เทพเทือก โมฆะบุรุษ

          

           ในทางชีวิตส่วนตัว สุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องนับเป็นโมฆะบุรุษ ไม่สมควรอยู่ร่วมสังคมคนมีคุณธรรมได้อีก นับแต่นาทีที่ตัดสินใจเป็นชู้กับเมียเพื่อน และแย่งเมียเพื่อนมาเป็นเมียตัวเอง

           ในทางการเมือง สุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องนับเป็นโมฆะบุรุษ ไม่สมควรอยู่ในวงการเมืองได้อีก นับแต่ถูกประชาชนพิพากษาว่ามีความผิด ฉ้อฉลโกงที่ดินหลวง ออกเอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน สปก.4-01 ให้แก่พวกพ้อง ญาติมิตรที่ไม่มีสิทธิได้รับ

           ในทางการบริหารนโยบายสาธารณะ สุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องนับเป็นโมฆะบุรุษ ไม่สมควรเสนอตัวเป็นผู้อาสาเข้ามาบริหารนโยบายสาธารณะอีก นับแต่ศาลฎีกาพิพากษาว่าคหบดี และเศรษฐีจังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับสปก.4-01 ต้องคืนที่ดินแก่รัฐ

           ในทางนักเลง สุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องนับว่าเป็นโมฆะบุรุษ ไม่สมควรถูกจัดอยู่ในแวดวงคนใจนักเลงอีกต่อไป นับแต่ยอมกัดลิ้นกลืนเลือด ก้มหน้านิ่งรับคำตำหนิและสั่งสอนจากบรรหาร ศิลปอาชา เพียงเพราะกลัวว่าบรรหาร ศิลปอาชา จะไม่พาพรรคชาติไทยมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โดยที่ลืมไปว่าครั้งหนึ่งในอดีต เคยนำพรรคประชาธิปัตย์ ไล่บรรหาร พ้นจากวงการเมืองมาแล้ว

           วันนี้ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อยืนต่อหน้าบรรหาร ศิลปอาชา ไม่ได้ต่างอะไรจากหนูเจอแมว ได้แต่พินอบพิเทา เอาอกเอาใจ ชายร่างเตี้ย ที่เคยออกปากด่า ไอ้เ….ย มาแล้ว

           ในแวดวงนักการเมือง สุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องนับว่าเป็นโมฆะบุรุษ ที่ไม่ควรคบหาเป็นมิตร เพราะเป็นผู้มีพฤติกรรม “เพื่อนเรา เผาเรือน” ที่กระทำต่อนายกฯทักษิณ ชินวัตร ครั้งแล้วครั้งเล่า

           ในแวดวงนักการเมืองรู้กันดีว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ คือ แทบจะเป็นเพื่อนคนเดียวของ นายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด รวมทั้งเงินหาเสียงเมื่อครั้งที่นายกฯทักษิณ ยังไม่เข้าสู่แวดวงการเมือง

           ไม่เกินเลยไปนัก หากจะกล่าวว่าที่ สุเทพ อู้ฟู่ทุกวันนี้ นอกจากแย่งเมียรวยมาจากเพื่อนได้แล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะ นายกฯทักษิณ ให้การดูแลสนับสนุน นั่นเอง

           กล่าวกันว่า ความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างสุเทพ เทือกสุบรรณ กับ ทักษิณ ชินวัตร นั้นมีมากอย่างยิ่ง อยู่ในระดับที่เคยทำให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เคยหันหลังให้กับ ชวน หลีกภัย มาแล้ว

           ผลงานชิ้นโบว์ดำ “โค-ออป” ของสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่สุราษฎร์ธานี ก็มีนายกฯทักษิณ ร่วมเป็นผู้ถือหุ้นด้วยจำนวนไม่น้อย

           แต่เพราะต้องการความสำเร็จทางการเมือง สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ไม่เลือกวิธีการ และกระโดดเข้าร่วมขบวนการทำลายเพื่อนผู้มีพระคุณ หมายถล่มให้ตายดับไปต่อหน้าต่อตา ไทยรักไทย ถูกยุบก็เพราะแผนการที่สุเทพ เทือกสุบรรณ วางไว้ ไทกร พลสุวรรณ ก็คือคนของสุเทพ

           หลักฐานปลอม พยานเท็จ ปั้นเสกกันด้วยน้ำหมึกของปีศาจและน้ำลายของอสรพิษ แล่นเข้าสู่หัวใจไทยรักไทย

           นายกฯทักษิณ ไม่อยู่ในประเทศไทย 1 ปีเต็มๆ ไทยรักไทยถูกยุบไปแล้ว 4 เดือน แต่ พรรคประชาธิปัตย์ และ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่กระดี๊กระด๊าดีใจออกนอกหน้าได้เพียงไม่กี่วัน ก็ต้องพบกับความจริงที่ว่า แม้แต่เหลือพรรคประชาธิปัตย์ เพียงพรรคเดียว ประชาชนคนไทยก็จะไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล

           เมื่อไทยรักไทย ตายไปเพียงชื่อ จิตวิญญาณและอุดมการณ์หัวใจคือประชาชน ยังคงเต้นอยู่ดังเดิม ในชื่อใหม่ พลังประชาชน สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็อับจนหนทาง ไม่รู้จะวางแผนสู้กับพรรคพลังประชาชน อย่างไร เพราะรู้ว่าหากลงสนามวัดศรัทธากันในเวทีเลือกตั้ง พลังประ ชาชน ชนะ ประชาธิปัตย์ อย่างแน่นอน สุเทพ เทือกสุบรรณ จึงวางแผนใหญ่ คิดการร้าย จะสลายพรรคพลังประชาชน อีกครั้งหนึ่ง

           สร้างหลักฐานปลอม แต่งพยานเท็จ กล่าวหาเพื่อนว่าจ้างพรรคการเมืองเล็ก ทำผิดกฎ หมายเลือกตั้ง จนถูกยุบพรรค มาครั้งหนึ่งแล้ว ยังไม่พอใจ

           แผนการใหม่ ก็ใช้วิธีการเดิม สร้างหลักฐานเท็จ แต่งพยานปลอม กล่าวหาเพื่อน ว่าโอนเงินผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ 10,000 ล้านบาท มาซื้อเสียงให้พรรคพลังประชาชน หวังจะให้เพื่อนถูกจับเข้าคุก และ พลังประชาชนถูกยุบ อีก

           แค่ฟังก็ตลกแล้ว โอนเงินผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ 10,000 ล้านบาท

           สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสถาบันการเงินตั้งแต่เมื่อไร จึงใช้เป็นช่องทางโอนเงินได้

           เงิน 10,000 ล้าน ปริมาณมหาศาลขนาดนี้ จะเดินถือเข้ามาทางสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างไร

           หากคิดเป็นเงินดอลลาร์ก็เท่ากับ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็ยิ่งตลก เงินต่างประเทศมาก มายเพียงนี้ ถอนจากสถาบันการเงินใด ก็ต้องดังไปทั้งโลก ถูกจับตาและติดตามตั้งแต่นาทีแรกที่ออกจากแหล่งเก็บเงิน จนถึงวันที่เงินเดินทางถึงเป้าหมาย ไม่รอดสายตาไปได้หรอก

           ยิ่งคิดว่าต้องเอาเงินดอลลาร์ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปแลกเป็นเงินไทย เพื่อไปใช้การหาเสียงเลือกตั้งก็ต้องบอกว่าใครทำ ก็บ้าคลั่งเกินไปแล้ว ธนาคารที่ไหน จะมีเงินไทยหมื่นล้านให้แลก มากมายขนาดนี้ โดยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ตรวจสอบ ไม่รายงาน

           นิทานเรื่องเงินหมื่นล้านบาท ฟาดหัวประชาชน ฟังตลกแล้ว ก็ยังไม่ตลกร้ายเท่ากับลีลาการโชว์กระดาษหนึ่งแผ่นให้นักข่าวดูด้านหลัง แล้วกล่าวเสียงดังว่า ด้านหน้าเอาไว้ไปดูกันในศาล ลีลาเหมือนชำนิ ศักดิเศรษฐ์ โชว์ใบเกิดปลอมของบรรหาร ศิลปอาชา ยังไงยังงั้นเลย

           ถ้าเรื่องจริงก็เปิดเผยออกมาแล้ว ไม่ต้องรอไปถึงศาลหรอก จะได้จบๆ กันไป

           ลำพังพวกนักการเมืองพูดความจริงครึ่งเดียว ก็ทำให้ประเทศชาติเสียหายมากมายแล้ว แต่มาเจอแบบสุเทพ เทือกสุบรรณ ในวันนี้ สักคำเดียวที่พูด ไม่มีความจริงเลย ยิ่งทำให้เสียหายมากขึ้นไปอีก

           พฤติกรรมอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่กระทำต่อ ทักษิณ ชินวัตร เรียกได้อย่างเดียว คือ “เพื่อนเรา เผาเรือน”

           เพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้ ถ้าต้องให้ประชาชนตัดสินในสนามเลือกตั้ง

           เพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้ ถ้าต้องสู้กันตามกติกา

           เพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้ ถ้าต้องสู้กันซึ่งหน้า

           สุเทพ เทือกสุบรรณ จึงต้องใช้วิธีการสกปรก วิธีการที่ผิดกติกา และวิธีการที่เป็นการแอบแทงข้างหลัง มาเอาชนะคู่แข่งขันในทางการเมือง ด้วยการ เผาเรือนมันเลยดีกว่า

           การเมืองแบบพรรคประชาธิปัตย์ ในยุคนี้ จึงมิใช่การเมืองน้ำเน่าธรรมดา แต่เป็นการเมืองสกปรก ซึ่งไม่อาจคิดเป็นอื่นได้ นอกจากเป็นสันดานของนักการเมืองพรรคนี้จริงๆ

           ครั้งหนึ่ง ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ใช้หลักฐานเท็จอภิปรายชาติกำเนิดบรรหาร ศิลปอาชา มาแล้ว สุดท้ายก็ยอมจำนนต่อการตรวจสอบของประชาชนและสื่อมวลชน ว่านำหลักฐานปลอมมาอภิปราย เพียงเพราะหวังผลทางการเมือง ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ ในครั้งนั้น ก็ลบคำว่า “คุณธรรม” ออกจากการเมืองไทย

           ครั้งนี้ก็เช่นกัน สุเทพ เทือกสุบรรณ ใช้เคล็ดวิชาสร้างหลักฐานปลอม มาใส่ร้ายนายกฯทักษิณ เพื่อจะยุบพรรคพลังประชาชน เพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้

           พฤติกรรมของ สุเทพ เทือกสุบรรณ และ พรรคประชาธิปัตย์ นับเป็นพฤติกรรมที่น่ากลัว และทำให้ประชาชนคนทั่วไปเข้าใจผิดต่อคนในแวดวงการเมือง

           สุเทพ เทือกสุบรรณ กำลังจะเป็นต้นแบบบุคคลที่ไม่มีคุณธรรมแต่เติบโตก้าวหน้าทางการเมือง และได้รับการยกย่องเชิดชูจากพรรคประชาธิปัตย์

           สุเทพ เทือกสุบรรณ กำลังจะเป็นต้นแบบนักการเมืองที่ไร้จริยธรรมในการดำเนินงานทางการเมือง แต่กลับเจริญรุ่งเรืองในพรรคการเมืองเก่าแก่ เช่นพรรคประชาธิปัตย์

           สุเทพ เทือกสุบรรณ กำลังจะเป็นต้นแบบนักการเมืองที่ปราศจากความรับผิดชอบ ในกรณีที่ทำงานผิดพลาด และศาลฎีกามีคำพิพากษาเป็นที่สุดว่า ขบวนการโกงที่ดินหลวง เกิดขึ้นเพราะนโยบายของตนเอง

           ในทางความเป็นมนุษย์ สุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องนับเป็นโมฆะบุรุษ ไม่สมควรคบหา เพราะเขาเป็นเพียงเพื่อนกิน ไม่ใช่เพื่อนตาย และเป็นผู้มีพฤติกรรม “เพื่อนเรา เผาเรือน”

           ทั้งเรือนชีวิต ของ พรเทพ เตชะไพบูลย์

           และเรือนการเมือง ของ ทักษิณ ชินวัตร

           ทั้ง พรเทพ เตชะไพบูลย์ และ ทักษิณ ชินวัตร เคยนับสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเพื่อน เพราะมองคนผิด จึงต้องทุกข์หนักแสนสาหัส

           สำหรับประเทศไทย เรือนตายของพวกเราประชาชนคนไทยทุกคน จะมีชะตากรรม เช่นไร ในอนาคต ก็อยู่ที่พวกเราทุกคน ว่าจะคบหา สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเพื่อน หรือไม่

           ประดาบ ก็ได้ยกตัวอย่างมาให้ดู แล้วก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของทุกคนตัดสินใจกันเอง ว่า

           อยากได้เพื่อนกิน อย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือไม่

           ผิดพลาดครั้งเดียว ระวังจะไม่มีเรือน(ประเทศ) อยู่นะครับ จะบอกให้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: