อยู่บำรุง หรือ อยู่ทำลาย

           

           อ่านข่าวคุณเฉลิม อยู่บำรุง ที่ตั้งเงื่อนไขกับพรรคพลังประชาชน แล้วบอกตรงๆ ว่าไม่สบายใจ

           “หากไม่ส่งลูกผม 2 คนลงสมัครส.ส. ก็ต้องทบทวนการเข้าพรรคพลังประชาชน”

           ผมไม่คิดว่าคนที่โลดแล่นในวงการเมืองมานานเกือบ 30 ปี อย่างคุณเฉลิม อยู่บำรุง ผ่านโลก ผ่านประสบการณ์ชีวิต ทั้งทางการเมือง ทางสังคม และเป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่มีประสาทสัมผัสรู้ร้อนรู้หนาวร่วมกับประชาชนได้รวดเร็วที่สุดคนหนึ่ง จะกล้าตั้งเงื่อนไขแบบนี้ ในภาวะการณ์ทางการเมืองเช่นนี้ ในสถานการณ์ที่ครอบครัวอยู่บำรุง ยังไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบ ชื่นชมของสังคมแต่อย่างใด

           แต่เมื่อคุณเฉลิม อยู่บำรุง กล้าตั้งเงื่อนไขแบบนี้ขึ้นมาแล้ว ผมก็พอจะอ่านออกและเข้าใจได้ว่าเงื่อนไขสำคัญข้อนี้บังเกิดขึ้นจากความมั่นใจในตัวเองแบบเหลือล้น และด้วยความรักลูกชาย 2 คน ที่เป็นดั่งหัวแก้วและหัวแหวน เป็นดั่งแก้วตาและดวงใจของคุณเฉลิม นั่นเอง จึงทำให้นักการเมือง และพ่ออย่างคุณเฉลิม กล้าตั้งเงื่อนไขในการเข้าพรรคพลังประชาชน ชนิดที่เห็นคนอื่นต่ำต้อยด้อยความสามารถกว่าตนและลูกชาย 2 คน แบบเทียบกันไม่ได

           ทว่า สำหรับผมแล้ว คุณเฉลิม อยู่บำรุง กำลังเข้าใจสถานการณ์ผิด และประเมินคุณค่าในตัวเองพลาดอย่างมหันต์

           พรรคพลังประชาชน ไม่มีคุณเฉลิม อยู่บำรุง กับลูกชายอีก 2 คน เขาก็อยู่ของเขาได้ ไม่มีปัญหาอะไร

           คุณเฉลิม อยู่บำรุง กับ ลูกชาย 2 คน ต่างหาก ไม่ได้อยู่พรรคพลังประชาชน จะมีปัญหาหรือไม่ เมื่อคิดจะกลับคืนสู่เวทีการเมือง ผมเชื่อว่าแม้แต่คนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงอย่างคุณเฉลิม ก็ยังไม่อาจที่จะมั่นใจในเรื่องนี้

           ก่อนหน้านี้ ผมได้ยินคุณเฉลิม อยู่บำรุง ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า ไปอังกฤษเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ไม่ได้ไปพูดคุยเรื่องการเมืองกับนายกฯทักษิณ ชินวัตร แต่เป็นไปเที่ยว และไปดูฟุตบอล แล้วก็แวะไปเยี่ยมเยียนทักทายนายกฯทักษิณ ชินวัตร ในฐานะเพื่อนเก่า เท่านั้นเอง

           แม้ คุณเฉลิม จะไม่ได้พูดทั้งหมด ว่านอกจากแวะไปดูฟุตบอลแล้ว ยังแวะไปเล่นคาสิโนในโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งที่คนไทยชอบเอาเงินไปทิ้งที่นั่น แต่ทริปนั้น คุณเฉลิม โชคดี ได้เงินกลับเมืองไทยมากกว่า 20 ล้านบาท แต่คนฟังข่าวอย่างผม พอจับความได้ว่า คุณเฉลิม ไม่ได้คุยเรื่องการเมืองกับนายกฯทักษิณ ซึ่งผมก็เชื่อเช่นนั้น เนื่องจาก ในขณะที่ไปพบนายกฯทักษิณ นั้น คุณเฉลิม เป็นสมาชิกพรรคทางเลือกใหม่ รวมทั้ง นายดวง กับ นายวัน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอีก 2 คน ด้วย และได้ขึ้นป้ายหาเสียงเป็นส.ส. ในนามพรรคทางเลือกใหม่ ไปแล้ว

           ถึงแม้ว่าจะมีผู้หวังดีกับคุณเฉลิม ปล่อยภาพคุณเฉลิม นั่งประกบนายกฯทักษิณ ไปให้หนังสือพิมพ์หลายฉบับ ตีพิมพ์ เพื่อเป็นการยืนยันว่ามีการพบกันจริง เพื่อประกอบการปล่อยข่าว คุณเฉลิม พร้อมลูกๆ ได้รับการทาบทามให้เข้าพรรคพลังประชาชน แต่ผมก็ไม่เชื่อข่าวนั้น เพราะไม่มีตัวตนคนให้ข่าว

           ผมเชื่อข่าวที่ออกจากปากของคุณเฉลิม มากกว่า ว่าไม่ได้หารือเรื่องการเมืองกับนายกฯทักษิณ

           จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณเฉลิม กับ ลูกชาย 2 คน ที่ตั้งใจจะเอาดีทางการเมือง ก็ยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน และเสนอตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้พรรคพิจารณา ซึ่งก็เป็นกระบวนการตามปกติของพรรคการเมือง

           ผมก็ยังงอยู่ว่า แล้วคุณเฉลิม กับลูกๆ จะอธิบายกับประชาชนในเขตเลือกตั้งที่เห็นป้ายหาเสียงในนามพรรคทางเลือกใหม่ ได้อย่างไร สำหรับการเปลี่ยนแปลงในเวลาอันกระชั้นชิดขนาดนี้

           แต่เมื่อคุณเฉลิม กับลูกๆ ตัดสินใจไปแล้ว ผมในฐานะผู้ชมและกองเชียร์ พรรคพลังประชาชน ก็ไม่มีหน้าที่ต้องไปสอบถาม ได้แต่ดีใจที่พรรคพลังประชาชนมีผู้สนับสนุนเพิ่มขึ้นอีก 3 คน

           ผมก็เพิ่งรู้จากปากคุณเฉลิม ว่า การสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน ได้ยื่นเงื่อน ไขไปด้วยว่า ต้องได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ทั้ง 3 คนพ่อลูก หากได้ลงสมัครคนเดียว แล้วลูก 2 คนไม่ได้ลงสมัคร ก็จะต้องพิจารณาอีกครั้งว่าอยู่พรรคพลังประชาชนหรือไม่

           ผมเพิ่งทราบว่าการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน ผู้สมัครสามารถยื่นเงื่อน ไขให้พรรคปฏิบัติตามความพอใจของตนได้ และไม่ทราบว่าการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการ เมืองอื่นๆ มีเงื่อนไขแบบนี้ด้วยหรือไม่

           ถึงแม้พรรคการเมืองจะเปิดให้ผู้สมัครสมาชิกเสนอเงื่อนไข หรือ ไม่อนุญาตให้เสนอเงื่อนไขว่าต้องส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ตาม แต่ผมก็ไม่อยากจะเชื่อว่า คุณเฉลิม จะกล้าตั้งเงื่อน ไขต่อพรรคพลังประชาชน ว่าต้องส่งลูกชาย 2 คน ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย

           เหตุที่ผมไม่คิดว่าคุณเฉลิม จะกล้าตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ และ ใช้เงื่อนไขเรื่องลูกชาย 2 คน เป็นเงื่อนตายทางการเมืองสำหรับตัวเอง ก็เพราะว่า..

           1. คุณเฉลิม กับลูกๆ เป็นคนเดินเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน ด้วยตนเอง ไม่ได้มีใครไปเชิญมา (เท่าที่ผมทราบจากการให้ข่าวของคุณเฉลิม เอง) ผมเคยเห็นใบสมัครสมาชิกพรรคพลังประชาชน แต่ไม่เคยเห็นว่ามีพื้นที่ให้ผู้สมัครแจ้งเงื่อนไขที่พรรคต้องปฏิบัติให้ แต่อย่างใด จึงเพิ่งทราบว่าคุณเฉลิม ได้ยื่นเงื่อนไขเข้าเป็นสมาชิกพรรค ไว้ด้วย

           2. คุณเฉลิม เคยเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองมาก่อน ย่อมจะเข้าใจดีถึงขั้นตอนการรับสมาชิกพรรคการเมือง กระบวนการพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ของพรรคการเมือง ว่าต้องดำเนินการในรูปของคณะทำงาน คณะกรรมการชุดต่างๆ คณะกรรมการบริหารพรรค คณะผู้บริหารพรรค มิใช่ดำเนินการหรือตัดสินใจโดยพลการของหัวหน้าพรรคการเมือง หรือ เลขาธิการพรคการเมือง หรือ คนหนึ่งคนใดในพรรค เพราะฉนั้นเงื่อนไขที่คุณเฉลิม ตั้งขึ้นมาและเสนอต่อพรรคพลังประชาชน

           จึงมิใช่ว่าคุณสมัคร สุนทรเวช หรือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี จะตัดสินได้โดยลำพัง ขึ้น อยู่กับคณะกรรมการพิจารณาผู้สมัครับเลือกตั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรรมการบริหาร พรรค และคณะผู้บริหารพรรค อีก ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าขั้นตอนต่างๆ เสร็จสิ้นหรือยัง หรือยู่ในขั้นตอนใด

           คุณเฉลิม ในฐานะนักการเมืองอาวุโส และเคยเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง มาก่อน จึงไม่ควรออกมาตีโพยตีพาย ด้วยอาการน้อยอกน้อยใจ เช่นนี้

           3. คุณเฉลิม กับลูกๆ ตลอดจนครอบครัวอยู่บำรุง พึงตระหนักและยอมรับความจริงว่า ประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร มิได้ชื่นชมชื่นชอบ รักและศรัทธานายวัน กับ นายดวง ลูกชาย 2 คนของคุณเฉลิม แต่อย่างใด ค่อนข้างไปทางรังเกียจเสียด้วยซ้ำ แม้แต่ประชาชนในเขตเลือกตั้งดั้งเดิมของคุณเฉลิม คือ บางบอน หนองแขม ภาษีเจริญ ซึ่งคุณเฉลิม เคยสร้างประโยชน์ให้ เมื่อครั้งยังเป็นส.ส. และเป็นรัฐมนตรี ที่รักและชอบพบ ศรัทธาคุณเฉลิม มาก ก็ยังไม่ยอมรับ

           การเลือกตั้งเมื่อปี 2544 ทั้งนายดวง และ นายวัน สอบตกทั้งคู่ ทั้งๆ ที่มีคุณเฉลิม เป็นพี่เลี้ยงเดินนำหน้า และในเวลานั้นทั้งนายวัน และนายดวง ยังไม่ได้ก่อวีรกรรมสะท้านเมือง เรื่องไอ้ปื๊ดก่อ “คดีจ่อยิงหัวดาบยิ้ม” ที่ทั้ง 2 คนเข้าไปพัวพัน และหลุดรอดเงื้อมมือของกฎหมายมาอย่างมีเงื่อนงำ

           4. คุณเฉลิม กับลูกๆ พึงตระหนัก และยอมรับความจริง ด้วยว่าคะแนนนิยมที่ประชา ชนมีต่อคุณเฉลิม ลดน้อยถอยลงทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง การเลือกตั้งผู้ว่านกทม. เมื่อปี 2547 ที่ผ่านมา คุณเฉลิม แพ้กระทั่งคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ทั้งๆ ที่หากจะเทียบชื่อชั้นทางการเมืองกันแล้ว คุณชูวิทย์ ไม่มีทางสู้คุณเฉลิมได้ เลย

           คุณเฉลิม แพ้ เพราะมีลูกชาย 2 คนออกช่วยหาเสียงด้วย ในขณะที่คุณชูวิทย์ หาเสียงคนเดียว

           เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะพฤติกรรมของลูกชาย 2 คน ที่ขยันก่อเรื่องก่อราว จนเป็นที่อิดหนาระอาใจของประชาชนคนสุจริต และเป็นต้นแบบพฤติกรรมลูกนักการเมืองที่ไม่พึงประสงค์ ค่อนไปทางรังเกียจของประชาชนทั่วไป พลอยทำให้ลูกนักการเมืองมีภาพ ลักษณ์ ติดลบในสายตาประชาชนทั่วไปด้วย

           5. คุณเฉลิม กับลูกๆ พึงวิเคราะห์สถานการณ์ให้ดีว่าในภาวการณ์เช่นขณะนี้ พรรคพลังประชาชนจำเป็นต้องพึ่งพาคุณเฉลิม กับลูกๆ มากกว่าที่คุณเฉลิม กับลูกๆ ต้องการพึ่งพาพรรคพลังประชาชน ที่กำลังจะหาทางกลับคืนสู่ถนนการเมืองอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ถูกประชา ชนไล่ออกนอกถนนการเมืองไปแล้ว เมื่อหลายปีก่อน หากคิดแบบเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ไม่ยอมลงทุนอะไรเลย แต่จะร่วมวงตักตวงผลประโยชน์มากๆ ก็ดูท่าจะลำบาก แต่หากคิดลงทุนมากหน่อย แล้วค่อยๆ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในอนาคต ก็พอมีทางเป็นไปได้

           6. คุณเฉลิม กับลูกๆ พึงตระหนักและคิดถึง “อกเขาอกเรา” มีน้ำใจต่อผู้อยู่ก่อน ที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ว่าเหตุใดเขาจึงต้องเสียโอกาสที่จะได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในนามพรรคพลังประชาชน แล้วยอมถอยเพื่อให้คุณเฉลิม กับลูกๆ เป็นผู้ได้รับโอกาสนี้ไปแทน ทั้งๆ ที่เขาเป็นผู้ร่วมต่อสู้อยู่กับพรรคมาตั้งแต่แรก และไม่เคยทอดทิ้งพรรค แปรพักตร์ไปอยู่พรรคการเมืองอื่น ทุกคนที่อยู่ในพรรคพลังประชาชนวันนี้ ล้วนแต่ยืนหยัดอยู่กันมาตั้งแต่ยังเป็นไทยรักไทย ไม่ว่าไทยรักไทยจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ตกต่ำ ย่ำแย่ เพียงใด กระทั่งถูกยุบพรรคไปแล้ว พวกเขาก็ยังมีหัวใจที่มั่นคงที่จะยืนยงอยู่กับพรรค ไม่คิดแปรเปลี่ยน หรือ ตีตัวออกห่างจากพรรค

           ที่สำคัญทุกคนยังมีหัวใจที่แน่วแน่ต่อนายกฯทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคของตนเอง และกำลังร่วมกันต่อสู้เพื่อให้นายกฯทักษิณ ชินวัตร กลับคืนสู่ประเทศไทย กลับสู่อ้อมอกของประชาชนผู้มีความรักและศรัทธาต่อไทยรักไทย ด้วยความปลอดภัย

           ดังนั้นคุณเฉลิม กับลูกๆ จึงควรจะต้องมีสำนึกบ้างว่า ได้เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่พรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน มาก่อนบ้าง

           ในขณะที่พวกเขาประสบวิกฤตจนแทบเอาชีวิตไม่รอด คุณเฉลิม กับลูกๆ อยู่กันที่ไหน เคยให้กำลังใจ เคยช่วยเหลือ เคยปลอบขวัญ คนเหล่านี้บ้างหรือไม่ แล้วเมื่อถึงเวลาที่เขาฟื้นตัวขึ้นมาได้ พวกคุณ 3 คนพ่อลูก ก็จะมาตักตวงผลประโยชน์จากเขา

           หากคิดถึง “อกเขาอกเรา” ผมเชื่อว่าคุณเฉลิม จะพิจารณาและทบทวนเงื่อนไขของตนอีกครั้ง แต่หากคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องของครอบครัว ผมเห็นว่าโอกาสที่คุณเฉลิม จะได้สวมเสื้อพรรคพลังประชาชน มัวซัวเป็นแน่แท้

           7. คุณเฉลิม ต้องแยกแยะบุญคุณที่เคยช่วยเหลือนายกฯทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งยังเป็นนักธุรกิจ ออกจากการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคพลังประชาชน เพราะเป็นคนละเรื่องกัน ผมเชื่อว่านายกฯทักษิณ ไม่ใช่คนลืมบุญคุณคน และเชื่อว่าคงจะได้ตอบแทนคุณเฉลิม ไปบ้างแล้วไม่มากก็น้อย

           วันนี้ นายกฯทักษิณ ขอร้องให้คุณสมัคร สุนทรเวช มาช่วยถือธงนำอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ที่ไปอยู่ร่วมกันที่พรรคพลังประชาชน และเมื่อไปอยู่กันที่พรรคพลังประชาชน คุณสมัคร ก็ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค

           ดังนั้น การที่คุณเฉลิม ไปพบนายกฯทักษิณ แล้ว ถ่ายรูปมาโชว์ประชาชน 1 ใบ ก่อนจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน แล้วยื่นเงื่อนไขว่าต้องได้สมัครส.ส.ทั้ง 3 คนพ่อลูก ย่อมแสดงว่าคุณเฉลิม คิดจะใช้ทางลัด ตัดหน้าคนอื่นที่มาตามกระบวนการด้วยเส้นทางปกติ และเรียกได้ว่าไม่ได้เห็นหัวคุณสมัคร ไม่ได้เกรงใจคุณสมัคร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งจะต้องเป็นผู้พิจารณาลงชื่กำกับส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชาชน แม้แต่น้อย

           การใช้ยุทธศาสตร์ทางลัดแบบนี้ ผมเห็นว่าคุณเฉลิม ทำไม่ถูกต้อง และหากพรรคพลังประชาชน ยอมให้คุณเฉลิม ทำได้ 1 คน ก็ไม่มีเหตุที่จะไม่ยอมให้คนอื่นทำตาม

           ถึงตอนนั้น พรรคพลังประชาชนก็จะไม่ได้อยู่กันด้วยกติกา ไม่เป็นที่ยอมรับของประ ชาชน แม้แต่ในพรรคเองยังไม่เคารพกติกา จะไปบริหารประเทศ ปกครองประชาชน ให้เคารพกฎหมายได้อย่างไร เมื่อกติกาไม่ได้รับการยอมรับและเคารพปฏิบัติตาม ก็จะนำพรรคพลังประ ชาชนไปสู่จุดจบและแตกสลายไปได้อย่างรวดเร็ว

           8. คุณเฉลิม เป็นคนรักลูกยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ และต้องคอยปกป้องลูกตลอดเวลา ไม่ว่าลุกจะก่อวีรกรรมใดๆ จะดีหรือร้าย จะถูกหรือผิด จะฆ่าคนตายหรือไม่ก็ตาม คุณเฉลิม จะเห็นว่าลูกถูกเสมอ และเป็นทุกข์มากกว่าที่ลูกได้รับมากมายหลายร้อยเท่า ซึ่งหากมองในมุมของพ่อแล้ว คุณเฉลิม เป็นพ่อที่ลูกๆ ส่วนใหญ่อยากให้พ่อตัวเองเป็นแบบคุณเฉลิม คือ เข้าใจลูกทุกอย่างที่ทำ ทุกความคิดที่ตัดสินใจ และทุกวินาทีที่ลงมือ

           เมื่อคุณเฉลิม เป็นคนรักลูกมากขนาดนี้ ผมจึงเห็นว่าคุณเฉลิม ยังไม่ควรโยนลูกออกจากอกไปให้ประชาชนตัดสินชี้ชะตา พิพากษาอนา คตของลูกชายทั้ง 2 คน เพราะพูดกันตรงๆ ในชั่วโมงนี้ ลูกทั้ง 2 คนของคุณเฉลิม ยังไม่แข็งแรง และยังเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ของสังคม

           ฉนั้น หากคุณเฉลิม ปล่อยลูกออกมาจากอก เร็วเกินไป ผมเชื่อว่าจะเป็นผลร้ายต่อลูกชายทั้ง 2 คนของคุณเฉลิม ชนิดที่คิดไม่ถึง และผลร้ายนั้นอาจจะส่งต่อเหมือนเชื้อโรคร้ายที่แพร่ระบาด ไปทำลายความเข้มแข็งของพรรคพลังประชาชน ให้กลายเป็นคนอ่อนแออีกด้วย

           ลำพังคุณเฉลิม เพียงคนเดียว ผมเชื่อว่าประชาชนพอรับได้ และให้โอกาส แต่หากกะเตงลูกมาด้วยอีก 2 คน ผมเห็นว่าเป็นเรื่องลำบากที่จะให้ประชาชนทำใจยอมรับ เพราะพฤติกรรมของทั้ง 2 คน ที่ไม่มีอาการสำนึกในการกระทำความผิดในอดีต จะแสดงให้เห็นแม้แต่น้อย กระทั่งการไปกราบขอโทษศพ “ดาบยิ้ม” และขอขมา แสดงความเห็นใจต่อลูกเมียที่เสียหัวหน้าครอบครัว ไป ก็ยังไม่เคยกระทำ

           9. คุณเฉลิม ในฐานะนักการเมืองอาวุโส พึงตระหนักถึงการเข้ามาร่วมกันสร้างพรรคพลังประชาชนให้มีความเข้มแข็ง และแกร่งกล้า เป็นที่พึ่งพา และสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน ได้ในภาวะที่ประเทศชาติประสบวิกฤติ และประชาชนประสบความเดือดร้อนอยู่ในเวลานี้ ไม่ใช่เข้ามาอยู่ในพรรคพลังประชาชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัวของคุณเฉลิม เป็นสำคัญ

           หากจะคิดใช้พรคพลังประชาชน เป็นเครื่องฟอกตัวให้ลูกชายทั้ง 2 คน จากอดีตผู้ต้องหาคดีอุฉกรรจ์ เป็น ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน ผมเห็นว่าคุณเฉลิม น่าจะคิดผิด และใช้พรรคพลังประชาชนไปในทางที่ผิด เพราะคราบสกปรกที่เกาะติดตัวลูก 2 คนของคุณเฉลิมนั้น ไม่ว่าพรรคการเมืองหรือใคร ก็ไม่อาจจะฟอกให้ขาวได้ แม้แต่คุณเฉลิม ที่พยามจะฟอกมาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ

           คราบสกปรกที่เกาะติดลุกชาย 2 คนนั้น ไม่ได้เกิดจากการกระทำของคนอื่น แต่เกิดจากการกระทำของตัวเอง จึงซักฟอกออกได้ยาก เว้นแต่เจ้าตัวจะล้างออกเอง การจะชำระล้างจึงต้องเริ่มจากลูกชาย 2 คนของคุณเฉลิม มิใช่เริ่มจากพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด

           10. คุณเฉลิม พึงตระหนักด้วยว่าการประกาศเงื่อนไขออกมาเช่นนี้ จะเป็นเหตุที่ทำให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม นักการเมืองบางคนในพรรคพลังประชาชน ที่ไม่ต้องการให้คุณเฉลิม เข้ามาใช้พรรคพลังประชาชน เป็นเหมือนไม้เทียบจากท้องร่องสวน ให้คุณเฉลิม ใช้เดินขึ้นสู่ถนนการเมืองอีกครั้ง ปฏิเสธที่จะรับคุณเฉลิม เข้าร่วมทำงานการเมืองกับพรรคพลังประชาชน ได้

           ต้องยอมรับว่านักการเมืองบางคนที่มีความคิดเช่นนี้มีอยู่จริง และต้องยอมรับว่าหากคุณเฉลิม พลาดโอกาสครั้งนี้ ความหวังและหนทางที่หวนคืนสู่เวทีการเมืองดูท่าจะริบหรี่เต็มที

           ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดก็ตาม หากได้รับเงื่อนไขเช่นเดียวกับที่พรรคพลังประชาชนได้รับจากคุณเฉลิม ก็ยากที่จะรับคุณเฉลิม เข้าร่วมงานได้ เว้นแต่พรรคการเมืองที่คุณเฉลิม ตั้งขึ้น และเป็นหัวหน้าพรรคเอง

           11. คุณเฉลิม พึงตระหนักว่าในช่วงปลายของชีวิตทางการเมือง ไม่ควรมีข้อต่อรอง หรือเงื่อนไขที่แข็งกร้าว และทำให้ผู้อื่นตัดสินใจรับลำบาก แต่ตัดสินใจปฏิเสธได้ง่าย ต้องยอมรับว่าวันนี้คุณเฉลิม ไม่ได้แข็งแรงเหมือนในอดีต ลูกชาย 2 คน ก็ยังไม่ได้พิสูจน์ต่อสังคมและประชาชน ว่าดีขึ้นกว่าแต่ในอดีต หากตัดสินใจพลาดครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไรจึงจะมีโอกาสอีกครั้ง

           การยกคะแนนเสียง 17,000 คะแนน มาสนับสนุนเป็นฐานเสียงในเขตเลือกตั้งของตนนั้น ไม่มากพอที่จะทำให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่อย่างพรรคพลังประชาชน หันกลับไปมองและหยุดคิดได้เลย เมื่อพิจารณาจากคะแนนในเขตเลือกตั้งของคุณเฉลิม เมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม. ยิ่งไม่จูงใจให้พิจารณาเงื่อนไขที่โหดหิน และเป็นเหตุให้สมาชิกพรรคหลายสิบคนหายใจไม่ทั่วท้อง

           11 ข้อที่ผมยกขึ้นมานี้เป็นเหตุผลที่ผมไม่เชื่อว่าคุณเฉลิม จะกล้าตั้งเงื่อนไขว่าพรรคพลังประชาชน จะต้องส่งลูกชาย 2 คน ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ไม่เช่นนั้น 3 คนพ่อลูกและคะแนนเสียง 17,000 คะแนน จะหันหลังให้กับพรรคพลังประชาชน

           เหตุที่ผมไม่เชื่อ เพราะผมคิดของผมเองว่าคุณเฉลิม ไม่น่าจะประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ไม่น่าจะประมาณตนผิดเพี้ยนไปจากความจริง ที่เป็นอยู่ทั้งทางการเมือง ทั้งชีวิตครอบครัว

           โบราณว่าไว้ ความรักทำให้คนตาบอด เป็นเรื่องจริง แม้กระทั่งความรักของพ่อแม่ ที่มีต่อลูก หากมากเกินไป ก็ทำให้พ่อแม่ตาบอดเหมือนกัน

           วรรณกรรมเรื่องเอกที่นักเรียนต้องเรียนในวิชาภาษาไทย สมัยมัธยมศึกษา มีชื่อว่า พ่อแม่รังแกฉัน เป็นวรรณกรรมที่ผมอยากจะแนะนำให้คุณเฉลิม อยู่บำรุง ไปอ่าน แล้วตัดสินใจอีกครั้ง ทั้งทางการเมืองและครอบครัว

           ผมไม่อยากให้ใครมาต่อว่าและตั้งคำถามกับ คุณเฉลิม ว่า “อยู่บำรุง” หรือ “อยู่ทำลาย” พรรคพลังประชาชน

           เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่เลือกคุณเฉลิม เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่คนที่มองเห็นความสามารถของคุณเฉลิม เหมือนที่ผมมองเห็นมีน้อยกว่าคนที่รังเกียจลูกชายของคุณเฉลิม

           เพราะผมเห็นว่าคุณเฉลิม น่าจะเป็นกำลังสำคัญของพรรคพลังประชาชน ในอนาคตได้

           เพราะผมอยากเห็นคุณเฉลิม กับพรรคพลังประชาชน เป็นเนื้อเดียวกันได้

           เพราะผมอยากเห็นคุณเฉลิม เห็นแก่บ้านเมือง มากกว่าบ้านตัวเอง

           เพราะผมอยากเห็นคุณเฉลิม เป็นนักการเมืองที่ทำเพื่อส่วนรวม มิใช่เพื่อตัวเอง

           เพราะผมรักคุณเฉลิม ผมจึงต้องเขียนบทความชิ้นนี้ และคาดหวังว่าคุณเฉลิม น่าจะได้อ่าน

           ถึงแม้ว่าอ่านแล้วคุณเฉลิม จะไม่พอใจ ไม่ชอบผม แต่ผมก็อยากให้อ่าน และยังรักคุณเฉลิม เหมือนเดิม

           บางครั้งความรัก ก็พิสูจน์กันด้วยความเจ็บปวด ครับ ท่านสารวัตร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: