ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่แท้ก็ ?ทองปลอม?

 

        ปรากฎการณ์รณรงค์ลงมติร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่กำลังปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่าง ฝ่าย เห็นชอบ ที่นำโดย คณะเผด็จการทหารคมช. กับ ฝ่ายไม่เห็นชอบ ที่มีหัวขบวนเป็นแนวร่วมนักวิชาการและประชาชนผู้รักประชาธิปไตย กำลังได้รับความสนใจ และ สงสัยในหมู่ประชาชนทั่วประเทศ ที่จะต้องไปลงมติ วันที่ 19 สิงหาคม 2550 นี้ อย่างน้อย 2 ประเด็นคำถาม คือ

         1. ทำไม คมช. ต้องยัดเยียดร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ให้ประชาชน ยอมรับ และเห็นชอบ จนออกนอกหน้า ขนาดนี้ ?

         ขนาดนี้ นั้น ขนาดไหน ก็ขนาดที่ว่า ห้ามผู้ใดพูดและวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ไปในแนวทางที่คมช. ไม่ปรารถนาจะได้ยินได้ฟัง ยิ่งหากการวิพากษ์วิจารณ์ นั้น จะนำไปสู่การทำให้ประชาชนมีความโน้มเอียงจะไปลงมติ “ไม่เห็นชอบ” ด้วยแล้ว จะถือว่าเป็นความผิด ฝักใฝ่กลุ่มอำนาจเก่า ไม่รักชาติบ้านเมือง เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ไม่จริงใจต่อระบอบประชาธิปไตย กันเลยทีเดียว

         แต่ถ้า ผู้ใดสนับสนุนและเชิญชวนให้ประชาชนไปลงมติ “เห็นชอบ” จะเป็นผู้รักชาติ เห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเมือง แม้แต่ทำผิดกฎหมาย ก็ถือว่าเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง ได้รับการละเว้น ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

         2. ทำไม คมช. จึงหวาดกลัวและหวาดระแวงว่า ประชาชนจะไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 และ เกรงกลัวว่าประชาชนจะไปลงมติ “ไม่เห็นชอบ” หากว่าได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความจริง ที่ซุกซ่อน และหมกเม็ดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เพิ่มมากขึ้นทุกวัน จึงใช้อำนาจรัฐปิดกั้นข้อมูลข่าวสารของอีกฝ่ายหนึ่ง ทุกวิถีทาง

         หาก คมช. มั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดี มีประโยชน์แก่ประชาชนส่วนรวมของประเทศ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ประชาชนจะไม่รับ ถึงแม้นว่าจะมีผู้ใดมาให้ข้อมูลอย่างไร เป่าหูอย่างไร ล้างสมองกันอย่างไร ประชาชนก็จะไม่เชื่อและไม่เอาใจออกห่างคมช. เป็นอันขาด

         แต่พฤติการณ์ของคมช. และเครือข่ายบริวาร ที่สกัดกั้นทุกวิถีทางไม่ให้แนวร่วมนักวิชาการและประชาชนผู้รักประชาธิปไตย มีโอกาสให้ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ และความจริง แก่ประชาชน เกี่ยวกับวาระซ่อนเร้นที่หมกเม็ดอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นพฤติการณ์ที่น่าสงสัย และผิดสังเกต กระทั่งออกจะเป็นพิรุธที่ถูกจ้องมองจากประชาชนทั่วประเทศ ว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ที่คมช. บอกว่า เป็นของดี นั้น มันดีจริงหรือไม่ ?

         ภาษิตไทยที่ติดปากกันอยู่แต่โบราณจนถึงวันนี้ก็คือ ทองแท้ไม่กลัวไฟ

         เหตุที่ทองแท้ไม่กลัวไฟ ก็เพราะไม่ว่า ไม่ว่าจะเผาไหม้จนหลอมละลายจากของแข็งกลายเป็นของเหลว ทองก็คือทอง และมีคุณค่าในตัวเอง เป็นที่ต้องการ หมายปองของคนทุกผู้ และชนทุกชาติ ในโลก

         แต่หากไม่ใช่ทองแท้ เป็นทองชุบ ทองเคลือบ ทองทา หรือ ทองปลอม อย่าว่าแต่เผาไฟ เพียงแค่เฉียดใกล้ไฟ ก็แทบจะเปลือยธาตุแท้ออกมาแล้วว่า ไม่ใช่ทองจริง ไม่ใช่ของดีแท้ ไม่เป็นที่ต้องการของผู้ใดเลย และยังถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามอีกด้วย

         ก็เหมือนกับ ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ของคมช. นี่ล่ะ คุยนักคุยหนา ว่าเป็นของดี แต่ต้องกะเกณฑ์บังคับข้าราชการทั้งประเทศ ข่มขู่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ให้ไปหว่านล้อมและบังคับประชาชนทุกคน ให้ลงมติ “เห็นชอบ” ถึงกับข่มขู่ลงโทษเอาผิดทั้งวินัย และอาญา หากว่าเขตพื้นที่รับผิดชอบของกำนันคนใด ผู้ใหญ่บ้านคนไหน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด กี่คนก็แล้วแต่ ที่ผลการลงมติ ฟ้องว่า “ไม่เห็นชอบ” มากกว่า “เห็นชอบ”

         ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่คมช. เอามาอวดว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ตั้งแต่ประเทศไทยเคยมีรัฐธรรมนูญ มา กลับกลัวกระทั้งสติ๊กเกอร์แผ่นเล็กๆ ที่ติดอยู่ท้ายรถแท็กซี่ ว่า “รับผู้โดยสาร ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” ทั้งๆ ที่บริวารของคมช. ติดป้ายโฆษณาแผ่นยักษ์ เห็นทั่วถึงบนทางด่วนทุกเส้นทางในกรุงเทพฯ เชิญชวนให้ประชาชนลงมติ “เห็นชอบ” ก็ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ ไม่เป็นที่อุ่นใจว่า ประชาชนจะหลงเชื่อไปตามคำโฆษณาบนป้ายยักษ์ นั้นหรือไม่ เกรงว่าประชาชนจะมาสนใจและเชื่อตามถ้อยคำบนสติ๊กเกอร์ท้ายรถแท๊กซี่ มากกว่า

         การสั่งให้กรมการขนส่งทางบก และ ตำรวจ เล่นงานรถแท็กซี่ – สามล้อ ที่ติดสติ๊กเกอร์ “รับผู้โดยสาร ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” เป็นอาการของคมช. ที่กลัวจนลนลาน กลัวจนสติแตก กลัวว่าประชาชนจะรู้ทันว่า ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เสียเงินไปจัดทำ ไปหล่อ ไปปั้น หมดเงิน ไปแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท นั้น ก็แค่ทองปลอม ไม่ใช่ทองแท้ คือ ไม่ใช่ของดีจริง ไม่ใช่ของดีแท้ เป็นเพียงของเทียม เท่านั้น

         คมช. คงคิดไม่ถึงว่า วาระซ่อนเร้น ที่หมกเม็ดเอาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ 2550 จะถูกแนวร่วมนักวิชาการและประชาชนผู้รักประชาธิปไตย มองออกและมองเห็นอย่างง่ายดาย และเมื่อนำมาชี้แจง เปิดเผย บอกกล่าวต่อประชาชนทั่วไป ก็ทำให้ประชาชนเห็นถึงโทษภัยอันตรายอันจะเกิดจากร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับคมช. อำนวยการสร้าง และเผยแพร่อย่างกว้างขวาง จนเกิดกระแสการไม่ยอมรับ และมีความโน้มเอียงที่ไปลงมติ “ไม่เห็นชอบ” กันมากมาย เกินกว่าที่คมช.คาดคิดไว้

         สถานการณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ในวันนี้ ประดาบ จะเปรียบเทียบง่ายๆ ให้ได้เห็นภาพ ก็เหมือนกับ คมช. กำลังนำทองปลอม มาหลอกขายประชาชน ทั้งข่มขู่ บังคับ หลอกลวง ต้มตุ๋น บอกว่าเป็นทองจริง ทอง 100 % แรกๆ ประชาชนที่มองไม่ออกมาทองจริงหรือทองปลอม แต่เห็นเป็นสีทอง เห็นคนขายท่าทางน่าเชื่อถือ มียศใหญ่โตเป็นถึงนายพลเอก ก็หลง เชื่อ ตั้งใจเตรียมตัวกลับบ้านไปทุบกะปุก จะซื้อเก็บไว้ตามแรงเชียร์ของคมช.

         แต่ระหว่างเดินกลับบ้าน ก็มีนักวิชาการและผู้รู้ ซึ่งเปรียบเสมือนนายช่างทองฝีมือเอกจำนวนมากมายหลายร้อยคน มาร้องทัก ตักเตือนว่าทองที่คมช. นำมาหลอกขายให้นั้น เป็นทองปลอม นอกจากไม่สวยงาม ไม่มีคุณค่า ดังคำโฆษณาแล้ว ยังผสมด้วยสารพิษที่เคลือบไว้ในสีทองที่นำมาทาหลอกลวงสายตาของประชาชนอีกด้วย ขืนหลงเชื่อคำโฆษณาของคมช. หลงซื้อไป นอกจากจะไม่ได้ทองแท้ แล้ว หากนำไปแขวนคอ ยังอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตด้วย

         เมื่อประชาชนรู้ทันว่าเป็นทองปลอม และเห็นโทษของสารพิษที่ซ่อนอยู่ในสีทอง มากขึ้นเรื่อยๆ คมช. ที่เกือบจะหลอกขายทองปลอม ได้อยู่แล้ว ก็โกรธเกรี้ยวเป็นอันมาก เพราะประชาชนที่ทำท่าว่าจะหลงเชื่อและซื้อทองปลอมไปใส่กัน หลายรายพากันถอยห่าง จากที่หลงเชื่อ กลายเป็นรุมด่า แนวร่วมนักวิชาการและประชาชนผู้รักประชาธิปไตย จึงตกเป็นจำเลยของคมช. ข้อหาทำให้ประชาชนรู้ทันกลโกงของคมช. และหูตาสว่าง ไม่ตกอยู่ในเวทย์มนตร์คำอวดอ้างโฆษณาของคมช. และเครือข่ายบริวารอีกต่อไป

         เมื่อกระแสการปฏิเสธ ไม่ยอมรับทองปลอม แพร่สะพัด ขยายตัวไปทั่วประเทศ ทั่วบ้านทั่วเมือง คมช. ก็เป็นเดือดเป็นแค้น เห็นแนวร่วมนักวิชาการและประชาชนผู้รักประชาธิปไตย เป็นศัตรู ที่เคยออกให้ความรู้ประชาชน ให้ดูทองเป็น เห็นทองปลอม มองแล้วรู้ว่าโทษภัยอันตรายที่หมกเม็ดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ 2550 มีอยู่ตรงไหนบ้าง และจะทำลาย ทำร้ายประชาชน และประชาธิปไตย อย่างไร ก็กลายเป็นสิ่งต้องห้าม และเข้าข่ายผิดกฎหมาย

        คมช.และเครือข่ายบริวาร ถืออำนาจรัฐเป็นใหญ่ ออกไล่ล่าจับตัวแนวร่วมนักวิชาการ และประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ตลอดจนประชาชนที่อาสาเป็นแนวร่วมขยายความคิด “ไม่เห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 มากล่าวหา ดำเนินคดี เพื่อข่มขู่เอาผิด ทั้งๆ ไม่มีกฎหมาย บอกว่า การรณรงค์ “ไม่เห็นชอบ” ไม่สามารถกระทำได้ และมีความผิด   ทั้ง “เห็นชอบ” และ “ไม่เห็นชอบ” ต่างก็มีสิทธิเสมอภาคภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน

         ทั้งๆ ที่มีกลไกเครือข่ายอำนาจรัฐ ทั้ง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และครู อยู่ในมือ หลายล้านคน กระจายกำลังกันเจรจา ข่มขู่ บังคับ จนแทบจะจับมือประชาชน ไปลงมติ อยู่แล้ว แต่ คมช. ก็ยังหวาดกลัวกระทั่งสติ๊กเกอร์แผ่นเล็กๆ ที่ติดท้ายรถแท็กซี่ เป็นเรื่องน่าหัวร่อและขบขันแกมสมเพชในอาการร้อนรน จน ลนลาน และมีพิรุธ จนยากจะเชื่อได้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่นำมาเสนอขายให้ประชาชน นั้น เป็นของดีจริง ของดีแท้ หรือเป็นทองแท้ อย่างที่คุยคำโต โม้คำใหญ่ ไว้ต่อหน้าประชาชน

         ถ้าของที่ทำมาขายนั้นดีจริง เหตุใดจึงไม่กล้าให้ประชาชนได้คิด ได้พิจารณา ด้วยการรับฟังข้อมูลสองฝ่าย

         ถ้าทองที่นำมาเชิญชวนให้ซื้อไปใส่เป็นทองแท้ เหตุใดจึงไม่กล้าให้ผู้รู้หรือช่าง ทองฝีมือเอกทั้งหลาย ได้พิสูจน์ด้วยการเผาไฟ

         ถ้าร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่อวดอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมากที่สุด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนจริง แล้วเหตุใดจึงปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการรับรู้และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้  

         ถ้าร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นของดีจริง เป็นทองแท้ ก็ย่อมที่จะไม่กลัวการพิสูจน์ ไม่กลัวการท้าทาย ใส่ร้ายด้วยความเท็จ เพราะของดีจริง และ ทองแท้ พร้อมเสมอที่จะพิสูจน์ทุกวิธี กระทั่งเผาไฟ ก็ไม่ไหวหวั่น ด้วยเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง

         จะมีก็แต่ของเทียม และทองปลอมเท่านั้น ที่ไม่ยอมเผชิญหน้ากับความจริง และผู้รู้ หลบเลี่ยงที่จะพิสูจน์ตนเอง อย่าว่าแต่ไฟเผา เอาแค่พูดจาโต้เถียงข้อดีข้อด้อย ก็ถอยหลังกรูดๆ ไม่ยอมพูดไม่ยอมจากับใครทั้งนั้น ทำตัวเป็นพวกปากกล้า แต่ขาสั่น เพราะรู้อยู่แก่ใจดีว่าของที่ตัวมี และทำมาขายนั้น เป็นของปลอม ไม่มีคุณค่า ไม่มีราคาค่างวดใดๆ ที่สมควรแก่การซื้อหาไปใช้หรือสวมใส่

         หากเปรียบกันไปแล้ว รัฐธรรมนูญ 2540 ก็คือทองแท้ แต่ รัฐธรรมนูญ 2550 คือทองปลอม ที่ คมช. หรือ “แก๊งตกทอง”ทำเลียนแบบขึ้นมา เพื่อหลอกขายประชาชน ที่รู้ไม่เท่าทัน และหลงเชื่อเป็นเหยื่อคำโฆษณา ดีแต่ว่ามีนักวิชาการผู้รู้ มาร้องทักไว้ก่อน จึงได้สติยั้งคิด กันอีกชั้นหนึ่ง ก่อนตัดสินใจในวันที่ 19 สิงหาคม 2550

         ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนทั้งประเทศ เกมนี้ ตาดีได้ ตาร้ายเสีย แต่ถ้าทำตัวเป็นคนตาบอด ไม่รับรู้ ไม่มองเห็นโทษภัยที่ผู้รู้ทั้งหลาย ซึ่งเปรียบเสมือนช่างทองฝีมือเอก ทั้ง ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ อาจารย์วรเจตน์ ภารีรัตน์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง กระทั่ง พระสงฆ์องค์เจ้า และนักวิชาการอีกหลายร้อยคน ตักเตือนไว้ ยังหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อแก๊งตกทอง ที่ชื่อ คมช. ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ

         รู้ทั้งรู้ว่าเป็นทองปลอม ยังหลงเชื่อ ซื้อมาใส่ ก็ต้องรับกรรมและชดใช้ค่าโง่กันเอง แต่สำหรับ ประดาบ แล้ว นอกจากจะไม่ซื้อ ด้วยการลงมติ “ไม่เห็นชอบ” ด้วยแล้ว ยังจะลอกคราบแก๊งตกทอง ที่ชื่อ คมช. เปลือยตัวตนของคนเหล่านี้ ให้ประชาชนได้เห็นธาตุแท้ของเผด็จการทหาร และเครือข่ายบริวาร กันต่อไป อย่างไม่หยุดยั้ง และไม่รั้งรอ

         19 สิงหาคม นี้ ลงมติ “ไม่เห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 นะครับ

         ช่วยกันลงมติ “ไม่เห็นชอบ” คนละหนึ่งเสียง เพื่อกำจัดเผด็จการทหารให้สูญพันธุ์ไปจากการเมืองไทย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: