มาทางไหน ไปทางนั้น

             6 เดือนของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีข่าวปฏิวัติซ้ำ ปฏิวัติซ้อน ปลิวว่อนเข้าหูชาวบ้านมากมายจนนับครั้งไม่ถ้วน

          รถถัง กำลังพล ทหารป่า ทหารเมือง ทหารบ้าน วิ่งกันพล่านไปทั่วกรุงเทพ ประชาชนเห็นจนคุ้นชินตา

แรกๆ ก็รู้สึกตกอกตกใจ ใครจะล่อใครกันอีกล่ะนี่ ก็ไหนว่าพวกเดียวกัน

หลังๆ มานี้ ชาวบ้านร้านตลาด ไม่ใช่ตกใจ ออกไปในทางรำคาญใจ พร้อมกับยุส่ง

“จะล้างผลาญ เผาบ้าน เผาเมือง ก็เอากันให้เสร็จเรื่อง เสร็จราวกันเสียทีไปเลยดีกว่า ขู่กันอยู่ได้ ใครจะล่อใคร ใครจะซ้อน ใครจะซ้ำ ก็ทำกันไปเลย ให้เสร็จไวๆ แล้วก็รีบกลับกรมกอง เข้าค่าย กันไปได้แล้ว ชาวบ้านจะได้เริ่มทำมาค้าขายกันใหม่”

          นิสัยคนไทยก็ง่ายๆ แบบนี้ จะเอายังไงกันก็ว่ามาให้ชัดๆ

            อย่ามัวแต่ทำฮึดฮัด อึดอัดใจ พูดจาปากหวานก้นเปรี้ยวกันอยู่ได้ น่ารำคาญ

          บ้านเมืองไม่ใช่ของพวกแกเท่านั้นนะ ฉันก็มีส่วนร่วมอยู่ด้วยเหมือนกัน อย่างน้อยก็จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้พวกแกใช้ เป็นบำนาญให้พวกแกกิน นั่นล่ะ

          ร้อยวันพันปี ที่ซ้อมรบกันมาในอดีต ไม่เห็นเคยมีรถถังมาวิ่งเพ่นพ่านกลางเมือง หรือ มาจอดซุ่มโป่งข้างทำเนียบรัฐบาล เอาผ้าใบคลุมกันอุจาดตา แบบยุคนี้ สมัยนี้เลย

           ฟังทหารใหญ่ชี้แจง ฟังทหารน้อยแถลงแล้ว ก็ต้องก้มหน้าดู ว่าที่อยู่ในจานข้างหน้าตู นี่ ข้าว หรือ แกลบ ว่ะ

          เราก็กินข้าวอยู่ทุกวัน ทำไม พูดกันอย่างกับว่าพวกเรากินแกลบ อย่างนั้นแหละ

          ทหารผู้น้อง บอกว่า ไม่เคยคิดไล่พี่ ที่ไปรับหนังสือขับไล่ เพราะถูกผู้ใหญ่หลอก  กลับกลอกสิ้นดี มะกอกสามร้อยตะกร้า ก็คงปากมันไม่ถูกหรอก คนแบบนี้  

          ทหารผู้พี่ บอกว่า เขาไม่กล้าไล่ผมหรอก มาขอร้องให้ผมเป็นเอง บอกว่าพี่ไม่รับ น้องตายแน่ๆ 

ดีนะที่ทหารผู้พี่ ไม่พูดทุกตอนที่ถ่ายทำ ด้วยว่าน้องมันมากราบแทบเท้าผมเลยครับ พี่น้อง ผมยกเท้าหนี ก็ยังซบหน้าร้องไห้จนหัวแม่เท้าชุ่มโชกด้วยน้ำตา  ผมกลัวเป็นโรคน้ำตากัดเท้า ก็เลยตัดรำคาญ รับเป็นนายกฯ ให้ จะได้หยุดบีบน้ำตาเสียที แล้วอย่างนี้ จะมาไล่ผมได้ไง

          เรื่องแบบนี้ จริงหรือเท็จ ปากเชื่อถือได้น้อยกว่าตา ครับ

          เท็จหรือจริง เรื่องแบบนี้เขาไม่เอามาพูดกันให้ประชาชนฟังหรอกครับ

          ทวงบุญคุณกันไปมา ทวงสัญญากันทุกวัน ทวงหนี้กันทบทั้งต้นทั้งดอก

            เรื่องแบบนี้ ขอเชิญพี่น้องสองท่านไปทวง ไปแทงกันเองในที่ลับตาคน จะดีไม่น้อย

มาทวง มาแทง แล้วให้ถ่ายทอดสดออกโทรทัศน์  ฟ้องประจานประชาชนได้รู้ ได้เห็นว่ากำลังฟัดกันอยู่แบบนี้ นอกจากไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังทำลายบรรยกาศชวนฝันอันโรแมนติกของวสันตฤดู ที่กำลังจับคู่ผสมพันธุ์ของบรรดากบเลือกนาย ให้อารมณ์หดหาย และ หดเหี่ยว กันหมด 

           นับกันจริงๆ แล้ว 6 เดือนของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีข่าวปฏิวัติ มากกว่า 5 ปี ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนน่าตกใจ และต้องทำใจยอมรับให้ได้ ว่า ประเทศไทยยุคเผด็จการทหาร  คนถือปืนเป็นใหญ่  คนถือกฎหมายเป็นรอง มันก็เป็นเช่นนี้แล

ชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ คนนี้ ได้รับเชิญจากคณะกบฏ ให้ลดตัวจากองคมนตรี มาเป็นนายกรัฐมนตรี จริงหรือเปล่าหว่า

          ถ้าจริง ก็แปลว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ต้องมีรายการหักหลังจนหลังหัก หรือ แทงข้างหลัง จนพรุนทั่วแผ่นหลัง  หรือ สั่งกันไม่ได้  ใช้แล้วไม่ทำ ตามที่ตกลงกัน หรือเปล่า

          ทุกเช้าตื่นขึ้นมา จึงได้ยิน ได้ฟังแต่ข่าวปฏิวัติซ้ำ ปฏิวัติซ้อน ทำเอาบ้านเมืองร้อนรุ่มไม่เว้นแต่ละวัน

          วงพนันวันนี้ เล่นกันแล้ว 5 ต่อ  4 มีปฏิวัติซ้ำ แน่นอน

          วันก่อน มีพรรคพวกโทรมาถาม ตามแห่เขาไปได้ไหม มีคนชวนเล่น 3:2 ไม่มีเลือกตั้ง

          แต่ที่เจ้ามือปิดรับไปแล้ว ไม่มีราคาให้เล่นก็คือ “สุรยุทธ์ อยู่ไม่ครบเทอม” อ้อนวอนขอวางเงินสนุกๆ เจ้ามือยังไม่รับเลยครับ ว่ากันว่า ใครแทงทัน ได้นับเงินกันมันมือแน่ๆ

          เวรกรรมของประเทศไทย และ คนไทย จริงๆ ที่มาเจอกับพี่น้องคู่นี้ “สุรยุทธ์-สนธิ” 

            แรกๆ ก็ดูจะเป็นคู่บุญคู่กรรม

          หลังๆ ทำท่าจะเป็นคู่เวรคู่กรรม และออกจะไปทางคู่อาฆาต กันเสียแล้ว

         ถ้าเป็น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผมจะลาออก หลังจากแถลงผลการทำงานที่ไม่มีผลงาน 6 เดือนจบ  เพราะแค่ 6 เดือนที่ผ่านมา ก็ทำลายชื่อเสียง บารมี ที่สร้างภาพ และสะสมมาไว้กว่า 60 ปี ให้หายวับไปในเวลาเพียง 6 เดือน

นายทหารที่มีภาพซื่อสัตย์สุจริต สมถะ แต่ตอบไม่ได้ว่ามีทรัพย์สิน 90 ล้านบาทได้อย่างไร และ ถนนลาดยางจากตีนเขาถึงหน้าบ้านพัก มาจากไหน ใครเป็นคนสร้าง

          นายทหารนักอนุรักษ์ธรรมชาติ นักท่องไพร รักษาป่า แต่สร้างบ้านพักตากอากาศบนยอดเขาในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

นายทหารที่ได้รับการยกย่องว่ามีความสามารถเป็นเอกอุ ทั้งบุ๋นทั้งบู๊  แต่ด้อยสมรรถ ภาพอย่างมหันต์ เมื่อเข้าสู่สถานการณ์จริง บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี     ทั้งๆ ที่อยากเป็น และวาง แผนจะเป็น มาตั้งแต่ต้นปี 2549

ถ้อยคำลำเลิกเบิกประจานผ่าน ASTV โดย สนธิ ลิ้มทองกุล เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2550 ที่ส่งไปถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก่อนจบรายการ ว่า

..คนที่มาแอบอยู่ข้างหลังเรา เพื่อให้เราสู้แล้วมาเสวยสุข พอเราวิจารณ์เขาบ้าง เขาก็ใช้วิชามารมารังแกเรา ทำความชั่วไม่ได้ต่างกว่าคนที่แล้ว เลยแม้ติดนิดเดียว แต่เขาเลวมากว่าเยอะ เขาเลวตรงที่ว่ามาใช้เรา เพื่อให้เรามาไล่อีกฝ่ายหนึ่งออกไป แต่พอพูดถึงเขาบ้างเขาทนไม่ไหว เขาเลยต้องใช้จิตใจที่ลึกๆ แล้วเป็นคนที่เผด็จการอยู่แล้ว แต่เขามาแอบใช้เราเพื่อล้มเผด็จการหนึ่ง เพื่อให้เผด็จการใหม่เกิดขึ้นมา..”

ไม่มีคำชี้แจง หรือ การปฏิเสธจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แม้แต่คำเดียวว่า ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  และไม่ได้หลอกใช้ พลังประชาชน ขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กระทั่ง ไม่ใช่นายทหารเผด็จการ

6 เดือนที่ผ่านมา พูดกันอย่างไม่โกหก ไม่หลอกลวงตัวเอง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ รู้อยู่แก่ใจดีว่า ได้ทำความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ ไปมากมายเท่าไรแล้ว และ ทำความเสียหายแก่ตัวเองไปสักกี่มากน้อยแล้ว

ถาม เมีย และ ลูก ที่รักท่านที่สุดนั่นล่ะ จะได้รู้ความจริง

อย่าไปถามพวกลูกน้อง ที่กำลังสุขสบายเพราะนายเป็นใหญ่ พวกนั้นมีให้แต่ความเท็จ

ความจริงที่จะทำให้ท่านตัดสินใจได้อย่างดีเยี่ยมว่า ท่านจะพ้นตำแหน่งด้วยตัวท่านเอง หรือ ท่านจะพ้นตำแหน่งเพราะถูกปฏิวัติ รัฐประหาร ยึดอำนาจ จาก ลูกน้องของท่านเอง

          การดันทุรังอยู่ต่อไป โดยไม่คิดทำอะไรแก่บ้านเมืองประเทศชาติ เป็นการทำให้ประเทศและประชาชนเสียโอกาส อย่างร้ายแรง

          การดันทุรังอยู่ต่อไป โดยไม่คิดสยบหรือกำราบคณะรัฐประหาร ให้ยอมอยู่ภายใต้และเดินตามกรอบกฎหมายบ้านเมือง ปล่อยให้คณะรัฐประหาร ออกมาข่มขู่ประชาชน สร้างความสับสนว่ากำลังจะเป็นประชาธิปไตย หรือ เดินไปสู่ระบบเผด็จการเต็มรูปแบบกันแน่ ก็ไม่ต่างจากการสนับสนุนและเสริมสร้างระบอบเผด็จการทหาร ทรยศประชาชน

          การดันทุรังอยูต่อไป เพราะห่วงใยศักดิ์ศรีตัวเอง ไม่ได้เกรงใจประชาชนเจ้าของประเทศ ว่าต้องประสบเหตุเภทภัย รับเคราะห์กรรมที่เกิดจากการห้ำหั่นฆ่าฟันของพี่น้องทหารกองทัพเดียวกัน เป็นการทำร้ายประชาชนและประเทศชาติ ที่ยากแก่การให้อภัย

          การดันทุรังอยู่ต่อไป โดยสร้างเงื่อนไขหากมีเหตุไม่สงบ ประชาชนเคลื่อนไหวขับไล่ ปะทะกันวุ่นวาย บ้านเมืองเสียหาย จึงจะยอมลาออกไป เป็นทั้งการยั่วยุให้ประชาชน เร่งการกระทำ เพื่อขับไล่ และ การมัดมือประชาชน ให้ทนอยู่กับระบอบนี้ต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวายเสียหายแก่บ้านเมือง

           การดันทุรังอยู่ต่อไป เพื่อประโยชน์ส่วนตน  ไม่สนใจประโยชน์ส่วนร่วม เป็นการกระทำของคนเห็นแก่ตัวที่น่ารังเกียจ

          ฉะนั้นแล้ว หากท่านคิดจะอยู่เป็นนายกรัฐมนตรีของประชาชน ต่อไป  ก็ขอให้คิดทำเพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนบ้าง

          เว้นเสียแต่ท่านคิดจะเป็นนายกรัฐมนตรีของคณะรัฐประหาร ไม่ใช่ของประชาชน ก็ไม่ว่ากัน

          ลำพังตัวท่าน ในฐานะที่เคยเป็นองคมนตรี เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ประชาชนก็ยังพอวางใจ แต่กับบรรดาคณะรัฐประหาร ที่กำลังเหิมเกริม ลืมตัว มัวเมาในอำนาจที่ปล้นชิงมาได้ นั้น ประชาชนทำใจยอมรับได้ยากยิ่ง

          ดังนั้น สิ่งที่ท่านต้องพิสูจน์แก่ประชาชนให้ประจักษ์ ว่าท่านรักประเทศชาติและประชา ชน จริง จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ท่านและครอบครัว เป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้  แล้วล่ะก็

ขอเพียงท่านทำเพียงหนึ่งสิ่ง ประชาชนทั้งประเทศ จะเป็นหลังพิงให้ท่านทันที

          ใช้อำนาจ นายกรัฐมนตรี ที่ท่านมี ยุบสลายคณะรัฐประหาร และ สั่งการให้ทหาร กลับ คืนสู่กรมกอง ยุติการแทรกแซงการเมือง และทำร้ายประชาชน ลงโทษทหารที่กระทำความผิด ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และวินัยของกองทัพ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ประชาธิปไตย ให้กลับคืนสู่ประเทศไทย อีกครั้งหนึ่ง

          ขอเพียงท่านทำในสิ่งนี้ ก็จะเป็นการกอบกู้ศักดิ์ศรีของนายกรัฐมนตรี และ สถานะในอดีต คือ องคมนตรี กลับคืนมาได้อย่างสง่างามในสายตาประชาชน

          นี่คือ ผลงานชิ้นเอก ที่จะบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติแก่ท่านและวงศ์ตระกูล สืบต่อไป ว่าครั้งหนึ่งท่านเลือกที่จะยืนอยู่ข้างประชาชนคนไทยผู้รักประชาธิปไตย   มากกว่าที่จะยอมเป็นหุ่นเชิดให้แก่คณะรัฐประหาร

          การสยบทหารนอกรีต กองทัพนอกแถว และชักนำให้กลับคืนสู่แนวทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับอดีตผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารสูงสุด เช่นท่าน เว้นเสีย แต่ว่า ท่านจะหมดสมรรถภาพ ไม่มีน้ำยา ไร้ความสามารถ และ ไม่จริงใจกับประชาชน และประเทศไทย  เท่านั้น  ท่านจึงจะทำสิ่งที่ร้องขอไม่ได้

           หากเป็นเช่นนั้น ก็แล้วแต่เคราะห์กรรมของท่าน

          มาทางไหน ไปทางนั้น

            คือ บทสรุปสั้นๆ ที่จะกล่าวให้ท่านฟังได้

          มากับรถถัง ก็ต้องไปเพราะรถถัง

          ได้เป็นเพราะปล้นเขา ก็ต้องพ้นไปเพราะถูกเขาปล้น

             ที่น่าเจ็บใจแทนก็มีเรื่องเดียว คือ

          เป็นหัวหน้าโจรแท้ๆ ดันต้องมาตายเพราะน้ำมือลูกน้อง ในรังโจรของตัวเอง

           เวรกรรมทุกวันนี้ มาไวเหลือเกิน ทั้งออนไลน์ ทั้ง ADSL หนีให้ไกลอย่างไรก็หนีไม่พ้น

          ………………………….

“เจ้ามือ” โทรมาล่าสุดครับ

          “สุรยุทธ์ ไปเมืองจีน” ได้กลับหรือไม่ได้กลับ?

           5 : 4 ไม่ได้กลับ  ใครจะจับบ้าง รับไม่อั้นครับผม

            ดนตรี บรรเลง …

          มาร์ชกองทัพบก เริ่ม

          ไม่ผิดเพลง แน่ๆ ครับ

          เที่ยวที่แล้ว องคมนตรียึดอำนาจ ใช้เพลงเฉลิมพระเกียรติ มาหลอกประชาชน

          เที่ยวนี้ กองทัพยึดอำนาจ ใช้เพลงมาร์ชกองทัพบก เวอร์ชั่นดั้งเดิมครับ

 

                                                                                                

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: