“บังสนธิ” คนบาปแห่งกองทัพไทย

         กรณีข้าราชการคนหนึ่งเสนอเงินให้ 40 ล้านบาท เพื่อขอตำแหน่งอธิบดี ที่พูดมาตั้งแต่วันแรกๆ ของการถือครองอำนาจปกครองแผ่นดิน ในฐานะประธานคปค. นับเนื่องจนถึงวันนี้ก็ล่วงเลยมา 10 เดือนแล้ว นายพลสนธิ บุญยรัตกลิน ยังไม่ได้ทำให้ประชาชน ได้รับความกระจ่างชัด  ประชาชนคนธรรมดาที่เงี่ยหูคอยฟังชื่อข้าราชการคนนั้น   จนวันนี้ก็ยังไม่ได้ยิน

         ที่สำคัญคือ ในฐานะประธานคปค. ผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศไทย ในแผ่นดินขณะนี้ และประกาศแนวทางการกำจัดคนชั่ว ต่อต้านคอรัปชั่น  ไม่ซื้อขายตำแหน่ง  นายพลสนธิ  ยังไม่ได้ทำอะไรกับข้าราชการคนนั้น ที่บังอาจมาเสนอสินบนให้แก่ประธานคปค.

         มี 2 ประเด็นที่ต้องคืดต่อเกี่ยวกับกรณีการเสนอซื้อตำแหน่งอธิบดี 40 ล้านบาท ก็คือ

         1. นายพลสนธิ บุญยรัตกลิน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ดำเนินคดีกับข้าราชการที่เสนอให้สินบนแก่ตนเอง ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายอาญา

         2. นายพลสนธิ บุญยรัตกลิน โกหกพกลม ปั้นเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะใช้เป็นเหตุยกหางตัวเองว่าเป็นผู้มีคุณธรรม ไม่เห็นแก่เงิน ยึดถือความถูกต้องเป็นสำคัญ

          หากเป็นประเด็นแรก ก็ต้องบอกว่านายพลสนธิ ไม่ใช่ข้าราชการที่ดี เห็นการเสนอสินบนซื้อขายตำแหน่งข้าราชการระดับสูง เป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญในวงราชการ จึงปล่อยให้คนผิดลอยนวล ทั้งๆ ที่มีอำนาจสูงสุดต้องดำเนินการ แต่กลับไม่ดำเนินการ ถือเป็นต้นแบบที่เลวแก่ข้าราชการทั่วไป ถือได้ว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา157

         หากเป็นประเด็นที่สอง  ก็ยิ่งเลวร้ายกันไปใหญ่ คือแสดงให้เห็นว่านายพลสนธิ เป็นข้าราช การที่ไม่มีคุณธรรม ยกตนข่มท่าน และนำเสนอความเท็จต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นคนดีมีคุณธรรม ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เป็นคนที่ไม่มีคุณธรรม และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

         กรณีสินบน 40 ล้านบาท ซื้อตำแหน่งอธิบดี ยังหาคำตอบมามอบให้แก่ประชาชนไม่ได้ นายพลสนธิ ก็กุเรื่องให้ร้ายคนอื่น เพื่อยกหางตัวเองข้นมาอีกแล้ว

         ระหว่างการตรวจตลาดบางลำภู ทำท่าทำทางดูราวกับพระยาน้อยชมตลาด นายพลสนธิ ก็ให้สัมภาษณ์นักข่าว ถึงกรณีที่มีผู้ปล่อยข่าวว่านายกฯทักษิณ ชินวัตร เสนอเงินให้ 2,000 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติการดำเนินคดีทั้งหมดว่า ไม่เป็นความจริง  ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจว่าคนปล่อยข่าวมีเจตนาอย่างไร  ถ้าจะให้ควรไปให้คนอื่นมากกว่า

         ไม่จริง ก็แค่ตอบว่าไม่จริง ก็จบกัน เหตุใดจึงต้องอธิบายขยายความ แขวะคนนั้น เหน็บคนนี้ เพื่อที่ยกหางตัวเองเช่นนี้ล่ะครับท่านนายพล

         เรื่องแบบนี้ ถ้าเป็นจริง คนเสนอสินบน เขาไม่ออกมาปล่อยข่าว ให้ข่าวหรอกครับ

         คนที่ปล่อยข่าวเรื่องนี้ ก็คือคนที่จะอาศัยข่าวนี้ หาประโยชน์ เอาดีใส่ตัว ชั่วให้คนอื่น นั่นล่ะครับ

         กรณีสินบน 2,000 ล้านบาทเพื่อยุติคดีทั้งหมด  กับ กรณีสินบน 40 ล้านบาทซื้อตำแหน่งอธิบดี  ไม่ได้แตกต่างกันเลย ผู้ได้ประโยชน์จากข่าวนี้มีคนเดียวคือ  นายพลสนธิ บุญยรัตกลิน นั่น เอง

         อยู่ดีๆ ก็มีรายงานข่าวไปปรากฎบนหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ใกล้จะเป็น “สารคมช.” ไปทุกทีแล้ว ว่า มีความพยายามจะต่อสายถึงนายพลสนธิ เพื่อเสนอเงิน 2,000 ล้านบาท แล้วนักข่าวก็เอารายงานข่าวชิ้นนี้ ไปยัดใส่ปากให้ท่านนายพลตอบ เพื่อที่จะได้ป้องกันข้อครหาว่าเป็นคนปล่อยข่างเอง เหมือนกรณีสินบน 40 ล้านบาท ที่ถูกใช้เป็นบทเรียนในครั้งแรก

         เมื่อมีนักข่าวชงให้ นายพลสนธิ ก็ตอบทันที ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่จริง แต่ถ้ามี ก็คงเอาไปให้คนอื่นมั้ง

         ลีลาแบบนี้ นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ต้นตำรับ “ดีใส่ตัว ชั่วให้คนอื่น” ยังต้องอาย และยกนิ้วให้ท่านนายพล คุณสมบัติข้อนี้ข้อเดียว ก็เอาชนะพรรคประชาธิปัตย์ ได้แล้ว

         ข่าวชิ้นนี้ออกมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คือผู้เสียหาย ทั้งๆ ที่นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น แต่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม อีกประเด็นหนึ่ง

         ใครจะไปจ่ายให้ท่านนายพล 2,000 ล้านบาท วันนี้เงินระดับพันล้านบาท พูดไปท่านไม่ได้ยินแล้ว ก็ท่านคือผู้มี อำนาจสูงสุดในประเทศ

         เงินเพียงแค่นี้ อยากได้ก็แค่เสนอตั้งงบราชการลับ แล้วค่อยวนไปรับงบราชการลับอีกทอดหนึ่ง ไม่ต้องตกเป็นขี้ปากใครด้วย

         อีกอย่าง นายกฯทักษิณ ก็ประกาศชัดอยู่แล้วว่าท่านพร้อมจะต่อสู้ตามแนวทางกระบวนการยุติธรรมแล้วเรื่องอะไร จะต้องไปจ่ายเงิน 2,000 ล้านบาทให้กับนายพลสนธิ นายทหารใหญ่ใจกบฎ ที่เชื่อถือไม่ได้ พูดคำไหน ทำตรงข้ามทั้งหมด

         กับคนใจคด เช่น นายพลสนธิ บุญยรัตกลิน

         กับคนหักหลังคน เช่น ผู้บัญชาการทหารบก คนนี้

         กับคนไม่รู้จักคุณคน  เช่น ประธานคมช. คนนี้

         กับคนที่ไม่ถือคำสัตย์ เช่น นายทหารคนนี้

         ใครจะกล้าพูดคุยเรื่องเงินๆ ทองๆ ยิ่งก้อนใหญ่ระดับ 2,000 ล้านบาท ขนาดนี้ ไม่มีใครไว้ใจหรอกครับ เพราะความเชื่อถือในตัวท่านนายพลสนธิ มีมูลค่าไม่น่าจะเกิน 2 บาทขาดตัว

         แต่ไม่ต้องตกอกตกใจกระไรนัก กับคำพูดของนายพลสนธิ บุญยรัตกลิน ไม่มีเขาเชื่อถือมากนัก  ถ้าจะเกิดความเสียหาย ก็เกิดไม่มากนักเช่นเดียวกัน และหากเกิดเฉพาะกับคนที่ลุ่มหลงหัวปักหัวปำกับน้ำคำของนายพลคนนี้ ก็ปล่อยไปเถอะครับ

         ก็ลองมาดูประวัติคำพูดของนายพลสนธิ ย้อนหลังไปสักเล็กน้อย ก็จะทำใจได้ว่าเหตุใด จึงไม่ต้องไปสนใจ

         1.     การก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น

         2.     การก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีท่อน้ำเลี้ยงเดียวกับผู้ชุมนุมที่สนามหลวง

         3.     ทหารจะไม่ปฏิวัติ 

         4.     ทหารปฏิวัติตามที่ประชาชนเรียกร้อง

         5.     มีผู้เสนอเงิน 40 ล้านบาท แลกกับตำแหน่งอธิบดี

         นี่เท่าที่พอจะนึกออกในเวลาอันจำกัด จับอาการได้ว่าเป็นการพูดไปเรื่อยๆ พูดไปแบบไม่มีข้อมูล ไม่มีพยานหลักฐานมายืนยันคำพูด แม้แต่เรื่องเดียว สักแต่ว่ามีปากก็พูดไป พูดให้ร้ายผู้อื่น พูดให้บ้านเมืองแตกแยก  สร้างความร้าวฉานแก่คนในชาติ 

         พูดเอาดีใส่ตัว ชั่วให้คนอื่น คือ เอกลักษณ์ของนายพลคนนี้

         ลีลาแบบนี้ ที่ต้องเกรงขามที่สุด ก็น่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะถูกแย่งตำแหน่ง จอมตอแหลแห่งยุคสมัย ที่เคยครองแชมป์ ถ้วยรางวัล “ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ” ไปจากมือได้ง่ายๆ

         ยิ่งเห็นลีลาการเดินตลาดอตก. และตลาดบางลำภู ของท่านนายพลสนธิ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต้องบอกว่า นี่คือลีลาของนักการเมืองแท้ๆ เดินจีบแม่ค้า พ่อค้าทั้งตลาด วาดลวดลายขอคะแนน วางแผนควบแน่นการเมืองบวกการทหาร สองแรงบวกดันขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ปลายปีนี้

         คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ใครหนอช่างบอกให้ท่านนายพลสนธิ ไปเดินเก็บคะแนนจากพ่อค้าแม่ค้าตลาดบางลำภู ไม่รู้เหรือว่าไปผิดที่ อยู่ผิดทาง

         ที่ท่านที่ควรจะอยู่ ควรจะไปดูใจประชาชน ของท่านนายพล นั้น อยู่ที่ตลาด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ตลาดบางลำภู

         หรือว่าท่านนายพลมองข้ามช็อตไปแล้ว 

         ใครอยู่ใกล้ ก็ช่วยสะกิดให้ตื่นกันหน่อย…

         วันนี้ ท่านเป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานคมช. มีหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ  ปราบโจรก่อการร้าย ไม่ใช่ไปเดินวาดลวดลายนักการเมืองชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีกับคนอื่นเขา

         หรือนึกว่า ถึงฝั่งฝัน ดันตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วกระมัง

         อพิโธ่ อพิถัง …. บังสนธิ ตักน้ำใส่กระโหลก ชะโงกดูเงา อีกสักที

         เงาหัวไม่มีแล้ว ตำแหน่งนักโทษกบฎ ทรยศแผ่นดิน รออยู่เบื้องหน้า ยังไม่รู้ตัว

         คิดจะคั่วเก้าอี้นายกรัฐมนตรี อีกตะหาก

         ปากกับใจไม่ตรงกันแบบนี้ ไม่มีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรี รู้ไว้ซะด้วย

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: