เมื่อ”พันเอก”เป็นวีรบุรุษ “พลเอก”จึงกลายเป็นกบฎ

          

        เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เอกสาร 9 แผ่นที่ "ท่านพันเอก" นำมาให้ พอจะเป็นพยาน หลักฐานมัด คมช. ทั้งคณะ โดยเฉพาะ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร  กับ นายเชียรช่วง กัลยาณ มิตร หัวหน้าทีมงานวิเคราะห์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์เชิงลึก ของคมช.  ในฐานะผู้ต้องหาถลุงเงินแผ่นดินโดยมิชอบได้หรือไม่

         ปฏิกิริยาจากท่านต่างๆ ต่อเรื่องนี้เป็นอย่างไร ลองมาดูกันสัก 3 คนครับ

         คนสำคัญคนที่หนึ่ง 

        
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่าไม่ทราบว่าเอกสารหลุดออกมาได้อย่างไร แต่ยืนยันว่าการทำงานของคมช.ทำงานอย่างตรงไปตรงมา โดยงบประ มาณดังกล่าวที่นำมาใช้งานถูกต้อง คนที่นำข้อมูลมาเปิดเผยในลักษณะแบบนี้ คงไม่หวังดีโดยจุดประสงค์เพื่อต้องการหาช่องทางเล่นงาน คมช. แต่การดำเนินการดังกล่าวของ คมช.ก็เป็นการใช้งบที่ถูกต้องเพราะมีใบเสร็จ 

        "คงจะมีบางคนที่อาจจะไม่ชอบ คมช. และไม่ปรารถนาดี จึงได้มีการนำเอกสารดังกล่าวไปให้กลุ่มที่เสียผลประโยชน์มาโจมตี คมช. แต่เท่าที่ดูเอกสารก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร เพราะเอกสารเป็นการดำเนินการตามกฎระเบียบของทางราชการ ซึ่งคนที่ดำเนินการสามารถชี้แจงได้"

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า คงจะมีเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้แล้วก็คงจะเกิดขึ้นอีก กำลังพลในกองทัพที่รับใช้ฐานอำนาจเก่านำเอกสารออกไปเพื่อเปิดประเด็น และผูกโยงให้สังคมเกิดความสงสัย และเป็นช่องทางในการโจมตี คมช.

เมื่อถามว่า คมช. จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า คงไม่จำเป็นจะต้องตรวจสอบ เพียงแต่เป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า คนในกองทัพบางคนนำเอกสารไปกับอีกฝ่ายหนึ่งมาโจมตี แต่อย่างไรก็ตาม คมช.ดำเนินการโปร่งใสอยู่แล้ว สังคมสามารถตรวจสอบได้ ตอนนี้ คมช.อยู่ในฐานะที่เราตรวจสอบคนอื่น เราพร้อมให้คนอื่นตรวจสอบได้เหมือนกัน เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยแบบนี้อีก พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า เอกสารลับจะมีผู้รับผิดชอบโดยตรงอยู่ดูแลอยู่แล้วคงไม่น่าจะมีปัญหา

หมายเหตุ : ประดาบ

1. จากการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ในฐานะหัวหน้าสำนักงานเลขาธิ การ คมช. ยอมรับแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เอกสาร 9 แผ่น เป็นเอกสารจริงทุกแผ่น จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายเชียรช่วง กัลยาณมิตร น้องชายสุดที่รัก ของพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ฟาดเงินแผ่นดินไปแล้ว 12 ล้านบาท โดยความเอื้ออาทรของพี่ชาย และคณะผู้ก่อการรัฐประหาร ไม่ทราบว่าคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และ นายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. สนใจจะตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่

2. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สารภาพอย่างหมดรูป หมดฟอร์ม ว่า "ไม่รู้ว่าเอกสารหลุดออกมาได้อย่างไร"  ไม่เห็นยากอะไร ผมก็เฉลยตั้งแต่ต้นแล้วว่า ผมได้รับเอกสารจาก "ท่านพันเอก" คนหนึ่ง ที่เห็นประเทศชาติ สำคัญกว่า คมช. และพวกพ้องในกองทัพ  และไม่ได้มีเพียงเท่านี้ครับ  ผมได้รับเพิ่มเติมมาอีก  1 ชุดแล้ว  บอกไว้ตรงนี้เลยก็ได้ว่า เป็นรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับทีมงานวิเคราะห์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์เชิงลึก ของคมช. พร้อมที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อประสานงานครบถ้วนทุกคน อดใจรออีกนิด จะเปิดเผยให้ดูกันแบบจะๆ อีกสักชุด  ตอนนี้ได้แต่เป็นห่วง คมช. ว่าหากยังหละหลวมแบบนี้ ระวังเอกสารสำคัญ "ลับ" "ลับมาก" "ลับที่สุด" "ลับเฉพาะ" จะหลุดออกมาสู่มือ "ฝ่ายตรงข้าม" ทั้งหมด

3. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม บอกว่า "ดูเอกสารแล้ว ไม่ได้เป็นความลับอะไร"  …เป็นคำแก้ตัวที่น่าหัวเราะเป็นเพลงมาร์ชกองทัพบก แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นความลับอะไร หลังจากที่ Hi-thaksin นำมาเปิดเผยทุกตัวอักษร แต่ก่อนหน้านั้น มันจัดอยู่ในขั้น "ลับมาก"  ถ้าเป็นเอกสารที่ไม่มีความลับอะไร แล้วจะประทับตรา "ลับมาก" ให้เปลืองหมึกทำไมล่ะครับ ท่านสมเจตน์  คราวหน้าจะแก้ตัวอะไร ก็ให้มันเข้าท่าเข้าทีกว่านี้นะครับ

4. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม บอกว่า "คมช.ทำงานตรงไปตรงมา ใช้งบประมาณถูกต้อง" ไม่มีใครเขาเชื่อหรอกครับ ว่าคมช.ทำงานตรงไปตรงมา ก็ในเอกสารมันบรรยายไว้ชัดเจนว่า มีแนวคิดในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม โดยใช้ "บุคคลที่สาม"(Third Party) เป็นผู้ปฏิบัติทั้งปกปิดและเปิดเผย  และใช้เครือข่ายสื่อมวลชนในลักษณะเชิงรุก ลดทอนความน่าเชื่อถือแกนนำฝ่ายตรงข้าม  เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นรม. หรือ นายนพดล ปัทมะ เป็นต้น แบบนี้หรือครับ ที่เรียกว่าตรงไปตรงมา  คงมีแต่คนในคมช. นั่นล่ะที่เชื่อ เพราะถูกสั่งให้เชื่อ

          5. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม คาดเดาว่า เอกสารชุดนี้หลุดออกมาเพราะ "คงจะมีบางคนที่อาจจะไม่ชอบ คมช. และไม่ปรารถนาดี จึงได้มีการนำเอกสารดังกล่าวไปให้กลุ่มที่เสียผลประโยชน์มาโจมตี คมช." ผมก็เชื่อเช่นเดียวกับพล.อ.สมเจตน์ ว่า "ท่านพันเอก" ที่นำเอกสารมาให้ผม ไม่ชอบ คมช. เพราะท่านทนเห็น คมช.ผลาญเงินแผ่นดิน แบบนี้ไม่ได้  "ท่านพันเอก" เป็นนายทหารรักชาติ รักประชาธิปไตย จึงไม่รัก คมช. และต้องกลายเป็น "แกะขาว" ในฝูง "แกะดำ"  

          6. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ยืนยันว่า "คมช.ทำงานโปร่งใส ตรวจสอบได้"  ถ้าโปร่งใสจริง ตรวจสอบได้จริง วันพรุ่งนี้ ชี้แจงได้ไหมว่าทำไมจึงจ้างม็อบไปประท้วงหน้าสถาน ทูตสิงคโปร์  และพร้อมจะให้ประชาชน ตัวแทนประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้เมื่อไร นัดวันกันเลยได้ไหม ถ้าทำไม่ได้ตามที่พูด ก็อย่าพูดดีกว่า  ประชาชนไม่ได้กินแกลบ จะได้มานั่งฟังท่านโกหกไปวันๆ 

        คนสำคัญคนที่สอง

        นายเชียรช่วง กัลยาณมิตร ผู้รับจ้างจาก คมช. เป็นหัวหน้าทีมวิเคราะห์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์เชิงลึก ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 9 เมษายน ว่า

"ผมยอมรับว่าเอกสารที่ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Hi-Thaksin.org เป็นเอกสารแผนปฏิบัติงานฉบับจริงที่ผมนำเสนอ คมช. แต่การเข้าไปเป็นทีมวิเคราะห์ข้อมูลฯ ให้ คมช. เป็นความต้องการของผมในฐานะนักวิชาการและนักวิเคราะห์ จึงเข้าไปติดต่อ พล.ต.จริชัย เดชดำรง เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก (จก.กร.ทบ.) ด้วยตนเอง เพราะอยากจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีช่วยงาน คมช. เนื่องจาก คมช.เป็นทหาร ไม่เก่งการประชาสัมพันธ์ จึงตัดสินใจไปขอรับจ้างเป็นนักวิชาการด้านการประชาสัมพันธ์ให้ คมช.

งานหลักที่ทำคือการทำให้ คมช.ไปถึงดวงดาวตามเหตุผลในการปฏิรูป 4 ข้อ พร้อมชี้แจงข้อมูลอีก 5 เรื่องให้ประชาชนรับทราบคือ 1.คมช.จะไม่มีการสืบทอดอำนาจ 2. คมช.จะไม่แทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ 3.การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4.การจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาส 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ 5.การทำบุญประเทศ การทำงานของผมจึงถือเป็นการสวมหมวก 2 ใบคือ ช่วยงาน คมช. และเป็นฝ่ายเสนาธิการคอยประเมินการทำงานของ คมช."

เป็นเรื่องที่สามารถวิจารณ์ได้ ไม่มีปัญหา แต่ขอยืนยันว่าที่เข้ามาทำงานเพราะติดต่อผ่าน พล.ต.จริชัย และการทำงานของผมก็ขึ้นตรงกับกองกิจการพลเรือนทหารบก ไม่ใช่ขึ้นตรงกับ พล.อ.สพรั่ง จึงไม่อยากให้สังคมไปสนใจผูกโยงเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะไม่เกิดประโยชน์แก่บ้านเมือง และอีกอย่างคือผมกับ พล.อ.สพรั่งก็ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ แต่ทวดของผมคือ เจ้า พระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร) เป็นทวด พล.อ.สพรั่ง ก็เลยเจอกันบ้างในฐานะญาติ

ผมเป็นฝ่ายอาสาตัวเข้ามาทำงานเอง พี่สพรั่งไม่รู้เรื่องด้วย ไม่ได้บอกท่านก่อนเลย ผมเดินไปพบเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบกเลย เพื่อบอกว่าในฐานะที่ท่านดูแลกิจการพลเรือน ท่านต้องทำอะไรบ้าง เพราะตอนนั้นต่างประเทศกำลังโจมตี คมช. ที่ทำทั้งหมดนี้เป็นเพราะต้องการตอบแทนคุณแผ่นดิน ต้องการตอบแทนคุณพระมหากษัตริย์ คนในตระกูลกัลยา ณมิตรมีกติกาของสกุลคือ สามารถตายแทนพระมหากษัตริย์ได้ ผู้ใดดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ผู้นั้นคือศัตรูของเรา นี่คือกติกาชีวิตของพวกเรา

ผมไม่ได้คุย เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ พล.อ.สพรั่ง การไปโจมตีท่านจึงไม่ใช่เรื่องถูกต้อง อันนี้เป็นการทำงานของผม และที่ผ่านมาก็คิดว่าทีมงานสามารถทำงานได้ดี อย่างการแถลงผล งาน 6 เดือนของ คมช. ก็เป็นข้อมูลจากทีมวิเคราะห์ข้อมูลฯส่วนหนึ่ง

ผมไม่ได้เข้ามาโกงกิน หรือทำอะไรไม่ดีต่อชาติ ดังนั้น ถ้าใครมาว่าผมทำชั่ว ผมขอเถียงเลย ผมช่วยงานหลวงมา 16 ปีนี้ ยังไม่เคยกินเงินหลวงสักบาท รับรองได้ วันนี้เรามีงบฯอยู่เดือนละ 2 ล้านบาท แต่สามารถดำเนินกิจกรรมได้ถึง 8 กลุ่ม มีคนร่วมงานถึง 50 คน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

หมายเหตุ : ประดาบ

1. นายเชียรช่วง กัลยาณมิตร ยอมรับแล้วว่าเอกสารที่ Hi-thaksin นำเสนอ เป็นเอกสารจริงทั้งหมด เพาะฉะนั้นพวกที่พยายามบิดเบือนจริงเป็นเท็จ ว่าเราทำเอกสารปลอมขึ้นมา ต้องไปตรวจสอบก่อน ก็ยุติได้แล้ว เพราะคนทำ ยอมรับแล้วว่า "จริง" ดังที่ผมบอกไว้แต่แรกว่า เอกสารที่ได้รับมาทุกชิ้น เราจะตรวจสอบก่อนนำเสนอ เอกสารชุดนี้ เราได้รับความร่วมมือจากผู้ตรวจสอบและยืนยันว่าถ่ายสำเนามาจากเอกสารในแฟ้มเสนองานพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2550 

2. นายเชียรช่วง กัลยาณมิตร บอกว่าเรื่องนี้ทำเอง ไม่เกี่ยวกับพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ไปติดต่อกับพล.ต.จิรชัย เดชดำรง เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก เอง เป็นงานที่ขึ้นตรงกับกองกิจการพลเรือนทหาร บก ไม่เกี่ยวกับพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร  น่าจะเป็นเพราะต้องรีบแก้ตัว จึงไม่ได้ตรวจสอบเอกสารที่ทำกับมืออย่างละเอียด ว่า การจ้างทีมงานวิเคราะห์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์เชิงลึก ไม่ใช่งานของกรมกิจการพลเรือนทหารบก แต่เป็นงานของศูนย์ปฏิบัติการพิเศษคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ที่มี พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง ชาติ  มีงบประมาณดำเนิน งาน 555 ล้านบาท  ไม่ใช่งานของกรมกิจการพลเรือนทหารบก ตามที่นายเชียรช่วง  โกหก เพื่อช่วยให้พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รอดพ้นจากความผิดในเรื่องนี้ แต่ยิ่งแก้ก็ยิ่งมัด หนีไม่พ้นหรอกครับ

3. นายเชียรช่วง กัลยาณมิตร ยืนยันว่าไม่เคยโกงกิน ทำงานมา 16 ปี ไม่เคยได้เงินหลวง  แล้วเงินค่าจ้างเดือนละ 2 ล้านบาท เป็นเวลา 6 เดือน  รวม 12 ล้านบาท ที่ปรากฏในเอกสาร คืออะไร หากนายเชียรช่วง จะไม่รับเงินหลวง และต้องการทำงานนี้ เพื่อสนองคุณแผ่น ดิน  ตามกติกาสกุลกัลยาณมิตร ก็ประกาศออกมาให้ชัดเจนว่า "ข้าพเจ้านายเชียรช่วง กัลยาณ มิตร ไม่ขอรับเงินค่าจ้างจากการทำงานในฐานะหัวหน้าทีมวิเคราะห์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์เชิงลึก จำนวน 12 ล้านบาท และขอปวารณาตัวทำงานให้แก่คมช. ตลอด ไป โดยไม่รับค่าใช้จ่าย" อย่าให้เขากล่าวหาได้ว่า คนนามสกุลกัลยาณมิตร มีทั้ง คนเก่ง  คนโกง และคนโกหก   และขอแนะนำว่าต่อไป อย่าได้ยก สกุลกัลยาณมิตร มาเป็นนายประกันให้ตัวเองอีก เพราะ คนนามสกุลกัลยาณมิตร ที่เป็นคนดีอีกหลายคน จะพลอยมัวหมองไปด้วย  

คนสำคัญคนที่สาม

พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชนว่า "ต้องรอวันที่ 9 เมษายน กำลังให้ฝ่ายเสนาธิการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอยู่ ถ้าเป็นเอกสารจริงถือว่าในกองทัพมีกบฏ เพราะถือว่าการเมืองซื้อระบบราชการได้แล้ว เป็นความโชคร้ายของกองทัพ แต่เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ไม่กระเทือน พร้อมต่อสู้พวกเลวร้าย"

          หมายเหตุ : ประดาบ

          1. พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร บอกว่า "ต้องรอวันที่ 9 เมษายน จึงจะทราบเรื่อง" ไม่ต้องรอแล้วครับ ไปซื้อหนังสือพิมพ์มติชน มาอ่าน เสียเงิน 10 บาท ก็จะได้รู้ว่าเอกสารทั้งหมดที่ออกมานั้นเป็นเอกสารจริง ไม่มีความเท็จสักคำเดียว  ไม่ต้องไปสั่งให้ฝ่ายเสนาธิการตรวจสอบ หรอกครับ เพราะจะอับอายขายหน้าลูกน้องปล่าๆ

          2. พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ไม่แน่ใจว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ "ถ้าเป็นเอกสารจริง ถือว่าในกองทัพมีกบฎ" ไม่ต้องสงสัยเลยครับ  เอกสารชุดนี้จริงแน่นอน  ก็มันเป็นชุดเดียวกับที่ท่านเซ็นขออนุมัตินั่นล่ะครับ  หรือว่าวันที่เซ็น ท่านไม่ได้อ่าน เซ็นไปชุ่ยๆ หรืออย่างไร และในกองทัพ ก็มีกบฏ แน่นอน มีมาตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 ครับ  ส่วน "ท่านพันเอก" ที่ส่งเอกสารมาให้ผม เขาเป็นวีรบุรุษ ครับ ไม่เชื่อลองถามประชาชนก็ได้ ว่าถึงนาทีนี้ ใครเป็นวีรบุรุษ ใครเป็นกบฎ แต่ใครเป็นกบฎ ไม่ต้องถามก็ได้ เพราะถึงอย่างไร พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ก็มีข้อหากบฎพ่วงท้ายอยู่แล้ว

          3. พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร สรุปว่า "เป็นความโชคร้ายของกองทัพ" ไม่จริงหรอกครับ เป็นความโชคดีของกองทัพ แต่เป็นความโชคร้ายของพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร และ คมช. ต่างหาก ที่เอกสารฉบับนี้ถูกนมำเปิดเผยต่อประชาชน ทำให้ประชาชนจับได้ไล่ทันว่า คมช. ก็ทำมาหากินกับงบประมาณแผ่นดินเหมือนกัน และ คนที่ทำมาหากิน ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร  ผู้ก่อการรัฐประหาร ด้วยข้ออ้างที่ว่าต้องยุติการทุจริตคอรัปชั่น และการเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง เครือญาติบริวาร ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับ นายเชียรช่วง กัลยาณมิตร น้องชายสุดที่รัก ของ พล.อ.สพรั่ง นั่นเอง    

          ผมได้แต่คาดหวังว่า เมื่อ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ไปตรวจสอบข้อมูลแล้ว จะได้นำมาเปิดเผยกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา และโปร่งใส พร้อมให้ประชาชนไปตรวจสอบการใช้งบประมาณ 12 ล้านบาท 555 ล้านบาท และ 1,200 ล้านบาท ที่ถูกนำมาแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมก่อการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยไม่สนใจว่าประเทศชาติกำลังตกอยู่ในสถาน ภาพเช่นไร

แต่จะเป็นความโชคดีของประชาชน หรือ ความโชคร้ายของพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ก็ไม่อาจทราบได้ เพราะว่าก่อนที่เอกสารหลักฐานจำนวน 9 แผ่น จะปรากฎบนเวปไซต์ และ หนังสือพิมพ์มติชน รายวัน นำไปเผยแพร่ต่อให้ประชาชนได้รับทราบกันทั่วประเทศ  "ท่านพันเอก" กับผม ได้นัดหมายกันส่ง-รับเอกสารชุดที่ 3 ซึ่งเป็นแผนผังโครงสร้างการบริหารงานของขบวนการเชียรช่วง พร้อมทั้งรายชื่อนักการเมืองที่เข้าร่วมขบวน การทำลายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนักวิชาการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวนมาก

ขณะนี้เอกสารชุดที่ 3 อยู่ในมือผมแล้ว มีชื่อ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีตรัฐมนตรีคนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่แปรพักตร์ไปอยู่กับนายบรรหาร ศิลปอาชา ผู้ลดตัวจากอดีตนายกรัฐมนตรี ไปเป็นองครักษ์พิทักษ์คมช.    นายอลงกรณ์  พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เข้าร่วมเป็นคณะทำงานของนายเชียช่วง กัลยาณมิตร ด้วย

เห็นชื่อรองหัวหน้าพรรคชาติไทย และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฎอยู่ในทีมงานทำลายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็พอจะเห็นภาพอนาคตการเมืองไทยแล้วนะครับ พรรค ชาติไทย พรรคประชาธิปัตย์ และ คมช. จับมือกันแน่ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า และในการจัดตั้งรัฐบาล  ถ้าพวกเขาทำงานสำเร็จ  นั่นคือ ทำให้ประชาชนเกลียดชัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตามที่กำหนดไว้ในแผนงานของนายเชียรช่วง กัลยาณมิตร

วันพรุ่งนี้ ชมเอกสารชุดที่ 3 นะครับ ผู้ที่มีรายชื่อปรากฎอยู่ในเอกสาร จะปฏิเสธ ก็เรียงหน้ากันออกมาเลยนะครับ จะได้กันออกมาเป็นพยาน แล้วก็จะได้รู้ด้วยว่าวิธีการทำงานของนายเชียรช่วง กัลยาณมิตร เป็นอย่างไร  ทำจริง หรือแอบอ้าง ชื่อผู้อื่น มาเป็นผลงานตัวเอง เพื่อไปเบิกเงินจากคมช.

กรณี นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นายไพศาล พืชมงคล นายวุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ ออกมาปฏิเสธกันจ้าละหวั่น ไม่ได้อยู่ร่วมทีมกับนายเชียรช่วง กัลยาณมิตร ทั้งๆที่มีชื่อปรากฎหราในเอกสารรายงานการปฏิบัติงาน เป็นการแสดงให้เห็นว่าคนพวกนี้ทำงานกันแบบตัวใครตัวมัน พอทุกข์มาถึงตัว กระโดดหนีกันหมด ซึ่งก็เป็นหลักฐานที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ควรจะติดตาม เพราะการปฏิเสธของคนเหล่านี้ ทำให้เห็นได้ว่านายเชียรช่วง กัลยาณ มิตร ไม่ได้ทำงานจริง แต่แอบอ้างชื่อและการทำงานของบุคคลอื่น มาเป็นผลงานของตัวเอง  เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณจากคมช. ซึ่งผิดกฎหมายแน่นอน และหากคมช.ตรวจรับงาน อนุมัติจ่ายเงินให้นายเชียรช่วง ก็ผิดเช่นเดียวกัน

จับตาดูกันดีๆ ติดตามกันติดๆ งานนี้ อาจจะมี ผู้ต้องหาเป็นสองพี่น้องตระกูลกัลยาณมิตร ก็เป็นได้นะครับ

ต้องกราบขอบพระคุณ "ท่านพันเอก" ครับ วันนี้ท่านเป็นวีรบุรุษของคนไทยกว่าครึ่งค่อนประเทศแล้ว

ต้องขอแสดงความเสียใจกับ "ท่านพลเอก" วันนี้ ท่านอดเป็นวีรบุรุษแน่นอนแล้ว และท่านจะหลีกเลี่ยงไม่ยอมชี้แจงเหมือนครั้งก่อนไม่ได้แล้ว เพราะท่านกำลังจะตกเป็นผู้ต้องหาทั้งคดีกบฎ และ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 

อย่ากระพริบตาครับ

                                                                              ประดาบ

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: