อ้ายบังกับกฎหมายเผด็จการ

   

          อ้ายบัง บอกว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายรักษาความมั่นคงภายใน เพราะว่ามีภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เข้ามากล้ำกราย รุกคืบเข้ามาอยู่ภายในประเทศไทยของเราแล้ว

            อ้ายบัง บอกอีกว่าประเทศต่างๆ ทั่วโลก ก็มีกฎหมายแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น จะเป็นอเมริกา อังกฤษ  ฝรั่งเศส  มาเลเซีย สิงคโปร์  จึงไม่แปลกอะไรที่ประเทศไทยจะมีกับเขาด้วย  เพราะฉะนั้นคนไทยที่ออกมาโวยวาย ไม่เอา ไม่รับ น่าจะต้องกลับไปอ่าน ไปศึกษากันใหม่  ยังไม่ได้อ่านให้ดี ก็มาร้องแรกแหกกระเชอ ตีโพยตีพายกันแบบนี้ เสียบรรยากาศการปกครองประเทศไทย สไตล์ทหาร หมด

            อ้ายบัง บอกแล้วบอกอีกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น กฎหมายฉบับนี้ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มีทหารเป็นสมาชิกเกือบกึ่งหนึ่ง ที่เหลืออีกกว่ากึ่งหนึ่ง เป็นลูกน้องทหารทั้งสิ้น (นับรวมกันแล้ว 200 คน ก็ลูกสมุนอ้ายบัง ทั้งนั้น) และจะต้องนำมาออกมาบังคับใช้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ในเร็วๆ นี้ อย่างแน่นอน

          อ้ายบัง บอกต่อไปอีกว่าประชาชนที่ไม่เห็นประโยชน์  และต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ มี 2 จำพวกด้วยกัน

          จำพวกแรก คือ พวกที่อ่านกฎหมายไม่ออก ดูกฎหมายไม่เป็น ไม่มีญาณวิเศษ ไม่มีตาทิพย์ ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่ตระหนักถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ กระทั่งไม่รักประเทศชาติ และราชบัลลังก์ ไม่สมกับที่เกิดมาเป็นคนไทย ผู้คนที่เข้าข่ายจำพวกนี้ เช่น นักวิชาการ สื่อมวลชน  กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์กรภาคเอกชน  รวมไปถึงรัฐมนตรีบางคน ในรัฐบาลนี้ด้วย ที่กำลังแสดงท่าทีไม่ยอมรับ ไม่สนับสนุนกฎหมายเผด็จการฉบับนี้

จำพวกที่สอง คือ พวกที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศชาติ  ก่อความวุ่นวาย ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อเจตนาของทหาร ที่ต้องสร้างความสงบเรียบร้อยแก่ประเทศไทย ด้วยการห้ามผู้ใดคิดแตกต่าง ทำตัวแปลกแยกไปจากทิศทางที่คณะเผด็จการกำหนด ทำตัวเป็นทหารนอกแถว ผู้คนที่เข้าข่ายจำพวกนี้ ได้แก่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ  อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ที่ยังไม่ยอมแตกกระจายออกไปตามแผนบันได 4 ขั้น  อดีตสมาชิกวุฒิสภา ที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารและยึดอำนาจ  ตลอดจนประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่ไม่เอาเผด็จการ และต่อต้านการรัฐประหาร

อ้ายบัง อยากจะบอกย้ำๆ อีกหลายครั้งว่า ไม่ว่าจะมีเสียงคัดค้านอย่างไร  ก็คัดค้านการทำคลอดกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แล้ว เพราะขณะนี้อำนาจของเผด็จการทหารได้แผ่กระจายซึมแทรกเข้าไปทั่วทุกอณู ทุกหย่อมหญ้า ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทยไปเสียแล้ว  เพราะฉะนั้น ประชาชนทั้งหลาย อย่าเสียแรงเปล่าเลย  แม้นไม่คิดจะเชยชมหรือชื่นชม แต่ผมก็จะเอาออกมาบังคับใช้กับท่านอยู่ดี หนีไม่พ้นหรอก

อ้ายบัง อยากจะบอกต่อไปอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 จนถึงวันนี้ และที่จะเกิดขึ้นต่อไปในภายภาคหน้า คือประชาชนตกอยู่ใต้อุ้งตีนทหารไปอีกยาวนานแค่ไหนยังบอกไม่ได้นั้น ไม่ใช่ความต้องการเผด็จการทหาร แต่เป็นความต้องการของประชาชน ที่เรียกร้อง เชิญชวนให้ทหารเข้ามาเอง

อ้ายบัง บอกมาก็ไม่ผิดนัก เพราะ ประชาชนจำนวนหนึ่ง และ สื่อมวลชน จำนวนมาก เป็นคนปลุกผี (เผด็จการทหาร) ตัวนี้ ให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเอง จึงต้องรับผลกรรมของตัวเอง  ต้องทนอยู่ใต้การข่มเหงของเผด็จการทหาร กันเรื่อยไป

ประวัติศาสตร์ชาติไทยสอนไว้หลายครั้งหลายคราว่าการที่จะปราบผีเด็จการทหาร ที่มาหลอกหลอน รังแก ข่มเหงประชาชน มีอยู่ทางเดียวคือ ประชาชนทั้งแผ่นดินต้องรวมพลังกันเดินเท้าเข้าเผชิญหน้ากับมัน  แล้วใช้สองมือเปล่าจับผีร้ายเผด็จการทหาร ไปกำจัดทิ้ง แต่ในคราครั้งนี้ เห็นทีจะต้องกำจัดแบบฝังดินเหมือนที่ผ่านๆมา ไม่ได้ ต้องฆ่าแล้วเผาทำลายให้สิ้นทั้งซากและวิญญาณ เสียที เพื่อที่จะไม่ต้องมีมนุษย์อุบาทว์ชาติชั่ว เช่น สนธิ ลิ้มทองกุล ไปปลุกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาหลอกหลอนประชาชน อีกชั่วกัปชั่วกัลป์

ประดาบ อยากจะบอกอ้ายบัง ว่าที่พูดมาทั้งนั้น นอกจากจะหลอกประชาชนไม่ได้แล้ว ยังทำให้ประชาชนได้เห็นว่าจิตวิญญาณของอ้ายบัง ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปชั่วตัวดำที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า นั้น มันทั้งดำทั้งชั่วยิ่งกว่ารูปกายของมันเสียอีก

 ประดาบ อยากจะบอกอ้ายบัง ว่าที่พูดว่าหลายประเทศในโลก เขามีกฎหมายรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ใช้กันทั้งนั้น มันก็จริงอยู่ แต่เขามีเพื่อป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายที่มาจากนอกประเทศ ในขณะที่ประเทศไทย การก่อการร้ายจากภายนอกประเทศ แทบจะไม่เคยเกิดขึ้น เว้นแต่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ปัญหารุนแรงขึ้นมาอย่างผิดสังเกต นับแต่ อ้ายบัง ขึ้นมาครองอำนาจสูงสุดเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

 จะว่ากันไปแล้ว ประเทศไทย ไม่ใช่เป้าหมายของขบวนการก่อการร้าย ก็อาจจะพูดได้  ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากก่อการอันทำให้เกิดอาการไม่มั่นคงภายในประเทศไทย นั้น เกือบทั้งหมดทุกเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาจาก เผด็จการทหาร นั่นเอง  ทั้ง ทหารปล้นอำนาจประชาชน (19 กันยายน 2549)  ทหารปล้นอำนาจทหารด้วยกันเอง (จปร. กับ จปร.7 ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ) ทหารไล่ฆ่าประชาชน เพื่อสถาปนาอำนาจเผด็จการ (6 ตุลาคม 2519) และ ทหารต่อต้านการเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชน (14 ตุลาคม 2516)

ยังมีอีกมากมายหลายเหตุการณ์ในอดีต ที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงภายในราชอาณาจักร ก็มักจะมีที่มาจากทหารเป็นตัวการใหญ่ นั่นเอง นับเนื่องกันตั้งแต่…

 จอมพลป.พิบูลสงคราม เผด็จการทหาร ต้นกำเนิดทหารการเมือง ยึดพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์  ยึดอำนาจคณะราษฎร ปล้นอำนาจประชาชน โค่นล้มประชา ธิปไตย  หลอกลวงประชาชน ให้หลงอยู่ในวังวนของเผด็จการนานนับสิบปี

จอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์  ต้นแบบเผด็จการทหาร กดขี่ บีฑา เข่นฆ่าประชาชน กักขัง จำคุกนักคิด นักเขียน นักต่อสู้ ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย เพื่อปิดปาก ปิดหู ปิดตาประชาชน ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่สนใจการเลือกตั้งและระบอบประชา ธิปไตย นับเป็นต้นแบบเผด็จการทหารที่ทหารรุ่นหลังเรียนรู้และเชิดชูเป็นแบบอย่างที่ควรค่าแก่การเดินตาม

จอมพลถนอม กิตติขจร ต้นแบบเผด็จการทหาร ที่ผสมผสานทหารกับนักการเมือง เพื่อยึดครองอำนาจปกครองบ้านเมือง และฉีกทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย เป็นปีศาจเผด็จการที่สืบทอดอำนาจจากจอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์  แปลงร่างเข้ามาสิงสู่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อไม่ได้ดังใจเผด็จการ ก็กระชากหน้ากากตัวเอง ด้วยการทำรัฐประหารตัวเอง แล้วปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหาร อย่างยาวนาน จนถูกประชาชนขับไล่

พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ต้นแบบเผด็จการทหารเข่นฆ่าประชาชน วางแผนให้คนไทยฆ่าคนไทย ปลุกลูกเสือชาวบ้านเข่นฆ่านักศึกษา ล้มตายหลายร้อยคนในมหาวิทยาลัยศาสตร์ เพื่อปิดฉากการปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย  และสถาปนาระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ก่อนจะมาเป็นระบอบเปรมาธิปไตย ในเวลาต่อมา

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ต้นแบบเผด็จการทหาร ที่ผสานประโยชน์กับนักการเมือง ได้อย่างลงตัว ทั้งอำนาจและผลประโยชน์ ด้วยสูตรการแบ่งเขตแดนอำนาจปกครองใส่ไว้ในมือทหาร และเขตแดนอำนาจบริหาร เพื่อหาประโยชน์มาเลี้ยงดูรัฐบาล ทหาร และ ส.ส.ไว้ในมือนักการเมือง เป็นผู้สถาปนา วางรากฐาน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบอบอำมาตยธิปไตย ในประเทศไทย จนหยั่งรากลึก และเป็นปัญหาอุปสรรคของระบอบประชาธิปไตย มาโดยตลอด  กระทั่งกลายมาเป็นเครื่องมือทำลายระบอบประชา ธิปไตย เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

พล.อ.สุจินดา คราประยูร ต้นแบบเผด็จการทหาร ผู้สร้างตำนานการสืบทอดอำนาจจากการก่อการรัฐประหาร สู่รัฐบาลประชาธิปไตยจอมปลอม ด้วยวาทกรรมบันลือโลก “เสียสัตย์เพื่อชาติ” ผู้ไม่รับฟังเสียงประชาชน และตอบคำถามประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ด้วยเสียงปืนนานาชนิด พร้อมทั้งความรุนแรงโหดร้ายนานาวิธีที่ทหารพึงคิดได้ คิดออก และคิดเป็น  กระทั่งต้องพบกับจุดจบถูกประชาชนโค่นลงจากอำนาจที่เพิ่งครอบครองแบบเบ็ดเสร็จได้เพียง 45 วัน

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ต้นแบบเผด็จการทหารตอแหล  ทั้งก่อนยึดอำนาจ วันยึดอำนาจ และหลังการยึดอำนาจ  เป็นเผด็จการทหารเพียงคนเดียวที่บังอาจแอบอ้างว่าพระมหากษัตริย์ สนับสนุนการรัฐประหาร ยึดอำนาจปกครองแผ่นดิน  เป็นเผด็จการทหารคนเดียวที่บังอาจแอบอ้างว่ากระทำการรัฐประหาร เพื่อพระมหากษัตริย์  เป็นเผด็จการทหารเพียงคนเดียว ที่บังอาจเบิกจ่ายงบประมาณย้อนหลัง เป็นค่าใช้จ่ายให้แก่คณะผู้ก่อการรัฐประหาร เป็นเผด็จการทหารเพียงคนเดียว ที่บังอาจเบิกเงินแผ่นดินจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยงแก่ผู้สนับสนุนการรัฐประหาร เป็นเผด็จการทหารเพียงคนเดียวที่ไม่กล้าใช้อำนาจปราบปรามโจรก่อการร้าย  แต่มีพฤติกรรมเช่นเดียวกับเผด็จการทหารทุกคน คือ ใช้อำนาจปราบ ปราม กดขี่ ข่มเหงรังแก ข่มขู่ คุกคาม ประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ที่มีสองมือเปล่า

 ประดาบ อยากจะบอกอ้ายบัง ว่า เผด็จการทหารเหล่านี้ต่างหากที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งยังเป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง  หาใช่ประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย คนใดไม่

 หากศึกษาประวัติศาสตร์ให้ดี จะชี้ให้เห็นได้ว่าเผด็จการทหาร ที่ได้อำนาจมาจากการปล้นอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ ทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย  จะเห็นประชาชนเป็นศัตรู  และจะต้องกระทำการเข่นฆ่า กดขี่ประชาชน ห้ามมีปากมีเสียง  และมีบทสุดท้ายของชีวิตที่เหมือนกันคือ ถูกประชาชนโค่นลงจากอำนาจ และมีชื่อปรากฏอยู่ในบันทึกทรราช ของชาติ พร้อมหน้าถ้วนทั่วทุกตัวคน

 ดังนั้น กลุ่มบุคคลเป้าหมาย ที่กฎหมายรักษาความมั่นคง ควรจะจับตามองเป็นพิเศษ ก็คือ บรรดาเผด็จการทหารทุกคนที่ร่วมก่อการปล้นอำนาจประชาชนและทำลายประชาธิปไตย

 ประดาบ อยากจะบอกอ้ายบัง ว่าประเทศต่างๆ ในโลก มีกฎหมายรักษาความมั่นคงภายในประเทศไทย ได้ เพราะประชาชนเจ้าของประเทศนั้นๆ อนุญาต และยอมรับ เพราะ กองทัพ และทหารของประเทศเหล่านั้น ไม่เคยก่อการยึดอำนาจปกครองแผ่นดิน ไม่เคยฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่เคยล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่เคยเข่นฆ่าประชาชน ไม่เคยมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศและประชาชน

             กองทัพและทหารของประเทศเหล่านั้น เป็นกองทัพ และทหารที่อยู่ในระเบียบวินัย  เป็นผู้ ปฏิบัติงานตามนโยบายและคำสั่งของรัฐบาล หรือ ผู้บริหารสูงสุดของประเทศ  แต่กรณีของประ เทศไทย ที่ประชาชนเกือบทั้งประเทศไม่เห็นด้วย ไม่ยอมรับ กฎหมายฉบับนี้ ก็เพราะ พฤติกรรมของกองทัพ และทหาร ที่สืบสานกันแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบัน  ทำให้ประชาชนไม่ไว้ใจ ไม่วางใจ ไม่มั่นใจ ที่จะมอบปืนไว้ในมือ “คนป่า” เช่นทหารไทยและกองทัพไทย

ในวันที่ยังไม่มีกฎหมายเผด็จการ มาคุ้มหัว ในวันที่ยังมีกฎหมายกำหนดโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ในวันที่รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ห้ามก่อการรัฐประหาร ล้มล้างการปกครอง กองทัพและทหารไทย รุ่นแล้วรุ่นเล่า ยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมายทุกฉบับที่มีในประเทศนี้ และกลับกลายเป็นว่ารัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด เป็นกฎหมายที่ถูกฉีกบ่อยที่สุด ใช้เปลืองมากที่สุด  ก็เพราะกองทัพที่ตกอยู่ใต้การปกครองของทหารสันดานโจร นั่นเอง

ในวันที่ยังไม่มีกฎหมายเผด็จการ มาให้ท้าย ทำอะไรก็ได้ ไม่มีความผิด กองทัพและทหารไทย ยังบังอาจ ฝ่าฝืน กระทำความผิด ข่มเหงรังแก ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย  แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจสูงสุดในประเทศ ยังถูกปล้นอำนาจ ถูกลอบฆ่า ถูกกลั่นแกล้ง รังแก จนอยู่ในประเทศไทยไม่ได้  แล้วนับประสาอะไรกับประชาชนคนธรรมดา จะต้านทานอำนาจของกองทัพและทหาร ไหวได้อย่างไร  ยิ่งมีกฎหมายเผด็จการออกมาคุ้มหัว และให้ท้ายแบบที่อ้ายบัง ต้องการ ด้วยแล้ว ต่อไป ประชาชนคนธรรมดาทุกคนในประเทศนี้ จนถึงนายกรัฐมนตรี ก็ต้องคอยจับอารมณ์ผู้นำกองทัพให้ดี ต้องคอยเงี่ยหูฟังคำพูดของผู้นำกองทัพให้ดี  ต้องจับตาอาการท่าทางของผู้นำกองทัพให้ดี

วันใดหงุดหงิดขึ้นมา วันใดทะเลาะกับเมียมา วันใดบ้านเล็กไม่ให้นอนด้วย  แค่นี้ประเทศไทย และคนไทยอีกหลายสิบล้านคน ก็แทบจะมอดม้วยมรณา ด้วยพายุอารมณ์ของท่านผู้นำกองทัพ เอาได้ง่ายๆ  หากท่านประกาศสถานการณ์อะไรออกมา สั่งลูกน้องลากด่านตรวจไปตั้งกลางถนนหลวง  สั่งหนังสือพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ ห้ามเสนอข่าวที่ทำให้ท่านหงุดหงิด สั่งให้ตำรวจ ทหารไปค้นบ้าน ไอ้คนที่เอาความลับเรื่องบ้านเล็กไปบอกบ้านใหญ่  ใครก็ขัดขวาง คัดค้าน ต้านทานท่านไม่ได้  เพราะท่านมีวาจาสิทธิ์ดังพระร่วง มีนิ้วเพชรชี้คนใดคนนั้นตาย เหมือนนนทุกข์ ชี้นิ้วใส่เทวดาให้ดับดิ้น  แค่นี้ประเทศไทยก็นอนหายใจรวยรินเหมือนคนใกล้สิ้นใจเต็มที

ก็เพราะประเทศไทย มีกองทัพและทหารที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศและประชาชน อย่างที่บอกเล่ามานี้เอง จึงทำให้ประชาชนทั้งประเทศ ต้องเกรงกลัว และสกัดกั้นกฎหมายเผด็จการทหารฉบับนี้ ด้วยการส่งเสียงเอ็ดตะโรกันดังลั่น เพื่อให้คนไทยทุกคนได้รับรู้กันทั่วกัน  ไม่ให้เผด็จการทหารแอบซ่อนไว้ข้างหลัง งุบงิบออกมาบังคับใช้ โดยที่ประชาชนไม่ทันตั้งตัว

ประดาบ อยากจะบอกอ้ายบัง ว่า หากคิดว่าคนไทยเป็นพวกงอมืองอเท้า ไม่คิดต่อสู้ ไม่รู้จักป้องกันสิทธิของตนเอง ยอมทนให้ทหารกดขี่ รังแก ข่มเหง กลั่นแกล้ง และทนดูทหารเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ทำผิดไม่ต้องรับผิด ได้  ก็ขอเชิญผลักดันกันให้เต็มที่  ถ้าจะให้ดี ก็ไปสั่งการฤาษีสุรยุทธ์ ให้นำเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เร็วๆ  แล้วสั่งการให้ลูกสมุน 200 คน ลงมติรับ 3 วาระรวด ออกมาใช้เป็นกฎหมายวันนี้วันพรุ่ง ได้เลยจะยิ่งดี  อ้ายบัง จะได้รู้กันเสียทีว่าประชาชนคนไทยคิดอ่านอย่างไรกับทหารไทยที่มักใหญ่ใฝ่สูง รัฐประหาร ยึดอำนาจเพื่อตัวเอง

ประดาบ อยากจะบอกอ้ายบัง ว่า กฎหมายรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่คิดจะนำมาบังคับใช้กับคนไทยทั้งชาติทั้งแผ่นดินนั้น นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อ…

ใช้เป็นเกราะคุ้มครองตัวเองเมื่อกระทำผิด ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย เช่นประชาชนทั่วไป

ใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่ คุกคามประชาชน ให้สยบยอมตกอยู่ใต้อิทธิพลอำนาจ

ใช้เป็นอาวุธในการปล้นจี้รีดไถ แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ใช้เป็นเครื่องมือสกัดกั้น ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่ออกมาเรียกร้องต่อรัฐ ให้แก้ไขปัญหา และหยุดการรังแกประชาชน เช่น เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน ชาวบ้านเขื่อนปากมูล ชาวบ้านในป่าชุมชน ชาวบ้านในเขตป่าสงวน ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิที่ถูกรัฐละเมิดได้ อีกแล้ว เพราะจะเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ทันที

นอกเหนือจากประโยชน์ที่เกิดแก่เจ้าหน้าที่รัฐ  ดังว่านี้แล้ว ประดาบ ยังมองไม่เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างไรบ้าง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523 ว่า

“…กฎหมายนั้น โดยหลักการแล้วจะต้องบัญญัติขึ้นใช้เป็นอย่างเดียวกันและเสมอกันหมดสำหรับคนทั้งประเทศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้กฎหมายจะต้องตระหนักในความรับผิดชอบของตนเองอยู่ตลอดเวลา ในอันที่จะใช้กฎหมายเพื่อธำรงรักษาและผดุงความยุติธรรม…”

แต่กฎหมายรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ที่อ้ายบัง กำลังเข็นออกมาบังคับใช้นี้ กลับให้สิทธิแก่เจ้าหน้าที่รัฐเหนือกว่าประชาชน และให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด โดยไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย จึงไม่อาจคาดหวังได้ถึงความรับผิดชอบของผู้ที่จะใช้กฎหมายฉบับนี้ ว่าจะใช้กฎหมายเพื่อธำรงรักษาและผดุงความยุติธรรม ตามพระบรมราโชวาท ได้

จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลย ที่ประชาชนทั้งประเทศ ไม่ยอมให้เผด็จการทหารอย่างอ้ายบัง และฤาษีสุรยุทธ์ ออกกฎหมายมากดหัวตัวเองให้อยู่ใต้ท็อปบู๊ตของทหาร ชนิดที่ไม่ต้องโงหัวขึ้นมาอีก

แต่กลับเป็นเรื่องประหลาดใจของ อ้ายบัง ที่เห็นประชาชนไม่ยอมตกอยู่ใต้ท็อปบู๊ตทหาร อีกต่อไป ทั้งๆ ที่เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ประชาชนเหล่านี้ ยังเอาดอกไม้ไปให้ทหารที่ออกมายึดอำนาจปกครองประเทศ ไปไว้ในมือทหาร ด้วยความชื่นชมยินดี อีกทั้งแอ๊คท่าถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วยความภาคภูมิใจราวกับได้ยืนคู่กับฮีโร่ในหัวใจของคนไทยทั้งชาติ

 เป็นธรรมดาที่อ้ายบัง ต้องประหลาดใจ ที่คนไทย เปลี่ยนเร็วเหลือเกิน วันก่อนยังกอดคอ หอมแก้ม ส่งจูบให้ทหารด้วยความรักและบูชา ราวกับว่าเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมากู้ชาติ  แต่พออัศวิน จะขออยู่ต่อไปแบบถาวร ไม่ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกมาแบบผลุบโผล่ๆ ก็กลับมาทำท่าทางรังเกียจกันเหลือเกิน

ความประหลาดใจของอ้ายบัง เกิดขึ้นเพราะมั่นใจมากว่าวันนี้ มันคือ ฮีโร่ของคนไทยทั้งชาติไปแล้ว จึงบังอาจคิดที่จะยึดอำนาจไว้ตลอดไป ซึ่งมันกำลังคิดผิดมหันต์ และกำลังจะเดินหน้าสู่หนทางแห่งความหายนะของตนเอง  ขณะนี้ประชาชนคนไทยได้ส่งเสียงเตือนให้ได้ยินแล้ว ว่า เวลาของอ้ายบัง กำลังจะหมด และไม่อนุญาตให้ตีตั๋วต่ออายุยึดครองอำนาจอีกต่อไป

ประดาบ อยากจะบอกอ้ายบัง ว่า วันเวลาแห่งการครอบครองอำนาจและใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงประชาชนใกล้หมดแล้ว  อย่าได้ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนอีกเลย จงหยุดคิดและหยุดผลักดันกฎหมายรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้แล้ว

เพราะนอกจากเผด็จการทหารที่ทำร้ายประชาชนและทำลายประเทศชาติ คนแล้วคนเล่า แล้ว ไม่เคยมีประชาชนคนใดคิดร้ายมุ่งทำลายประเทศไทย อันเป็นที่รักของคนไทยทุกคน เลย

ทหารทั้งหลาย จงจำไว้ด้วยว่า อีกไม่ช้านานจากนี้ไป เมื่อประชาชนคนไทยร่วมใจกันกำจัดอ้ายบัง แล้ว  ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ก็จะมลายหายไป  ประเทศไทยก็จะกลับคืนสู่ความมั่นคงและความมั่งคั่งอีกครั้งหนึ่ง

ประชาชนอย่างพวกเรานี่ล่ะ ที่จะปลดปล่อยท่านออกจากความเป็นทหารการเมือง กลับคืนสู่ทหารอาชีพ เมื่อพวกเรากำจัดอ้ายบัง ลงได้

 ส่วนคนที่จะมาปลดปล่อยท่านออกจากหนี้สินที่กำลังจะกลับมาพอกพูนเพิ่มล้นท้นตัวนั้น จะเป็นใคร ท่านคงตอบได้ไม่ยาก

            มีอยู่เพียงคนเดียว ที่เคยทำให้ทหารทั้งกองทัพ อยู่ดีกินดี ปลดเปลื้องหนี้สินได้ แต่วันนี้เขาไม่อยู่แล้ว  จนกว่าคนไทยทั้งแผ่นดินจะช่วยกันกำจัดอ้ายบัง ให้สิ้นไป                                

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: