ป๋าเปรม เป็นใคร?

           

           ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ไทย และกระจายไปในสื่อยักษ์ใหญ่ทั่วโลก ทั้ง รอยเตอร์ เอพี เอเอฟพี ซินหัว และอีกหลายสำนัก ว่ารัฐบาลไทย โดยกระทรวงไอซีที จะขออำนาจศาลปิดวิดีโอคลิป จำนวน 2 ชิ้น ที่เผยแพร่อยู่ในเวปไซต์ youtube

           ข่าวจากทุกสำนักข่าวอ้างคำพูดของ พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน เจ้าหน้าที่ทางการไทย ว่าต้องดำเนินการกับ youtube เพราะว่า วิดีโอคลิปทั้ง 2 ชิ้นดังกล่าว มีเนื้อหาหมิ่นประมาทพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กล่าวหาว่าพล.อ.เปรม อยู่เบื้องหลังการก่อการรัฐประ หาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 และเป็นผู้บงการให้คณะทหาร ก่อการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในประเทศไทย

           ท้ายข่าวของรอยเตอร์ ระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทย เคยปิดกั้นไม่ให้ประชาชนในประเทศไทย เข้าชม youtube มาครั้งหนึ่งแล้ว เนื่องจากมีการเผยแพร่ภาพและข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ประชาชนชาวไทยไม่พอใจเป็นอย่างมาก และรัฐบาลไทยได้ประสานงานกับ youtube เพื่อให้ถอดวิดีโอคลิปดังกล่าวออก ซึ่งใช้เวลาทำความเข้าใจกันนานมาก และรัฐบาลไทยเพิ่งจะยกเลิกมาตรการปิดกั้น และให้คนไทยได้เข้าชม youtube อีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

           ผมจำได้ว่า เมื่อครั้งที่ youtube เผยแพร่วิดีโอคลิปหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เรียกร้องและสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการ youtube อย่างเด็ดขาด แม้จะเข้าชม youtube ไม่ได้ ผมก็ยอม เพราะหากข้าไปชมแล้ว ผมต้องเห็นภาพและข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทุกครั้ง ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ทำใจยอมรับไม่ได้

           ปกติแล้ว ผมเข้าชม youtube น้อยมาก เนื่องจาก ขบวนการขับไล่ โค่นล้มนายกฯทักษิณ ชินวัตร ใช้ youtube เป็นช่องทางในการเผยแพร่ภาพ และข้อความ ที่เป็นการกล่าวหาให้ร้ายนายกฯทักษิณ อย่างขันแข็งยิ่งนัก เรียกได้ว่าทำกันเป็นขบวนการก็ว่าได้ โดยเฉพาะรายการโทรทัศน์ของ ASTV และ ภาพการชุมนุมขับไล่นายกฯทักษิณ ถูกส่งขึ้นไปอยู่บน youtube จำนวนมากมายหลายพันคลิป

           สำหรับผมแล้ว youtube ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ถูกใช้เป็นช่องทางในการกล่าวหาใส่ร้ายผู้อื่น ถูกใช้เป็นอาวุธในการทำร้ายและทำลายผู้อื่น โดยที่ไม่มีใครสามารถยืนยันหรือพิสูจน์ได้ว่ามาจากแหล่งใด ใครเป็นคนส่งเข้าไป ใครเป็นคนทำขึ้นมา และผู้ถูกกล่าวหา ไม่มีโอกาสที่จะชี้แจง

           การใช้ประโยชน์จาก youtube ในประเทศไทย จึงมีความแตกต่างจากในประเทศอื่นๆ มาก และเป็นเหตุที่ผมไม่รู้สึกตื่นเต้นไปกับวิดีโอคลิปต่างๆ เกี่ยวกับประเทศไทย คนไทย ในแง่มุมที่พัวพันเกี่ยวข้องกับการเมือง ที่ปรากฏบน youtube เพราะเกือบ 100 % เป็นเรื่องที่มีผู้ตั้งใจทำขึ้นเพื่อกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น

           แต่กับคลิปวิดีโอ 2 ชิ้น ที่มีการกล่าวหาพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และรัฐบาลไทย กำลังดำเนินการเพื่อจะปิดกั้นวิดีโอคลิปทั้ง 2 ชิ้นนั้น แตกต่างจากวิดีโอคลิปอื่นๆ ที่เคยปรากฏ เนื่องจาก วิดีโอคลิปทั้ง 2 ชิ้นนั้น ไม่ใช่การกล่าวหาแบบเลื่อนลอย หรือ หมิ่นประมาทโดยไม่มีพยานหลักฐาน เรื่องราวที่ปรากฏในวิดีโอคลิปทั้ง 2 ชิ้น เป็นเรื่องราวที่ประชาชนผู้คนที่สนใจเหตุบ้านการเมืองในประเทศไทย ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ต่างเคยได้ยินได้ฟัง เคยอ่านกันมาแล้วทั้งสิ้น

           ผมได้มีโอกาสดูวิดีโอคลิปทั้ง 2 ชิ้นที่รัฐบาลไทยระบุว่าเป็นการหมิ่นประมาทพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นั้น บอกตรงๆ ว่าดูแล้ว รู้สึกเฉยๆ และไม่รู้ว่าด้วยแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้ผู้ผลิตวิดีโอคลิป ทั้ง 2 ชิ้นดังกล่าว อุตส่าห์เสียสละเวลา และสติปัญญาทำขึ้นมา แล้วก็ส่งเข้าไปใน youtube

           เท่าที่ดูแบบผ่านๆ เพราะข้อมูลส่วนใหญ่ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่พูดกันมานาน 1 ปี แล้ว ในเวปไซต์ Hi-thaksin ก็เคยเขียนถึงหลายครั้ง ผู้อ่านเขียนมาบอกก็หลายหน จนเชื่อกันไปหมดแล้วว่าเป็นเรื่องจริง เพราะคนที่ถูกพาดพิง คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไม่ออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาใดๆ แม้แต่คำเดียว

           ผมรู้สึกว่า ผู้ที่ทำวิดีโอคลิปทั้ง 2 ชิ้นนั้น ต้องเป็นผู้ที่จงรักภักดี เพราะเรื่องราวทั้งหมด เป็นการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และตั้งใจเปิดเผยว่าพล.อ.เปรม นั่นล่ะ ที่เป็นตัวการทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ เสื่อมลง ซึ่งก็ตรงกับความคิด และข้อมูลที่พวกเราหลายคนเคยได้รับรู้มา

           ผมดูวิดีโอคลิปใน youtube จนจบ ผมกลับไม่เห็นความจำเป็นใดๆ ที่รัฐบาลไทย หรือ ทางการไทย จะต้องตื่นเต้น ตื่นตูม ถึงขนาดที่จะต้องไปขออำนาจศาลปิดกั้นการเข้าชมวิดีโอคลิป ทั้ง 2 ชิ้นนั้น ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ

           1. เรื่องราวในวิดีโอคลิป ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเก่าที่คนไทยและคนต่างชาติรู้กันมานานแล้ว แม้จะไม่มีใครยืนยันว่าจริงหรือเท็จ แต่ผู้ได้รับรู้ข่าวสารเรื่องราวเหล่านี้มา ก็สามารถคิดได้เองว่าเท็จหรือจริง แต่หากรัฐบาลไทยไปกระทำการอันใดอันหนึ่งที่เป็นการร้อนตัว ไปเรียกร้อง ไปใช้อำนาจศาลสั่งให้ปิดกั้นการเข้าชม ก็เหมือนกับมีอาการ “กินปูนร้อนท้อง”

           อาการของรัฐบาลไทยในขณะนี้ เท่ากับเป็นการยอมรับว่าเรื่องราวในวิดีโอคลิป เป็นเรื่องจริง จึงไม่ต้องการให้ใครได้รับรู้ คนที่จะเสียหาย ก็คือ รัฐบาลไทย ที่ใช้อำนาจศาลปิดกั้นเสรีภาพการเข้าชม youtube และ พล.อ.เปรม ที่ถูกกล่าวพาดพิงถึง จะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้สั่งการให้รัฐบาลดำเนินการกับ youtube ทั้งๆ ที่ พล.อ.เปรม ยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ด้วยตนเอง ในขณะที่ พล.ร.ท.พระจุณห์ ตามประทีป เลขานุการส่วนตัวของพล.อ.เปรม บอกว่าไม่รู้สึกอะไร เพราะ พล.อ.เปรม ถูกกล่าวพาดพิงแบบนี้มานานแล้ว

           2. รัฐบาลไทย เข้ามาดำเนินการในฐานะอะไร ในเมื่อไม่ได้ถูกกล่าวพาดพิงถึง หาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คิดว่าเสียหาย หรือ ถูกหมิ่นประมาทจากวิดีโอคลิป และการเผยแพร่ของ youtube พล.อ.เปรม ในฐานะบุคคล ก็ต้องดำเนินการกับ youtube ด้วยตนเองแล้ว แต่นี่ พล.อ.เปรม ยังไม่รู้สึกว่าได้รับความเสียหาย รัฐบาลไทย กลับมีอาการเดือดร้อนแทน

           พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน และ รัฐบาลไทย ต้องตระหนักไว้ด้วยว่า พล.อ.เปรม เป็นประธานองคมนตรี ไม่ได้เป็นพระมหากษัตริย์ จึงไม่ได้อยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะกล่าวหา ฟ้องร้องมิได้ เช่น พระมหากษัตริย์

           การดำเนินการของรัฐบาลไทยในครั้งที่แล้วกับ youtube ผมเห็นด้วย เพราะ youtube เผยแพร่วิดีโอคลิป หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ชัดเจน แต่การดำเนินการกับ youtube เพราะหมิ่นประมาท พล.อ.เปรม นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล เพราะพล.อ.เปรม เป็นบุคคลธรรมดา เป็นสามัญชน ที่มีหน้าที่ป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกละเมิดจากผู้อื่นได้อยู่แล้ว การใช้บุคลการของ เครื่องมือ และ งบประมาณของรัฐ ไปดำเนินการเพื่อปกป้องพล.อ.เปรม ในฐานะบุคคล ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์แห่งรัฐ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าพล.อ.เปรม จะเป็นประธานองคมนตรีก็ตาม เนื่องจาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก วิดีโอคลิปนั้น หากคิดว่าทำให้เสียหาย ก็เป็นความเสียหายต่อบุคคล คือ พล.อ.เปรม มิใช่ต่อตำแหน่ง คือ ประธานองคมนตรี

           หากรัฐบาลไทย จะต้องมานั่งเฝ้า และดำเนินการกับ youtube เมื่อพบว่ามีวิดีโอคลิป กล่าวพาดพิง กล่าวหา หมิ่นประมาท คนไทย ประเทศไทย ผู้บริหารของรัฐบาล หรือ องคมนตรี แล้วล่ะก็ เราคงต้องดำเนินการกับ youtube ทุกวัน และที่สำคัญก็คือ ทำไมเมื่อมีการเผยแพร่วิดีโอคลิป พาดพิงนายกฯทักษิณ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่เห็นมีหน่วยงานใดในรัฐบาลออกมาดำเนินการกับ youtube มาตรฐานการปฏิบัติที่แตกต่างนี้ เกิดจากเหตุและเงื่อนไขใด

           3. การแถลงข่าวเรื่องนี้ออกมา ทำให้จำนวนผู้เข้าชมวิดีโอคลิปใน youtube เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากผู้ชมไม่กี่ร้อยคนในวันที่ผมเข้าชม กลายเป็นหมื่นกว่าคน เมื่อผมเข้าไปชมอีกครั้งเมื่อวานนี้ ผมค่อนข้างแน่ใจว่าการแถลงข่าวว่าจะปิดกั้นการเข้าชมวิดีโอคลิปทั้ง 2 ชิ้นนี้ เป็นการประกาศอย่างเปิดเผยว่ามีวิดีโอคลิป 2 ชิ้นนี้เกิดขึ้น และเป็นการเรียกผู้ชมเข้าไปชมอย่างหนาแน่น ซึ่งทำให้มีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เสียหายมากขึ้นไปอีก หากผู้แถลงข่าวคิดว่าเนื้อหาในวิดีโอคลิป ทำให้พล.อ.เปรม เสียหาย

           ผมอยากจะบอกว่าการปิดกั้นการเข้าชมวิดีโอคลิป ใน youtube ไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดเลย เพราะในเมลล์ของผม ก็ได้รับเมลล์ วิดีโอคลิป ทั้ง 2 ชิ้นมาแล้ว แสดงว่า มีการส่งเมลล์กันต่อๆ ไปมากแล้ว แม้จะสกัดกั้นไม่ให้เข้าไปชมใน youtube ได้ แต่จะสกัดกั้นการส่งเมลล์ต่อๆ กันได้อย่างไร

           จากที่มีผู้รู้เรื่องไม่กี่คน รัฐบาล กลับมาขยายผลให้คนรู้กันไปทั่ว และอยากจะขวนขวายที่จะเข้าชมขึ้นมาเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน นี่คือ เจตนาดีแต่ประสงค์ร้ายต่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ของรัฐบาล โดยแท้

           ในฐานะคนไทยที่รักและห่วงใยประเทศไทย ไม่น้อยกว่าใครแผ่นดินนี้ ในฐานะคนไทยที่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ไม่น้อยกว่าใครในประเทศนี้ ในฐานะคนไทยที่ยกย่องเคารพตำแหน่งประธานองคมนตรี มากกว่าใครอีกหลายคนในประเทศนี้ ผมขอเสนอว่าทางแก้ของปัญหานี้ ก็คือ

           1. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ตอบคำถามแก่ประชาชนผู้สงสัยในพฤติกรรมของท่าน ให้ครบถ้วนทุกคำถาม อย่ามัวแต่นั่งอมพะนำอยู่แต่ในบ้าน เพราะหากท่านไม่ตอบให้ชัดแจ้ว ไม่นำหลักฐานเอกสาร พยานมายืนยัน มาพิสูจน์ แก้ข้อกล่าวหาทั้งหมด ทั้งมวล ข้อกล่าวหาทั้งหลายทั้งปวงนี้จะติดตัวท่านไปจนวันตาย และจะเป็นมลทินติดตัวท่าน ที่ทำให้ท่านไม่ได้รับความเชื่อถือจากผู้สงสัยในตัวท่าน ที่มีอยู่หลายล้านคนในวันนี้ จะเปิดแถลงข่าว หรือ ทำวิดีโอคลิปใส่ใน youtube ก็ได้

           2. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ลาออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี เพื่อยุติข้อกล่าวหาทั้งหมดทั้งมวล และเพื่อยับยั้งความเสียหายที่จะขยายตัวออกไปอีก และอาจจะกระทบถึงสถา บันพระมหากษัตริย์ ได้ในอนาคต

           ผมคิดออกเพียงเท่านี้จริงๆ แต่ผมไม่เชื่อว่าท่านจะทำข้อหนึ่งข้อใด หรือ ทั้ง 2 ข้อ เพราะผมเคยเสนอแบบนี้มานานแล้ว หลายครั้งแล้ว แต่ก็เงียบกริบ

           พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เลือกที่จะนั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางข้อกล่าวหา

           เมื่อท่านเลือกที่จะไม่พูด ไม่ชี้แจง

           ก็ไม่มีเหตุผลใดที่รัฐบาล หรือ ผู้อื่น จะต้องไปชี้แจงแทน

           หรือว่า รัฐบาล เห็น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีสถานะพิเศษเกินกว่าบุคคลธรรมดา หรือ สามัญชน ที่ดำรงตำแหน่ง เป็นประธานองคมนตร

           หรือว่า “ป๋าเปรม” เป็น…………………………. แล้วจริงๆ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: