สนธิ สั่งทำลายพลังประชาชน แฉแผนบันไดขั้นที่ 4 5 6

           

           ขอประทานโทษ ที่หายหน้าไป 3 วัน เพราะมัวแต่ไปตามหาบันไดขั้นที่ 4- 5 -6 ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี คนดีศรีเผด็จการ ที่เตรียมไว้สกัดกั้นพรรคพลังประชาชน ตามที่นัดกับ “ท่านพันเอก” ไว้

           ตื่นเต้นมาก ที่จะได้พบกับ “ท่านพันเอก” ตัวเป็นๆ หลังจากที่ข่าวคราวจากท่านเงียบหายไปหลายนาน ได้รับอีเมลล์จากอีกครั้ง “ท่านพันเอก” ของพวกเรา ก็ถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดปัตตานี เสียแล้ว

           แม้จะต้องเดินทางไกลถึงปัตตานี โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะได้เอกสารอะไรติดมือกลับมา ผมก็ไม่ลังเลที่จะเดินทางทันที เพราะเครดิตของ “ท่านพันเอก” ในเรื่องเอกสาร “ลับ” ไม่เป็นที่สงสัย หรือหวาดระแวงต่อผม แม้แต่เวบเดียว

           เป็นครั้งแรกที่ ผม กับ “ท่านพันเอก” ตัดสินใจพบปะกันแบบไม่ต้องปิดบังตัวตน ไม่ต้องนัดหมาย รับ-ส่งเอกสาร ในที่ลับตาคน เหมือนสายลับในหนังเจมส์บอนด์ อีกแล้ว เพราะเราต่างมั่นใจในความปรารถนาดีที่เราทั้งสองคนมีต่อประเทศชาติเหมือนกัน ตรงกัน

           หลายท่านอาจจะงงว่า ผมกำลังพูดถึง “ท่านพันเอก” ที่ไหน กองทัพไทย หรือกองทัพชาติไหน เพราะเห็นไปไกลถึงปัตตานี ที่ไม่รู้ว่าวันนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยหรือไม่ แต่หลายท่านคงจำได้ถึง “ท่านพันเอก” ท่านนี้

           “ท่านพันเอก” ที่ผมพูดถึงนี้ เป็นนายทหารผู้มีคุณูปการกับพวกเราอย่างมาก จากการที่ท่านนำเอกสาร “ลับ” และ “ลับมาก” ของกองทัพ และ คมช. ส่งมาให้พวกเราได้ดู ได้อ่าน ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของนายทหารใหญ่แต่ละคน อย่างที่เราไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ และไม่น่าจะมีโอกาสได้รับรู้ หากว่า “ท่านพันเอก” ไม่นำเอกสารหลักฐานมาเปิดเผย

           ความห่วงใยบ้านเมืองของ “ท่านพันเอก” ทำให้เราได้รู้ว่า กองทัพบก จ้างนายเชียรช่วง กัลยาณมิตร น้องชายสายโลหิต ของพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นผู้จัดทำแผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์เชิงรุก หรือที่รู้จักกันในชื่อ แผนทำลายไทยรักไทย ด้วยเงินค่าจ้างเดือนละ 2,000,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน อีกเกือบ 70 ล้านบาท

           แผนงานของนายเชียรช่วง กัลยาณมิตร ที่วันนี้ เป็นเลขาธิการพรรคประชาราช ไปแล้ว มีตั้งแต่การจ้างนักศึกษาประชาชนเดิน ขบวนประท้วงรัฐบาลสิงคโปร์ วางหรีดดำที่หน้าสถานทูตสิงคโปร์ จ้างบุคคลทั่วไป ปฏิบัติการตอบโต้กระทู้โจมตีคมช. และโพสต์กระทู้ให้ร้ายนายกฯทักษิณ ซึ่งอยู่ในข้อ 2.4 ของแผนปฏิบัติการเชิงรุกฯ และเป็นที่มาของการเรียกพวกรับจ้างโพสต์กระทู้ในเวปไซต์ต่างๆ ว่า เป็นพวก “2.4” รวมไปถึงการจ้างนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐ จำนวนหนึ่ง ไปเดินสายอภิปราย ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อ กล่าวหานายกฯทักษิณ เป็นฆาตรกรฆ่าตัดตอน ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นหัวหน้าทีม

           ความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ฉ้อฉลของ “ท่านพันเอก” ทำให้เราได้รู้ว่า กองทัพภาคที่ 1 มีคำสั่ง “ลับ” ให้ทำลายธุรกิจของบริษัทเอไอเอส และ เครือชินคอร์ป และทำให้เห็นว่ารัฐบาลสิงคโปร์ ไม่จริงใจต่อประเทศไทย มีแผนการดักฟังโทรศัพท์ ล้วงความลับของกองทัพไทย และทำลายมวลชนของพรรคไทยรักไทย ให้หมดสิ้น ปล่อยข่าวล่วงหน้าพรรคไทยรักไทย ถูกยุบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2550 ก่อนที่ตุลาการรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทย ในเวลาอีก 4 เดือนต่อมา

           ความห่วงใยและซื่อสัตย์ต่อบ้านเมือง ประชาชน ของ “ท่านพันเอก” ทำให้ ประชาชนหูตาสว่าง และเห็นภาพชัดเจนมากว่า กองทัพที่นำโดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มีแผนการที่จะก่อการรัฐประหาร ยึดอำนาจจากนายกฯทักษิณ ไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่เป็นการยึดอำนาจแบบฉุกละหุก ตามที่โกหกและสร้างเรื่องขึ้นในภายหลัง มีการวางแผนที่จะทำลายพรรคไทยรักไทย นักการเมือง ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน องค์กรประชาชน ที่สนับสนุนพรรคไทยรักไทย มาแต่ต้นและอย่างต่อเนื่อง โดยไม่คำนึงว่าคำสั่งและปฏิบัติการเหล่านั้น จะส่งผลกระทบ ส่งผลร้ายถึงประชา ชน และประเทศชาติอย่างไร

           เอกสาร “ลับ” จากท่านพันเอก ที่ผมนำติดตัวกลับมาจากปัตตานี ในครั้งนี้ ทำให้ผมถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว หลังจากอ่านจบในรอบแรก และเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง “ท่านพันเอก” ที่นั่งอยู่ตรงข้าม ในร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองปัตตานี ท่านก็หลบตาลงต่ำ แล้วพูดเบาๆ ในลำคอ พอได้ยินแต่ไม่ชัดนักว่า “ในฐานะทหาร ผมเสียใจ”

           ผมได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วเลื่อนเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ คืน ก่อนจะพูดขึ้นว่า คำสั่งในเอก สารนี้ ไม่มีทางทำให้ผมเชื่อได้เลยว่าเป็นเรื่องจริง หากไม่ใช่ว่าได้มาจากนายทหารระดับสูงที่เคยเปิดเผยเอกสารลับที่กองทัพต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงมาแล้วทุกครั้ง ไม่เคยมีพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

           ผมถามว่า “ท่านเสียใจเรื่องอะไร”

           ท่านพันเอก บอกว่า “ผมเสียใจที่มีทหารบางคนในกองทัพ คิดลั่งการให้กำลังพลปฏิบัติการเช่นนี้ ผมก็ไม่เชื่อในครั้งแรกที่ได้เห็น แต่จากการตรวจสอบกับเพื่อนที่อยู่ในหน่วยปฏิบัติและได้รับเอกสารชิ้นนี้ด้วย ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง”

           ผมถามว่า “ท่านคิดไหมว่าหากเอกสารฉบับนี้ถูกเปิดเผยออกไป จะเกิดอะไรขึ้นกับกองทัพ และผู้ออกคำสั่ง”

           ท่านพันเอก บอกว่า “ผมคิดอยู่หลายวัน ได้ข้อสรุป เปิดออกไปแล้ว กองทัพได้รับผลกระทบแน่นอน อดีตผู้บังคับบัญชาเสียหาย แต่ถ้าไม่เปิดเอกสารให้สังคมรับรู้ ประเทศชาติ จะเสียหาย และวันหนึ่งเมื่อความจริงถูกเปิดเผยออกมา ว่ามีเอกสารฉบับนี้ หลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว กองทัพ จะเสียหายมากกว่าที่ถูกแฉในเวลานี้”

           ผมถามว่า “ท่านมั่นใจความปลอดภัยของตัวเองแค่ไหน หลังจากเอกสารถูกเปิดเผยออกไปแล้ว” เหตุที่ถามเช่นนี้ เพราะผมรู้สึกผิดตั้งแต่ได้รับอีเมลล์ ว่าท่านถูกย้ายมาอยู่ปัตตานี ว่าเป็นเพราะเอกสารที่ผมเปิดเผยออก ใช่หรือไม่

           ท่านพันเอก บอกว่า “ไม่ต้องห่วงผมหรอก คุณไปห่วงประเทศชาติดีกว่า ไม่มีผม ประเทศ อยู่ได้ ไม่มีประเทศ ทั้งคุณกับผม อยู่ไม่ได้

           คำตอบของท่าน ทำเอาผมจุกในอก พูดไม่ออก และทำให้ผมต้องแกล้งหันหน้าออกไปนอกร้านน้ำชา ไม่ให้ท่านพันเอกเห็น น้ำตาที่เอ่อท้น ขึ้นมาแล้ว

           “ทำไมกองทัพ มีทหารที่คิดแบบท่าน น้อยเหลือเกิน ทำไมทหารใหญ่ ไม่คิดแบบท่านบ้าง บ้านเมืองจะดีขึ้นกว่านี้เยอะ ทหารก็จะเป็นที่รักของประชาชน” ผมถามขึ้นหลังจากที่เราต่างคนต่างเงียบไปครู่หนึ่ง

           ท่านพันเอก ตอบว่า “คุณเข้าใจผิด ทหารส่วนใหญ่รักประเทศชาติ และอยากอยู่ในสังคมด้วยความเข้าใจอันดีกับประชาชน เพราะทหารก็คือประชาชน แต่ผลประโยชน์ และอำนาจ ทำให้ทหารบางคน เปลี่ยนไป หลังจากที่เข้าไปพัวพันด้วย”

           ก่อนที่ผมจะถามอะไรให้ยืดยาว เยิ่นเย้อออกไปอีก ท่านพันเอก ก็บอกว่า “เราคุยกันนานเกินไปแล้ว คุณกลับกรุงเทพฯ ไปวันนี้เลยดีกว่า เอาไว้วันหลัง คุยกันใหม่”

           ผมรู้ด้วยน้ำเสียงว่า ไม่ใช่การไล่ แต่เป็นความห่วงใย ที่มาพร้อมกับมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ จาก “ท่านพันเอก” ผมจึงลุกขึ้น แล้วลาท่าน ก่อนจะเดินออกจากร้านน้ำชา ทันที เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องกังวล ทั้งตัวผม และตัวท่านเอง

           ผมเก็บเอกสาร 8 แผ่นที่ได้รับมาจาก “ท่านพันเอก” ด้วยหัวใจที่เต้นแรง แรงด้วยความตื่นเต้น ที่ผมจะได้ทำหน้าที่เปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของกองทัพ และคมช. อีกครั้งหนึ่ง แรงด้วยความโกรธแค้น ชิงชัง ทหารบางคนที่กำลังทำลายบ้านเมืองให้ย่อยยับลงไปอีก ทั้งๆ ที่ทุกวันนี้บ้านเมืองและประชาชนก็บอบช้ำ เพราะมือของพวกเขามาแล้ว

           กระบวนการตรวจสอบเอกสารของผม เริ่มต้นขึ้นทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ ผมนัดเพื่อนคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในหน่วยทหารหน่วยหนึ่ง แล้ว ขอให้ช่วยตรวจสอบหนังสือเลขที่ คมช.0003.5/480 ลงวันที่ 14 กันยายน 2550 ว่า เป็นเรื่องอะไร และมีเนื้อความว่าอย่างไร

           3 วันถัดมา ผมก็ได้รับคำตอบว่า หนังสือที่ผมสอบถาม มีอยู่จริง และเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการเมืองและพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นพรรคอะไร ผมจึงถามนำขึ้นว่า พรรคพลังประชาชน ใช่หรือไม่ คำตอบคือ ใช่

           ผมเริ่มถามทีละข้อ ทีละประเด็นเรียงกันมา ตามที่ผมจำได้ เพราะอ่านหลายเที่ยว สุด ท้ายเพื่อนผมก็เปิดกระเป๋าส่งเอกสารทั้ง 8 แผ่น เหมือนกับที่ผมได้รับจาก “ท่านพันเอก” ให้ แล้วบอกว่า “รู้หมดทุกอย่างแล้ว จะถามทำไม เอาไปเทียบดูแล้วกัน จะได้รู้ว่าเหมือนกันทุกตัว ของที่มึงมีอยู่ ก็จริงเท่าที่กูไปเอามานี่ล่ะ”

           ไฮไลต์ของเนื้อความในเอกสาร “ลับ” ฉบับนั้น เขียนไว้ในหน้าที่ 2 ว่า ..

           “ ข้อ 2.2.3 สนับสนุนการรวมตัวที่สร้างสรรค์ของกลุ่มการเมืองต่างๆ โดยมีงานการปฏิบัติการข่าวสาร ดังนี้

           2.2.3.1 ชี้ให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางเห็นข้อเท็จจริงในการรวมตัวกันของกลุ่มการเมืองต่างๆ

           2.2.3.2 ชี้ให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางเห็นความคล้ายคลึงกันของนโยบายอดีตพรรคทรท. และ พปช.

           2.2.3.3 ชี้นำ/ชักจูงให้ประชาชนรากแก้วต่อต้านการกลับมาของกลุ่มอำนาจเก่าผ่านทางพปช. โดยแสดงให้เห็นว่านโยบายต่างๆ ของทรท.ซึ่งเป็นผลเสียต่อประเทศและประชาชน ก็จะกลับมาด้วย

           2.2.3.4 ชี้ให้ทุกฝ่ายเห็นถึงความคดโกง/ทุจริต/ไม่ชอบธรรมของกลุ่มอำนาจเก่าซึ่งกำลังจะกลับมาพร้อมกับพรรคพปช.

           2.2.3.5 สร้างกระแสให้ทุกฝ่ายต่อต้านการกลับมาของกลุ่มอำนาจเก่า โดยผ่านทางพรรคพปช.”

           คำสั่งลับของคมช. ฉบับนี้ ออกจากส่วนราชการ สปค.ศปศ.คมช. ลงนามโดยพ.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองจก.ยก.ทบ./ผช.หน.สปค.ศปศ.คมช. ทำการแทน จก.ยก.ทบ./รองหน.สปค. ศปศ.คมช. เรื่อง การปฏิบัติการข่าวสารตั้งแต่ปัจจุบันถึงวันปิดรับสมัครเลือกตั้ง เรียน ผบ.ทบ. /ประธานคมช. เพื่อขอให้พิจารณาอนุมัติปฏิบัติการตามแผนที่นำเสนอ ซึ่งระบุไว้อย่างละเอียดยิบว่าจะทำลายพรรคพลังประชาชน อย่างไร

           คำสั่งลับของคมช. ฉบับนี้ ได้รับอนุมัติให้ปฏิบัติการได้ตามที่นำเสนอทุกข้อ โดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และ ประธานคมช. ในขณะนั้น

           แม้กระทั่งการปฏิบัติการ “เชิญบุคคลที่ 3 ที่เป็นผู้นำทางความคิด / นักวิชาการ ออกรรายการวิทยุ / โทรทัศน์ วิเคราะห์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหากพรรคพปช. ชนะเลือกตั้งแล้วดำเนินนโยบายที่ประกาศไว้ คือ นิรโทษกรรม อดีตกรรมการบริหารพรรค ทรท. และ ยุบคตส. ว่าหลายฝ่ายคงยอมไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตร ซึ่งจะออกมาเคลื่อนไหว และทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง และอาจนำไปสู่การรัฐประหารครั้งใหม่ เป็นวงจรที่ไม่สิ้นสุด” ซึ่งอยู่ในหน้าที่ 4 ของแผนปฏิบัติการทำลายพรรคพลังประชาชน ที่ระบุว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติ

           คำสั่งลับของคมช. ฉบับนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่าพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มีจุดมุ่ง หมายอย่างไรต่อการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ และเหตุใดจึงต้องการมีและใช้อำนาจเข้าไปแทรกแซง ควบคุม ชี้นำ การจัดการเลือกตั้งของกกต. และกำลังดำเนินการอย่างเข้มข้นอยู่ในขณะนี้

           ความกังวลของประชาชนทั้งประเทศที่ว่า หากพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป เหตุการณ์จะสงบหรือไม่ บ้านเมืองจะกลับคืนสู่ความเรียบร้อย สันติสุข หรือไม่ ก็มีคำตอบอยู่แล้วในคำสั่งลับฉบับนี้ว่า

           “อาจนำไปสู่การรัฐประหารครั้งใหม่ เป็นวงจรที่ไม่สิ้นสุด”

           ทั้งๆ ที่อ่านประโยคนี้มาแล้วไม่น้อยกว่าร้อยรอบ แต่เมื่อเขียนถึงประโยคนี้ ผมก็แทบจะหมดแรงที่จะเขียนต่อไป และสะกดอารมณ์ไว้ไม่ได้

           “ผมขอโทษนะครับ ท่านพันเอก ผมเกลียดและชิงชังทหาร มากแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนครับ ทั้งๆ ที่รู้ว่าทหารเลวที่ไม่มากนัก แต่ทำไมทหารดีต้องอยู่ใต้คำสั่งทหารเลว อยู่ร่ำไป”

           วันนี้ เขียนได้แค่นี้แล้วล่ะครับ อารมณ์โกรธ และ เกลียด ทำให้ไม่มีสมาธิพอที่จะเขียนหนังสือเล่าข้อความที่อยู่ในคำสั่งลับฉบับนี้ ต่อไป

           พรุ่งนี้ ผมจะนำเอกสารทั้งฉบับ จำนวน 8 หน้า มานำเสนอให้ได้ชมกัน หลังจากผ่านการตรวจสอบขั้นสุดท้าย ว่าไม่ได้มีการทำสัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมายสำหรับการตรวจ สอบแหล่งที่มาของเอกสาร เพื่อความปลอดภัยของ “ท่านพันเอก” เสร็จสิ้นลง

           อันที่จริง ตั้งใจว่าจะนำเสนอพร้อมกัน แต่อดใจไม่ไหว เมื่อได้เห็นความเลวร้ายของ พ.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ ผู้จัดทำแผน พ.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ผู้นำเสนอแผน และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้อนุมัติให้ปฏิบัติตามแผน

           แผนที่ทำให้เราได้เห็นว่าบันไดขั้นที่ 4 – 5 – 6 สำหรับการทำลายพรรคพลังประชาชน เป็นเช่นไร

           จึงต้องมาบอกเล่าให้ทราบก่อน แล้ววันพรุ่งนี้ เมื่อการตรวจสอบเอกสารเสร็จเรียบร้อย พวกเราทุกคนจะได้เห็นความเลวร้ายของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าขบวนการทำลายพรรคพลังประชาชน พร้อมๆ กัน

           อดใจรอวันพรุ่งนี้ครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: