‘สัก กอแสงเรือง’ คนโกงชาติตัวจริง

  

สัก กอแสงเรือง กรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการตรวจสอบการเสียภาษีในการซื้อขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ลูกกระเป้ง ลิ่วล้ออำนาจเผด็จการ กำลังได้รับการยกย่องจาก พวกก่อขบฎ ที่สามารถเรียกใช้ไหว้วานได้ดังใจนึก

เพราะ สัก กอแสงเรือง ทำหน้าที่อย่างขมักเขม่น รับใช้พวกก่อขบฎ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ตามล้างตามเช็ด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติตามคำสั่งพวกขบฎอย่างเคร่งครัด จ้องจะยึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว โดยประกาศอายัดทรัพย์สิน 7.3 หมื่นล้านบาท

ด้วยข้อหาที่ สัก กอแสงเรือง กล่าวอ้างอย่างมีน้ำหนักในการดำเนินการดังกล่าวว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีการทุจริตและประพฤติมิชอบ ร่ำรวยผิดปกติ

สัก กอแสงเรือง ลูกกระเป้ง ลิ่วล้ออำนาจเผด็จการ ซึ่งเป็นถึงทนายความชั้นเก๋า และครั้งหนึ่งเคยมีศักดิ์ มีศรี มีตำแหน่งถึงนายกสมาคมสภาทนายความ ใช้หลักฐานข้างๆ คูๆ เพื่อสั่งอายัดทรัพย์สินพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว แค่ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” เท่านั้นเองหรือ

สัก กอแสงเรือง ประกาศสั่งอายัดทรัพย์สินพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ทั้งๆ ที่ไม่ปรากฏหลักฐานความผิดอย่างชัดแจ้ง เห็นจริง ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการทุจริตและประพฤติมิชอบแต่ประการใด แม้กระทั่งกระบวนการในชั้นศาล ก็ยังไม่มีคำยืนยันการพิพากษา   

สัก กอแสงเรือง กำลังลุแก่อำนาจ โดยไม่ยึดหลักนิติธรรม แค่ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ก็ประกาศอายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ได้อย่างนั้นหรือ

สัก กอแสงเรือง อาจจะเป็นคนดีที่ได้รับการยกย่องจากพวกก่อขบฎ เพราะสามารถสั่งหันซ้าย หันขวาได้ แต่ในสังคมทั่วไป ย่อมรู้แก่ใจดีว่า สัก กอแสงเรือง ก็คือคนเลวคนหนึ่ง ที่มีความผิดติดตัว และเป็นความผิดที่จะโจทย์ขานไปจนชั่วลูกชั่วหลานของตระกูล“กอแสงเรือง”

เพราะ สัก กอแสงเรือง คือคนที่เคยคดบ้านโกงเมือง โดยมีหลักฐานความผิดชัดเจน

ครั้งหนึ่ง สัก กอแสงเรือง เคยถูกดำเนินคดี ฟ้องร้องเกี่ยวกับการโกงภาษี โดยอาศัยอาชีพเป็นทนายความ ในการหาหลบเลี่ยงภาษี

พฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีของ สัก กอแสงเรือง เกิดขึ้นเมื่อปี 2522 และถูกเจ้าพนักงานประเมิน ของกรมสรรพากร ตรวจสอบพบเมื่อปี 2527

โดยในปี 2520 นายสัก กอแสงเรือง ซึ่งขณะนั้นมีอาชีพทนายความ ได้ซื้อที่ดิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถนนจรัลสนิทวงศ์ เพื่อปลูกสร้างอาคาร 4 ชั้น 4 คูหา และ 3 ชั้น 1 คูหา และได้ว่าจ้างผู้รับเหมาในการก่อสร้างอาคารดังกล่าว หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 4 ชั้น จำนวน 2 คูหา ให้แก่นางสุดใจ เอี่ยมเจริญ เป็นเงิน 1,200,000 บาท

และเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2522 นายสัก กอแสงเรือง ได้ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด. 9 เสียภาษีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) จำนวน 85,700 บาท และต่อมาในเดือนเมษายน 2522 ได้นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินพร้อมอาคาร 2 คูหา ไปขอยกเว้นภาษี

จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานประเมิน ได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการเสียภาษีเงินได้สำหรับปี 2521 ของนายสัก กอแสงเรือง ซึ่งปรากฏว่าในปี 2521 นายสัก กอแสงเรือง ได้ขายที่ดินให้แก่นางสุดใจ เอี่ยมเจริญ เป็นเงิน 1,200,000 บาท แต่ในการยื่นเอกสารหมาย จล.88-จล.90 นายสัก กอแสงเรือง กลับมิได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

แต่ต่อมานายสัก กอแสงเรือง ได้ยื่นแบบภ.ง.ด.9 เพิ่มเติมโดยนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินมาขอยกเว้นตามมาตรา 42(9) แห่งประมวลรัษฎากร

กล่าวคือ จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานประเมิน พบว่า ในปี 2520 นายสัก กอแสงเรือง ได้ซื้อที่ดินจากผู้อื่นแล้วปลูกสร้างอคารบนที่ดินดังกล่าวรวม 5 คูหา แล้วได้แบ่งขายไปพร้อมกับที่ดินรวม 2 คูหา ให้แก่นางสุดใจ เอี่ยมเจริญ เป็นเงิน 1,200,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นหนี้นางสุดใจ เอี่ยมเจริญ จึงจำเป็นต้องขาย แต่กลับไม่มีหลักฐานมาแสดง การขายที่ดินพร้อมอาคาร จึงเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งประโยชน์ทางการค้าหรือกำไร ซึ่งไม่ได้รับการยกเว้น นายสัก กอแสงเรือง จึงมีหน้าที่ต้องนำรายรับที่ได้จากการขายไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีการค้า

ดังนั้น เมื่อนายสัก กอแสงเรือง ไม่ไปเสียภาษี จึงต้องรับผิดในการเสียภาษีดังกล่าว รวมทั้งเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามกฎหมาย

สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธธรมดา หัก ณ ที่จ่ายนั้น ปรากฏว่าในการก่อสร้างอาคารจำนวน 6 คูหานั้น นายสัก กอแสงเรือง ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาและได้จ่ายค่าจ้างอันเป็นเงินพึงได้ประเมินตามมาตรา 40(1) และ(2) นายสัก กอแสงเรือง จึงมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินดังกล่าว แล้วนำส่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตราร 50 และมาตรา 52 แห่งประมวลรัษฎากร การที่นายสัก กอแสงเรืองไม่หักภาษีและไม่นำส่งจึงต้องรับผิดชำระค่าภาษีในส่วนนี้ตามกฎหมาย

เจ้าพนักงานประเมิน จึงได้ออกหมายเรียกตามเอกสาร จล.91 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2527 ให้ไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีการค้า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย รวมเป็นเงิน 413,821.62 บาท ตามเอกสารหมาย จล.13 , จล.14, จล.15

แต่ด้วยความมีสถานะภาพเป็นทนายความ รู้ช่องทางกฎหมาย จึงพยายามหาทางหลบเลี่ยง นายสัก กอแสงเรือง จึงได้เป็นโจทย์ ฟ้องแพ่งกรมสรรพากร โดยฟ้องกรมสรรพากร เป็นจำเลยที่ 1 นายบัณฑิต บุณยปานะ อธิบดีกรมสรรพรกรในบขณะนั้น เป็นจำเลยที่ 2 นายร่วม อินทรชุมนุม และนายเสงี่ยม ภูเขาทอง ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานประเมิน เป็นจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามลำดับ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มเติม

ทว่านายสัก กอแสงเรือง ซึ่งเป็นทนายความชั้นเก๋า กลับต้องแพ้คดี ถูกศาลศาลชั้นค้น ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง

กระทั่งมีการต่อสู้ทางคดีจนถึงศาลฎีกา

แต่ท้ายที่สุดศาลฎีกา มีคำสั่งพิพากษา ตามเอกสาร เลขที่ 3773 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2532 ยกฟ้องเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ 

ทำให้สัก กอแสงเรือง พ่ายคดี ต้องชำระภาษีเพิ่มและเบี้ยปรับตามกฎหมายให้กับกรมสรรพากร 

การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รับความเป็นธรรม ในหลักนิติธรรม ก็เพราะการเอาคนที่เคยมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี คิดคดโกงบ้านโกงเมือง อย่าง สัก กอแสงเรือง มาเป็นกรรมการคตส.นั่นเอง

ในเมื่อ

เอาคนชั่ว ที่เคยโกงบ้านโกงเมือง มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี มาทำหน้าที่ตรวจสอบ แล้วความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

          ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องมีความผิด เพียงแค่ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีการทุจริตและประพฤติมิชอบ ร่ำรวยผิดปกติ ” 

 

         แล้วคนที่มีความผิดชัดแจ้ง และถูกสำเร็จโทษ อย่างสัก กอแสงเรือง แล้วเราควรจะตราหน้าเขาว่าอย่างไรดี 

คนที่เคยมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี เช่นนี้ ควรค่าแล้วหรือ ที่จะมานั่งเป็นกรรมการ คตส.

คนที่เคยมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี เช่นนี้ ควรค่าแล้วหรือ ที่มาเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการตรวจสอบการเสียภาษีของคนอื่น

          

สัก กอแสงเรือง จึงเป็นแบบอย่างที่ดี ของตัวอย่างที่เลว มาเป็นอุทธาหรณ์ ว่า การเอาคนที่เคยโกงชาติ มาเป็นคนตัดสิน หลักนิติธรรมย่อมไม่เกิด

 

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: