เฉลยแล้ว ! พรรคเพื่อแผ่นดิน กินฉี่ทหาร

           

           ในที่สุด สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ก็เฉลยออกมาเองว่า นักการเมืองคนไหน พรรคการเมืองใด กินฉี่ทหาร ตามข้อกล่าวหาของ ยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ปราศรัยบนเวทีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2550

           เพราะวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ไม่ปกติแท้ๆ ทำให้สุรเกียรติ์ ไม่สามารถเก็บงำอารมณ์และความรู้ สึกผิดหวัง เศร้า เสียใจไว้ได้ หลังจากกกต. มีมติห้ามอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

           มติดังกล่าวทำให้สุรเกียรติ์ ซึ่งกำลังสนุกสนานและเพลิดเพลินอยู่กับตำแหน่งประธานสภายุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อแผ่นดิน และออกเดินสายปราศรัยหาเสียง โชว์วิสัยทัศน์เพื่อเตรียมขึ้นเป็นผู้บริหารประเทศ ต้องถึงกับออกอาการ “แต๋วแตก” กรี๊ดเสียงลั่นพรรค เก็บแมนไม่อยู่ขึ้นมาในบัดดล

           เมื่อควบคุมตัวเองไม่ได้ คำพูดคำจาก็เลยพากันเจ๊งไปหมด

           สุรเกียรติ์ พูดชัดถ้อยชัดคำว่า ถ้ากกต.ออกมติมาแบบนี้ จะส่งผลให้ข้อตกลง 3 พรรคจัดตั้งรัฐบาล ล่มแน่ๆ

           ไม่เพียงแต่บอกว่า 3 พรรค เท่านั้น สุรเกียรติ์ ยังเฉลยด้วยว่า 3 พรรคนั้นชื่ออะไร

           ประชาธิปัตย์ ชาติไทย เพื่อแผ่นดิน ตกลงร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

           พรรคประชาธิปัตย์ นั้นไม่แปลก เพราะท่าทางอาการชัดมาแต่ต้นแล้วว่า พร้อมจะเป็นท่อให้เผด็จการคมช. ร้อยสายอำนาจจากใต้ดิน ขึ้นมาโผล่บนดิน สัญญาณที่แรงและชัดเจนอย่างยิ่งก็คือ การส่งลูกชาย พล.อ.วินัย ภัทยิกุล เลขาธิการคณะเผด็จการคมช. ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.

           อันที่จริง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น่าจะจูงมือสกุลธี ภัทยิกุล ไปสอนวาระประชาธิปไตย ให้พล.อ.วินัย ได้รู้จักก่อน แล้วค่อยมาเสนอตัวให้ชาวบ้านลงคะแนนเลือกตั้งให้

           คงมีที่เดียวในโลกนี่ล่ะ ที่เลขาธิการคณะรัฐประหาร ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ทำลายประชาธิปไตย ส่งลูกชายลงสมัครส.ส. ในระบอบประชาธิปไตย และพรรคการเมืองที่รับไว้ ก็เป็นพรรคการเมืองที่โฆษณาว่าต่อต้านเผด็จการ ต่อสู้กับการรัฐประหาร ยึดมั่นในระบบรัฐสภา มาตลอด 60ปี

           คนที่ยังเชื่อมีอยู่ 2 จำพวก พวกแรกคือ คนโง่ พวกสองคือคนบ้า !

           พยานหลักฐานปรากฏชัดเจนอย่างนี้ ยังเชื่อได้อีกหรือว่าประชาธิปัตย์ ไม่ต่อท่อร้อยสายอำนาจให้กับเผด็จการคมช.

           วันใดประชาธิปัตย์เป็นใหญ่ พล.อ.วินัย ก็ไม่มีเล็ก ทหารที่คิดจะทำรัฐประหารในอนาคต ก็เห็นรูปแบบทางออกให้แก่ตัวเองทันที

           ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวสำหรับการทำรัฐประหารครั้งใหม่ หากยังมีประชาธิปัตย์ อยู่ เหมือนมีฟูกนิ่มๆ ให้เผด็จการทุกตัวตนได้ล้มตัวลงนอนอย่างสบาย ในวันที่ต้องล้ม

           วันนี้ คมช. ก็กำลังเตรียมตัว ล้มบนฟูกแห่งอำนาจ ยี่ห้อประชาธิปัตย์ เหมือนครั้งหนึ่งที่ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ก็เคยล้มบนฟูก ยี่ห้อประชาธิปัตย์มาแล้ว หลังก่อการรัฐประหารไม่สำเร็จ กลายเป็นกบฏ แต่เป็นกบฏ ที่กลับมามีอำนาจคับบ้านคับเมือง เพราะ ประชาธิปัตย์ และวันนี้ก็ได้ลงสมัครส.ส. ในนามประชาธิปัตย์

           ไม่มีที่ใดอีกแล้วที่ เผด็จการผู้ทำลายล้างประชาธิปัตย์จะอบอุ่นใจได้เท่ากับประชาธิปัตย

           พรรคชาติไทย ไม่ต้องบอกใครก็รู้ว่าพรรคการเมืองพรรคนี้ ไม่มีอุดมการณ์อะไรอื่น นอกจากขอเป็นรัฐบาล ขอเป็นผู้จัดสรรปันส่วนงบประมาณแผ่นดิน และขอเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ ตักตวงผลประโยชน์เข้าพกเข้าห่อ ดังนั้นเรื่องต่อท่ออำนาจให้กับเผด็จการคมช. ไม่ต้องสงสัย

           บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เสนอหน้าเป็นกองเชียร์ ส่งเสียงให้กำลังใจ เผด็จการคมช.มาตั้งแต่วันแรกที่ทำการรัฐประหาร ให้กำลังใจอย่างอบอุ่นเป็นกันเองทั้งรัฐบาลลากตั้ง และ เผด็จการที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญ

           วันนี้ ประชาชนไม่ได้อยู่ในสายตาของบรรหาร มีเพียง ป.สี่เสา ผู้ใหญ่ที่ประชาชนไม่เอา แต่บรรหาร เคารพนักหนามากว่า 30 ปี เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่บรรหาร ต้องตอบแทนพระคุณ

           พระคุณที่ว่าไม่ใช่พระคุณเมื่อ 30 ปีก่อน แต่เป็นพระคุณที่เพิ่งมีต่อกันเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะประกาศสัญญาสี่เสาเทเวศร์ว่าจะไม่ทำให้ผู้ใหญ่ที่เคารพต้องผิดหวัง หลังจากเงินก้อนใหญ่หลักพันล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชีลับ เพื่อไปใช้จ่ายในการเลือกตั้ง

           บรรหาร ศิลปอาชา ผูกขากับประชาธิปัตย์ มาตั้งแต่ร่วมมือกันสร้างเงื่อนไขทางการเมือง ล้มรัฐบาลทักษิณ ล้มการเลือกตั้ง เชิดชูการรัฐประหาร ชื่นชมเผด็จการคมช. ปกป้องจอมเผด็จการแห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์ สุดท้ายก็ประกาศจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ตั้งแต่การเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้น

           บรรหาร ศิลปอาชา จับมือกอดคอเป็นเพื่อนร่วมน้ำสาบานกับประชาธิปัตย์ ที่เคยขุดศพพ่อแม่ตัวเองขึ้นมาด่า กระชากโคตรเหง้าศิลปอาชา มาชำแหละกลางสภา ประจานให้ประชาชนทั่วประเทศได้ชมภาพบาดตาอันน่าทุเรศทางการเมือง ก็เพราะคำว่า “อำนาจ” และ “ผลประโยชน์” เท่านั้น

           ไม่ต้องถามว่าพรรคชาติไทย พร้อมจะเป็นท่อต่อสายอำนาจ พร้อมจะเป็นแหล่งเพาะฟักเชื้อร้ายของการเมืองไทย ที่เปรียบเหมือนเชื้อชั่วไม่มีวันตายหรือไม่ ในเมื่อบรรหาร เคยออกปากชวนพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มาเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทย ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ และจอโทรทัศน์ ด้วยซ้ำไป

           พรรคชาติไทย จึงไม่ใช่เพียงแค่ท่อร้อยสายอำนาจให้กับเผด็จการคมช. แต่พร้อมจะเป็นท่อหลัก หรือท่อเมนเลยทีเดียว

           ใครเชื่อว่าพรรคชาติไทย ทำงานการเมืองเพื่อประชาชน ถ้าไม่ใช่คนบ้าก็ต้องเป็นคนโง่ !

           ถึงแม้วันนี้ จะทำท่าทีพลิกพลิ้ว ประกาศปลดพันธะการเมือง ไม่อยู่ร่วมขั้ว ไม่อยู่ข้างไหนกับใครทั้งนั้น แพลมยุทธศาสตร์วางตัวเป็นกลาง เป็นพรรคตัวแปร ให้สมราคามังกรการเมืองที่มีสื่อหน้าโง่ นักการเมืองหน้าเง่าบางคน บางนาย ยกย่อง แต่ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ ไม่มีทางหลอกประชาชนได้อีกแล้ว

           การเมืองวันนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นของนักการเมืองอีกต่อไป ประชาชนเฝ้าจับตาดูพรรคชาติไทย และบรรหาร มาตลอด 2ปีเศษ รู้เช่นเห็นชาติ ไส้กี่ขด เลี้ยวลดอย่างไร ปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอ ดูหมิ่นดูแคลน หัวใจประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ไว้อย่างไร

           ใครลืมหากไม่บ้า ก็ต้องบอกว่าสมองเสื่อมแล้ว

           ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยที่ท้องสนามหลวง ถูกตีราคาค่าหัวคนละ 200 บาท ทนนั่งตากแดดตากฝน ให้เผด็จการ และ นักการเมืองลิ่วล้อเลียเท้าเผด็จการก่นด่าทำร้ายจิตใจทุกวัน

           ใครเจ็บแล้วไม่จำ ก็เลือก บรรหาร กับพรรคชาติไทย ได้เลย

           บรรหาร อาจจะเป็นคนเจ็บแล้วไม่จำ เมื่ออำนาจและผลประโยชน์มากองหน้าตรงหน้า แต่ประชาชนเจ็บแล้วจำเสมอ เมื่อได้เจอนักการเมืองหิวกระหายอำนาจและเงินตรา

           มาวันนี้บรรหาร พลิกลิ้น ประกาศเป็นเพื่อนตายกับนายกฯทักษิณ ชินวัตร เคยช่วยเหลือกันมาตลอด เคยกอดคอร่วมเป็นตาย ถือสัจจะวาจาเป็นสำคัญ ลืมหมดแล้วที่เคยพูดไว้อย่างไรกับผู้ใหญ่ที่เคารพมา 30 ปี

           ก่อนพูดถ้อยคำเหล่านี้ ขออนุญาต กัญจนา ศิลปอาชา หรือยังไม่ทราบ

           วันก่อนขายพ่อ เพื่อจะเป็นรัฐบาลกับประชาธิปัตย์

           วันนี้ขายลูกสาว เพื่อจะขอเป็นรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน

           คนแบบนี้ ใครคบเป็นเพื่อน ถูกขายแน่นอน

           บรรหาร ก็ยังเห็นการเมืองเป็นเกม เห็นอำนาจเป็นของเล่น เห็นประชาชนเป็นวัวควาย จะพูดอย่างไร ก็เชื่อง่ายดังมีสายเชือกร้อยจมูก ดึงไปทางไหนก็ได้ดังใจคิด

           ถ้ากับผู้ใหญ่ที่เคารพมา 30 ปี บรรหาร ยังลืมหมดแล้วว่าเคยพูดอะไรไว้ด้วย

           แล้วกับประชาชน ที่บรรหารหลอกใช้เป็นบันได้ปีนป่ายไขว่คว้าหาอำนาจมา 30 ปี บรรหารจะจำได้หรือว่าพูดไว้ว่าอย่างไร

           “สัจจะนิยม” ก็แค่น้ำยาบ้วนปากของบรรหาร เท่านั้นเอง

           แต่ขอโทษเถอะ โกหกทุกวัน โกหกนานหลายปี น้ำยาบ้วนปากหมดอายุ ใช้ดับกลิ่นปากหลอกลวงประชาชนไม่ได้อีกแล้ว

           ใครเชื่อบรรหารเป็นเพื่อนตายทักษิณ

           หากไม่โง่ ก็บ้าเต็มที

           เกมนี้ของบรรหาร ก็แค่มาหาเสียง ก็เพียงแค่มาทำให้ประชาชนสับสน ก็แค่มาทำหน้าที่แทนพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ไปไม่รอดแล้ว หลอกต้มประชาชน ว่าจะเป็นพรรคที่ช่วยนำนายกฯทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทยด้วยความปลอดภัย

           เมื่อพรรคเพื่อแผ่นดินขายไม่ออก หลอกคนไม่ได้ จอมบงการแห่งบ้านสี่เสา ก็สั่งการให้บรรหาร เล่นบทใหม่ ยื่นมือมาให้พรรคพลังประชาชน ยื่นก้นให้พรรคประชาธิปัตย์ อ้างเป็นเพื่อนตายทักษิณ รักกันมาก รักกันปานจะกลืนกิน ไม่ให้เหลือแม้แต่เศษเนื้อกับกระดูก

           เป้าหมายของเกมนี้ ก็เพื่อทำให้ประชาชนผู้คนทั้งหลาย สับสน หลงคิดว่าบรรหาร แปรพักตร์ มาหานายกฯทักษิณ แล้ว เพื่อใช้พรรคชาติไทย ดึงคะแนนของพรรคพลังประชาชน ในบางเขตบางพื้นที่

           จำได้ไหมหลังวันรับสมัครส.ส.แบบสัดส่วน บรรหาร ยืนยันมั่นเหมาะว่าจะร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ จัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง แม้จะได้เสียงน้อยไม่พอเป็นรัฐบาล ก็จะเป็นฝ่ายค้านร่วมกัน ย้ำด้วยว่าตัดสินใจแบบนี้แล้ว จะไม่มีวันเสียใจ

           ผ่านไปไม่ถึง 2 สัปดาห์ บรรหาร ประกาศยกเลิกคำพูดนั้น

           คนพูดจาสับปลับแบบนี้ จะเป็นผู้นำประเทศได้อย่างไร

           อย่าว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี แม้แต่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ยังอันตรายเกินไป

           วันนี้พูดอย่างนี้ พรุ่งนี้จะพูดอย่างไร ใครเชื่อถือคำพูดของบรรหาร ได้บ้าง

           เกมนี้ จอมบงการแห่งบ้านสี่เสา ใช้บรรหาร เป็นตัวเดินเกมทำลายพรรคพลังประชาชน

           หากพรรคพลังประชาชน รับมุขบรรหาร ตอบรับจับมือ ก็จะเสียคะแนนนิยมของคนที่เกลียดบรรหาร ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ไปทันที

           กลับมาดูพรรคเพื่อแผ่นดิน พระเอกของเรื่องในวันนี้

           พรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นพรรคการเมืองตั้งใหม่ ที่รวบรวมพลพรรคคนหักหลังนายกฯทักษิณ ชินวัตร มารวมตัวกันเพื่อรับจ้างทำงานใหญ่ทางการเมืองให้กับ ป.สี่เสา และ เผด็จการคมช. คือ การทำลายพรรคพลังประชาชนให้ย่อยยับถึงที่สุด และ การเตะตัดขาพรรคพลังประชาชน ตัดแต้ม ลดจำนวนส.ส.พรรคพลังประชาชน ในพื้นที่ภาคอีสาน ให้ได้มากที่สุด

           เนื่องจากผู้ว่าจ้างเป็นทหาร และอดีตทหาร ที่เชี่ยวชาญการทำสงครามกองโจรมานาน จนสันดานโจรเข้าสิงร่างจนทุกวันนี้

           การรับจ้างของพลพรรคคนหักหลังนายกฯทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นการรับจ้างทำงานตามสั่งทีละขั้น ทีละตอน โดยไม่มีโอกาสล่วงรู้ขั้นตอนทั้งหมด แต่ได้รู้เป้าหมายว่าสุดท้ายก็คือ นายกฯทักษิณ ไม่ตายก็ต้องเข้าคุก เหมือนการทำสงครามกองโจร

           ทั้ง สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พินิจ จารุสมบัติ ปรีชา เลาหะพงศ์ชนะ สุวิทย์ คุณกิตติ ชื่อเหล่านี้ล้วนเป็นนักการเมืองที่ชำนาญการอย่างยิ่งกับการรับจ้างทำงานการเมือง เพื่อแลกกับผลประโยชน์ก้อนใหญ่ เรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองนั้น อย่าคาดหมาย ชายแท้ และชายเทียมเหล่าเหล่านี้หามีไม่

           สุรเกียรติ์ เคยหักหลังบรรหาร ส่งข้อมูลธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายบรรหาร จนรัฐบาลพรรคชาติไทย ไปไม่รอด เพื่อให้ตัวเองรอดจากการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

           พินิจ – ปรีชา เคยยุบพรรคเสรีธรรม เข้าร่วมกับพรรคไทยรักไทย เพียงเพื่อจะขอตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

           สุวิทย์ เคยทิ้งพรรคกิจสังคม ในขณะที่ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคต่อจากมนตรี พงษ์พานิช เพราะรู้ว่าสู้พรรคไทยรักไทยไม่ได้ จึงขออาศัยพรรคไทยรักไทย อยู่ด้วย ปล่อยพรรคกิจสังคม เป็นพรรคร้าง จ้างลูกน้องเฝ้าอยู่เพียงคนเดียว

           คนเหล่านี้ ที่เคยกระทำการเช่นนี้ ล่ะหรือ ที่จะมาอวดอ้างเป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ จะมาร่วมกันสร้างพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์เพื่อแผ่นดิน เพื่อชาติ บ้านเมือง

           ใครเชื่อ ก็โง่เต็มทน บ้าเต็มทีแล้ว !

           งานรับจ้างชิ้นแรก แลกเงินก้อนใหญ่ และเงื่อนไขพิเศษทางการเมือง ที่ 4 ชายทั้งแท้และเทียม ได้รับมาจากผู้ว่าจ้าง ก็คือ ย่อยสลายพรรคไทยรักไทย แลกกับการไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง หากพรรคไทยรักไทย ถูกยุบ

           พินิจ-ปรีชา เป็นคู่หูดูโอนำทีมยื่นใบลาออกจากไทยรักไทย หลังการรัฐประหาร ตามติดด้วยลุกทีมอีกกว่า 20 คน พร้อมกับปล่อยข่าวเผาบ้าน ทิ้งท้ายไว้ว่า ใครอยู่ก็ต้องเผาตายพร้อมบ้าน ใครวิ่งหนีออกมาก่อน มีสิทธิรอดตาย แต่สุดท้าย ทั้งพินิจ-ปรีชา ก็ตายพร้อมกับกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เหมือนกัน ต่างกันเพียงว่าพินิจ-ปรีชา กลายเป็นคู่หูดูโอที่เป็นสัญลักษณ์ของคำว่า “เพื่อนกิน” ทางการเมืองแจ่มชัดที่สุด ใครคิดคบหาต้องระมัดระวังถูกแว้งกัดในวินาทีความเป็นความตาย ในขณะที่ผู้คนที่ไม่ทิ้งพรรคไทยรักไทย ได้รับการชื่นชมยกย่องว่าเป็น “เพื่อนตาย” คบหาได้สนิทใจ

           สุรเกีรยติ์ รับงานสร้างพรรคการเมืองใหม่ ชื่อ เพื่อแผ่นดิน เพื่อให้สอดรับกับคำขวัญประจำตัวของ ป.สี่เสา ที่ใช้คำขวัญนี้หลอกผู้คนทั้งประเทศมาทั้งชีวิต โดยสุรเกียรติ์ พร้อมด้วย พินิจ – ปรีชา เดินหน้าออกโรง นั่งโต๊ะแถลงข่าวก่อตั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน ด้วยตนเอง ทั้งๆ ที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ห้ามผู้ตัดสิทธิการเลือกตั้ง หรือตัดสิทธิทางการเมือง เป็นผู้ก่อตั้งพรรคการเมือง อย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษของกฎหมาย

           สุรเกียรติ์ สร้างพรรคเพื่อแผ่นดิน ด้วยเทคนิคทางการเมืองที่ไม่เคยผู้ใดกล้าทำมาก่อน คือการผูกโยงให้ประชาชนสับสนเข้าใจผิด แต่ไม่กล้าถาม ด้วยการสร้างภาพโยงใยพรรคการเมืองใหม่ กับสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้าไว้ด้วยกัน พรรคเพื่อแผ่นดิน จึงกลายเป็นพรรคการเมืองที่มีสตรีสูงศักดิ์ เข้าร่วมมากที่สุด

           สตรีสูงศักดิ์ ที่เป็นถ้อยคำที่ สนธิ ลิ้มทองกุล เคยใช้เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันพระมหา กษัตริย์ เพื่อทำลายนายกฯทักษิณ และสร้างภาพให้ประชาชนคล้อยตามว่า นายกฯทักษิณ ไม่เป็นที่ทรงโปรดของสถาบันพระมหากษัตริย์ สตรีสูงศักดิ์เหล่านี้จึงออกมาชนกับนายกฯทักษิณ

           แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว สตรีสูงศักดิ์เหล่านี้ ล้วนแต่ทำเพื่อตัวเอง อยากมีชื่อเสียง อยากดัง อยากมีตำแหน่ง อยากมีหน้าตาในสังคม อยากมีอำนาจทางการเมือง อยากเป็นกลุ่มอำนาจต่อรองกลุ่มใหม่

           สุรเกียรติ์ สร้างพรรคเพื่อแผ่นดิน ด้วยการเดินย่ำรอยเท้าสนธิ ลิ้มทองกุล มาแบบก้าวต่อก้าว เพื่อหลอกคนทั้งประเทศว่าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นพรรคที่มีความเชื่อมโยงสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งๆ ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และทรงเป็นกลางทางการเมืองมาโดยตลอด

           ความจริงแล้ว พรรคเพื่อแผ่นดิน ไม่ใช่พรรคการเมืองที่เชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หากแต่เป็นพรรคการเมืองที่เชื่อมโยงกับบุคคลบางคน ที่อยากเป็นพระมหากษัตริย์ อยากตั้งราชวงศ์ใหม่ ด้วยการทำตัวเลียนแบบพระมหากษัตริย์ ในทุกโอกาสที่จะทำได้ เดินทางไปไหน มีผู้คนหมอบกราบ คลานเข่าเข้ามาหา สร้างเหรียญตราของตัวเอง เลียนแบบเหรียญกษาปน์

           หลังจากพรรคไทยรักไทยถูกยุบไป สมาชิกพรรคส่วนใหญ่ย้ายเข้าไปอยู่พรรคพลังประชาชน และด้วยการรวมหัวใจเป็นหนึ่งของ “เพื่อนตาย” ที่ไม่ขายพรรค ขายหัวหน้า ขายชีวิต ขายวิญญาณ และขายตัวให้กับ เผด็จการ เหมือนกับ “เพื่อนกิน” ที่ตีจากไป พรรคพลังประชาชน จึงกลายเป็นพรรคการเมืองเติบโต ก้าวหน้า ได้รับความเชื่อมั่น ศรัทธาจากประชาชนในเร็ววัน

           จากพรรคการเมืองเล็กๆ ก็กลายเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ และมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมจากประชาชนสูงสุด ได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.มากที่สุด มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว เหมือนที่พรรคไทยรักไทย เคยทำสำเร็จมาแล้ว

           งานชิ้นใหม่ที่ชายแท้และชายเทียม 4 คน รับมาก็คือ การบ่อนทำลายพรรคพลังประชาชน ด้วยการใช้เงินทุ่มซื้อตัวอดีตส.ส.จากทุกพรรคการเมืองเข้ามาอยู่กับพรรคเพื่อแผ่นดิน โดยเน้นไปที่พื้นที่ภาคอีสาน และพุ่งเป้าไปที่พรรคพลังประชาชน เพื่อที่พรรคเพื่อแผ่นดิน จะเป็นพรรคการเมืองที่ทำหน้าที่เตะตัดขาพรรคพลังประชาชนในภาคอีสาน แย่งจำนวนส.ส.ไปจากพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีฐานคะแนนหลักอยู่ที่อีสาน

           อดีตส.ส. ถูกตีค่าเป็นสินค้าเกรด A มีราคาค่าตัวหัวละ 40 ล้านบาท ผู้สมัครที่มีแนวโน้มได้เป็นส.ส. เป็นสินค้าเกรด B มีราคาค่าหัว คนละ 30 ล้านบาท ส่วนผู้สมัครที่หวังลูกฟลุ๊ก เทียบเท่าสินค้าเกรด C เอาไว้หลอกประชาชน ที่ตาไม่ถึง และสำหรับทำลายคะแนนพรรคพลังประชาชน มีราคาค่าตัว คนละ 10 ล้านบาท

           ราคาค่าตัวดังว่านี้ ถูกเปิดเผยจากปาก เสนาะ เทียนทอง ซึ่งถูกดูดส.ส.ออกไปมากที่สุด และเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมพรรคเพื่อแผ่นดินจึงกลายเป็นพรรคการเมืองโตเร็ว ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน

           เงินจำนวนมากมายหลายร้อยล้านบาท ถูกส่งเข้าบัญชีลับของคนบางคนในพรรคเพื่อแผ่นดิน และใช้จ่ายกันอย่างคนมือเติบ ซื้อตัวอดีตส.ส.ทุกระดับราคา ไม่มีต่อรอง บางคนที่อยากได้มาก ก็จ่ายล่วงหน้าไปก่อน 3-5 ล้านบาท

           สภาพคล่องและเงินสะพัดภายในพรรคเพื่อแผ่นดิน ทำให้สมาชิกพรรคพลังประชาชนจำนวนหนึ่งทนต่อกลิ่นเงินที่เย้ายวนไม่ไหว กระโจนเข้าใส่ทันที แต่ก็เพียงไม่ถึงสิบคน ที่ยอมละทิ้งอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไปรับใช้เผด็จการ เพราะหิวเงิน

           ในขณะที่พรรคการเมืองใหม่อื่นๆ อย่างประชาราช มัชฌิมาธิปไตย รวมใจไทยชาติพัฒนา ระส่ำระสายอย่างหนัก เพราะแรงดูดของพรรคเพื่อแผ่นดิน

           แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคชาติไทย อยู่ในอาการนิ่งสนิทจนน่าแปลกใจ และอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ ว่า ทั้ง 2 พรรคนี้รู้ดีว่า พรรคเพื่อแผ่นดินกำลังทำงานอะไรอยู่ เพื่อเป้าหมายใด และเพื่อใคร

           งานรับจ้างชิ้นนี้ ถือว่าทั้ง 4 ชายแท้และเทียม ทำได้ผลพอสมควร เขย่าวงการเมืองได้อย่างรุน แรง พวกจิตอ่อน ประสาทหวิว เดินตัวปลิวไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดิน จนแทบจะล้นพรรค

           แต่หลังการสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ทั้งสองแบบ คือ ส.ส.สัดส่วน และ ส.ส.เขต สิ้นสุดลง สภาพคล่องของพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็มีอาการสะดุด ทำให้แรงเดินพบปะประชาชนแผ่วลงอย่างผิดสังเกต ตามติดมาด้วยมติของกกต. ห้ามอดีตกรรมการบริหารไทยรักไทย 111 คน ทำกิจกรรมทางการเมือง ห้ามยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง ห้ามมีตำแหน่งทุกตำแหน่ง ทุกชื่อเรียกในพรรคการเมือง

           มติของกกต. ในเรื่องนี้ ทำให้ สุรเกียรติ์ ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ ออกอาการฟาดหัวฟาดหาง เปิดเผยความลับดำมืดที่ซ่อนอยู่ออกมาทั้งหมด ดังที่ได้ยินกันไปทั่วประเทศแล้ว

           เหตุที่กกต.ออกมติดังกล่าว มีอยู่ 3 ประการด้วยกัน คือ

           1. ผลการสำรวจคะแนนนิยมพรรคการเมือง และผู้สมัคร ในภาคอีสาน ปรากฏว่า พรรคเพื่อแผ่นดิน ไม่เป็นที่รู้จัก และไม่เป็นที่นิยมของประชาชน เพราะเป็นพรรคของกลุ่มนักการเมืองที่หักหลัง ทรยศนายกฯทักษิณ ชินวัตร ซึ่งสวนทางกับค่านิยมพื้นฐานของชาวอีสาน ที่จะสำนึกในความดีและหาโอกาสตอบแทนแก่ผู้ทำประโยชน์ให้ตนเสมอ

           เมื่อคะแนนไม่เป็นไปดังคาด ไม่เป็นไปดังภาพที่ปรากฏทางสื่อมวลชน จึงต้องนำไปพิจารณากันใหม่ ถึงเรื่องเงินทุนที่จะทุ่มส่าเข้ามาในพรรคเพื่อแผ่นดิน เพื่อสกัดกั้น และตัดคะแนนนิยมพรรคพลังประชาชน เพราะดูๆ ไปแล้ว ไม่น่าจะทำได้สำเร็จ จึงมีการลดจำนวนเงินทุนที่เคยไหลแบบท่อแตกเข้าไปในพรรคเพื่อแผ่นดิน กลายเป็นท่อรั่ว ไหลแบบกะปริบกะปรอย ทำให้ผู้สมัครทั้งหลายมาที่รอคอย ต่างพากันหน้าแห้งไปหมด

           สังเกตจากสีหน้า แววตา ท่าทาง อาการของสุวสิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ในขณะนี้ ก็น่าจะพอมองออกว่าเกิดอะไรขึ้นในพรรคเพื่อแผ่นดินของเขาแล้ว

           2. จากการลงพื้นที่ของทหาร และ กอรมน. ทำให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ ไหลเข้าสู่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ว่า อดีตกรรมการบริหารไทยรักไทย 111 คน ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองนั้น ส่วนที่แยกออกมาตั้งเพื่อแผ่นดิน ทำงานเพื่อหาเงิน และหาอำนาจ ในขณะที่ส่วนที่ยังแนบแน่นอยู่กับพรรคพลังประชาชน ทำงานเพื่อหาเสียง และหาคะแนน

           อีกทั้งประสิทธิภาพในการทำงานสร้างคะแนนนิยมจากประชาชนรากหญ้า สู้กันไม่ได้ เทียบกันไม่ติด หากปล่อยให้เดินกันตามสบายเช่นที่ผ่านมาต่อไป พรรคพลังประชาชน จะได้รับการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย เงินที่ตั้งใจว่าจะใส่เข้าไปมากมายในพรรคเพื่อแผ่นดิน จะไหลซึมลงดินทราย เหมือนน้ำในทุ่งกุลาร้องไห้ เพราะฉะนั้น เมื่อไม่สามารถใช้พรรคเพื่อแผ่นดิน สกัดกั้นความนิยมของพรรคพลังประชาชน ที่โตวันโตคืนและมั่นคงยิ่งนัก ได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเงินเพื่อภารกิจนี้มากมายดังที่ประมาณการไว้ในครั้งแรก

           3. ข้อสรุปการทำงานในเบื้องต้น กล่าวได้ว่าพรรคเพื่อแผ่นดิน ทำงานสำเร็จไปแล้ว คือ บ่อนทำลายพรรคพลังประชาชน มาได้ระดับหนึ่ง สร้างความวุ่นวายให้แก่พรรคพลังประชาชน ได้ไม่น้อยในช่วงโค้งสุดท้ายของการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และทำให้พรรคพลังประชาชนเสียสมาธิ เสียเครดิตไปมากพอสมควร กระทบต่อความมั่นคงทางจิตใจของผู้สมัคร และกองเชียร์ได้เป็นที่น่าพอใจ ภารกิจของพรรคเพื่อแผ่นดิน จึงจบสิ้นแล้ว ที่เหลือต่อไปเป็นภารกิจของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทย ซึ่งเป็นสองพรรคการเมืองหลักที่ทำงานในพื้นที่มานาน และมีคะแนนที่นับได้แม่นยำกว่าหลายเท่า

           จะเห็นได้ว่าในระยะนี้ พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มเปลี่ยนยุทธศาสตร์ ตั้งใจทำคะแนนในกรุงเทพและภาคใต้ ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อนำไปสู้กับคะแนนของพรรคพลังประชาชน ในภาคอีสาน โดยมองข้ามพรรคเพื่อแผ่นดิน ไปแบบไม่ให้ราคาแล้ว

           ว่ากันว่า ขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคชาติไทย ได้เข้ามารับช่วงงานต่อจากพรรคเพื่อแผ่นดิน แล้ว คือ การลงพื้นที่แย่งชิงคะแนนเสียงของพรรคพลังประชาชนในทุกพื้นที่ ที่พรรคเพื่อแผ่น ดินปฏิบัติภารกิจบ่อนทำลายความแข็งแกร่งของแต่ละพื้นที่ของพรรคพลังประชาชน ไปแล้ว

           เปรียบเป็นยุทธการทางทหาร พรรคเพื่อแผ่นดิน ก็เหมือนทหารหน่วยกล้าตาย บุกเข้ายึดพื้นที่ของข้าศึก และขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์ กับ พรรคชาติไทย กำลังบินทิ้งระเบิดลงกลางพื้นที่ข้าศึก ก่อนที่จะตามเข้าปล้นชิงคะแนนนิยม และกวดเก็บต้อนผู้คนของพรรคพลังประชาชนไปเป็นของตัวเอง ทั้งแบบสมัครใจ บังคับขู่เข็ญ และหลอกล่อให้เข้าใจผิด

           เมื่อพรรคเพื่อแผ่นดิน ทำงานได้ผลในระยะต้น คือ ซื้อตัวส.ส.มาได้จำนวนมาก บ่อนทำลายพรรคพลังประชาชนได้เป็นที่น่าพอใจ แต่ในระยะกลาง คือ การรณรงค์หาเสียง กลับไม่มีทีท่าว่าจะทำคะแนนขึ้นมาได้ แม้แต่สุวิทย์ คุณกิตติ ยังอาการหนัก เมื่อเจอกระแส ทักษิณ ในขอนแก่นและภาคอีสาน จึงนำมาสู่การตัดสินใจที่จะเลิกใช้พรรคเพื่อแผ่นดิน ทำภารกิจต่อไป เพราะเห็นอนาคตของพรรคการเมืองพรรคนี้แล้วว่า สู้ไปก็มีแต่เสียเงินเปล่า เก็บเอาไว้ให้พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคชาติไทย ใช้ดีกว่า

           จอมบงการแห่งบ้านสี่เสา จึงเปิด-ปิดท่อน้ำเลี้ยงพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นเวลา และขณะนี้ ก็ปิดมากกว่าเปิด

           อดีตส.ส.ทั้งหลายที่ย้ายกันมาอยู่รวมกันที่นี่ จึงมีสภาพคล้ายคนถูกหลอกให้ลงแพ และก็ถูกลอยแพ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

           ใครมีแรง มีกำลัง มีสตางค์ส่วนตัว ก็ต้องควักออกมาใช้หาเสียงกันเอง เพื่อไม่ให้สอบตก ในภาวะที่ชาวบ้านเกลียดชัง และถูกตราหน้าว่าหักหลังนายกฯทักษิณ ซึ่งคนอีสานถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก และอภัยให้ไม่ได้ สำหรับคนที่มีพฤติกรรม ดั่ง “ชาวนากับงูเห่า”

           วันนี้ ผลกรรมของเหล่านักการเมืองที่กินฉี่ทหาร ไม่ต้องรอถึงวันเลือกตั้ง เพียงแค่หลังรับสมัครเลือกตั้ง ก็เห็นกันแล้วว่า “บาปกรรมมีจริง”

           คนเหล่านี้หักหลังนายกฯทักษิณ วันนี้ ก็ถูกจอมบงการแห่งบ้านสี่เสา หักหลังเสียแล้ว

           ถึงแม้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จะเรียกสุรเกียรติ์ ไปเจรจาพาที เคลียร์ข้อข้องใจต่อกัน แต่ก็ไม่ได้ผลแล้ว เพราะชายเทียมอย่างสุรเกียรติ์ เข็ดแล้วกับการถูกชายหลายเมีย อย่างสนธิ บุญยรัตกลิน หลอกครั้งแล้วครั้งเล่า จึงไม่เล่นด้วยแล้วกับเกมปั่นจิ้งหรีดของทหารตระบัดสัตย์ อย่างสนธิ บุญยรัตกลิน

           ในขณะที่นั่งเจรจากันอยู่ในร้านอาหารกลางกรุงเทพ สุรเกียรติ์ จึงส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามโทรศัพท์แจ้งนักข่าวว่ากำลังเจรจากับสนธิ บุญยรัตกลิน เพื่อประจานให้ประชาชนได้รู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวาย ไม่สงบเรียบร้อยของประเทศไทยตั้งต้นจนถึงวันนี้ คือใคร

           ไม่ว่า สนธิ บุญยรัตกลิน จะปฏิเสธอย่างไร ก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะ สุรเกียรติ์ ไม่ปฏิเสธ พินิจ-ปรีชา ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะรู้เห็นเหตุการณ์แต่ต้น

           มีแต่ สุวิทย์ คุณกิตติ คนเดียวที่ปฏิเสธ เพราะสุวิทย์ ไม่รู้ว่ามีการเจรจาลับครั้งนี้ และเป็นห่วงคะแนนในภาคอีสาน ที่กว่าจะได้แต่ละคะแนน ต้องหลอกต้มชาวบ้านอยู่นาน ว่าจะเป็นพรรคสาขาของไทยรักไทย มีเป้าหมายจะพาทักษิณ กลับประเทศไทย ด้วยความปลอดภัย แต่สุรเกียรติ์ ดันเผยไต๋หมดสิ้น ว่าพรรคเพื่อแผ่นดิน จะสนับสนุนอภิสิทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และจับมือประชาธิปัตย์ กับชาติไทย ตั้งรัฐบาล โดดเดี่ยวพลังประชาชน

           เกมการเมืองที่ 3 พรรค กำลังเล่น กำลังเดินหน้าหลอกลวงประชาชน เพื่อให้สับสนว่าใครมิตรแท้ ใครมิตรเทียมของนายกฯทักษิณ ชินวัตร หวังยื้อแย่งดึงคะแนนของพรรคพลังประชาชน ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด นอกจากทำลายคะแนนของพรรคพลังประชาชน เพราะคิดว่าประชาชนเป็นคนโง่และเชื่อง่าย

           ฉะนั้นแล้ว พวกเราจะต้องไม่หลงไปกับกลเกมที่จอมบงการแห่งบ้านสี่เสา คิดขึ้นมา แล้วจ้างวานใช้เหล่าบริวารที่คลานเข่าเข้าหา อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน มาทำให้สับสน พะวักพะวัน จับต้นชนปลายไม่ถูก ว่าตกลงแล้ว ใครเชื่อได้ ใครเชื่อไม่ได้

           เลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เลือกใครเป็นรัฐบาล แต่เป็นการเลือกตั้ง เพื่อจะประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า คนไทยไม่เอารัฐประหาร หมดเวลาสำหรับเผด็จการและบริวารทั้งหลายแล้ว

           ประชาธิปัตย์ ชาติไทย และ เพื่อแผ่นดิน คือ พรรคการเมืองที่ชื่นชอบนิยมยินดีกับการรัฐประหาร ล้มล้างประชาธิปไตย จัดเป็นบริวารเผด็จการสายพันธุ์แท้ เป็นสัญลักษณ์ของเผด็จการนิยม

           พลังประชาชน คือ พรรคการเมืองที่ต่อสู้กับการรัฐประหาร ต่อต้านการขยายอำนาจของระบอบทหาร ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ จัดเป็นความหวังเดียวของฝ่ายประชาธิปไตย ที่จะสร้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่แท้จริงและถาวรขึ้นในประเทศไทย เป็นสัญลักษณ์ ของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ที่ทั่วโลกยอมรับ

           วันที่ 23 ธันวาคม นี้ จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก และชวนสับสนอีกต่อไปว่าจะเลือกใคร หากหัวใจของคุณเรียกหาประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการ

           ประชาชนต้องรวมพลัง ให้เผด็จการและบริวาร ต้องยอมแพ้ต่อพลังของประชาชน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: