ประชาชน คือ เจ้าของรัฐธรรมนูญ

 

อย่างที่บอกไว้แล้ว ว่าไม่เคยได้เขียนอะไรยาวๆ เป็นชิ้นเป็นอัน อย่างนักเขียนใหญ่ๆ หรือใครต่อใครเขา เขียนไปชิ้นที่ 1 มันก็เลยยืดยาว (เพราะจบไม่ลง) ซะจนผู้อ่านต้องเสียเวลาไปกับคอลัมน์ของผมอยู่หลายนาที ก็ต้องขอบคุณ แล้วก็ขอร้องให้อดทนอ่านกันต่อไป ผมจะมีอะไรดีดี มาฝาก ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป แย้มไว้เป็นหัวเชื้อไว้นิดหนึ่งก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ จะมีหลักฐานเด็ด เกี่ยวกับท่านวีรุบุรุษท่านหนึ่ง ซึ่งกำลังจะกลายเป็นโมฆะบุรุษ พูดได้ไงหว่า เป็นวีรบุรุษ คุยโตคุยเขื่อง เป็นนักรบ ตะลุยมาแล้วทุกสมรภูมิ แค่เจอนักข่าวรอสัมภาษณ์ยังหลบหน้า หนีหน้า ไม่กล้าสู้ นักข่าวมีแค่คำถามยิงเข้าใส่ ยังไม่กล้าเผชิญหน้า ไม่อยากนึกเลยว่าตอนที่อยู่ในสมรภูมิ เจอกระสุนจริงๆ จะมีอาการน่าสงสารขนาดไหน

กลับมาเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนวันนี้ดีกว่า….เรื่องรัฐธรรมนูญที่จะเอามาใช้กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ เรานี่ล่ะครับ ได้ยินข่าวทางวิทยุ ว่าบรรดาท่านผู้ทรงภูมิ แต่ไม่ทรงเกียรติ เพราะไปรับใช้คณะรัฐประหาร ทำตัวเป็นเครื่องมือผู้ปกครองเผด็จการ รับหน้าที่เขียนรัฐธรรมนูญ มาให้รอฉีกอีกครั้ง เอ๊ย….ให้ใช้ปกครองประชาชนไม่ให้โงหัวขึ้นมา ไปสุมหัวกันอยู่ที่โรงแรมหรูชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเขียนร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร ที่น่าเชื่อว่าจะเป็นประชาธิปไตยที่สุด ออกมาให้โชว์โฉมในเร็ววันนี้ แล้วก็เลยรู้สึกเสียดายเงินภาษี ที่พวกท่านทั้งหลายเอาไปถลุงเล่น ทำไมต้องไปเขียนรัฐธรรมนูญกันในโรงแรมหรูริมชายหาดชะอำ มันต้องอาศัยบรรยากาศไอแดดและกลิ่นไอทะเล หรือมันต้องไปนั่งชมตะวันขึ้นตอนเช้าดั่งลูกไฟสีแดงเพลิงโผล่จากท้องทะเล หรือ นั่งรอดูตะวันชิงพลบยามเย็นที่ยอดเขาตะนาวศรี กระนั้นหรือ จึงจะมีอารมณ์เขียนรัฐธรรมนูญได้

ทำไมท่านไม่ไปนั่งดูปัญหาชาวบ้านที่อีสานผจญกับภัยแล้งแทบเอาชีวิตไม่รอด ทำไมท่านไม่ไปใช้ชีวิต ไปคลุกอยู่กับชาวบ้านที่ถูกรุมด้วยมลพิษในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ทำไมท่านไม่ไปสัมผัสปัญหาเกษตรกรคนยากจน ผู้คนในสลัม ไม่ต้องไปไกลถึงไร่นาที่แห้งแล้งไกลกันดารหรอก แค่หน้าทำเนียบรัฐบาลก็มีมาให้สัมภาษณ์ สัมผัสกันทุกวัน ทำไมท่านไม่ไปพูดคุยกับคนงานที่อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม คนงานไทยในต่างประเทศ ทำไมท่านไม่ไปดูใจพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อยู่อย่างขวัญผวาท่ามกลางคาวเลือด และควันปืน แล้วก็ยังมีประชาชนอีกมากมายหลายกลุ่มที่มีปัญหาแตกต่างกันไป กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่เขตประเทศไทย ที่เขาก็อยากจะรู้ว่ารัฐธรรมนูญใหม่ที่พวกท่านกำลังร่างกันอยู่ มันแก้ไขปัญหาอะไรให้เขาได้บ้าง และเขามีที่ยืนในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ด้วยหรือไม่ แค่ไหน อย่างไร ท่านเคยไปถามเขาไหมว่าอยากได้รัฐธรรมนูญแบบไหนที่ทำให้ชีวิตพวกเขา อยู่ดีมีสุข กินอิ่มนอนหลับ ไม่มีหนี้สิน เจ็บป่วยได้รับการรักษาที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน **งไกลมลพิษ ผมถามจริงๆ เถอะครับ ขณะที่ท่านเขียนรัฐธรรมนูญกันนั้น หัวใจของท่านมีประชาชนเหล่านี้อยู่หรือไม่ ท่านนึกถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนแค่ไหน หรือเพียงแต่เขียนให้คมช. คณะรัฐประหารที่แต่งตั้งท่านมาพึงพอใจ ก็ใช้ได้แล้ว ผมถามจริงๆ เถอะครับ หลักการและเหตุผล แนวคิด แนวทาง ต่างๆ ที่ท่านใช้เขียนรัฐธรรม นูญฉบับนี้ ท่านยึดชาวบ้าน พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญ หรือยึดความต้องการของคมช. เป็นหัวใจ กันแน่ ลองถามหัวใจของท่านดู (ที่จริงอยากจะเขียนว่าลองถามอุดมการณ์ของท่านดู แต่เห็นว่าเมื่อไปรับใช้คณะรัฐประหารแล้ว อุดมการณ์ก็ไม่อยากจะถามถึงแล้ว) ว่าประเด็นสำคัญที่สุด หรือหัวใจสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญที่อยู่ในกำมือของพวกท่านหรือที่ท่านกำลังบรรจงเสกขึ้นมานั้น คืออะไรกันแน่ ระหว่าง

1. การแก้ปัญหาให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ได้หายทุกข์ ได้หายจน ได้มีสิทธิ ได้มีเสียง ได้มีส่วนใช้การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยอย่างเท่าเทียมกัน ได้มีส่วนร่วมกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ อย่างเสมอหน้ากัน กับ

2. การหาช่องทางให้คณะบุคคลใดคณะบุคคลหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ข้าราชการ นักการเมือง มีความได้เปรียบในการเข้าสู่อำนาจ และเถลิงอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตย ยุคหลังรัฐประหาร

และ 3. การหาช่องทางในการสกัดกั้นคณะบุคคลใดคณะบุคคลหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะยากดีมีจนก็ตาม ให้หลุดออกไปจากโอกาสที่จะได้เข้าสู่อำนาจรัฐ และมีสภาพเป็นผู้ด้อยสิทธิในการปกครองระบอบประชาธิปไตย เหมือนที่ทำกันมาแล้ว ในเรื่องบทบัญญัติที่ว่า ส.ส.ต้องจบปริญญาตรีเท่านั้น หรือ คำกล่าวที่ว่าประชาชนในชนบท ไร้การศึกษา ถูกหลอกง่าย ขายเสียง ไม่รู้จักประชาธิปไตย เสียงของประชาชนในชนบท มีคุณค่าด้อยกว่าเสียงของประชาชนในเมืองหลวง ท่านกำลังคิด กำลังเขียนเรื่องใดกันแน่ ให้เป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่กำลังเป็นความ หวังของประชาชนทั้งประเทศ ขอฝากไว้นิดเดียวก่อนจบ

อยากให้ท่านทั้งหลายพึงระลึกไว้อยู่ตลอดเวลาว่า รัฐธรรมนูญที่ท่านกำลังร่างอยู่นั้น ประชาชนทั่วประเทศ คือ เจ้าของ เพราะเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเบี้ยประชุม ค่าเบี้ยขยัน ค่าอาหาร ค่ากาแฟ ค่ารถ ค่าห้องนอนโรงแรมหรูริมทะเล ที่ท่านกำลังถลุงกันสบายมืออยู่นั้น เป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ไม่ใช่เงินส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งใน คมช. เพราะฉั้น คนแรกที่ท่านต้องคิดถึง ก็คือ ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่ คมช. โดยองค์คณะ หรือตัวบุคคล ถึงแม้ว่าเขาจะตั้งท่านมาก็ตามที เพราะฉะนั้นหากผลการลงประชามติ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เอา ไม่ยอมรับรัฐธรรม นูญที่ท่านเขียนกันที่ริมทะเลชะอำ เพราะท่านมัวแต่เขียนเอาอกเอาใจ คมช. ไม่สนใจประชาชนผู้เป็น เจ้าของรัฐธรรมนูญตัวจริง ท่านก็ลองคิดดูว่าท่านควรจะลงโทษตัวเองอย่างไร ที่ทำงานแล้ว เจ้าของงานเขาไม่ยอมรับ จะชดใช้ หรือ จ่ายชดเชยเงินที่ใช้ไปทั้งหมด คืนให้แก่เจ้าของงานหรือไม่ แก่ๆ กันแล้ว เป็นเจ้าคนนายคนกันมาแล้ว เป็นครูบาอาจารย์กันมาแล้ว คำถามง่ายๆ แค่นี้น่าจะตอบได้นะครับ แต่ถ้าท่านยังหลงผิด คิดว่า คมช.คือเจ้าของรัฐธรรมนูญ เป็นผู้บังคับบัญชาที่ท่านต้องตอบสนอง ด้วยงาน หรือรัฐธรรมนูญที่ คมช. พึงพอใจ ประเทศชาติและประชาชนก็วังเวงครับ ประดาบ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: