“เดี๋ยน”ยืนยันบริสุทธิ์

 

              คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา คณะกรรมการตรวจสอบที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เว็บไซต์ ไฮทักษิณ (www.hi-thaksin.net) เขียนข่าวโจมตีทั้งเรื่องส่วนตัว และการทำงานของ คตส.หลายคนว่า เว็บไซต์ดังกล่าวตนก็เคยอ่านบ้าง ก็เห็นมีการเขียนโจมตี คตส.หลายคน รวมทั้งตนด้วย ซึ่งคิดว่าเป็นการเขียนโจมตี คตส.และเป็นการดิสเครดิต คตส.เพื่อให้ คตส.มีภาพลักษณ์ไม่ดีในสายตาของสังคม แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ท้อใจในการทำงาน และจะทำงานต่อไปตามปกติ แม้เรื่องที่เว็บไซต์เขียนจะเป็นการโจมตี คตส.อย่างหนักก็ตาม            

             “ในเมื่อ คตส.อาสามาทำงานให้ชาติแล้วต้องมั่นใจในตัวของเรา ว่าทำอะไรอยู่ ถ้าเรามือสะอาด ใจสะอาด โปร่งใสก็ไม่น่าจะเกรงกลัวหรือต่อให้มีแรงเสียดทาน เท่าไหร่ก็ไม่หวั่นไหวกับการโจมตีใดๆ เพราะคนที่ขาวบริสุทธิ์ก็ย่อมบริสุทธิ์อยู่วันยังค่ำ ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร หรือว่าใครอยากจะเขียนด่าหรือโจมตีก็ให้เขาเขียนไปเลยเพราะไม่กลัวอยู่แล้ว”

             สิ่งที่คุณหญิงจารุวรรณ ระบุว่า คนที่ขาวบริสุทธิ์ก็ย่อมบริสุทธิ์อยู่วันยังค่ำ นั้นคุณหญิงจารุวรรณ ควรพึงสังวรณ์ในจริตสำนึก ด้วยว่าคุณหญิงจารุวรรณนั้นขาวบริสุทธิ์ จริงหรือไม่ เคยผลาญสมบัติของชาติหรือไม่   

             หากคุณหญิงจารุวรรณ ยังยืนยันว่า ตัวเองขาวบริสุทธิ์ งั้นลองมาทบทวน เกี่ยวกับเรื่องราวของคุณหญิงจารุวรรณกันอีกสักครั้ง
//////////////////

                                     คุณหญิงกำมะลอ…!

             เปิดโปงพฤติกรรมโกงเมือง ของหญิงเฒ่าร้อยเล่ย์ ตีสองหน้าว่าตนเป็นคนดี..!!

             ครั้งแรกที่นางจารุวรรณ เมณฑกา เข้ารับตำแหน่ง ถูกเลื่อนขึ้นมารับตำแหน่งเพียง “รักษาการผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน” เพราะเนื่องจากกระบวนการคัดสรรล่าช้า โดยคณะกรรมการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) ได้เลือกให้นางจารุวรรณ เมณฑกา เข้ารับตำแหน่งรักษาการไปพลางๆ ก่อน เพื่อรอกระบวนการสรรหาแล้วเสร็จ….

             หลังจากมีกระบวนการสรรหาแล้ว นายประธาน ดาบเพชร ได้รับเลือกเข้ามาเป็นผู้ว่าการ โดยนางจารุวรรณ ไม่ได้รับเลือกแต่อย่างใด แต่ด้วยอาศัยลูกล่อลูกชน บีบน้ำตาต่อหน้าสื่อ และอ้างพระบรมราชโองการ ต่งตั้งรักษาการฯ ฉบับเดิมอยู่ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มแรงกดดันจากคนไทยที่ไม่เข้าใจกระบวนการสรรหา จนทำให้คนเข้าใจผิดว่านี่คือการ”ขับไล่นางจารุวรรณออกจากตำแหน่ง”

             “…..ตอนที่เกิดปัญหา ดิฉันก็คิดว่า อะไรกันนี่ ทำไมพระเจ้าลงโทษเราอย่างนี้ ในความเชื่อของศาสนา เรา ในเมื่อเราไม่ได้คดโกง ทั้งๆ ที่เรามีโอกาสทำได้ แต่เราไม่ทำ ทำไมเพราะพระเจ้าลงโทษ….”

             จากความกดดันนั้นเอง ได้ผลเกิดคาด คณะกรรมการฯ ไม่กล้าส่งชื่อ”นายประธาน ดาบเพชร” ผู้ที่ได้รับการคัดสรรจากคณะกรรมการ คตง. ไปให้วุฒิสภารับรอง แต่กลับส่งชื่อของทั้งคู่ แนบไปพร้อมๆ กัน ทั้งๆ ที่สมาชิกวุฒิสภาไม่มีสิทธิ์โหวตเลือกตำแหน่ง”ผู้ว่าการ สตง.” แต่อย่างใด!!!!!

              จารุวรรณ ออกมาให้สัมภาษณ์ ด้วยน้ำตานองหน้ารายวัน…..!!! จนเป็นเหตุให้ สว.ทนแรงกดดันไม่ไหว โหวตเลือก นางจารุวรรณ เป็นผู้ว่า สตง. ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

             ท้ายที่สุด จารุวรรณ ได้ครองตำแหน่งสมใจ ….ประชาชนนึกว่านี่คือการสรรหาที่ถูกต้อง… 

             แต่หารู้ไม่ว่า ประธานกรรมการคัดเลือก ถือว่า”มีความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่การเลือกผู้ว่าสตง.”
 
             วันที่ 31 พฤษภาคม 2549 ศาลอาญาได้ตัดสินให้นายปัญญา ตันติยวรงค์ ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) จำคุก 3 ปี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกผู้ว่าสตง. นางจารุวรรณ เมณฑกา

             คนที่แต่งตั้งนางจารุวรรณ ติดคุก 3 ปี เพราะพ่ายแพ้ต้อกลเกมการไปสู่อำนาจของนางจารุวรรณ

             แต่……นางจารุวรรณ กลับไม่เคย เอ่ยถึงชื่อนายปัญญา คนที่แต่งตั้งตนเองมา และได้ตำแหน่งนี้มาอย่างสกปรก จนต้องรับเคราะห์ติดตาราง 3 ปีคนนี้เลย…..

             ภายหลังได้ตำแหน่ง นางจารุวรณ กลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ลุแก่อำนาจ ตั้งลูกชายชื่อ นายกิตติวัฒน์ เมณฑกา ที่เพิ่งเรียนจบสาขาวิศกรรมศาสตร์ และตกงาน เข้ารับตำแหน่งเลขาผู้ว่าการสตง. ของตนเองอย่างไม่อายฟ้าอายดิน… โดยนางจารุวรรณอ้างว่า “เดี้ยนต้องการคนที่ไว้ใจได้……”

              ไม่เพียงเท่านั้น นางจารุวรรณ ยังได้ผลาญเงินแผ่นดินด้วยการจัดทำหลักสูตร”ผู้บริหารสตง.ยุคใหม่”รุ่นที่ 1 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 32 คน เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินสหพันธรัฐรัสเซีย, สาธารณรัฐเช็ก,ประเทศออสเตรเลีย และประเทศเยอรมันนี ในเดือนสิงหาคม 2549 โดยมีนางจารุวรรณ เป็นหัวหน้าคณะฯ

              ในการเดินทางไปดูงานครั้งนั้น มีการซื้อตั๋วในระดับชั้นธุรกิจ(Business Cass) จำนวน 6 ใบ และอื่นๆ 26 ใบ  

             ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า การเดินทางไปดูงานครั้งนั้น ปรากฏชื่อลูกชาย คือนายกิตติวัฒน์ เมณฑกา และลูกสาวคนเล็ก ชื่อนางสาวศุภางค์ เมณฑกา ซึ่งเรียนจบด้านบัญชี อยู่ในตำแหน่งด้านวิศวกร ร่วมขบวนการทัวร์ผลาญเงินชาติ เงินแผ่นดิน ซึ่งมาจากน้ำพักน้ำแรงของเงินภาษีประชาชนชาวไร่ชาวนาครั้งนี้ และปรากฏเป็นผู้ร่วมเดินทางในชั้นธุรกิจ แบบยกครอบครัว 

             ซึ่งรวมเฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินในการผลาญเงินชาติครั้งนี้ เป็นเงิน 1,944,540 บาท ยังไม่รวมค่าที่พัก ค่าอาหาร และอื่นๆ อีกไม่รู้เป็นเงินเท่าไหร่อีกเท่าไหร่   

             ไหนหล่ะที่บอกว่า…..เป็นคนตรวจเงินแผ่นดิน….?

             คุณหญิงจะลองตรวจสอบความบริสุทธิ์ผุดผ่องของตัวเอง ก่อนจะตรวจสอบคนอื่นไม่ดีกว่าหรือ..

 



Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: