สุนัขรับใช้ พันธุ์ ‘โภไคยอุดม’


         
เพื่อแลกกับการได้ชื่อว่า “กตัญญูรู้คุณคน” และเป็นที่ชื่นชอบ ชื่นชมสมกับที่คณะรัฐ ประหาร  แบ่งเศษผลประโยชน์และเจือจานตำแหน่งมาให้ หลังจากปล้นอำนาจมาได้ ให้มีวาสนาได้เป็นรัฐมนตรี ร่วมชมและร่วมชิมลิ้มรสอำนาจ จนติดใจ

นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที  จึงกระทำในสิ่งที่คนทั้งโลกร่วมใจกันประณาม ว่าเป็นผู้ปิดกั้นการสื่อสารบนอินเตอร์เน็ต และ ละเมิดสิทธิเสรีภาพทางการสื่อสารของประชาชน อย่างร้ายแรง นั่นคือ

           ปิดเวปไซต์จำนวนมากมาย ที่ประชาชนใช้เป็นเวทีแสดงความคิดเห็นกันอย่างอิสระ

         ด้วยเหตุผล “เป็นเวปไซต์ไม่เหมาะสม” และ “ทำลายความมั่นคงของชาติ”

          จึงเป็นที่ทราบกันไปทั่วโลกว่าการเผยแพร่พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว   เป็นเหตุให้ Hi-thaksin ถูกกล่าวหาและสั่งปิด ด้วยเหตุผล “เป็นเวปไซต์ไม่เหมาะสม” และ “ทำลายความมั่นคงของชาติ”

          น่าประหลาดตรงที่ คนระดับดอกเตอร์ อย่างนายสิทธิชัย โภไคยอุดม แยกแยะไม่ได้ว่าความมั่นคงของชาติ กับ ความมั่นคงของ คมช. แตกต่างกันอย่างไร 

          อัน ความมั่นคงของคมช. ไม่ใช่ ความมั่นคงของชาติ

           แต่ ความไม่มั่นคงของคมช. คือ ความมั่นคงของชาติ

          น่าประหลาดตรงที่คนระดับดอกเตอร์ อย่างนายสิทธิชัย โภไคยอุดม ซึ่งเคยเป็นอธิการ บดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  ที่อวดนักอวดหนาว่าเป็นสถาบันที่เป็นเลิศทางวิชาการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม จะไม่รู้ว่าการปิดเวปไซต์ หรือ การทำให้เวปไซต์เวปใดหนึ่งหายไปแบบดับสูญ จากการรับรู้ของผู้คน  เป็นสิ่งที่กระทำมิได้ในความเป็นจริง  มากที่สุดก็คือแค่ปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าชมเวปไซต์นั้นได้สะดวก

 กรณี ยูทิวบ์ ก็น่าจะทำให้นายสิทธิชัย โภไคยอุดม ทราบดีถึงความอ่อนด้อยและความไม่ทันโลก ของตนเองและกระทรวงไอซีที กลับยิ่งทำให้เกิดปรากฎการณ์ผู้คน แห่กันเข้าไปดู ยูทิวบ์ จำนวนมากขึ้นกว่าเดิม 

ความไม่เหมาะสมที่ต้องการจะปิด ไม่ให้ใครเห็น กลับมีคนเข้าไปชมมากขึ้น จนความเสียหาย ความเสื่อมเสีย แพร่กระจายไปกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม 

เพราะความอ่อนด้อยไม่ทันโลกของกระทรวงไอซีที และนายสิทธิชัย นี้เอง ที่ทำให้คนไทยจำนวนมาก รู้จัก ยูทิวบ์ เพิ่มมากขึ้น

ถึงแม้ว่านายสิทธิชัย จะปิดกั้นอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วด้วยเทคโนโลยีและมันสมองของมนุษย์ ก็ทำให้การปิดกั้นของกระทรวงไอซีที รัฐบาลไทย กลายเป็นการกระตุ้น ยั่วยุให้คนเข้าไปชม ยูทิวบ์ มากขึ้น

นับเป็นความหวังดีแต่ประสงค์ร้าย ต่อการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ไทย โดยแท้เทียว จากกรณี ยูทิวบ์ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อเร็วๆ นี้

กรณีการปิดเวปไซต์จำนวนมากในประเทศไทย ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ที่นายสิทธิชัย โภไคยอุดม ร่วมอยู่ และ คมช. ผู้มีบุญคุณแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรี ก็ทำให้เกิดผลคล้ายกับกรณี ยูทิวบ์

ผู้คนจำนวนมาก ได้รู้จัก เวปไซต์ที่ถูกปิดมากขึ้น และได้รู้ว่า รัฐบาลเผด็จการใช้อำนาจเถื่อนปกครองประเทศ ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ละเมิดต่อกฎหมายอย่างไร โดยเฉพาะ Hi-thaksin จากเย็นวันศุกร์ถึงเช้าวันจันทร์  มีประชาชนรู้จักและหาวิธีเข้าชมมากขึ้นกว่าปกติ จนน่าตกใจ      

ทั้งๆ ที่ถูกสั่งปิด และปิดกั้นการเข้าชมอย่างเข้มข้นและเต็มประสิทธิภาพเท่าที่กระทรวงไอซีที และรัฐบาลไทย จะทำได้ แต่กลับปรากฎว่ามีผู้ชม เข้าชมและรับข้อมูลข่าวสารจาก Hi-thaksin มากกว่า 60,000 ครั้ง มีผู้ชมเข้าชมพร้อมกันในเวลาเดียวกัน (ออนไลน์) ไม่น้อยกว่า 1,000 คน ตลอดทั้งวัน และผู้ชมแต่ละท่านก็แนะนำกันเองว่าจะเข้ามาชมได้อย่างไร

          คงเป็นที่ประหลาดใจสำหรับนายสิทธิชัย โภไคยอุดม ที่ได้รู้ว่าการปิดกั้นของกระทรวงไอซีที  ไม่สามารถใช้กับ Hi-thaksin ได้ ประชาชนยังสามารถเข้าชมและรับข้อมูลข่าวสารความจริง ได้ตามปกติเท่าที่ต้องการ  อาจจะมีความรำคาญอยู่บ้าง เหมือนกับนั่งกินอาหารแล้วมีแมลงวันมาตอมให้ต้องปัดเป็นพัลวัน ด้วยความรู้สึกขยะแขยง

          การปิดกั้น Hi-thaksin นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังทำให้ประชาชนคนไทยจำนวนมาก ได้เรียนรู้วิธีการและช่องทางที่จะเข้าชมเวปไซต์ที่ถูกกระทรวงไอซีที สั่งปิด หรือปิดกั้น ได้ทั้งหมด อีกด้วย ซึ่งเท่ากับว่ามาตรการปิดกั้นเวปไซต์ของกระทรวงไอซีที ที่ทำกันมานาน รักษาความลับกันมาตลอด ถูกถอดรหัสจนหมดสิ้นแล้ว

          “เสียจึงมากกว่าได้” จากปฏิบัติการของนายสิทธิชัย โภไคยอุดม ในครั้งนี้

           เพื่อปกป้อง คมช. (แบบหลอกๆ) ชาติจะเสียหายแบบจริงๆ อย่างไร  นายสิทธิชัย คงไม่สนใจใคร่รู้ หรือใส่ใจนัก

          พฤติการณ์ของ นายสิทธิชัย โภไคยอุดม ในการปิดกั้นเวปไซต์ครั้งนี้ ไม่แตกต่างจาก สุนัขที่ซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย 

ความเป็นสุนัข จึงทำให้ไม่อาจรู้ได้ว่านายของมัน จะเป็นผู้ร้าย เป็นโจร  เป็นคนดี หรือคนชั่ว เมื่อมีคำสั่ง มันจะทำตามทันทีเมื่อสิ้นเสียง 

สุนัขบางตัว ไม่ต้องให้สั่ง เพียงแค่นายมองตา หรือ เอามือลูบหัว ก็รู้ทันทีว่านายต้องการสิ่งใด และให้ทำอะไร

 แม้จะแสนรู้ จะซื่อสัตย์อย่างไร แต่สุนัข หรือ หมา ก็ยังคงเป็นสัตว์ ไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่าคำสั่งใด ควรทำหรือไม่ควรทำ จำได้เพียงว่าเป็นเสียงนายของมัน ก็ทำทันที ไม่ต้องสนใจถูกหรือผิด เพราะ สุนัข ไม่สามารถคิดได้เช่นคน

แต่คนบางคนทั้งๆ ที่มีความรู้ และความคิด กลับทำเช่นสุนัข 

ทั้งแสดงออกว่าซื่อสัตย์ และ แสนรู้ เพียงแค่ดูอาการเจ้านายทหาร ก็เข้าใจ เพียงแค่ได้ยินทหารใหญ่ใจกบฎ พูดจา ให้สัมภาษณ์  ก็พุ่งแผล็วออกปฏิบัติการทันที

สุนัขรับใช้ พันธุ์โภไคยอุดม ที่ชื่อ สิทธิชัย ก็คือสุนัขตัวที่ว่านี้ รู้ทันทีว่าต้องปิดเวปไซต์ กี่เวป และต้องปิดกี่วัน ด้วยเหตุผลอะไร  โดยที่นายทหารไม่ต้องสั่ง ไม่ต้องสอน

แม้จะถูกด่าจากคนทั้งประเทศ และ ถูกประณามจากคนทั้งโลก

สิทธิชัย ก็ไม่สนใจ ไม่ทุกข์ร้อน

คำด่าและเสียงสาปแช่งจากทุกสารทิศ ไม่สามารถระคายผิวสิทธิชัย ได้แม้แต่น้อย

จึงไม่ต้องคิดกันเลยว่า คำประณามจากคนทั้งโลก จะแทรกซึมเข้าสู่หัวใจให้สิทธิชัย สำ นึกผิดชอบชั่วดี เป็นไม่มีเสียล่ะ

 Hi-tahksin จึงถูกสั่งปิด หลังจากเผยแพร่พระราชดำรัสได้เพียง 10 ชั่วโมง ด้วยเหตุผล “เป็นเวปไซต์ที่ไม่เหมาะสม” และ “ภัยความมั่นคงของชาติ”

เนื่องจาก สุนัขรับใช้ พันธุ์โภไคยอุดม ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า “เหมาะสม” คือ อะไร “ไม่เหมาะสม” เป็นอย่างไร 

 “การบล็อกเว็บไซต์นี้ เป็นอัตโนมัติอยู่แล้วกับเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความมั่นคงของบ้านเมือง ซึ่งอำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับกระทรวงไอซีที  ไม่ได้เป็นคำสั่งจาก  คมช.  โดยจะเปิดให้ใช้บริการเว็บไซต์ดังกล่าวได้อีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน  ให้ผ่านพ้นการตัดสินคดียุบพรรคไปก่อน”

นี่คือคำเห่า (ขอโทษ…) คำพูดของนายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที หลังจากที่เวปไซต์ Hi-thaksin และเวปไซต์อีกมากกว่า 10 เวปไซต์ ถูกปิดกั้น ไม่ให้ประชาชนเข้าชมตามปกติ

ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน สำราญแห่งหัวใจสุนัขรับใช้  ปรากฎชัดบนใบหน้า

ในโลกการสื่อสารยุคดิจิทัล การปิดเวปไซต์ ไม่ได้แตกต่างจากการปิดหนังสือพิมพ์ หรือปิดสื่อสารมวลชน อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือ โทรทัศน์ 

ในสายตาของคนไทยในประเทศ รัฐบาลใช้อำนาจเผด็จการปิดกั้นการรับรู้ของประชาชน

ในระดับโลก การปิดกั้นสื่อเวปไซต์ มีผลกระทบต่อประเทศไทยรุนแรงกว่าปิดหนังสือพิมพ์หลายร้อยหลายพันเท่า เนื่องจากการปิดเวปไซต์ จะเป็นที่รับรู้ของคนทั้งโลก ในขณะที่การปิดหนังสือพิมพ์ ก็มีเพียงคนในประเทศเท่านั้นที่จะรู้

ในโลกการสื่อสารออนไลน์ ที่นายสิทธิชัย โภไคยอุดม เข้าไม่ถึง และไม่เคยเข้ามาสัมผัส นั้น  สื่อเวปไซต์ คือตัวแทนของสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่ได้รับการยอมรับจากสังคมโลก

ปฏิบัติการปิดเวปไซต์ของนายสิทธิชัย โภไคยอุดม จึงเป็นการกระชากประเทศไทย รัฐบาลไทย ออกจากสังคมโลกสื่อสารยุคดิจิทัล และทำให้ประเทศไทยถูกมองด้วยสายตาดูถูกดูแคลนจากคนทั้งโลกว่าเป็นประเทศ “เผด็จการ” เต็มรูปแบบ

หากกระทรวงไอซีที และนายสิทธิชัย โภไคยอุดม สามารถพิสูจน์ได้ว่า เวปไซต์ Hi-thaksin เป็นเวปไซต์ที่ไม่เหมาะสม และเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับข้อพิสูจน์นั้น ว่าเป็นจริง  ไม่ต้องยกเลิกมาตรการปิดกั้น เพราะเวปไซต์นี้จะปิดตัวเอง ทันที แต่ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ นายสิทธิชัย โภไคยอุดม จะต้องกล่าวคำขอโทษ และ ลาออกจากตำแหน่งทันที

นายสิทธิชัย โภไคยอุดม จะกล้าหาญพอรับข้อเสนอนี้จาก Hi-thaksin หรือไม่

หากท่านยังแสดงออกถึงพฤติการณ์ของคนขลาดเขลาเบาปัญญา เช่นนี้ ก็ยากที่เราจะหลีกเลี่ยงการเรียกขานท่านว่า

“สุนัขรับใช้แห่งระบอบเผด็จการ”

น่าเสียใจแทน ตระกูลโภไคยอุดม ที่ถูกทำให้เสื่อมเสีย

น่าเสียใจแทนกระทรวงไอซีที ที่ถูกทำให้เสื่อมเสีย

น่าเสียใจแทน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ที่ถูกทำให้เสื่อมเสีย

น่าเสียใจแทน ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลนีมหานคร

น่าเสียใจแทน วงการสื่อสารโทรคมนาคม ที่มีสมาชิกคนหนึ่งเป็นผู้ปิดกั้นการสื่อสารเสียเอง

น่าเสียใจแทน ประชาชนคนไทย ที่มีรัฐมนตรีและรัฐบาล เบาปัญญา

น่าเสียใจแทน ประเทศไทย ที่ต้องอับอายขายหน้าไปทั่วโลก

น่าเสียใจอีกหลายร้อยหลายพันประการที่จะบรรยายได้

อันเนื่องมาจากพฤติกรรมของ

 “สุนัขรับใช้แห่งระบอบเผด็จการ” ตัวนี้

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: