ผมเชื่อ เนวิน ชิดชอบ มากกว่า คมช.

           

           ชักสนุกแล้วสิกับการปราศรัยบนเวทีการเมืองที่จังหวัดบุรีรัมย์ ท่ามกลางประชาชนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคน (ประมาณการจากสายตาตัวเอง ในที่เกิดเหตุ)

           การแฉของเนวิน ชิดชอบ ว่าได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม ในขณะถูกควบคุมตัวหลังการรัฐประหาร นานถึง 10 วัน 11 คืน ตั้งแต่ถูกจับขังเดี่ยว ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ได้กินอาหารถาดหลุม ข้าวถ้วย แกงถ้วย โดยที่ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีการดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะพาตัวไปทิ้งข้างถนน หลังจากสั่งให้แก้ผ้าตรวจค้นจนหนำใจแล้ว

           การยืนปราศรัยต่อหน้าประชาชนหลายหมื่นคน หากนำเรื่องโกหกมาพูดจา รับ รองได้ว่าผู้ปราศรัย จะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดในทางการเมืองอีกเลย เพราะหากถูกจับได้ว่าโกหก ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับขึ้นไปยืนบนเวทีอีกครั้ง แม้แต่ข้างเวทีก็ไม่มีที่ให้ยืน

           ผมจึงค่อนข้างเทน้ำหนักไปทางเชื่อมากกว่าไม่เชื่อ หลังจากที่ได้ยินกับหู ได้ดูกับตา อยู่ในที่เกิดเหตุ

           ทำไมผมจึงเทน้ำหนักไปทางเชื่อเนวิน ชิดชอบ ?

           คำตอบก็คือว่า….

           1. ผมไม่คิดว่าเนวิน ชิดชอบ จะฆ่าตัวตายทางการเมืองด้วยการนำเรื่องโกหกมาพูดต่อหน้าประชาชนชาวบุรีรัมย์ ที่ห่วงหาอาทรเขา และถามถึงเขาด้วยความห่วงใยมานานนับปี และเวทีเมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นเวทีแรกที่เนวิน ชิดชอบ ได้มีโอกาสพูดกับประชาชนชาวบุรีรัมย์ เป็นครั้งแรก หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ อยู่นานนับปี และเป็นการพูดต่อหน้าพ่อ และ ภรรยา ด้วย เพราะฉะนั้นคนฉลาดอย่างเนวิน ชิดชอบ ที่ยังมีภารกิจกับประชาชนอีกมากมาย (ตามที่เขาให้สัมภาษณ์) จะนำเรื่องโกหกมาพูดให้พันคอตัวเองตาย

           2. ผมไม่คิดว่าเนวิน ชิดชอบ จะได้ประโยชน์อะไรจากการนำเรื่องโกหกมาปราศรัยให้ประชาชนฟัง เพื่อให้เกลียดชังคมช. เพิ่มขึ้นอย่างนั้นหรือ ที่บุรีรัมย์ และ อีสานอีกหลายจังหวัด ประชาชนที่นั่นเกลียดชังคมช. ยิ่งกว่าเกลียดพรรคประชาธิปัตย์ รวมกับ สนธิ ลิ้มทองกุล เสียอีก เพราะคมช. เป็นตัวการที่ทำให้ความหวัง และความฝันที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนคนยากจน สูญสลายไปกับสายลมปฏิวัติเดือนกันยายนปีที่แล้ว กองทุนหมู่บ้าน กองทุน S M L เงินทุนการศึกษา ราคาพืชผลการเกษตร สวัสดิการรักษาพยาบาล ผลประโยชน์เหล่านี้หายวับไปกับตา เมื่อทหารมีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน จึงไม่มีเหตุผลที่เนวิน จะต้องทำให้ประชาชนเกลียดชังคมช. เพื่อให้พรรคพลังประชาชนได้คะแนนเพิ่มขึ้น ผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมา ก็เห็นกันแล้วว่าคนอีสายเกลียดชังคมช. มากแค่ไหน

           3. ผมไม่คิดว่าพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคมช. และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคมช. ที่ออกมากล่าวหาเนวิน ชิดชอบ โกหก จะเป็นผู้รู้ข้อมูลจริง เพราะทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่ได้เห็นกับตา ไม่ได้ยินกับหู แม้แต่เรียกทหารที่เป็นผู้คุมตัวเนวิน ชิดชอบ ออกจากห้องกักขัง แล้วพาไปส่งข้างถนน มาสอบถาม ก็ยังไมได้ทำ แต่กลับออกมาปฏิเสธ ยืนยันเสียงแข็งว่า “ไม่จริง” อีกทั้งยังกล่าวหาว่าเนวิน ชิดชอบ โกหก ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ อีกด้วย หากว่าพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่เคยโกหกประชาชนมาก่อน ก็คงมีคนเชื่อว่า “ไม่จริง” โดยไม่ต้องพิสูจน์เหมือนกัน แต่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นนายทหารที่โกหกไม่เว้นแต่ละวัน จัดอยู่ในกลุ่มปลิ้นปล้อนกะล่อนหลอกลวง เรียกเป็น 18 มงกุฎ ก็ว่าได้ ทำให้คำพูดของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มีน้ำหนักน้อยกว่า เนวิน ชิดชอบ อย่างมากในกรณีนี้

           พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน กล่าวหาเนวิน ชิดชอบ ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ โดยไม่ได้ย้อนดูตัวเองว่าเป็นจำพวก โกหกหน้าตาย และ น่าตาย ทำรัฐประหารหลังจากยืนยันกับประชาชนทั้งประเทศว่าจะไม่มีการรัฐประหาร เพียง 2 วัน และ 1 ปีต่อมาจึงบอกว่าทำรัฐประหารกับลูกน้องยศพันเอกอีก 2 คนเท่านั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ไม่ได้ร่วมวางแผนด้วย เป็นเพียงผู้รับคำสั่งไปปฏิบัติเท่านั้น ไม่ต่างจากการประจานว่า พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นวีรบุรุษจอมปลอม แอบอ้างว่าเป็นผู้ก่อการรัฐประหาร หลังจากวางแผนมา 7-8 เดือน

           การพิสูจน์ความจริงประการนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ก็เพียงแต่นำทหารที่เป็นผู้คุมตัวเนวิน ชิดชอบ มาปล่อยข้างถนน มาสอบถาม มาให้สื่อมวลชนซัก มาให้ประชาชนถาม ก็จะได้รู้ว่าใครจริง ใครไม่จริง แต่กลับไม่ดำเนินการ มัวแต่ไปนำภาพบ้านพักมาโชว์ นำรายการอาหารมาอ่านให้ฟัง พยานบุคคลอยู่ในมือ อยู่ในฝ่ายตัวเองแท้ๆ กลับไม่กล้านำมาแสดงอย่างเปิดเผย ต้องไปนำพยานเอกสารที่ปั้นเสกขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ มาโชว์ให้ดู ก็ต้องตรองดูว่าทำไมกองทัพ จึงไม่กล้านำพยานบุคคลมาให้ประชาชนพิสูจน์ความจริง

           การแฉของเนวิน ชิดชอบ ทำให้ คมช.เสียหายใหญ่หลวง เพราะตกเป็นผู้ต้องหากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ตั้งแต่กักขังนาน 10 วัน 11 คืน โดยผู้ถูกกักขังไม่มีความผิด และไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ยังปฏิบัติต่อผู้ถูกกักขังด้วยความป่าเถื่อน ให้ถอดเสื้อผ้าตรวจค้นร่างกาย หากคมช. มั่นใจว่าไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหา ก็ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองด้วยการฟ้องเนวิน ชิดชอบ เพื่อที่จะได้ไปพิสูจน์กันในศาล ไม่ใช่ออกมาโต้ตอบด้วยการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายหนึ่งโกหก เพราะในที่สุดแล้วสังคมก็จะไม่ได้รู้ความจริง และไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่โกหก ในสภาพที่คมช.คุมสื่อไว้ในมือทั้งหมด เนวิน ชิดชอบ ก็เสียเปรียบ เวทีที่เป็นกลางคือ ศาลยุติธรรม

           4. ผมไม่คิดว่าเนวิน ชิดชอบ จะได้รับการปฏิบัติจากคมช. ด้วยความสุภาพ ในฐานะที่เป็นอดีตรัฐมนตรี ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะในนาทีแรกของการยึดอำนาจ ทหารของคมช. ปฏิบัติต่อลูกเมียของเนวิน ชิดชอบ ในฐานะที่เขาเป็นผู้ต้องหาของคมช. ที่ต้องจับตัวให้ได้ เช่นเดียวกับยงยุทธ ติยะไพรัช ไม่เช่นนั้นคงไม่ยกกำลังนับร้อยนายพร้อมอาวุธสงครามไปรื้อค้นบ้านพัก เอาปืนจี้ลูกเมีย คนในบ้าน ของทั้ง 2 คน เพื่อให้บอกว่าเนวิน กับ ยงยุทธ หนีไปไหน ต่อเมื่อจับตัวไม่ได้ ตามหาไม่พบ จึงได้ใช้อำนาจประธานคมช. ออกประกาศ ให้ เนวิน กับ ยงยุทธ เข้ารายงานตัว

           ข่าวแรกที่ออกมาก็คือ เนวิน แจ้งผ่านนักข่าว ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ ยงยุทธ นักข่าวรายงานว่าหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่กลัวถูกตามฆ่าตามตะเข็บชายแดน จึงต้องย้อน กลับมาปรากฏตัว และเข้ารายงานตัวเหมือนเนวิน

           หลังการเข้ารายงานตัวไม่กี่นาที มีข่าวออกมาจากกองบัญชาการคมช. ว่า ได้ปล่อยทั้ง 2 คนกลับบ้านไปแล้ว ไม่ได้กักขังไว้ แต่นักข่าวไม่เชื่อ จึงสอบถามย้ำไปย้ำมาหลายเที่ยว คมช.จึงยอมรับว่าได้กักขังทั้ง 2 คนไว้แล้ว และยังไม่มีแผนการจะดำเนินการอย่างไรต่อไป การกักตัวไว้ แต่ออกข่าวว่าปล่อยตัวกลับไปแล้ว มีเหตุผลซ่อนเงื่อนอย่างไร ไว้ใจได้หรือไม่?

           เมื่อหลอกนักข่าวและประชาชนไม่ได้ อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ก็มีข่าวออกมาทางสื่อมวลชนว่าได้นำทั้ง 2 คน ออกไปจากกองทัพบก ไปยังสถานที่หลายแห่ง กระทั่งไม่มีใครทราบว่าถูกนำตัวไปควบคุมหรือกักขังไว้ที่ใด จนถึงวันนี้ความจริงจากคมช. จึงเพิ่งเปิดเผยว่านำทั้ง 2 คนไปกักขังไว้ที่กองทัพอากาศ

           เหตุที่ไม่เชื่อว่าเนวิน ชิดชอบ จะได้รับการปฏิบัติด้วยความสุภาพจากทหารของคมช. ก็เพราะว่า คมช.เห็นเนวิน ชิดชอบ เป็นปฏิปักษ์ เป็นศัตรูที่จะขัดขวางการยึดอำนาจ เนื่องจากเนวิน ชิดชอบ กับ ยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นนักการเมืองที่มีศักยภาพในการระดมมวลชนมาขัดขวางการรัฐประหารได้ เมื่อถูกจัดเป็นปฏิปักษ์ของคณะรัฐประหาร เป็นผู้ต้องหาของคมช. ก็ต้องพิจารณาถึงมาตรฐานการปฏิบัติของทหาร ตำรวจ ต่อผู้ต้องหา

           มีผู้ต้องหาจำนวนไม่น้อย ที่ถูกซ้อม ทารุณกรรม ถูกข่มเหงจิตใจ ให้สารภาพ ให้ยอมเปิดปาก ให้ยอมจำนน จำนวนมากถูกกระทำด้วยการจับแก้ผ้า แล้วรีดปากคำ (ไม่ใช่สอบ ปากคำ) ผู้ต้องหาหลายรายทนไม่ไหว ต้องรับสารภาพ แต่เมื่อถึงชั้นศาลกลับคำกันเป็นแถว ผมจึงไม่แปลกใจกับพฤติกรรมของตำรวจ ทหาร ที่จับเนวิน ชิดชอบ แก้ผ้าตรวจค้นร่างกาย เพราะข่าวผู้ต้องหาถูกไฟฟ้าชอร์ตไข่ (อัณฑะ) ยังมีให้ได้ยินกันอยู่บ่อยๆ

           5. ผมไม่คิดว่า เนวิน ชิดชอบ จะนำเรื่องโกหกชนิดที่ไม่มีเค้าลางความจริง มาพูดกับประชาชนหลายหมื่นคน โดยมีสื่อมวลชนร่วมฟังและทำข่าวอยู่บนเวทีปราศรัย ด้วย เพราะคนอย่างเนวิน ชิดชอบ รู้ดีว่าเขามีภาพลักษณ์อย่างไรในสายตาของสื่อ หากพูดผิดไปคำเดียว พูดพลาดไปครั้งเดียว สื่อมวลชนรุมขยี้เขาจมดินแน่ ยิ่งในสถานการณ์ที่เขาถูกจับจ้องมองด้วยสาย ตาไม่เป็นมิตร ทั้งจาก คมช. และ สื่อมวลชน เขาจะพลาดไม่ได้เลย เพราะถ้าเขาพลาด นั่นหมายความว่าเขาหมดโอกาสที่จะกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง

           ทั้ง 5 เหตุผลนี้ ทำให้ผมเทน้ำหนัก ทิ้งความเชื่อไปกับคำพูดของเนวิน ชิดชอบ มากกว่าคำแก้ข้อกล่าวหาที่ไม่มีข้อมูลใดๆ มารองรับ นอกจากน้ำลาย และ สำนวนของประธานคมช. โดยที่ไม่มีพยานมายืนยันว่า ไม่ได้กระทำตามที่เนวิน ชิดชอบ แฉ ว่าถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไรบ้าง ในภาวะวิกฤตของชีวิตภายใต้อุ้งเท้าของเผด็จการ ที่แอบอ้างว่าเป็นผู้มีคุณธรรม และจริยธรรม

           ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา คมช. ต้องนำสืบและพิสูจน์ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าว หา ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า ระหว่าง คมช. กับ เนวิน ชิดชอบ ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ป่วยการที่ประธานคมช. และ โฆษก คมช. จะออกมายืนกระต่ายขาเดียว ว่าไม่ได้กระทำ แต่ไม่นำพยาน และหลักฐานมากำกับความบริสุทธิ์ของตัวเอง

           เกมนี้เดิมพันศักดิ์ศรีและเกียรติยศของประธานคมช.และกองทัพ

           อย่ามัวแต่เล่นลิ้นตีสำบัดสำนวนอยู่เลย

           อย่าได้สร้างพยานปลอม หลักฐานเท็จ มากล่าวหาให้ร้ายคนอื่นอีกเลย

           รายการอาหาร ตารางกิจกรรม ที่นำมาเปิดเผย แล้วอ้างว่าบันทึกไว้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วนั้น ของแบบนี้ ทำขึ้นมาเมื่อไรก็ได้  เพราะในเขตทหาร ประชาชนห้ามเข้าอยู่แล้ว  จึงไม่มีใครบอกได้ว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ 

           จากประสบการณ์ของผม เชื่อว่าหากกระแสข่าวที่เนวิน ชิดชอบ แฉออกมาอย่างนี้ ยังขยายวงลุกลามสั่นคลอนกองทัพและคมช. อย่างต่อเนื่อง อีกไม่กี่วัน ก็คงจะต้องมีการนำทหารที่ปฏิบัติตามคำสั่งคมช. มากล่าวหาให้ร้ายว่า เนวิน ชิดชอบ โกหก อีก  แต่ก็ต้องพึงพินิจพิจารณาพยานหลักฐาน และพยานบุคคลที่ คมช. นำมาแสดง นำมาอ้างอิง นำมากล่าวหาให้ร้ายผู้อื่น มาเป็นพยานที่ปลอดการถูกชี้นำ แทรกแซง ด้วยกฎระเบียบของกองทัพ และอำนาจเผด็จการของคมช.หรือไม่  พยานเหล่านั้นให้ข้อมูลด้วยความเป็นอิสระมากน้อยเพียงใด

          ภายใต้กฎระเบียบ วินัยของกองทัพ ทหารที่จะมาเป็นพยานให้คมช. จะเชื่อถือคำพูดได้เพียงใด ในเมื่อทหารก็คือทหาร นายสั่งให้ไปตาย ก็ต้องไป  แล้วถ้านายสั่งให้โกหก ก็ต้องโกหก นี่คือ ปมประเด็นที่ต้องพิจารณา

          บนเอกสารของกองทัพที่จัดทำขึ้นได้ทุกวัน ทุกเวลา โดยคนในกองทัพเอง หากมีคำสั่งให้จัดทำขึ้นใหม่ ด้วยข้อความที่เป็นเท็จ ใครจะแย้งได้ ใครจะล่วงรู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร

          ด้วยสื่อของกองทัพ ที่มีอยู่มากมาย หากจะยัดเยียด ป้ายความผิดให้เนวิน ชิดชอบ ไม่มีทางเลยที่เนวิน จะตามแก้ ตามชี้แจงได้หมด

          ต้องไม่ลืมว่า การถูกจับกุมตัวไปคุมขังในครั้งนี้ เนวิน ชิดชอบ ถูกจับตัวเข้าไปในค่ายทหาร ถูกขังเดี่ยว อยู่คนเดียว ในห้อง 105 บนแฟลตของทหารอากาศ  แฟลตทหาร คงไม่มีสภาพน่าสะดวกสบายเหมือนบ้านพักรับรองของกองทัพ ดังที่โฆษกคมช. กล่าวอ้างว่า เนวิน ชิดชอบ ได้อยู่ในบ้านพักรับรอง มี ทีวีดู  มีตู้เย็นแช่อาหารไว้กินยามหิว ได้นอนห้องแอร์

          แน่นอนว่าฝ่ายเนวิน ชิดชอบ ไม่มีพยานบุคคลมาอ้างอิง  มีแต่ตัวเขา ที่จดจำบันทึกทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในห้วงเวลา 10 วัน 11 คืนใต้อุ้งเท้าเผด็จการ ไว้ด้วยสมองและสายตา  เท่านั้น ในขณะที่กองทัพ มีนายทหาร 30-40 คน เฝ้าเขาไว้  จะแต่งพยานเท็จ มาให้ข้อมูลเด็ดอย่างไรก็ได้

         แน่นอนว่าฝ่ายเนวิน ชิดชอบ ไม่มีบันทึกการถูกจองจำขังเดี่ยว มาโชว์เป็นหลักฐาน เพราะแม้แต่ปากกาสักด้ามก็ไม่มีติดตัว  โทรศัพท์ก็ไม่มีให้ใช้  จึงเลิกคิดได้เรื่องการจดบันทึกเป็นหลักฐาน หากจะมีก็คือร่องรอยความทรงจำอันเจ็บปวดในหัวใจของลูกผู้ชายคนหนึ่ง เท่านั้นเอง ซึ่งผมเชื่อว่าน่าจะบันทึกได้ทุกความรู้สึก และทุกความเจ็บปวด ดีกว่าเขียนด้วยปากกา หรือ ถ่ายบันทึกไว้เป็นภาพ หลายเท่า 

         แต่ที่ต้องคิดกันก็คือ เรื่องราวน่าอายในชีวิตของคนที่เคยเป็นถึงรัฐมนตรี เป็นเสนาบดีของประเทศ หากไม่ได้ถูกทำทุเรศๆ แบบนี้  แล้วอุตริคิดแต่งเรื่องขึ้นมาหลอกลวงประชาชน ก็มีแต่จะได้รับก้อนอิฐและคำสาปแช่ง เป็นผลตอบแทน

         กระทั่งได้รับการปล่อยตัวออกมาจากค่ายทหารแล้ว ก็ใช่ว่าชีวิตเนวิน ชิดชอบ จะเป็นปกติ ภายใต้อำนาจเผด็จการ  การถูกติดตามจากทหาร ตำรวจนอกเครื่องแบบ เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน จนรู้สึกเหงาและมีอะไรหายไป หากว่าขับรถออกจากบ้านแล้วไม่พบชายแปลกหน้ายืนสังเกตการณ์ที่หน้าบ้าน  ไปต่างจังหวัด ไม่พบทหารในเครื่องแบบมายืนรอถ่ายภาพที่สนามบิน แม้แต่โรงเรียนลูกชาย ก็มีนายทหารไปยืนคุมเชิง 

         เหล่านี้คือความเจ็บปวดของลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่ชื่อ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งเขาเล่าให้คนใกล้ชิดฟังด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่น แม้จะพยายามทำให้เป็นเรื่องตลกก็ตาม  เช่น เป็นรัฐมนตรีมีรถนำ เป็นคนธรรมดา มีรถตาม

          กล่าวหาและตรวจสอบคนอื่นมาเยอะแล้ว คราวนี้ถูกกล่าวหาและตรวจสอบบ้าง

           จะอ้างตัวเองเป็นหลักประกันความถูกต้อง และซื่อสัตย์สุจริต คิดผิดแล้วครับ

           ประชาชนไม่ใช่คนโง่ดักดาน ถูกหลอกครั้งเดียว ก็เกินพอแล้ว ท่านประธานคมช.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: