยง รับรองดูแลผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง  มี  อดีตเจ้ากรมฯ  รับดูแลการปฏิบัติทั้งหมด
  
         เมื่อเดือนธันวาคม  2549  นายสุรศักดิ์ โตรุ่งเลิศ พาภรรยานายหมายเลขหนึ่ง  พร้อมคณะ ท่อง เที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น  พร้อมเงินติดตัวคนละ  1,000,000  บาท  พอกลับมาเห็นผลทันตา  ผบ.ทบ.  ได้มีคำสั่ง เร่ง รัดให้  กรมพลาธิการทหารบก จัดซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนงวดแรกให้แล้วเสร็จ  ภายในเมษายน  2550  วงเงิน งวดแรก  174,000,000  บาท  เร่งรัดเรื่องเครื่องสนามงวดแรก  51,000,000 บาท  จากวงเงินรวม169,000,000 บาท  เร่งรัดเรื่องหมวกสนามวงเงิน  195,000,000 บาท  โดยอ้างสถานการณ์ภาคใต้  ทั้งหมดผู้ที่ประมูลได้ก็ไม่พ้น  3  บริษัทที่กล่าวมาแล้ว
  
         วันที่  13-18  มีนาคม  2550  นาย สุรศักดิ์ โตรุ่งเลิศ  จะพา  เจ้ากรมฯ  และนายทหาร พร้อมครอบ ครัว  ไปประเทศออสเตรเลีย  พร้อมเงินติดตัวครอบครัวละ  500,000บาท เพื่อแลกกับการที่จะประมูลผ้าสีพราง วงเงิน  245,000,000 บาท  และการผลิตรองเท้าแทนองค์การฟอกหนังที่กำลังจะเลิกกิจการ  งบประมาณ ปีละ  320,000,000 บาท
  
         ทั้ง  3  บริษัท  ได้ลงขันซื้อรถยนต์  ฮอนด้า  ซี.อาร์.วี  รุ่นใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ให้เจ้ากรมฯ  ซึ่งรถ ยนต์ดังกล่าวซื้อจาก  บริษัท  เอช.ซี.เอ็น  จำกัด  อันเป็นบริษัทของครอบครัว  ยอดวานิชย์  กลุ่ม ยอดวานิชย์  ที่จริงเคยเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย  ต่อมาไม่ชอบท่านทักษิณ  เพราะขัดผลประโยชน์ในการนำเอา การประมูลระบบอีเล็กทรอนิกส์มาใช้ 

         พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  เคยบอกว่าอยากจะร้องไห้เมื่อรู้เรื่องท่านนายก ทักษิณ ชินวัตร  ฟังแล้ว อยากจะขำกลิ้ง
  
         เป็นอย่างไรครับคุณสักฯ  ที่เล่ามาเป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น  ยังมีรายละเอียดเรื่องอื่นอีกมากครับ  ขอให้ช่วยดำเนินการด่วนด้วย  จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติโดยภาพรวม  และเป็นประโยชน์แก่เหล่าทัพ อย่าง มหาศาล 

         สำหรับหลักฐานการเข้าออกประเทศ  ทางท่านคงจะทราบดีว่าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างไร  ส่วนผมและคณะเคลื่อนไหวมากๆ  ไม่ได้ครับ”

         เป็นอย่างไรครับ เนื้อความในจดหมายฉบับนี้ เท็จหรือจริงประการใด อยู่ที่นายสัก กอแสงเรือง ในฐา นะกรรมการคตส. เมื่อได้รับเรื่องมาแล้ว เก็บเอาไปซุกซ่อนที่ไหน หรือ ไม่มีเวลาที่จะสอบสวนเรื่องนี้ หรือเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ส่งต่อให้หน่วยงานประจำทำ ก็แล้วแต่ดุลพินิจ

         ในส่วนของ ป.ป.ช.  ป.ป.ง.   ส.ตง.   กระทรวงกลาโหม   รัฐบาล   สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  จะนำไป พิจารณาหรือไม่ หรือเห็นว่าจดหมายที่ระบุชื่อจริง นามสกุลจริง พร้อมทั้งชื่อบริษัทห้างร้านทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องโคม ลอยทั้งหมด ก็ไม่เป็นไร 

         วันหนึ่งข้างหน้าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง  ก็อาจจะต้องมาเปลืองแรงชี้แจงกันว่า เมื่อครั้งอยู่ใน ตำแหน่งหน้าที่ ทำไมไม่ทำ  ทำไมจึงละเว้นปฏิบัติหน้าที่  ทำให้ตัวเองเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็น่าทดลองดู

         ผมได้แต่หวังว่าน่าจะมีสักหน่วยงานหนึ่ง เข้าไปตรวจสอบเพื่อทำความจริงให้ปรากฎ อย่าเก็บงำเรื่องที่ ประชาชนส่งมาให้ ตามตัวอย่างที่ไม่ดี ที่นายสัก กอแสงเรือง ทำให้เห็นเลยครับ  เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน  รวมตลอดจน ผู้ที่ถูกระบุชื่อทุกคน ในจดหมายฉบับนี้  จะได้รับความเป็นธรรม

         ใช่แล้ว…. ผมนึกได้แล้วคนหนึ่งที่ผมต้องขอฝากไว้เป็นความหวัง ก็คือ นายอลงกรณ์ พลบุตร มือปราบทุจริตแห่งพรรคประชาธิปัตย์   ยังจำได้ดีสมัยที่ท่านตรวจสอบเรื่อง การจัดเสื้อเกราะกันกระสุน ครั้งที่แล้ว ท่านเข้มแข็งมาก  จะมาตรวจสอบการจัดซื้อเสื้อเกราะ อีกสักยกไหม กล้าหรือไม่กล้า วัดใจครับ.

         ใช่แล้ว….. ผมนึกได้อีกคนหนึ่ง นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์  คอลัมนิสต์ใหญ่ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน  มันสมองของนายสนธิ ลิ้มทองกุล  ในฐานะอดีตผู้อำนวยการองค์การฟอกหนัง  น่าจะเข้าตรวจสอบดู นะ ครับว่างบซื้อรองเท้า 320,000,000 บาท  มันไปเข้ากระเป๋าใคร แทนที่จะเข้ากระเป๋าองค์การฟอกหนัง ที่กำลังจะ เจ๊งไป

         ใช่แล้ว….. ผมลืมไปได้อย่างไร นายสนธิ ลิ้มทองกุล มือปราบคอรัปชั่นแห่งสยามประเทศ  นักกล่าวหาระดับชาติ จะไม่ลองเข้าไปตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งบประมาณของทหารดูสักหน่อยหรือ  อาจจะเจออะไรดีๆ เอามาใช้ต่อรองในโอกาสอันดีงามวันข้างหน้า ก็ได้นะครับ

         สาบานต่อหน้าพระ เถอะ!!  ผมได้แต่ภาวนาให้ข้อมูลที่ผมได้รับ ไม่เป็นความจริง 

         แต่ถ้าไม่มีใครมาตรวจสอบแล้วปฏิเสธอย่างมีเนื้อหา มีหลักฐาน มีเหตุมีผล ผมก็อดไม่ได้ที่จะกังขา ต่อพฤติกรรมของทุกคนที่ถูกระบุชื่อในจดหมายฉบับนี้

         หรือว่า ท่านจะยึดคติเดียวกันทั้งคณะว่า “เราไม่ใช่จำเลย เราเป็นวีรบุรุษ ไม่ต้องชี้แจง” ก็ไม่เป็นไรครับ

         ผมจะรอดูรัฐบาลชุดหน้า เขามาตรวจสอบและชี้แจงเรื่องนี้ แทนพวกท่านก็ได้ครับ

         ประชาชนอย่างผมรอได้เสมอ 

         ก่อนจาก ขอฝากทิ้งท้าย 5 ข้อ ใครตอบได้บ้างครับ

         1. ภรรยาทหารใหญ่ท่านใด ไปเที่ยวญี่ปุ่นบ้าง
         2. มีการอนุมัติจัดซื้อเสื้อเกราะ เสร็จในเดือนเมษายน 2550 จริงหรือไม่
         3. มีนายพลทหารคนหนึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากออสเตรเลีย จริงหรือไม่
         4. มีนายพลทหารคนหนึ่ง ถอยรถฮอนด้าซีอาร์วี ออกมาจริงหรือไม่
         5. 3บริษัทที่ถูกกล่าวถึง ค้าขายอยู่กับกองทัพบกจริงหรือไม่

         ขอถามเพียงแค่ 5 ข้อนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตเลยนะครับ  ตอบแค่ว่าจริงหรือไม่เท่านั้น  จะตอบได้ไหมครับ?
 
         จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด ที่ สถานทูตไทยประจำประเทศ ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย  พบว่า มีการเดินทางไปพักผ่อน ทั้ง 2 ทริปดังที่มีการให้ข้อมูลนี้ จริง  ซึ่งเรื่องนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ไม่ยาก เพียงแต่ขอข้อมูลไปที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทุกอย่างก็จะกระจ่างแจ้ง

         แต่ข้อมูลที่ได้ขณะนี้ เพียงแต่ยืนยันได้ว่ามีการเดินทางจริง หากอยากทราบมากกว่านั้น เรื่อง Pocket Money จริงหรือไม่  รถยนต์ฮอนด้า ซี.อาร์.วี จริงหรือไม่  และเป็นผลให้มีการเร่งรัดจัดซื้อ จริงหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบกันต่อไป

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: