วีรบุรุษ

 คอลัมน์ : ขอแสดงความนับถือ                                                                               ก่อนจะเขียนถึงวีรุบุรุษท่านนี้ ผมต้องกราบขออภัยวีรบุรุษทุกท่านทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และที่ล่วง ลับไปแล้ว ตั้งแต่โบราณกาลครั้งยังเป็นกรุงสุโขทัย กรุงอโยธยาศรีรามเทพนคร กรุงรัตนโกสินทร์ เรื่อย มาจนเป็นสยามประเทศ กระทั่งเป็นประเทศไทย 

จวบจนวันนี้ เหตุที่ต้องขออภัยก็เพราะ วีรุบุรุษท่านที่จะผมจะเขียนถึงในวันนี้ เป็นวีรบุรุษที่มีมาตรฐานแตก ต่างจากท่านทั้งหลายอย่างสิ้นเชิง 

การเขียนถึงวีรบุรุษท่านนี้ จึงเป็นการเอ่ยอ้างถึงพฤติกรรมเฉพาะตนเท่านั้น มิได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือ ทำให้มาตรฐานของวีรุบุรุษทุกท่านตกต่ำลง หาได้ไม่ จึงต้องกราบขออภัยวีรบุรุษทุกท่านไว้ก่อน หากทำให้ท่านรู้สึกถูกหลู่เกียรติวีรบุรุษไปบ้าง แต่ขอยืนยันว่าที่เขียนถึงตรงนี้ เป็นพฤติกรรมเฉพาะตนจริงๆ ไม่ได้กล่าวโดยรวมเป็นมาตรฐานเดียวกัน 

วีรบุรุษที่จะกล่าวถึงในวันนี้ เป็นบุคคลที่ยกตน หรือสถาปนาตนเองขึ้นสู่ตำแหน่งวีรบุรุษด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอให้ประชาชนมาชื่นชมและยกตำแหน่งวีรบุรุษให้ เช่นเดียวกับวีรบุรุษท่านอื่นๆ ที่เป็นขวัญใจประชาชนส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งประเทศ ในฐานะผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่แผ่นดิน 

วีรบุรุษ ไม่ใช่มีขึ้นหรือเกิดขึ้นแต่เฉพาะชายชาติทหาร เท่านั้น คนไทยทุกคนที่ทำคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดๆ เพศหญิงหรือ ชาย ก็เป็นวีรบุรุษ หรือ วีรสตรี ได้ หากทำคุณงามความดี เป็นที่ยอมรับของประชาชน เช่น วีรุบุรุษโอลิมปิก สมรักษ์ คำสิงห์ พเยาว์ พูลธรัตน์ แม้แต่ ครูจูหลิง ก็ยังควรค่ากับ วีรสตรีผู้กล้าแห่งยุคสมัย หรือ วีรบุรุษนาแก อย่าง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส 

แม้แต่ ทหารนิรนามที่มีชื่อรายล้อมฐานอนุสารีย์ประชาธิปไตย ก็คือวีรบุรุษของชาติ กระทั่ง ผู้สูญหายในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ก็เป็นวีรบุรุษเช่นกัน ในฐานะผู้เรียกร้องระบอบประชาธิปไตยให้กับประชาชนชาวไทย และใช้ชีวิตของตัวเองไถ่ ประชาธิปไตย ออกมาจากกำมือทหาร ยุครสช. 

แต่ทว่า วีรบุรุษท่านนี้ เป็นชายชาติทหาร ที่มักจะพูดอวดตนจนติดปากว่าเป็นผู้ที่จงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 

แต่ ครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ วีรบุรุษ ท่านนี้ ไปนั่งฟังนายสนธิ ลิ้มทองกุล พูดจาปราศรัยปลุกระดมประชาชนที่จังหวัดพิษณุโลก ด้วยถ้อยคำที่ทำให้ประชาชนทั้งแผ่นดินเป็นเดือดเป็นร้อน แต่ท่านกลับนั่งฟังจนจบ แล้วก็ปรบมือให้นายสนธิ ด้วยความชื่นชมยินดี หรืออาจจะเป็นด้วยความปลาบปลื้มใจ ประทับใจยิ่งนักกับประโยคเด็ดของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็เป็นได้ 

ประโยคเด็ดซึ่งถือเป็นวรรคทองแห่งยุคของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในวันนั้น ก็คือ ..มีคนเขาถามผมว่า คุณสนธิไม่เล่นการเมืองหรือ ผมบอกว่าผมเล่น ผมอยู่พรรค พรรคผมชื่อ พรรคจักรี จักรีคือราชวงศ์จักรี นั่นแหละ คือพรรคของผม ผมพูดชัด ผมไม่เคยแปรเปลี่ยน.. กับคำพูดที่บาดหัวใจคนไทยทั้งชาติ 

น่าประหลาดนัก กลับกลายเป็นคำพูดที่ วีรบุรุษท่านนี้ประทับใจเป็นที่ยิ่ง ไม่แน่ใจว่าจะถึงกับซอยเท้า เป่าปาก ส่งเสียงกรี๊ดด้วยหรือไม่ 

ทุกวันนี้ ท่านวีรบุรุษ ผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่มีคนไทยทั้งแผ่นดินเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ก็ยังรักกันดี และดูท่าจะรักกันแน่นแฟ้น แนบแน่นขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ 

วีรบุรุษ ท่านนี้เป็นชายชาติทหาร ที่ประกาศว่าตนเป็นนายทหารประชาธิปไตย มีจิตวิญญาณนักประชาธิปไตย จึงแสดงออกด้วยการเป็นผู้นำทหารผู้ใต้บังคับบัญชา ออกมาก่อการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย แล้วสถาปนาตนเองขึ้นเป็นใหญ่คับบ้านคับเมือง โดยมีกองทหารและกองทัพรถถังคุ้มครองป้องกันภัยให้กับตนเอง 

การยึดอำนาจก่อการรัฐประหารของวีรุบุรุษ ท่านนี้ มีความแตกต่างจากการรัฐประหาร ที่นายทหารในอดีตทุกรุ่นเคยกระทำ 

นั่นคือ เป็นการรัฐประหาร ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง พร้อมทั้งมีพระราชประสงค์ให้มีการจัดการเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ เพื่อนำประเทศไทยกลับคืนสู่สภาวะปกติ 

ซึ่งขอนำมาทบทวนความทรงจำกันดังนี้ 

….กระแสพระราชดำรัสที่ได้อัญเชิญมาถึงนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการเลือกตั้งที่เป็นผู้รักษาการพระราชกฤษฎีกา 2 ข้อ ที่มีความว่า 

1. เหตุผลที่ทรงพระปรมาภิไธยในพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยเพราะมีพระราชประสงค์ให้ประเทศชาติ กลับไปสู่ความสงบโดยเร็ว 

2. มีพระราชประสงค์ให้การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไปมีความเรียบร้อยและยุติธรรม..

แต่ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งตามพระราชประสงค์ 25 วัน วีรบุรุษ ท่านนี้ก็นำพากำลังทหาร ออกมาก่อการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ และฉีกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 

และพระราชประสงค์ทั้ง 2 ประการ ทิ้งถังขยะไปอย่างไม่ไยดี 

ทุกวันนี้ วีรบุรุษท่านนี้ มีอำนาจบารมีใหญ่โตคับประเทศ เป็นที่เกรงขามของประชาชนทุกหย่อมหญ้า แม้แต่สบตา ยังไม่กล้า จึงส่งผลให้ท่านกลายเป็นผู้ที่ไม่อาจจะประมาณตนเองได้ว่า 

วันนี้ท่านยิ่งใหญ่เพียงใดบนแผ่นดินไทยวันนี้ แต่ก็เป็นที่น่าปลาบปลื้มใจ สำหรับประชาชนชาวไทยผู้โง่เขลาทุกท่าน 

เพราะวันนี้ ท่านวีรบุรุษ ยังพูดเหมือนเดิมว่า …. ท่านเป็นนายทหารประชาธิปไตย และสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ทั้งๆ ที่ท่านเพิ่งฉีกรัฐธรรมนูญ ฉีกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ฉีกพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาหมาดๆ 

วีรบุรุษ ท่านนี้ ประกาศตนเป็นชายชาติทหาร ผู้รักชาติ บ้านเมือง พร้อมทั้งก่นด่ากล่าวประณามนักการเมืองที่เข้าไป แทรกแซงการทำงานของข้าราชการประจำ ใช้ข้าราชการเป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์ อีกทั้งยังพาพรรคพวกเข้าไปทำมาหากินในองค์กรของรัฐ ทั้งส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ ทำให้ประเทศชาติเสียหาย 

เท่านั้นไม่พอ ท่านยังแสดงท่าทีรังเกียจนักการเมือง หรือ ใครก็ตามที่แทรกแซงองค์กรอิสระ ครอบงำ สั่งการ จนกระทั่งองค์กรเหล่านั้นขาดอิสระ 

แต่ทว่า วันนี้ ท่านเป็นประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ 2 แห่ง ด้วยความเต็มใจ ภาคภูมิใจ และอิ่มใจ (ไม่ทราบว่าอิ่มท้องด้วยหรือไม่) 

กล่าวกันว่าท่านใช้เวลาไปกับการทำงานในฐานะประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจ 2 แห่งนี้ด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลินกับงานที่ได้เลือกสรรมาด้วยตนเอง จนแทบไม่มีเวลาให้กับงานหลักในการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นภารกิจหลักของท่าน 

ไม่เพียงแต่ต้องอุทิศทุ่มเทเวลาให้กับรัฐวิสาหกิจ 2 แห่งนี้แล้ว วันดีคืนดี ท่านก็เข้าไปตรวจสอบ สั่งการ และแนะนำแนวทางการทำงานให้กับกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ตามเวลาเท่าที่พอจะเจียดได้ เช่น กระทรวงพาณิชย์ องค์การคลังสินค้า การประมูลขายลำไยอบแห้ง ซึ่งล้วนแต่เป็นงานที่ท่านสนใจทั้งสิ้น 

ส่วนองค์กรอิสระทั้งหลาย ที่นั้น ท่านไม่เคยมีพฤติกรรมแทรกแซงให้เห็น เพราะเพียงแค่มองตาก็รู้ใจแล้วว่า ท่านวีรบุรุษ ต้องการสิ่งใด ให้เป็นไปในทิศทางใด ไม่ต้องสั่ง เพราะองค์กรอิสระรู้เองว่าต้องทำอย่างไร เพื่อให้ท่านพึงพอใจ 

ไม่เพียงเท่านี้ ชื่อของท่านวีรบุรุษ ยังถูกนำไปแอบอ้าง ในส่วนราชการต่างๆ จนเป็นที่เกรงขามแกมเอือมระอายิ่งนักในขณะนี้ เช่น มีการอ้างชื่อท่านวีรบุรุษ ในหน่วยงานที่มีหน้าจัดเก็บภาษีหน่วยหนึ่ง ว่าท่านเข้ารื้อบัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการนอกฤดูกาล ส่งญาติของท่านไปรับตำแหน่งสำคัญ แล้วก็เตะข้าราชการคนอื่นออกไป ราวกับว่าหน่วยงานราชการแห่งนั้น เป็นบริษัทส่วนตัวของท่าน 

จริงเท็จเรื่องนี้ ไม่มีใครยืนยันได้ว่าท่านเข้าไปแสดงบารมีเบ่งบานจริงหรือไม่ แต่ที่จริงก็คือ ญาติของท่านได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ชนิดที่ปฏิเสธไปก็ไม่มีใครเขาเชื่อว่าท่านวีรบุรุษ ไม่เกี่ยว 

วีรบุรุษ ท่านนี้ กำลังจะถูกลากโยงให้ไปเกี่ยวข้องกับบริษัทธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมีรายใหญ่รายหนึ่ง มีหนี้สินล้นพ้นตัว นับแสนล้านบาท และผู้บริหารเก่ากำลังดิ้นรนเพื่อเอาบริษัทกลับคืนมา หลังจากที่ศาลมีคำสั่งให้ผู้บริหารรายใหม่ เข้าไปบริหารจัดการแทนแล้ว โดยผู้บริหารเก่า มีทีเด็ดอยู่ในมือ ก็คือ น้องชายของท่านวีรบุรุษ ทำมาหากินเป็นลูกจ้างอยู่ในบริษัทแห่งนี้ แต่อยู่ซีกข้างผู้บริหารเก่า ที่ศาลสั่งห้ามเข้ามาบริหารบริษัทอีก 

มีคำครหาในหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ฉบับหนึ่ง ที่วางขายไปทั่วบ้านทั่วเมืองว่า ท่านวีรบุรุษเข้าไปยุ่งเกี่ยว ยุ่มย่ามกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของบริษัทแห่งนี้ พร้อมทั้งสั่งการไปยังหน่วยงานต่างๆ มากมาย 

จนกระทั่งเป็นต้นเหตุให้ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงกับทนไม่ได้ และเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้ตัดสินใจลาออกเร็วขึ้น ล่าสุด ที่เกรียวกราวบนหน้าหนังสือพิมพ์ จนเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านร้านตลาด เพราะการที่ท่านถูกลูบคมจากคนในรัฐวิสาหกิจ ที่ท่านเป็นประธานบอร์ด 

จนกระทั่งทำให้ท่านต้องออกมาใช้ตำ แหน่งวีรบุรุษ ที่ท่านตั้งให้ตัวเอง เป็นเครื่องรับประกันความสุจริตของท่าน แต่ขอสงวนสิทธิ์ที่จะชี้แจงว่าท่านมีพฤติกรรมดังที่เขากล่าวหาหรือไม่ ว่า ใช้เงินหลวงพาคนสนิทและพวกพ้องตลอดจนญาติมิตร เดินทางไปท่องเที่ยว โดยอ้างว่าดูงาน อย่างไม่เหมาะสม 

อันที่จริง เพียงแค่ ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรัฐวิสาหกิจแห่งนี้ ออกมาชี้แจง ประชาชน สื่อมวล ชน ก็เข้าใจได้อยู่แล้ว เพราะบอร์ดทุกชุด ก็ทำเหมือนที่ท่านทำนี่แหละ บางชุด บางท่านทำมากกว่าที่ท่านทำ เสียอีก 

แต่เพราะอาการหลบลี้หนีหน้า ไม่กล้าอยู่สู้ตา สบตา ตอบคำถามนักข่าว นั่นล่ะ ทำให้ท่านตกเป็นผู้ต้องสงสัย ว่าเหตุใด จึงไม่ตอบคำถาม หากท่านมีความสุจริตใจ บริสุทธิ์ใจ และไม่ได้ใช้เงินหลวงแบบล้างผลาญ ไม่เกิดประโยชน์แก่องค์กรที่ท่านเป็นประธานบอร์ด อย่างคุ้มค่า ตามที่นักการเมืองพรรคไทยรักไทย กล่าวหา 

โดยเฉพาะองค์แห่งนี้ กำลังเป็นที่กล่าวขานกันอย่างมากในหมู่สื่อมวลชนว่าเป็นขุมทรัพย์แห่งใหม่ ของบรรดาพันธมิตรของท่าน ที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหลกันมา ในสงครามโค่นล้ม ทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 5 เดือนก่อนที่ผ่านมา 

สื่อมวลชนรายหนึ่ง กำลังเจาะข่าวพันธมิตรบางคนของท่าน ไปขอการสนับสนุนงบประชาสัม พันธ์รายการโทรทัศน์ เป็นตัวเลข 8 หลัก โดยอ้างว่าท่านวีรบุรุษ ไฟเขียวแล้ว ซึ่งเร็วๆ นี้น่าจะมีข่าวปรากฏให้ได้อ่านกันทางสื่อมวลชน หรืออาจจะเป็นเพราะว่า สังคม ประชาชน สื่อมวลชน มีความคาดหวังต่อพฤติกรรมของท่านไว้สูงยิ่งว่า ต้องไม่ด่างพร้อย ไม่หาประโยชน์จากองค์กรของรัฐที่ท่านไปกำกับดูแล ไม่ผลาญเงินหลวง ล้วงสมบัติชาติไปเป็นของตัวเองและพวกพ้อง ดั่งที่ท่านกล่าวหาผู้อื่น ด้วยอาการรังเกียจ เมื่อท่านไม่ชี้แจง ไม่ตอบคำถามด้วยอาการองอาจ ผ่าเผย และโปร่งใส ดังที่สังคม ประชาชน และสื่อมวลชน คาดหวัง จึงทำให้ท่านดูด้อยมาตรฐานลงไปพอสมควร 

แม้กระทั่งเมื่อท่านอ้างว่าท่านเป็นวีรบุรุษ จึงไม่ต้องชี้แจง มาเป็นเหตุผล ก็ยังไม่สามารถรับฟังได้ สิ่งที่ประชาชนอยา**้ อยากฟังจากปากท่านก็คือ 

ท่านทำจริงดังที่เขากล่าวหา หรือไม่ ท่านทำ 

หรือแสดงพฤติกรรมเหมือนกับที่นักการเมืองมาตรฐานต่ำๆ ในสายตาท่าน ทำ เช่นเดียวกันหรือไม่ มากกว่าที่จะอยา**้ อยากฟังว่าท่านเป็นวีรบุรุษ เพราะไม่มีใครเขาถามว่าท่านเป็นวีรบุรุษหรือไม่ 

และว่ากันตามความจริงแล้ว การเป็นวีรบุรุษ ก็ไม่ได้รับการยกเว้น หรือมีสิทธิพิเศษใดๆ ให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

เท่าที่ผมพอจะจับความได้จากหลากหลายความเห็นเมื่อพูดถึงเรื่องความเป็นวีรบุรุษ ของท่าน 

ผมพอจะสรุปได้ว่าเงื่อนไขเดียวที่จะทำให้ใครเป็นวีรบุรุษ ก็คือ การเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ ส่วนคนที่คิดว่าตัวเองทำความดีไว้มากมาย 

แต่หากคนทั่วประเทศไม่ยอมรับ และไม่ได้ชื่นชม นับถือ ก็ไม่อาจจะเป็นวีรบุรุษได้ 

เว้นเสียแต่ จะเป็น วีรบุรุษจอมปลอม 

แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสที่วีรบุรุษจอมปลอม จะเป็นวีรบุรุษตัวจริง ขอเพียงแต่มีความมุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อประเทศชาติด้วยความบริสุทธิ์ใจให้มากขึ้นไปอีก สักวันหนึ่ง ท่านก็จะเป็นวีรบุรุษตัวจริงได้เช่นกัน

ประดาบ 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: