พรรคพลังประชาชน ฟัง ประชาชน บ้างได้ไหม

           

           ต้องทำความเข้าใจกันตั้งแต่บรรทัดแรกเสียก่อนเลยว่า ประชาชน ที่ผมอยากให้ฟังในที่นี้ ผมจำกัดเพียงแค่ผม “นายประดาบ” คนเดียว เพราะผมไม่กล้าพูดแทนคนอื่น

           แต่ในฐานะที่ผมเป็นประชาชนคนหนึ่ง และเป็นประชาชนที่ลงคะแนนเลือกพรรคพลังประชาชน มาเป็นรัฐบาล ผมมีคำพูดอยู่หลายคำ และข้อเสนอแนะอยู่หลายข้อ อยากจะพูดให้หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค ส.ส.ของพรรค ตลอดจนคนอีกหลายคนที่แอบซุ่มแอบซ่อน อยู่หลังพรรค นอกพรรค และในพรรค ได้รับฟังพร้อมๆ กัน ดังนี้

           ผมไม่สบายใจที่เห็นการยื้อแย่งช่วงชิงตำแหน่งทางการเมืองกัน จนทำให้เกิดความแตกแยกภายในพรรคพลังประชาชน

           ผมเป็นประชาชนคนหนึ่งที่ช่วยสร้าง ช่วยสนับสนุนพรรคการเมืองนี้ขึ้นมา พร้อมๆ กับประชาชนอีกหลายคน ด้วยความรัก ความศรัทธา ที่มีต่อคนที่เรารักและเชื่อมั่นในแนวทางการทำงานคนหนึ่ง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่การกระทำ พฤติกรรมการแย่งชิงตำแหน่งทางการเมืองของพวกท่าน กำลังทำให้เกิดความแตกแยกขึ้น และเป็นการบั่นทอน ทำลายความเข้มแข็งของพรรคการเมือง ที่มีประชาชนจำนวนมากร่วมกันเป็นเจ้าของ

           ผมไม่สบายใจที่เห็นส.ส.หลายคน ทวงถามถึงผลตอบแทนการทำงานให้แก่พรรคพลังประชาชน และการเป็นตัวแทนการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคในแต่ละพื้นที่เขตเลือกตั้ง เรียกร้องหาตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรี เลขารัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ กรรมการรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนตำแหน่งต่างๆ ที่แล้วแต่อำนาจทางการเมืองจะเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมาได้ เพราะพฤติกรรมของท่านทำให้ผมเข้าใจว่า ที่ท่านต่อสู้กันมาในนามพรรคพลังประชาชน ท่านไม่ได้สู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้สู้เพื่ออุดมการณ์ร่วมกันที่จะโค่นล้มเผด็จการ เหมือนกับที่ประกาศไว้ ใช้หรือไม่

           ในขณะที่ท่านทวงถามหาตำแหน่งทางการเมือง ประชาชนจำนวนมากที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มาตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2549 จนกระทั่งทุกวันนี้ บ้างบาดเจ็บ บ้างล้มตาย บ้างหมดเนื้อหมดตัว บ้างถูกทำร้าย ไม่มีสักคนที่เอ่ยถามถึงรางวัลตอบแทนของการยืนเผชิญ หน้ากับเผด็จการอย่างยาวนานมากว่า 16 เดือน

           กระทั่งวันที่พวกท่านหลบลี้หนีหน้าหายหัวกันไปหมด ก็มีแต่ประชาชนที่สนามหลวง นั่นล่ะ ที่ไม่เคยหลบเร้นซ่อนหาย หากแต่ยืนต้านเผด็จการ ด้วยพลังของประชาชนบริสุทธิ์ โดยไม่หวาดหวั่น ไม่พรั่นพรึงต่ออันตรายทั้งหลายทั้งมวล

           ประชาชนอย่างผม ไม่ต้องการรางวัลในการต่อสู้กับเผด็จการ

           ประชาชนอย่างผม ไม่ต้องการผลตอบแทนใดๆ ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

           ประชาชนอย่างผม ไม่ต้องการตำแหน่งแห่งที่ใดๆ ในการสนับสนุนพรรคพลังประชาชนให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง

           ประชาชนอย่างผม ไม่ต้องการแม้แต่คำขอบคุณที่ช่วยกันสนับสนุน ส่งเสริมให้พวกท่านได้เป็นส.ส. ให้พรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล

           ประชาชนอย่างผม มีอยู่จำนวนมากมายในประเทศไทย

           เพียงสิ่งเดียวที่ผมอยากจะขอร้องพวกท่านทั้งหลาย ก็คือ ว่า ได้โปรดอย่าทำลายความหวัง อย่าช่วยกันพังความตั้งใจอันดีของประชาชน อย่าดูถูดูแคลนพลังของประชาชน ที่ได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้ว ตลอดระยะเวลา 16 เดือนที่ผ่านมา ว่าผมมี “ใจ” ให้แก่พรรคการเมืองของพวกท่านมากเพียงใด

           ผมและเพื่อนร่วมทางจำนวนมาก รวมตัวกันเป็นพลังประชาชน ต่อสู้กับเผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตย มาตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะมารวมตัวกันเป็นพรรคพลังประชาชน เสียอีก

           เมื่อพวกท่าน ประกาศเป็นพรรคพลังประชาชน ผมและเพื่อนร่วมทางจำนวนมาก จึงทุ่มเททุกอย่างเพื่อสนับสนุนพวกท่าน และพรรคการเมืองที่ชื่อพรรคพลังประชาชน ด้วยความ หวังว่า พวกท่านจะสืบสานเจตนารมณ์การต่อสู้ของประชาชน ให้คงอยู่สืบต่อไป เพื่อไม่ให้ใครผู้ใดมาล้มล้างประชาธิปไตย ได้อีก

           แต่เพียงแค่ได้ชัยชนะในเบื้องต้น พวกท่านหลายคนก็กำลังสร้างเงื่อนไขให้การเมืองกลับไปสู่ยุคเก่าๆ และเป็นจุดอ่อน ข้อด้อยของการเมืองไทย ให้ถูกดูแคลน แทรกแซง และโค่นล้ม กันอีกแล้ว

           ในฐานะประชาชน ผมจึงอยากจะร้องขอให้พวกท่านได้โปรดหยุดพฤติกรรมการแก่งแย่งช่วงชิงตำแหน่งเพื่อตัวเองกันได้แล้ว หันมาทำงานเพื่อประชาชน และสานต่อแนวทางการต่อสู้กับเผด็จการ ที่วันนี้ยังไม่ได้ตายจากไปไหน หากแต่ยังคงว่ายวนเวียนอยู่รอบตัวพวกท่าน และประชาชนทุกคน ตลอดเวลา

           ในขณะที่ประชาชนทุกคนที่ร่วมต่อสู้เผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตย และสนับสนุนพรรคพลังประชาชน ให้ได้เป็นรัฐบาล ไม่เคยเอ่ยปากสักคำ ไม่เคยถามหาสักคราวว่าจะได้อะไรเป็นรางวัลตอบแทน แต่พวกท่านซึ่งได้รับตำแหน่งกันถ้วนหน้า อย่างน้อยก็ได้เป็นส.ส. แล้ว ยังเที่ยววิ่งไล่ล่าหาตำแหน่งกันอีกเช่นนี้

           ท่านไม่ละอายใจบ้างหรือ

           ท่านยังกล้าสู้หน้าประชาชนที่ท่านชักชวนมาร่วมต่อสู้อีกหรือ

           ท่านยังกล้าพูดไหมว่าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง

           ท่านยังกล้าพูดไหมว่าท่านต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ใช่เพื่อตัวเอง

           การได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา การได้มีบทบาททางการเมืองในฐานะส.ส. ยังไม่เพียงพออีกหรือกับการต่อสู้ที่ผ่านมา

           สำหรับประชาชนที่ต้อสู้มายาวนาน 16 เดือนอย่างผม ไม่มีรางวัลตอบแทนใดๆ จะยิ่งใหญ่กว่าการได้ประชาธิปไตย กลับคืนมา และการได้ชัยชนะเหนือเผด็จการอย่างขาวสะอาด

           แต่สำหรับพวกท่าน ผมไม่แน่ใจว่า เก้าอี้รัฐมนตรี หรือ ประชาธิปไตย คือสิ่งที่ท่านต้องการกันแน่

           ผมไม่สบายใจที่เห็นส.ส.บางคน ออกอาการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพรรค เป็นคนมีอำนาจภายในพรรคพลังประชาชน และแสดงอาการกีดกั้น กันท่าไม่ให้คนอื่นเข้ามาร่วมนำเสนอความเห็น แสดงความคิด หลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไป ทั้งๆ ที่พรรคพลังประชาชน คือพรรคการ เมืองที่ประชาชนร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง และประชาชนทุกคนคือผู้มีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของพรรคการเมืองนี้

           มิอาจปฏิเสธได้เลยว่า ปัจจัยที่ทำให้พรรคพลังประชาชนแข็งแกร่งกว่าทุกพรรคการ เมืองในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก็คือ การมีประชาชนเป็นทั้งเกราะกำบัง เป็นทั้งกำลังสนับสนุน ซึ่งไม่ต้องซื้อหาด้วยเงิน แต่ทุกคนเดินเข้ามาสมทบกันด้วยใจ ซึ่งเป็นปัจจัยที่พรรคการเมืองอื่นๆ ไม่มี ไม่ว่าจะใช้เงินมากมายเท่าใดไปสร้างมวลชนขึ้นมาสนับสนุน แต่เมื่อหมดเงิน หมดเวลาจ้างตามที่ตกลงกันไว้ หมดภารกิจตามเงื่อนไข ก็สลายหายวับไปทันที ไม่มีอะไรที่จับต้องได้เลย

           เพราะฉะนั้น หากพรรคพลังประชาชน หลงลืมและละเลย เมินเฉยต่อพลังของประชาชน สำคัญตนผิด คิดว่าได้ชัยชนะมาด้วยการวางแผนยุทธศาสตร์ การกำหนดยุทธวิธีของตัวเอง ไม่เห็นประชาชนอยู่ในสายตา และมีราคามากไปกว่าในฐานะเครื่อง มือชิ้นหนึ่งทางการเมือง กาลล่มสลายของพรรคพลังประชาชน ก็อาจจะหวนกลับคืนมาในเร็ววัน พลันที่พรรคพลังประชาชน ไม่เชื่อในเรื่องของพลังประชาชนอีกต่อไป

           สิ่งที่ผมอยากจะเห็น อยากจะได้ยินจากพรรคพลังประชาชน ก็คือ เมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้ว 1. ท่านจะเยียวยาฟื้นฟูประเทศไทยที่เสียหายจากการกระทำของเผด็จการ อย่างไร และ 2.ท่านจะรักษาสภาพจิตใจที่บอบช้ำ ความเดือดร้อนของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากระบอบเผด็จการอย่างไร มากกว่าเรื่องราวข่าวคราวการแย่งชิงตำแหน่งกัน

           สิ่งที่ผมอยากจะได้รับฟังจากนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ก็คือ ท่านจะทำอย่างไรกับ ผู้คนในระบอบคมช. ทั้งทหารและพลเรือน ที่ยังมีบทบาทสำคัญทั้งในกองทัพ ประชาคมวิชาการ และ สื่อมวลชน กันครบถ้วน ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้มีแนวคิดที่เป็นพิษภัยและมีพฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทั้งสิ้น

           เหตุที่ต้องถาม ก็เพราะคนในระบอบคมช.เหล่านี้ ยังไม่มีสำนึกว่าได้กระทำความเสีย หายอันใดให้แก่บ้านเมืองและประชาชน ยังคงเชื่อมั่นในการกระทำของตนเองว่าถูกต้อง และสมควรกระทำ ทั้งๆ ที่เป็นการกระทำอันสุดแสนจะระยำ ทั้งในกองทัพ วงวิชาการ และสื่อมวลชน

           หากคนในระบอบคมช.รู้สึกผิด คิดได้ สำนึกผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี ได้จะด้วยตนเอง หรือด้วยการได้รับคำสั่งสอน ชี้แนะจากผู้ใด ก็ยังพอภัยให้ได้ แต่ทว่า คนในระบอบคมช. เหล่านี้ ไม่มีอาการเช่นนั้นเลย ตรงกันข้ามยังคิดหาทางกลับมามีอำนาจ และครอบครองประเทศ ไว้ในมือเช่น 16 เดือนที่ผ่านมาทุกเมื่อเชื่อวัน

           สำคัญที่สุดก็คือ จะดำเนินการคอรัปชั่นของคนในระบอบคมช. อย่างไร

           งบก่อการรัฐประหาร 20,000 ล้านบาท ที่เบิกจ่ายไปเพื่อทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย จะปล่อยให้ผ่านไปพร้อมกับประทับตรารับรองความถูกต้องอย่างนั้นหรือ

           งบลับหลายพันล้านบาท ที่เบิกไปแจกจ่าย แบ่งปันในกองทัพ ยามทหารใหญ่คับบ้านคับเมือง จะสืบสาวราวเรื่อง ติดตามเอาคืนมาได้อย่างไร

           งบปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร 500 ล้านบาท ที่ถูกผลาญไปกับความไร้ประสิทธิภาพในการทำงานด้านข้อมูลข่าวสาร ไม่เคยจับมือระเบิดได้สักราย ไม่เคยจับคนร้ายได้สักคน มีแต่สุจริตชนที่ถูกรังแก จะต้องประเมินไหมว่าจ่ายไปได้ผลคุ้มค่าหรือไม่

           งบรัฐวิสาหกิจ ที่ถูกรุมทึ้งไปใช้หลายพันล้านบาท จนขาดทุนกันย่อยยับกันไปหลายหน่วยงาน ที่เคยกำไรปีละกว่า 10,000 ล้านบาท เช่น ทอท. กับ ทีโอที ก็เหลือแค่ 1,000 ล้านบาท ภายใน 1 ปีนับแต่ สพรั่ง กัลยาณมิตร เหยียบเท้าเข้าไปในสององค์กรนี้ ยังจะปล่อยไว้เช่นนี้หรือ

           งบจัดซื้ออาวุธ ยุทธภัณฑ์ทั้งหลาย ตั้งแต่ ผ้าลายพรางแจกจ่ายทหารใส่กันทั้งประเทศ กว่า 1,000 ล้านบาท เสื้อเกราะกันกระสุน อาวุธปืนสั้น ปืนยาว รถหุ้มเกราะล้อยาง ไปจนถึงเครื่องบินรบ สัญชาติสวีเดน และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายไปหลายหมื่นล้านบาทภายในเวลา 1 ปีเศษ ที่ระบอบคมช. ครอบครองประเทศไทย ถึงเวลาที่จะหยุดหรือยัง

           สิ่งที่ผมอยากจะเห็น อยากได้ยินจากรัฐบาล ก็คือ จะบริหารประเทศอย่างไรให้ได้รับความเชื่อถือ เชื่อมั่นทั้งจากประชาชนในประเทศ และต่างประเทศ การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนจะทำอย่างไร

           รัฐบาลนี้ได้มา เพราะอานิสงส์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

           รัฐบาลนี้ได้เป็น เพราะศรัทธาที่ประชาชนมีให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

           รัฐบาลนี้จะอยู่ได้หรือไม่ได้ ก็เพราะถูกเปรียบเทียบกับรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เช่นเดียวกัน

           หากยังไม่หุบปาก แล้วลงมือทำ

           หากยังไม่เลิกยื้อแย่ง แล้วแบ่งงานกันทำ

           หากยังเห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ส่วนรวม

           หากยังเชื่อว่าข้าเก่งเอ็งไม่แน่ โดยไม่เกรงใจประชาชน

           รัฐบาลนี้ที่มาจากพลังของประชาชน ก็อาจจะไปเพราะพลังของประชาชน ได้เช่นกัน

           หากว่ารัฐบาลพรรคพลังประชาชน ไม่สนใจฟังเสียงของประชาชน

           ผมจึงอยากจะร้องขอว่า พรรคพลังประชาชน ฟังประชาชน บ้าง จะได้ไหม?

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: