สนธิ เลือดทหาร

           

           แม้ สนธิ จะไม่ใช้นามสกุล เลือดทหาร เหมือน สมพงษ์

           แต่ สนธิ เป็นทหารโดยสายเลือด ไม่เหมือน สมพงษ์ ที่มีแต่นามสกุล เป็นเลือดทหาร

           แม้ สนธิ กับ สมพงษ์ ไม่ใช่พี่น้องกันโดยสายเลือด

           แต่ สนธิ กับ สมพงษ์ เป็นเหมือนคนจำพวกเดียวกัน โดยพฤติกรรมและสันดาน

           สนธิ เป็นทหาร กับ สมพงษ์ เลือดทหาร ใครโกหก ใครตอแหล ใครร้ายยิ่งกว่าใคร ล้อมวงกันเข้ามา ประดาบ จะเล่าให้ฟัง ว่า สนธิ กับ สมพงษ์ เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?

           ย้อนกลับไป ราวสัก 7-8 ปีก่อน ใครถูกเรียกว่า สมพงษ์ เลือดทหาร แล้วล่ะก็ ถ้าไม่รักกันจริง ต้องมีชกกันปากแตก

           สมพงษ์ เลือดทหาร เป็นคนขับรถแท็กซี่ ที่อุตริคิดพิเรนท์ กุเรื่องขึ้นมาว่าเก็บกระเป๋าเงินนักเดินทางชาวต่างชาติ ที่ลืมไว้ในรถแท็กซี่ได้ ภายในกระเป๋าใส่เงินมากมาย ทรัพย์สินก็มากมี แต่ คนดีชื่อสมพงษ์ เลือดทหาร ไม่แตะต้องหยิบฉวยสักสลึงเฟื้อง รีบตีรถกลับไปที่สนามบินดอนเมืองอีกครั้งหนึ่ง (หลายปีก่อน สนามบินสุวรรณภูมิ ยังสร้างไม่เสร็จ) พอไปถึง ก็ตาลีตาลานประสานคนนั้นคนนี้ จนกระทั่งพบชาวต่างชาติเจ้าของกระเป๋า จึงเอาทั้งกระเป๋าและทรัพย์สินคืนให้กับเจ้าของด้วยความภาคภูมิใจ และได้รับสินน้ำใจตอบแทนมาบ้างเล็กน้อย ในฐานะพลเมืองดี

           ถ้าลำพัง สมพงษ์ เลือดทหาร คิดพิเรนทร์ กุเรื่องขึ้นมาในหัวคิด และเก็บไว้จินตนาการเพียงคนเดียว ก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะเพียงแต่คิดเล่นๆ สนุกๆ เท่านั้น แต่ความมันส์ในอารมณ์ของ สมพงษ์ เลือดทหาร ไม่ได้หยุดเพียงแค่ความคิด เขาโทรศัพท์เข้าไปในรายการวิทยุรายงานสภาพการจราจรรายการหนึ่ง ที่มีชาวแท็กซี่เป็นสมาชิก รับฟังกันเป็นจำนวนมาก

           เรื่องราวความดีที่แต่งขึ้นเองจากปาก สมพงษ์ เลือดทหาร จึงเบ่งบาน และแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว จากปากผู้แต่ง ไปยังปากผู้ดำเนินรายการวิทยุ สู่ปากของผู้ฟังรายการ และ ปากต่อปาก ฝากกันเขียน เวียนกันเล่า หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ วิทยุทุกคลื่น โทรทัศน์ทุกช่อง แย่งกันรายงานความดีงามของสมพงษ์ เลือดทหาร จนกระทั่งต้องจองคิวพลเมือง(แต่งเรื่อง)ดี รายนี้ เพื่อออกอากาศ แนะนำให้ประชาชนได้รู้จักกันชนิดที่ต้องเรียกว่า “สมพงษ์ คิวทอง” เลยทีเดียว

           สมพงษ์ เลือดทหาร โด่งดังในชั่วข้ามคืน และเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง ในชั่วข้ามวัน เพราะบรรยากาศของสังคมไทยในขณะนั้น เปรียบเสมือนคนป่วยทางจิต ที่โหยหาความดี โหยหาคนทำความดี เมื่อได้ยิน ได้ฟังเรื่องราวที่สมพงษ์ เลือดทหาร แต่งขึ้น แวบแรกของความคิด ทุกคนก็ชื่นชม และรู้สึกภาคภูมิใจที่เป็นคนไทย เช่นเดียวกับสมพงษ์ เลือดทหาร รางวัลเพื่อแสดงถึงความเป็นพลเมืองดี เป็นคนไทยตัวอย่าง ถูกนำมามอบให้จนรับไม่ทัน

           แต่แล้วจู่ๆ วีรบุรุษของคนไทยทั้งชาติ อย่างสมพงษ์ เลือดทหาร ก็ทำให้อารมณ์และความรู้สึกปลาบปลื้มใจของคนไทยทั้งชาติ ที่มีต่อเขา พังทลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อมีสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ผิดสังเกตกับเรื่องที่เกิดขึ้น และตรวจสอบความน่าจะเป็น ไปจนถึงความเป็นจริงของลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ สมพงษ์ เลือดทหาร เล่าวีรกรรมของเขาให้ฟัง และฟันธงว่า สมพงษ์ เลือดทหาร คือ จอมโกหกระดับชาติ เขาไม่ได้เก็บกระเป๋าเงินของใครได้ เขาไม่ได้นำกระเป๋าไปคืนให้เจ้าของ เขาไม่ได้ทำความดี ตรงกันข้าม เขาหลอกให้ทุกคนหลงเชื่อและหลงชื่นชมไปกับความดีจอมปลอมที่เขาแต่งเรื่องขึ้นมา

           สมพงษ์ เลือดทหาร จนมุมต่อการตรวจสอบอย่างเอาจริงเอาจริงของสำนักข่าว และตำรวจ ที่ไม่เชื่อว่าเขาเป็นพลเมืองดีจริง และสารภาพว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นจริง เขาสร้างเรื่องทั้งหมดขึ้น ด้วยความสนุกสนาน และตกกระไดพลอยโจน เนื่องจากสื่อมวลชนนำเสนอเรื่องราวของเขาอย่างใหญ่โต จนเขาไม่รู้จะหาทางลงอย่างไร จึงได้แต่สร้างเรื่องขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่องทุกวันๆ กระทั่งถูกจับได้

           สมพงษ์ เลือดทหาร ถูกดำเนินคดีข้อหาหลอกลวง ฉ้อโกงประชาชน และองค์กรต่างๆ ที่มอบรางวัลให้เขา ทั้งเงิน และโล่ ศาลพิพากษาจำคุกกี่ปี จำไม่ได้ ทราบเพียงว่าขณะนี้ สมพงษ์ เลือดทหาร ออกมาใช้ชีวิตอยู่นอกเรือนจำแล้ว

           ผมไม่แน่ใจว่า สมพงษ์ เลือดทหาร มีความเกี่ยวพันทางสายเลือด หรือ สืบสันดานกับ สนธิ เลือดทหาร ที่มีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก และประธานคมช. หรือไม่

           อันที่จริง ต้องเป็น สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่ใช่ สนธิ เลือดทหาร แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กัน สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมแต่งนิยาย สร้างเรื่องคุณงามความดีของตัวเอง มาหลอกลวงประชาชน ได้แนบเนียนยิ่งกว่า สมพงษ์ เลือดทหาร เสียอีก

           สนธิ เลือดทหาร โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน หลังจากรับสวมหัวโขนหัวหน้าคณะรัฐประหาร รับสมอ้างแทน สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ก่อการรัฐประหารตัวจริง เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 จากนั้ชีวิตของสนธิ เลือดทหาร ก็เปลี่ยนแปลงจากหลังเท้าเป็นหน้ามือ จากนายทหารบ้านนอก รูปชั่วตัวดำ พูดอะไรก็ดูขำ ดูตลก น่าเอ็นดูไปหมดสำหรับผู้พบเห็น ในฐานะนายทหารคนซื่อ มาเป็นนายทหารระดับซูเปอร์สตาร์ ไปทำหน้าตามาใหม่ ขัดสีฉวีวรรณให้ผิวผ่อง ขัดฟันขาวดูแวววาวยิ่งนัก เมื่อสะท้อนแสงไฟกล้องถ่ายภาพ และกล้องโทรทัศน์ การพูดจาที่เคยติดๆ ขัด ก็รื่นไหล พรั่งพรูดูดีมีหลักการ อ้างประชาธิปไตยทุกคำ แต่สองเท้ากลับย่ำอยู่บนพานรัฐธรรมนูญ   ปากบอกปัดสินบน รางวัล เกิดมาไม่เคบพบเห็นเงินก้อนใหญ่ ที่ใครต่อใครนำมาเป็นอามิสสินจ้าง  แต่มือแบรับทุกบาททุกสตางค์ที่เข้ามา เพื่อซื้อขายตำแหน่ง และทุกอย่างที่ขวางหน้า

           ก่อนจะมาเป็นประธานคมช. ผู้ตอแหล สนธิ บุญยรัตกลิน วางบทบาทตัวเองเป็นนายทหารบ้านนอก เป็นคนซื่อๆ แต่เผอิญมีเพื่อนเป็นผู้บัญชาการทหารบก  ชื่อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงได้รับโอกาสที่ดี ถูกดึงตัวมาช่วยทำงาน และ เสนอให้นายกฯทักษิณ ชินวัตร แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะที่เป็นมุสลิม และทำงานในภาคใต้มานาน ที่สำคัญคือ เป็นทหารอาชีพ ไม่สนใจการเมือง

           สนธิ บุญยรัตกลิน สวมวิญญาณ สนธิ เลือดทหาร แต่งนิยายขายประวัติตัวเองว่าเป็นนายทหารรบพิเศษ ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และเข้าถึงปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ เป็นอย่างดี เพราะเข้าไปอยู่ในพื้นที่มานาน และยังเป็นมุสลิมด้วย จึงเป็นข้อได้เปรียบในการทำงาน ประสานกับกลุ่มต่างๆ ซึ่งเป็นมุสลิมมากกว่าพุทธ

           นั่นเป็นครั้งแรกที่ประชาชนคนไทยได้รู้จัก สนธิ บุญยรัตกลิน(โดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวจริงของเขาคือ สนธิ เลือดทหาร) ในฐานะแคนดิเดตชิงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และ แอบเทใจสนับสนุนให้ได้ตำแหน่งสำคัญนี้ด้วย ในฐานะนายทหารมุสลิม น่าจะยุติสถานการณ์ก่อการร้ายในภาคใต้ได้ แต่ปรากฏว่านายกฯทักษิณ ชินวัตร และ คนไทยทั้งประเทศ ถูกหลอก นับแต่ นายทหารมุสลิมคนนี้เป็นผู้บัญชาการทหารบก สถานการณ์การก่อการร้ายในภาคใต้ กลับรุนแรงขึ้น โดยไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้ จนถึงวันนี้ วันที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง 10 วัน ของผู้บัญชาการทหารบกสายเลือดมุสลิมคนนี้ พี่น้องคนไทย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังถูกฆ่าตายง่ายดายยิ่งกว่าปลิดใบไม้จากขั้วเสียอีก

           เมื่อสถานการณ์การเมืองเข้าสู่ภาวะวิกฤติ สนธิ ลิ้มทองกุล ก่อม็อบขับไล่นายกฯทักษิณ แล้วเคลื่อนขบวนไปกองบัญชาการกองทัพบก ยื่นคำขาดขอเข้าพบ ผู้บัญชาการทหารบก เมื่อได้พบกัน ไม่มีใครรู้ว่าสนทนากันอย่างไร เมื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล บอกว่า สนธิ เลือดทหาร รับปากที่จะยืนข้างเดียวกับม็อบไล่นายกฯทักษิณ แต่ สนธิ เลือดทหาร บอกว่า ไม่ได้พูดอะไรเลย และยังเป็นกองทัพที่พร้อมปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลทุกประการ

           เป็นครั้งที่สองที่ นายกฯทักษิณ ชินวัตร และประชาชนคนไทย ถูกหลอก เพราะ สนธิ ลิ้มทองกุล แฉมากกว่าหนึ่งครั้งหลังการรัฐประหาร ว่า ในการพบกันครั้งนั้น ทั้งสองสนธิ บรรลุข้อตกลงลับที่จะร่วมกันโค่นล้มนายกฯทักษิณ ชินวัตร ให้ได้ ตามคำสั่งของผู้ใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งผู้ใหญ่คนนั้นก็คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คนที่ สนธิ ลิ้มทองกุล ไปถวายฎีกาที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ก่อนจะมากองทัพบก นั่นเอง

           7 วันก่อนนำกำลังทหารเข้ายึดอำนาจ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย สนธิ บุญยรัตกลิน ประกาศกับสื่อมวลชนว่า จะไม่มีการปฏิวัติ รัฐประหาร เพราะเป็นเรื่องล้าสมัย ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น ยังแก้ไขได้ตามกระบวนการประชาธิปไตย ทหารจะไม่เข้าไปยุ่งกับการเมือง

           เป็นครั้งที่สามที่ นายกฯทักษิณ ชินวัตร และ ประชาชนคนไทย ถูกหลอก เพราะ 7 วันต่อมา สนธิ บุญยรัตกลิน ก็นำทหารก่อการปฏิวัติ รัฐประหาร และนำกองทัพเข้าปกครองประเทศ กำหนดโครงสร้างการเมืองใหม่ ที่ต้องไม่มีพรรคไทยรักไทย และนายกฯทักษิณ ชินวัตร

           1 วันหลังการรัฐประหาร สนธิ เลือดทหาร ประกาศแก่สื่อมวลชนไทยและเทศ ว่า จะอยู่ในอำนาจเพียง 14 วัน และจะถอนทหารออกจากการเมือง จากนั้น ก็จะให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ พร้อมทั้งสัญญาว่าทหารจะไม่สืบทอดอำนาจทางการเมือง และจะปฏิบัติต่อนายกฯทักษิณ ชินวัตร ในฐานะคนไทยร่วมชาติ แบบเป็นพี่เป็นน้อง กัน

           เป็นครั้งที่สี่ที่ นายกฯทักษิณ ชินวัตร และ ประชาชนคนไทย ถูกหลอก เพราะจวบจนวันนี้ 1 ปีแล้ว ที่ สนธิ เลือดทหาร ยังลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจ และไม่ยอมคืนอำนาจให้แก่ประชาชน อีกทั้งยังนำกองทัพ และทหารเข้าสู่เวทีการเมือง เต็มตัว เต็มรูปแบบ มุ่งหมายจะกำหนดโครงสร้างการเมืองไทยหลังรัฐประหาร ประกาศแผนบันได 4 ขั้น เพื่อไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของตนเอง ชี้นำการตั้งพรรคการเมืองใหม่ เพื่อให้เป็นด่านสกัดพรรคพลังประชาชน ที่สืบทอดอุดมการณ์จากพรรคไทยรักไทย และ นายกฯทักษิณ ชินวัตร

           หลังการรัฐประหาร ไม่นานนัก สนธิ เลือดทหาร ชักชวนให้ เพื่อนรุ่นพี่ ชื่อ ขจิต หัพนานนท์ จัดตั้งพรรคการเมืองชื่อพรรครักชาติ เพื่อเป็นฐานที่มั่นทางการเมืองหลังเกษียณอายุราชการ และให้ข่าวทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่นักธุรกิจกระเป๋าหนักทุกคน ว่า พรรครักชาติ เป็นของตัวเอง ซึ่งก็ได้ผล เงินทองทรัพย์สินหลายพันล้านบาท ไหลมาเทมาเข้าสู่ตู้เซฟของสนธิ บุญยรัตกลิน อย่างรวดเร็ว

           เป็นครั้งที่ห้า ที่นายทุนทั้งหลายของพรรครักชาติ ถูกหลอมต้มเสียจนเปื่อยยุ่ยไปทั้งตัว ทั้งเนื้อทั้งกระดูก ไม่เหลือให้เห็น แม้แต่ ขจิต หัพนานนท์ ว่าที่หัวหน้าพรรครักชาติ ก็ถูกหลอกเช่นกัน เพราะ สนธิ บุญยรัตกลิน อ้างว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ประชาชนไม่ชอบทหาร ไม่พอใจทหาร ต้องใช้เวลาอีก 3-4 เดือนตัดสินใจว่าจะทำการเมืองหรือไม่ ในขณะที่การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม นี้แล้ว หากรออีก 3-4 เดือนค่อยตัดสินใจ ก็ฟันธงได้เลยว่า “ไม่เอาแล้ว” เรื่องลงเลือกตั้ง สู้นั่งอยู่เฉยๆ รอนักการเมืองมาเชิญไปเป็นรัฐมนตรีดีกว่า แต่ทุนตั้งพรรคที่ได้มาหลายพันล้านบาทนั้น “ไม่คืน” จะนำไปใช้เพื่อกิจการอื่นใด ก็ยากทำนาย แต่นายทุนเจ้าของเงินทั้งหลาย ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ นึกว่าตัวเองเก่งและแน่ ที่ไหนได้ เจอ สนธิ เลือดทหาร ได้คุยเพียงแว่บเดียว ต้องจ่ายค่าทำความรู้จักด้วยราคาแพงลิบลิ่ว หากมีโอกาสย้อนกลับไปดูที่นิ้วของภริยาทั้งสองของสนธิ ก็จะได้เห็นเพชรเม็ดใหญ่แวววาวสดใส ที่ช็อปกันเพลินทั้งสามคนผัวเมีย

           ระหว่างสวมหัวโขนเป็นประธานคมช. ครองอำนาจสูงสุดในประเทศไทย สนธิ เลือดทหาร พลิกลิ้นไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งอนาคตของตัวเองในวัยหลังเกษียณ ว่าจะเวียนมาถือครองอำนาจ อาละวาดใส่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยอีกครั้งหรือไม่ เรื่องใหญ่ที่ไม่น่าจะตลบแตลง แต่สนธิ ก็ทั้งพลิกและม้วนลิ้น จนทำให้วุ่นวายกันทั้งแผ่นดิน ก็คือ ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ. ที่รอจ่อคิวกัน 3 คน สพรั่ง ใจถึง พึ่งไม่ได้ อนุพงษ์ มั่นคงแน่วแน่ แต่ไม่น่าไว้ใจ มนตรี คนดีที่สุด แต่บารมีไม่มีเลย เป็นคนที่น่าเชยชมที่สุด แต่ละวันที่พูดจา ประสาทหารใจไม่ซื่อและไม่ถือสัตย์ ตวัดลิ้น ดิ้นไปเรื่อย ทำให้กองทัพแตกแหลกละเอียด อย่างน่าเศร้าใจ

           เป็นครั้งที่หก และเป็นเรื่องตลกที่ ประธานคมช. ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าเผยว่า ผู้บัญชาการทหารบก คนใหม่ ชื่ออะไร เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่งสำหรับกำลังพลในกองทัพ ที่เห็นกองทัพไทยที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกรในอดีต ต้องมาแตกแยก แหลกยับคามือ สนธิ เลือดทหาร ต้องพังพินาศเพราะร้อยเล่ห์ปลายลิ้นของผ้บัญชาการทหารบก ที่ชื่อ บิ๊กบัง ที่เล่มเกม ลับ-ลวง-พราง กับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนวินัย น้องสพรั่ง และน้องอนุพงษ์ ที่ถูกปั่นหัว จนหัวปั่น จ้องจะห่ำหั่นฆ่าฟันกันเอง เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของกองทัพบก

           ไม่เคยมีครั้งไหนที่กองทัพบกจะแตกแยกแหลกละเอียดเท่ากับยุคนี้ ยุคที่มีผบ.ทบ.เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน

           อีก 10 วันที่ลมหายใจของผู้บัญชาการทหารบก จะขาดห้วง ขาดหายไปจากปลายจมูกของ สนธิ บุญยรัตกลิน เหลือเพียงตำแหน่งอดีตผู้บัญชาการทหารบก ต่อท้ายชื่อ แต่คนแสร้งซื่อชื่อสนธิ ก็ยังไม่รู้สำนึก ยังไม่ตกผลึกทางความคิดว่าได้ทำความเสียหายแก่ประเทศชาติ ได้ทำให้ประชาชนพังพินาศ ฉิบหายไปมากน้อยแค่ไหน ยังมีหน้ามาตวัดลิ้น ปล่อยพิษผ่านน้ำลาย กระจายไปทางหน้าหนังสือพิมพ์ และรอยยิ้มที่น่าชิงชังผ่านจอโทรทัศน์ ว่า อีก 3 เดือนจึงจะให้คำตอบว่าจะกระโจนสู่วงการเมืองหรือไม่ และจะเป็นผู้เขียนบทเองว่าจะเล่นเป็นตัวอะไร

           เป็นครั้งที่เจ็ด และเป็นเรื่องที่ไม่เคยเข็ดจริงๆ สำหรับสนธิ เลือดทหาร สำหรับการออกมาสาดน้ำลายอันมีพิษใส่ประชาชนและประเทศชาติ กระทั่งนักวิชาการ นักธุรกิจ ที่เคยแอบชมแอบเชียร์ หมดความอดทน ต้องด่าไอ้เ…ย จนป่านนี้แล้ว ยังไม่รู้สึกตัวอีกหรือว่าทำความเสียหายแก่บ้านเมืองขนาดไหนแล้ว

           เพียงแค่เจ็ดเรื่องก็เปลืองเนื้อที่และเปลืองเวลามากเกินไปแล้ว สำหรับ สนธิ เลือดทหาร แฝดคนละฝากับ สมพงษ์ เลือดทหาร แต่สันดานเดียวกัน จะแย่กว่าก็ตรงที่ สมพงษ์ เลือดทหาร กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีแล้ว หลังจากถูกศาลสั่งจำคุก ข้อหาโกหกหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน แต่สนธิ เลือดทหาร ยังไม่รู้สำนึก อาจจะเป็นเพราะ ยังไม่ถูกสังคมลงโทษ ยังไม่ถูกศาลสั่งจำคุก ก็เป็นได้ คนแบบสนธิ เลือดทหาร สำนวหนังจีนกำลังภายในบอกว่า “คนแบบนี้ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา”

           ก็อยู่ที่คนไทยทั้งชาติ ที่ต้องเจ๊งกันระเนระนาด และเห็นบ้านเมืองถูกทำให้พังพินาศไปกับตาว่าจะทนดูการโกหกตอแหล ของสนธิ เลือดทหาร ไปได้อีกนานแค่ไหน และ จะยอมปล่อยให้สนธิ เลือดทหาร ลอยนวล คอยหลอกหลอน แต่งนิยาย สร้างนิทาน อ่านความดีของตัวเองจอมปลอมของตัวเองให้ฟัง เพื่อเรียกของรางวัล ฉ้อโกงประชาชน ต่อไปอีกหรือไม่

           นิยายเรื่องพรรครักชาติ ที่วาดขึ้น เพื่อเรียกเงินจากนักธุรกิจมาลงขันตั้งพรรค เป็นฐานใหญ่ในการเมืองไทย แต่พอเงินไหลเข้ากระเป๋า ก็เอาเข้าบ้าน แล้วแขวนป้าย “เลิกแล้วจ้า” ไว้หน้าพรรครักชาติ “ทำแท้ง” ขจิต หัพนานนท์ ว่าที่หัวหน้าพรรครักชาติ อย่างอำมหิตที่สุด น่าจะเป็นอุทธาหรณ์สอนใจคนหลายคนที่กำลังเดินตามตูด สูดลมหายใจเฮือกสุดท้าย ของชายชื่อ สนธิ เลือดทหาร ได้เป็นอย่างดี ว่าคนพรรค์นี้ คบได้หรือไม่

           เรื่องสุดท้ายที่แว่วมาเข้าหู ประดาบ ก็คือ สนธิ เลือดทหาร กำลังเจรจาต่อรองกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ให้ผลักดันเป็นองคมนตรี ชนิดที่เรียกว่า “จะต้องเอาอะไรมาแลกก็ยอม” ขอเพียงแค่ให้ได้นั่งอยู่ในทำเนียบองคมนตรี เท่านั้น

           นี่เป็นอหังการ์แห่งนักรัฐประหาร ที่บังอาจเหลือเกิน จะใช้กำลังอำนาจในห้วงลมหายใจสุดท้าย บนตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก บังคับ กดดันให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นองคมนตรเพื่อที่จะยืนยันต่อโลกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร จริงๆ 

           ก็ลองคิดกันดู แม้แต่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจุลจอมเกล้าวิเศษ ในวันฉัตรมงคล ยังไม่ได้รับพระราชทาน แต่ยังบังอาจยื่นเงื่อนไข จะเป็นองคมนตรี  คนแบบนี้ ปล่อยไว้มีแต่จะทะเยอทะยานไม่มีที่สิ้นสุด

           นับนิ้ววีรกรรมของสนธิ เลือดทหาร นับตัวเลขความเสียหายของประเทศชาติ นับหัวประชาชน 60 ล้านคนที่ต้องยากจนลงเฉียบพลัน เพราะถูก สนธิ เลือดทหาร หลอกหลวง ฉ้อโกง แล้ว ต้องบอกว่า สมพงษ์ เลือดทหาร ที่ว่าแน่ๆ ก็แค่เศษขี้เล็บปลายนิ้วก้อยเท้าด้านซ้ายของสนธิ เลือดทหาร เท่านั้นเอง

           สมพงษ์ เลือดทหาร กลายเป็นอดีตนักต้มตุ๋นที่กำลังจถูกลืมเลือนและลบออกจากสารบบ 18 มงกุฎไปเสียแล้ว เพราะ สนธิ เลือดทหาร ดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการ 18 มงกุฎ ปรากฎตัวขึ้นแล้ว และคงยากที่จะหาใครมาแย่งตำแหน่งของสนธิ เลือดทหารไปได้ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า

           เพราะความเจ็บปวดที่สนธิ เลือดทหาร สร้างไว้แก่คนไทย จะเป็นที่จดจำไปตลอดในชาตินี้ แม้ประดาบจะตายไปแล้ว หากได้เกิดใหม่ในชาติหน้า ก็จะไม่ลืม สนธิ เลือดทหาร เป็นอันขาด

           ขอให้ไปได้ดีในอาชีพใหม่ในวงการ 18 มงกุฎ หลังเกษียณอายุราชการนะครับ

           “สนธิ เลือดทหาร”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: