‘สดศรี’ ฟังทางนี้ ‘สติมา ปัญญามี’ บังธิ คือคนทำลายบุตรีท่าน มิใช่เรา

           

           เย็นไว้ก่อน สดศรี สัตยธรรม

           ฟังเราก่อน สดศรี สัตยธรรม

           พิจารณาให้ดีก่อน สดศรี สัตยธรรม

           ไตร่ตรองให้ดีก่อน สดศรี สัตยธรรม

           คิดให้ดี คิดให้ถ้วนถี่ แล้ว สดศรี สัตยธรรม ก็จะได้เห็นธรรม

           ธรรม หมายถึง ความจริง

           ความจริงในเรื่องของนางสาวกอนณา สัตยธรรม บุตรีของท่าน ที่เรานำมาเปิดเผย หากท่านไม่เดือดดาล ไม่มีอคติ และไม่เกรี้ยวกราดก่อนจะพิจารณาเรื่องราวแต่หนหลัง และไม่ปิดบังความจริงที่อยู่ในใจของท่าน

           ท่านก็จะไม่ต้องมีสภาพดังเช่นตัวตลกที่ทำให้ผู้คนทั้งหลายในสังคมโห่ฮาอยู่ในเวลานี้

           กรณีหนังสือยืมตัวนางสาวกอนณา สัตยธรรม ผู้พิพากษาประจำศาลจังหวัดพระโขนง ไปช่วยปฏิบัติราชการให้แก่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล นั้น อันที่จริงไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่ สดศรี สัตยธรรม ไม่เคยรับรู้มาก่อน หากแต่เป็นเรื่องที่สดศรี รู้ดีแต่ต้น และรู้ด้วยว่าเมื่อทำหนังสือยืมตัวออกไปจากทำเนียบรัฐบาล แล้ว ปรากฎว่ามีปัญหา เนื่องจากถูกทักท้วงว่าไม่เหมาะสม และไม่เคยมีการปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน จึงทำเรื่องขอยกเลิกหนังสือยืมตัว

           เรื่องราวเหล่านี้ สดศรี สัตยธรรม รู้เรื่องดีที่สุด รู้อยู่แก่ใจดีว่า “พลาดไปแล้ว” แต่เก็บงำอาการไว้เงียบกริบ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นสอบถามความผิดปก ติ และ ทดสอบจริยธรรมทั้งของรองนายกรัฐมนตรี ที่ยืมตัวผู้พิพากษา มาช่วยราชการ ทั้งของผู้พิพากษา ที่ไม่ปฏิเสธคำขอยืมตัวมาช่วยราชการ และสำคัญที่สุด คือ จริยธรรม ของกกต. สดศรี สัตยธรรม ทั้งในฐานะกกต. ในฐานะแม่ของผู้พิพากษา และในฐานะแม่ที่เคยเป็นอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

           พิจารณาเรื่องราวย้อนหลังก่อนที่จะมาตั้งเรื่องทำหนังสือขอยืมตัวนางสาวกอนณา สัตยธรรม มาช่วยปฏิบัติราชการให้แก่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ก็คงต้องตั้งคำถามก่อนว่า มีใครเชื่อบ้างว่า

           1. นายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือขอยืมตัวนางสาวกอนณา สัตยธรรม มาช่วยปฏิบัติราชการให้แก่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เอง โดยที่พล.อ.สนธิ ไม่ได้สั่งการ

           2. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน คิดได้เองว่าต้องการยืมตัวนางสาวกอนณา สัตยธรรม ม่วยปฏิบัติราชการให้แก่ตน โดยไม่ได้ปรึกษหารือกับใครมาก่อน โดยเฉพาะนางสดศรี สัตยธรรม มารดาของนางสาวกอนณา สัตยธรรม

           3. นางสดศรี สัตยธรรม มารดาของนางสาวกอนณา สัตยธรรม ไม่ทราบเรื่องเลยว่าพล.อ.สนธิ ต้องการยืมตัวบุตรี ซึ่งเป็นผู้พิพากษาไปช่วยปฏิบัติราชการที่ทำเนียบรัฐบาล ไปทำงานหน้าห้องรองนายกรัฐมนตรี

           4. นางสาวกอนณา สัตยธรรม ไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่าตกเป็นเป้าหมายการยืมตัวมาช่วยราชการให้แก่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีการทาบทามกันก่อนที่จะทำหนังสือขอยืมตัวไปถึงประธานศาลฎีกา

           5. นางสาวกอนณา สัตยธรรม ไม่นำเรื่องที่ถูกทาบทามไปช่วยปฏิบัติราชการให้แก่พล.อ.สนธิ ไปปรึกษาหารือกับนางสดศรี ในฐานะมารดา

           6. หนังสือยืมตัวฉบับนี้เป็นของปลอม เป็นเอกสารเท็จที่ทำขึ้นมาเพื่อดิสเครดิตพล.อ.สนธิ นางสาวกอนณา และ นางสดศรี ตามที่นางสดศรี กล่าวหาต่อประดาบ และ Hi-thaksin

           คำตอบของคำถามเหล่านี้ มีอยู่ในคำพูดของนายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ลงนามในหนังสือยืมตัวนางสาวกอนณา สัตยธรรม ที่ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และผมคัดลอกมาจากเวปไซต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ดังนี้

           “ยอมรับว่าในช่วงที่ พล.อ.สนธิเข้ามารับตำแหน่ง ผมได้ทำหนังสือขอยืมตัวไปจริง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามที่ทีมงานหน้าห้องของ พล.อ.สนธิ ร้องขอมา ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนเข้ามา ก็ขอให้มีการยืมตัวฝ่ายประจำมาช่วยงานทั้งนั้น และในฐานะฝ่ายข้าราชการประจำ ก็ต้องเป็นผู้ทำหนังสือไปตามที่ฝ่ายการเมืองร้องขอ

           แต่กรณีนี้ในระหว่างที่รอการตอบรับจากศาล ทางทีมงานของพล.อ.สนธิ ก็ได้แจ้งมาที่ผม เพื่อให้ระงับการยืมตัว น.ส.กอนณา จึงได้ทำหนังสือขอระงับการยืมตัวไป ดังนั้นจึงไม่มีการให้ น.ส.กอนณา มาช่วยราชการแต่อย่างใด และไม่ใช่เป็นเพราะถูกศาลปฏิเสธ แต่เราได้ทำหนังสือขอระงับการยืมตัวไปก่อนแล้ว

           ส่วนเหตุผลในการขอยืมตัว น.ส.กอนณา และการขอระงับการยืมตัวนั้น ผมไม่ทราบ เรื่องนี้ต้องไปถามฝ่ายการเมือง คือทางทีมงานหน้าห้องของพล.อ.สนธิ เอง ผมเป็นเพียงฝ่ายข้าราชการประจำที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเท่านั้น”

           จากปากคำของนายลอยเลื่อน ก็คือว่า หนังสือฉบับนี้เป็นของจริง ไม่ใช่เป็นเอกสารเท็จ ตามที่นางสดศรี กล่าวหา และขู่ว่าจะฟ้องประดาบ

           แต่ไม่เป็นไร แค่นี้ นางสดศรี ก็เสียหายมากพออยู่แล้ว ประดาบจึงไม่อยากฟ้องนางสดศรี ข้อหาหมิ่นประมาท ที่กล่าวหาว่านำเสนอเอกสารเท็จ

           จากปากคำของนายลอยเลื่อน ก็คือว่า ทีมงานหน้าห้องของพล.อ.สนธิ เป็นผู้แจ้งมาต้องการตัวนางสาวกอนณา สัตยธรรม มาช่วยราชการ ซึ่งไม่น่าจะเป็นความต้องการของทีมงานหน้าห้อง หากแต่ควรจะเป็นความต้องการของพล.อ.สนธิ มากกว่า จึงมีการระบุในหนังสือยืมตัวว่าต้องการให้มาช่วยปฏิบัติราชการให้แก่รองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน)

           เพราะฉะนั้น ถ้อยคำที่ออกมาจากปากของนางสดศรี ที่กล่าวหาว่าประดาบ ไปดูถูกนางสาวกอนณา ซึ่งเป็นถึงผู้พิพากษา ว่าต้องมาเป็นเสมียนหน้าห้อง และหากจะมาจริงๆ ก็ต้องมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่มาเป็นหน้าห้องรองนายกรัฐมนตรี และตำแหน่งในทำเนียบรัฐบาลที่เหมาสมกับนางสาวกอนณา ก็คือ นายกรัฐมนตรี เพียงตำแหน่งเดียว นั้น ควรจะเป็นคำกล่าวที่ส่งไปถึงพล.อ.สนธิ ให้พึงสำนึกและจดจำใส่กระโหลกหนาๆ ไว้ มากกว่าที่จะส่งมาถึงประดาบ กระมัง

           เนื่องจากประดาบ มิกล้าที่จะยัดเยียดตำแหน่งหน้าห้องรองนายกรัฐมนตรีให้แก่นางสาวกอนณา ซึ่งเป็นถึงผู้พิพากษา จะมีก็แต่พล.อ.สนธิ นั่นล่ะ ที่อยากได้ตัวผู้พิพากษาสาวสวยกอนณา สัตยธรรม มาเป็นหน้าห้อง ช่วยปฏิบัติราชการ ซึ่งก็ไม่ได้ระบุไว้ให้ชัดว่าต้องการให้มาช่วยทำอะไรบ้าง จึงยากแก่การคาดเดาว่า จะยืมตัวมาทำหน้าที่เสมียน หรือ เป็นรองนายกรัฐมน ตรี แทนพล.อ.สนธิ กันแน่

           นางสดศรี แถลงข่าวยาวเหยียดแก่สื่อมวลชนทุกสำนัก ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ลูกสาว ซึ่งเป็นผู้พิพากษาจะสนใจไปทำงานหน้าห้องรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ นำมาเสนอ เปรียบเทียบกับคำพูดของนายลอยเลื่อน บุนนาค ว่าระหว่างแม่ของนางสาวกอนณา กับผู้ลงนามในหนังสือขอยืมตัวนางสาวกอนณา ใครพูดจริงใครพูดเท็จ ซึ่งผมขออนุญาตคัดลอกมานำเสนออีกครั้งดังนี้ 

           “ความจริงแล้วไม่อยากให้เอาลูกสาวมาเป็นเรื่องการเมือง เวลาไปประชาสัมพันธ์เลือก ตั้งก็พยายามไม่ให้เขาไปด้วย เพราะงานในอาชีพเป็นถึงผู้พิพากษา นับว่าสูงแล้ว เรื่องอะไรจะให้ไปทำงานอย่างนั้น มันนอนเซ้นต์มากเลย ที่ทำงานเป็น ผู้พิพากษาแล้วจะไปทำงานเป็นเสมียนหรือเป็นธุรการที่ทำเนียบฯ ผู้พิพากษามีอำนาจมากมาย และทำการในพระปรมาภิไธยด้วย

           ดังนั้นที่พูดว่า ท่านสนธิมา ขอตัวลูกสาวพี่ไปทำงานที่ทำเนียบฯ หรือลูกสาวพี่อยากทำงาน ที่ทำเนียบมันจึงนอนเช้นต์มาก เขาจะไปทำอะไร นอกจากเป็นนายกฯแล้ว คงไม่มีตำแหน่งไหนที่จะเหมาะสม

           มันไม่มีประโยชน์ที่จะให้ลูกสาว ไปทำงานที่นั่น ผู้พิพากษาใคร ๆ ก็อยากเป็น กว่าจะเข้าได้ไม่ใช่ง่าย และเขาไปเรียนเมืองนอกมา วิชาที่เขาเหมาะคือเรื่องกฎหมาย ที่จะไปทำงานกับ พล.อ.สนธิ คงไม่มีประโยชน์อะไร และเรื่องนี้รู้สึกหนังสือพิมพ์บางฉบับลง แต่ถ้าไม่มีหลักฐานจะฟ้อง เพราะไม่มีประโยชน์จะพูดอะไรเรื่องนี้

           การเป็นผู้พิพากษาดีกว่าการเป็นเสมียนในทำเนียบฯไม่ใช่เหรอ และอาชีพเขามาอย่างนี้ ก็ต้องยึดอาชีพนี้ตลอดไป เรื่องอะไรต้องไปทำงานกับท่านสนธิ ที่ไม่รู้จะอยู่อีกกี่วัน กี่เดือน ท่านก็ต้องไปแล้ว แล้วเรื่องอะไรจะต้องให้ลูกไปทำงานกับคนที่ยังไม่ได้มีหลักฐานอะไรเลย

           ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ การที่หนังสือพิมพ์ ไปลงว่า มีเลขที่หนังสือ อย่าลืมว่าการสร้างเอกสารเท็จมีความผิดนะ ที่จริงฟังง่ายๆ ก็รู้มันไม่มีเหตุผล ถ้าท่านสนธิจะให้ลูกสาวไปทำงานกับท่าน ถ้าเป็นตำแหน่งรองนายกฯ พี่จะให้ไป ไม่ใช่ไปเป็นเสมียนกระจิบกระจอกอะไรอย่างนั้น อีกทั้งการเป็นผู้พิพากษาดี แล้วก็สงบกว่า ดีกว่าเดินตามหรือถือกระโถนตามท่านสนธิ ที่เหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่ มันเป็นไปไม่ได้ คงไม่ปล่อยให้ลูกไปหมดอนาคต

           ถ้าจะให้ลูกสาวทำงานที่ทำเนียบ ขอตัวให้มาทำงาน ที่กกต.ไม่ดีกว่าหรือ เพราะที่กกต. ก็ยังต้องทำงานอยู่อีกตั้ง 6-7 ปี แต่ พล.อ.สนธิ เหลือเวลาอีกไม่เท่าไร ท่านไม่มีเวลาแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะให้ท่านสนธิ ขอตัวลูกสาวไป

           ตอนนี้จะลองตรวจดูให้ได้หลักฐานว่ามันมีจริงหรือไม่ หรือเอกสาร ที่ปรากฏเป็นการสร้างเอกสารเท็จขึ้นมา แล้วจะพิจารณาว่าจะฟ้องร้องหรือไม่อย่างไร”

           ประดาบ ฟังถ้อยคำอันเกรี้ยวกราดและเดือดดาลจากปากของนางสดศรี สัตยธรรม แล้ว รู้สึกเฉยๆ หลังจากอาเจียนเพราะคลื่นไส้แล้ว 3 กองใหญ่ๆ แต่ไม่แน่ใจว่า พล.อ.สนธิ ได้ยินได้ฟังแล้ว จะรู้สึกอย่างไร

           “ เขาจะไปทำอะไร นอกจากเป็นนายกฯแล้ว คงไม่มีตำแหน่งไหนที่จะเหมาะสม”

           สดศรี บอกว่ามีเพียงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เท่านั้นที่เหมาะกับลูกสาว

           “ที่จะไปทำงานกับ พล.อ.สนธิ คงไม่มีประโยชน์อะไร”

           สดศรี บอกว่าไปอยู่กับพล.อ.สนธิ ไม่ได้ประโยชน์อะไร

           “เรื่องอะไรต้องไปทำงานกับท่านสนธิ ที่ไม่รู้จะอยู่อีกกี่วัน กี่เดือน ท่านก็ต้องไปแล้ว แล้วเรื่องอะไรจะต้องให้ลูกไปทำงานกับคนที่ยังไม่ได้มีหลักฐานอะไรเลย”

           สดศรี บอกว่า อีกไม่กี่วัน พล.อ.สนธิ ก็หมดอำนาจแล้ว ไม่ยอมให้ลูกสาวไปทำงานกับคนไม่มีหลักฐานอะไร

           “ถ้าท่านสนธิจะให้ลูกสาวไปทำงานกับท่าน ถ้าเป็นตำแหน่งรองนายกฯ พี่จะให้ไป ไม่ใช่ไปเป็นเสมียนกระจิบกระจอกอะไรอย่างนั้น”

           สดศรี บอกว่าถ้ามายืมตัวไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี จะให้ไป ไม่ใช่ให้ไปทำงานกระจอกๆ แบบเสมียน

           “การเป็นผู้พิพากษาดี แล้วก็สงบกว่า ดีกว่าเดินตามหรือถือกระโถนตามท่านสนธิ ที่เหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่ มันเป็นไปไม่ได้ คงไม่ปล่อยให้ลูกไปหมดอนาคต”

           สดศรี ย้ำอีกว่า พล.อ.สนธิ เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว ไม่ปล่อยลูกสาวไปเทกระโถถนให้พล.อ.สนธิ อยู่กับพล.อ.สนธิ ตอนนี้ ก็เสียอนาคตเปล่าๆ

           “พล.อ.สนธิ เหลือเวลาอีกไม่เท่าไร ท่านไม่มีเวลาแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะให้ท่านสนธิ ขอตัวลูกสาวไป”

           สดศรี ย้ำเป็นครั้งที่สามว่า พล.อ.สนธิ ใกล้จะเกมโอเวอร์แล้ว ไม่ให้ลูกสาวไปทำงานด้วยเด็ดขาด

           ผมคาดเดาไม่ถูกว่า พล.อ.สนธิ ฟังถ้อยคำเหล่านี้จากนางสดศรี สัตยธรรม แล้ว จะทำหน้าอย่างไร นึกไม่ออก เพราะไม่เคยตกอยู่ในสภาพคนใกล้หมดอำนาจ คนที่มีเวลาเหลือน้อยเต็มที ที่ไม่มีหลักฐานอะไรอย่างพล.อ.สนธิ เนื่องจาก ผมไม่เคยมีอำนาจ มาก่อน และยังมีเวลาเหลืออีกมากมายที่จะทำงานอย่างมีความสุขเช่นนี้อย่างไม่รู้จบ

           แต่ผมเชื่อว่า พล.อ.สนธิ พร้อมที่จะให้อภัยกับปากไม่มีหูรูด และปากที่พร้อมจะดูถูกคนทุกคนที่ไม่มีประโยชน์อะไรให้แก่ตัวเอง ของนางสดศรี สัตยธรรม ได้เสมอ เพราะ ท่านคงรู้จักกันดี และเข้าใจกันดีกว่าที่ผมรู้จักท่านทั้งสอง เพราะผมไม่อยากรู้จักทั้งสองท่านเลย ทั้งนี้เพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิตตนเอง

           เหตุที่ผมต้องอาเจียน 3 กองใหญ่ พร้อมกับความรู้สึกเสียดายไก่ย่างห้าดาวที่เพิ่งกินลงท้องไปก่อนจะได้ฟังถ้อยคำจากปากของนางสดศรี สัตยธรรม ก็เพราะว่าผมรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร และรู้ว่านางสดศรี ก็รู้ว่าความจริงเป็นเช่นไร รู้ดีกว่าที่ผมรู้เสียอีก

           ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เคยเป็นถึงผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และ เป็นกกต. อยู่ใน ขณะนี้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องพร้อมทั้งความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม จะพูดปด จนถึงขั้นตอแหล ได้อย่างร้ายกาจถึงเพียงนี้

           จากปากคำของนางสดศรี สัตยธรรม ผมรู้สึกเห็นใจนางสาวกอนณา สัตยธรรม ผู้พิพากษาประจำศาลจังหวัดพระโขนง อย่างจับใจ

           ผมอยากจะบอกว่า คนที่ทำร้ายนางสาวกอนณา โดยตั้งใจ ก็คือนางสดศรี สัตยธรรม ผู้เป็นมารดาของเธอ นั่นเอง

           ผมเชื่อว่านับจากนาทีนี้เป็นต้นไป นางสาวกอนณา สัตยธรรม จะเป็นผู้พิพากษาที่วางตัวลำบากมากถึงมากที่สุด ทั้งในสังคมผู้พิพากษา และสังคมภายนอก เพราะคำพูดของมารดาเธอ นั่นเอง

           หากนางสดศรี สัตยธรรม จะอ่านบทความที่ผมเขียนไว้ให้ละเอียด และทำใจให้เป็นกลาง ทำใจให้นิ่ง ไม่เดือดดาลจนเสียการเสียงานถึงเพียงนี้ ก็จะเห็นได้ว่าผมตั้งใจที่จะตำหนิพล.อ.สนธิ ที่ทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม มากกว่าตำหนินางสาวกอนณา

           ผมเพียงแต่บอกว่าพล.อ.สนธิ ต้องการยืมตัวนางสาวกอนณา มาช่วยปฏิบัติราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่จะนำผู้พิพากษาซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายตุลาการ มาทำงานให้กับฝ่ายบริหาร ผิดหลักการดุลอำนาจของระบอบประชาธิปไตย

           ถ้าหากนางสดศรี สัตยธรรม มีโอกาสเปิดเข้ามาอ่านถึงตรงนี้ ผมอยากให้ย้อนกลับไปอ่านบรรทัดต้นๆ อีกครั้ง เพื่อให้ใจสงบนิ่ง และตั้งสติให้ดี เพื่อที่จะได้เกิดปัญญาตามมา และจะได้พิจารณาได้ถูกต้องว่า…

           ใครกันแน่ ที่ทำร้ายนางสาวกอนณา สัตยธรรม

           ใครกันเล่า ที่ดูถูกดูแคลนนางสาวกอนณา สัตยธรรม

           ใครกันหนอ ที่อยากได้นางสาวกอนณา สัตยธรรม มาเป็นหน้าห้อง

           คนคนนั้นก็คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

           มิใช่ ประดาบ และ Hi-thaksin ซึ่งเป็นเพียงผู้นำความจริงมาเปิดเผย ไม่ใช่ผู้สร้างความจริงอันชั่วร้ายในครั้งนี้ขึ้นมาด้วยความเท็จดังที่นางสดศรี เข้าใจและกล่าวหา

           แต่น่าประหลาดที่ชายชาติทหารอย่างพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน กลับเงียบกริบ เงียบสนิท ไม่ออกมาชี้แจงการกระทำ พฤติกรรมของตนเอง ที่ทำให้นางสาวกอนณา สัตยธรรม ผู้พิพากษา ต้องเสียหาย

           ไม่ใช่เฉพาะ นางสาวกอนณา สัตยธรรม เพียงคนเดียวที่เสียหาย แต่ สถาบันตุลาการทั้งสถาบัน ต้องพลอยเสื่อมเสีย ถูกกระทบไปด้วยจากการกระทำของพล.อ.สนธิ เพียงคนเดียว

           แต่คิดอีกที ก็อาจจะไม่ประหลาด เพราะ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มักจะหลบหน้าแสมอ เมื่อถูกจับได้ไล่ทันว่าทำความเสียหายอะไรให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเสียหายแก่ใคร และมากมายเท่าใดก็ตาม

           หากเรื่องราวทั้งหมดนี้ จะต้องมีผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ นางสาวกอน ณา สัตยธรรม คนคนนั้นก็คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เจ้านายที่แสนดีของนางสดศรี สัตยธรรม มารดาของนางสาวกอนณา สัตยธรรม นั่นเอง

           ผมจึงตั้งชื่อบทความชิ้นนี้ไว้ว่า

           “สดศรี” ฟังทางนี้ “สติมา ปัญญามี”

           บังธิ คือคนทำลายบุตรีท่าน มิใช่เรา

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: