บรรลัย ศิลปะอาชา

        

อย่าได้แปลกใจกระไรเลยกับข่าวลับฉบับ บรรลัย ศิลปะอาชา ที่บอกว่า ผู้ชุมนุมเรียก ร้องประชาธิปไตย เป็นม็อบรับจ้าง  อ้างว่ามีนายทุนกระเป๋าหนักควักจ่ายหัวละ 500 บาท

บรรลัย ศิลปะอาชา ให้ปากคำเพิ่มเติมว่ามีพยานบุคคลที่เปิดเผยชื่อไม่ได้ เกรงจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต  คือ คนขับรถของเพื่อน แฉข้อมูลทีเด็ดว่าไปรับมาแล้ว 2 วัน 1,000 บาท นั่งฟังแค่วันละ 2 ชั่วโมง 

จากนั้น บรรลัย ศิลปะอาชา ก็ตบท้ายปิดการแถลงข่าวว่า ก็อยากจะขอร้องทุกคนอย่าไปร่วมชุมนุมเลย บ้านเมืองจะไม่สงบสุข ไม่เรียบร้อย อ้อยกำลังจะเข้าปากช้างอยู่แล้ว ต่อให้คนเต็มสนามหลวง ล้นมาราชดำเนิน เดินมาปิดกองทัพบก ก็มีแรงไม่พอง้างปากช้าง เอาอ้อยมาได้หรอก

“เชื่อ เหลือบการเมือง อย่างผมเต๊อะ” บรรลัย ศิลปะอาชา ย้ำหนักแน่น ก่อนตวัดลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก 3 ครั้งติดๆ กัน

เหตุที่ไม่ต้องแปลกใจกับข่าวลับฉบับบรรลัย ศิลปะอาชา ก็เพราะว่า บรรลัย ศิลปะอาชา คนนี้ ไม่เคยรู้จักคำว่าต่อสู้ มาก่อน ทั้งชีวิตและจิตใจ มีแต่คำว่า ต่อรอง 

ต่อสู้ กันไปทำไม มีอะไรก็มาเจรจากันดีกว่า เลือดตกยางออก เหงื่อแตก คอแห้ง ไม่ใช่วิถีเหลือบการเมืองอย่างพี่ 

ต่อรอง กันเถิดน้องพี่ มีอะไรก็มาแบ่งปันกันดีกว่า ลื้อห้าสิบ อั๊วห้าสิบ ประชาชนที่ยืนมองตาปริบๆ น่ะเหรอ เอาไว้รอบหน้าก็แล้วกัน

เหตุที่ไม่ต้องแปลกใจกับอาการท่าทีของบรรลัย ศิลปะอาชา ที่เชื่อถือ การต่อรองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง มากกว่าการต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตย ก็เพราะว่า…

ต่อรอง ซื้อขายตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาดไท บรรลัย ศิลปะอาชา ก็เคยแสดงฝีมือมาแล้ว ยื่นคำขาดกลางที่ประชุมพรรค นายกฯเปรม (คนเดียวกับพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ หรือเปล่า บรรลัย ไม่ยืนยัน) แจ้งมาว่าหากพรรคชาดไท จะร่วมรัฐบาลของนายกฯเปรม ต้องเปลี่ยนหัวหน้าพรรค เอา พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร ออกจากหัวหน้าพรรค แล้ว ให้พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ ขึ้นแทน

ด้วยความอกตัญญูที่มีอยู่เต็มหัวใจ บรรลัย ศิลปะอาชา ถามลูกพรรคต่อหน้า พล.ต.ประ มาณ  อดิเรกสาร หัวหน้าพรรค  ทุกคนจะยอมอดอยากปากแห้งอยู่กับหัวหน้าคนเดิม หรือ ยอมเปลี่ยนหัวหน้าพรรค แล้วได้เป็นรัฐบาล  ยังไม่ทันมีคำตอบจากลูกพรรคที่กำลังตะลึงกับเกมรุกฆาตหัวหน้าพรรค  บรรลัย ศิลปะอาชา  ก็เปิดราคาต่อรองทันที

“ผมจ่ายทันที 30 ล้านบาท เซ็นเช็คสดๆ เดี๋ยวนี้ ถ้าเปลี่ยนหัวหน้าพรรค”

ด้วยศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร ยอมลาออก แลกกับเช็คเงินสด 30 ล้านบาท  แต่ไม่ได้นำกลับบ้าน สั่งการให้นำเช็คฉบับนั้น เข้าบัญชีพรรคชาดไท 

เชื่อหรือไม่ เช็คเด้งครับ พี่น้อง  พล.ต.ประมาณ อิดเรกสาร เขียนบันทึกเรื่องนี้ไว้ในหนังสือประวัติชีวิตตัว เอง ไม่รู้ว่าต้องการให้เป็นเรื่องครื้นเครงเฮฮา หรือ เรื่องแฉพฤติกรรมคน ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง

บรรลัย ศิลปะอาชา แก้ตัวทันควัน เช็คฉบับนั้น มูลค่า 20 ล้านบาท ไม่ใช่เช็คเด้ง แต่ พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร ให้คนนำมาคืนให้ ไม่ได้ไปขึ้นเงิน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าคืนมาทำไม

ขนาดตำแหน่งหัวหน้าพรรค ยังต่อรองซื้อขาย เพื่อเอาใจนายกฯเปรม มาแล้ว เรื่องอะไรอีกที่คิดว่า บรรลัย ศิลปะอาชา จะไม่กล้าทำ

เมื่อปี 2534 มีรัฐประหาร โดยรสช. จำเลยหมายเลขหนึ่ง ไม่ใช่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี หากแต่เป็น บรรลัย ศิลปะอาชา ในฐานะ “Buffet Cabinet Manager” เป็นนักการเมืองหมายเลขหนึ่งที่ถูกอายัดทรัพย์ และตรวจสอบทรัพย์สิน แต่ด้วยฝีมือการต่อรองชั้นเซียน บรรลัย ศิลปะอาชา หลุดพ้นกับดักตรวจสอบทรัพย์สิน ของรสช. มาได้อย่างเหลือเชื่อ

ไม่เพียงเท่านั้น หลังจาก รสช. จัดเลือกตั้ง บรรลัย ศิลปะอาชา ก็นำพรรคชาดไท เข้าร่วมเป็นรัฐบาล กับ รสช. ได้อย่างไม่มีอาการขัดเขิน  จนประชาชนทั้งประเทศ ต้องเมินหน้าหนีไม่กล้ามองฉากที่อุบาทว์ตาที่สุดฉากหนึ่งของการเมืองไทย

รสช. ยึดอำนาจจากรัฐบาลพรรคชาดไท  ตรวจสอบทรัพย์สิน หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค คว้าน้ำเหลว สลึงเดียวก็ยึดไม่ได้ เลือกตั้งเสร็จ พรรคชาดไท ก็ได้เป็นรัฐบาล โดยมี รองหัวหน้ารสช. เป็นนายกรัฐมนตรี

นี่คือ ฝีมือของนักต่อรอง ระดับ บรรลัย ศิลปะอาชา ที่กล้าทำในสิ่งที่คุณแม้แต่คิดยังไม่กล้า

เมื่อปี 2540 บรรลัย ศิลปะอาชา ที่เพิ่งตกเก้าอี้หมายเลขหนึ่ง เป็นอดีตนายกฯหมาดๆ ก็สำแดงพฤติกรรมที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศ ต้องประหลาดใจ และคิดไม่ถึงอีกครั้ง ด้วยการเข้าร่วมรัฐบาล กับพรรคประชาธิปัตย์  ทั้งๆ ที่เพิ่งถูกพรรคประชาธิปัตย์ ฟัดกลางสภาฯ ราวกับหมาบ้า คว้าเอกสารปลอม มาด่าพ่อล่อแม่ ขุดโคตรเหง้า มาชำแหละกลางสภาฯ ต่อหน้าประชาชนที่ชมการถ่ายทอดสด

ทั้ง เตี่ย และ แม่ ที่ตายไปแล้ว นอนนิ่งอยู่ในฮวงซุ้ย ยังถูกถลุงเสียศพกระจุย  ญาติพี่น้องร่วมสกุล  ถูกกระชากมาร่วมวงสงครามน้ำลาย ทำลายล้างกันทั้งตระกูล จนถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมือง ว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่รุนแรง ร้ายแรงที่สุด เป็นเกมการ เมืองที่สกปรกที่สุด นับตั้งแต่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย และระบบรัฐสภา เกิดขึ้นในประเทศไทย

ประชาชนทั้งประเทศ สุดแสนจะสงสารเห็นใจ บรรลัย ศิลปะอาชา ที่ถูกถล่มราวกับจะฆ่าล้างโคตร ทั้งพ่อทั้งลูกกอดกันร้องไห้ เพราะนึกไม่ถึงว่าจะเจอกับหมาบ้าทั้งฝูงรุมขย้ำแบบนั้น

ภาพการเมืองที่เลวทรามและโหดร้าย ที่พรรคประชาธิปัตย์ กระทำต่อบรรลัย ศิลปะอา ชา ยังคงติดตาประชาชนมาถึงทุกวันนี้ และไม่มีใครคิดว่า บรรลัย ศิลปะอาชา กับ ประชาธิปัตย์ จะเดินร่วมทางเดียวกันได้อีกต่อไป

แต่อะไรที่ใครไม่กล้าคิด  บรรลัย ศิลปะอาชา องอาจและหาญกล้าเสมอที่จะทำมัน

เพียงแค่ไม่ถึง 1 ปีที่ถูกขุดโคตรมาด่ากลางสภาฯ บรรลัย ศิลปะอาชา ก็ทำให้คนทั้งประเทศ ตกตะลึง ด้วยการกระโดดขึ้นเตียงไปนอนรอให้ นายชวน หลีกภัย มาผสมพันธุ์ จัดตั้งเป็นรัฐบาลผสม ที่สร้างความอัปยศอดสูครั้งหนึ่งให้แก่การเมืองไทย

บรรลัย ศิลปะอาชา กับ ประชาธิปัตย์ จับคู่ผสมพันธุ์กัน แบ่งปันอำนาจไปทำมาหากิน โดยไม่ได้ยินเสียงครางฮือของประชาชน ที่ประหลาดใจว่า บรรลัย ศิลปะอาชา ลืมไปหมดสิ้นแล้วหรือไร กับความเจ็บปวดที่ถูกขุดโคตรมาด่าประจานต่อหน้าประชาชน

บรรลัย ศิลปะอาชา ตอบคำเดียวสั้นๆ ว่า

“เรื่องของชาติบ้านเมือง สำคัญกว่าวงศ์ตระกูล”

ฟังดูดีมีความหมาย แต่ ให้ตายเถอะ ไม่เชื่อว่ะ

“เรื่องของอำนาจ ที่จะบันดาลมาซึ่งเงินตรา สำคัญกว่าพ่อแม่ ที่ตายไปแล้ว”

ฟังดูไม่ดี แต่ให้ตายเถอะ เชื่อสนิทล่ะ

 ฉากการเมืองทุเรศลูกตาประชาชน จึงปรากฎให้ได้เห็น เมื่อ ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ผู้ใช้หลักฐานเท็จ อภิปรายขุดโคตร พ่อ แม่ พี่น้อง บรรลัย ศิลปะอาชา มาด่าประจาน กับ หนูนา ลูกสาวของบรรลัย ศิลปะอาชา สามารถนั่งประชุมคณะรัฐมนตรี ทำงานด้วยกันได้แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อกันยิ่งนัก

บรรลัย ศิลปะอาชา กับ บรรพบุรุษตระกูลศิลปะอาชา เห็นแล้วคงปลาบปลื้มใจน่าดูชมเชียวล่ะ แต่ประชาชนคนทั่วไป เห็นแล้ว จะอ้วกแตก  รับไม่ไหวจริงๆ

ศพพ่อแม่ ที่ถูกขุดขึ้นมากระซวกทำร้ายฆ่าตายอีกรอบ ยังฝังใหม่ไม่เสร็จดี ลูกชายคนเก่ง ก็ไปจูบปาก ผสมพันธุ์กับไอ้ฆาตกรสังหารศพพ่อแม่ แล้ว 

ลืมหมดกับความเจ็บปวดที่วิญญาณพ่อแม่ได้รับ เพราะกลัวอดอยากปากแห้ง

          นี่คือ ตัวตนอีกมุมหนึ่งของ บรรลัย ศิลปะอาชา นักต่อรอง ที่พร้อมรับการต่อรองจากทุกคน ไม่ว่าศัตรูคนใด

          เมื่อปี 2547 บรรลัย ศิลปะอาชา คว้านักธุรกิจค้ามนุษย์ ทำธุรกิจสถานบริการอาบอบนวด ระดับเจ้าพ่อมาเฟียของวงการคนกลางคืน เข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรค เพราะหวังคะแนนเสียงจากคนกรุงเทพฯ ที่กำลังหลงใหลมนต์เสน่ห์กับนักธุรกิจค้ามนุษย์ ตนนี้  จึงต้องแลกกับคำประกาศ และคำแถลงต่อประชาชน ทั้งของตน และของลูกสาว ที่โอ้อวดเป็นนักการเมืองน้ำดี ต่อต้านการละเมิดสิทธิเด็ก และ สตรี  ไม่คบค้ากับผู้มีพฤติกรรมหรือทำธุรกิจค้าประเวณี โสภณีเด็ก

          ทุกวันนี้ ในอ้อมแขนและอ้อมใจของ บรรลัย ศิลปะอาชา จึงมีทั้ง น้างฟ้าประเวณี นักต่อต้านธุรกิจค้ามนุษย์ ส่งเสริมสิทธิเด็กและสตรี  นักธุรกิจเจ้าของสถานบริการอาบอบนวด และ นักบุญหญิง ที่ต่อต้านการค้าผู้หญิงและเด็ก 

ทั้ง น้ำดี น้ำเน่า และน้ำกาม อยู่รวมกันได้ ทำงานร่วมกันได้ ในบ้านหลังเดียวกัน  ทำให้พรรคชาดไท เป็นพรรคการเมืองเดียวที่มี 3 น้ำ เหนือกว่า พรรคการเมืองอื่น ที่ทำได้อย่างมากก็แค่ 2 น้ำ คือ น้ำดี กับ น้ำเน่า แต่พรรคชาดไท มีน้ำกาม เพิ่มมาอีก 1 น้ำ    

          ทำได้แบบนี้ ไม่อาจเรียกว่าโชคช่วย แต่เป็นฝีมือล้วนๆ ของบรรลัย ศิลปะอาชา ที่ไม่มีใครกล้าทำและกล้าคิด

          เมื่อปี 2549 เกิดรัฐประหาร โดยคปค. ที่ต่อมาแปลงกายเป็น คมช. ยึดอำนาจปกครองแผ่นดิน บรรลัย ศิลปะอาชา ที่กำลังจะกลายเป็นนักการเมืองหมดน้ำยา  กระดี๊กระด๊าขึ้นมาเป็นปลาไหลได้น้ำทันที

          บรรลัย ศิลปะอาชา ประกาศเป็นมิตรที่ดีกับ คณะรัฐประหาร แบบไม่ต้องรอให้ถาม ตามด้วยส่งลูกสาวคนเก่ง เป็นบรรณาการแก่คณะรัฐประหาร ฝากไว้เป็นตัวประกันในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยไม่ยอมเสียเวลาสับสนกับตัวเอง ว่าเป็นนักการเมืองสายพันธุ์ใดกันแน่ ระหว่างประชาธิป  ไตยพันธุ์ทาง กับ เผด็จการพันธุ์แท้

          นับแต่ส่งลูกสาวเป็นบรรณาการแก่คณะรัฐประหารแล้ว บรรลัย ศิลปะอาชา ก็ปฏิบัติหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง  เป็นโฆษก  เป็นครู  เป็นสบู่ชำระล้างคราบสกปรก  เป็นนกสองหัวของระบอบประชาธิป ไตย อย่างเข้มแข็งและเข้มข้นยิ่ง

          นักสังเกตการณ์รัฐประหารบางคน ตั้งข้อสังเกตว่ารถถังที่มาจอดรอบทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันยึดอำนาจ นั้น ขากลับ ล้อรถถังทำท่าว่าจะฝืด วิ่งไม่ออก ทหารที่มาเช็คสภาพรถถังบอกว่า เป็นเพราะถูกน้ำลายชายร่างเตี้ยเลียทุกวัน จนสนิมจับ ถ้าจอดนานกว่านี้อีกไม่กี่วัน สงสัยจะสนิมเกรอะทั้งคัน

          บรรลัย ศิลปะอาชา ลืมหมดสิ้นกับความเจ็บปวดที่เคยได้รับจากรสช. ลืมหมดว่าเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ลืมหมดว่าวันหนึ่ง การจะเป็นนายกฯรอบ 2 ตามฝันลมๆ แล้งๆ นั้น ต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน ไม่ใช่คณะรัฐประหาร  กลับทำตัวเป็นพี่ใหญ่ของคณะรัฐประหาร สอนสั่งราวกับเป็นครูบาอาจารย์ทางการเมืองของคณะรัฐประหาร

          เพียงแค่คณะรัฐประหาร ยื่นข้อเสนอ จะสนับสนุนเป็นนายกฯ อีกรอบ คนแก่ที่เดินรอบบ้านยังหอบ ก็เลยฟิตซ้อม วิ่งเหยาะๆ ทุกเย็น  ลับฝีปากทุกเช้า  เคล้าแข้งเคล้าขาคณะรัฐประหาร ทุกวัน เพาะคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ฝันสุดท้ายของชายชรา จะเป็นจริงอีกครั้งก่อนดินกลบหน้า

          ภายใต้การปกครองของเผด็จการทหาร ประชาชนทั่วบ้านทั่วเมืองเดือดร้อนย่ำแย่ แต่ บรรลัย ศิลปะอาชา และ ลูกพรรคชาดไท ยิ้มแย้มสรวลเสเฮฮากันทุกวัน ราวกับได้อยู่ในโลกใบปรารถนาที่รอมาชั่วชีวิต

          กระทั่ง น้ำใจที่จะมีให้แก่นักการเมืองด้วยกัน ยังแร้นแค้น แห้งเหือด แต่กลับมีมากมายจนรินหลังให้ไม่หวาดไหวแก่ผู้เผด็จการ

          นี่ล่ะ บรรลัย ศิลปะอาชา

          มีอีกมากมายหลายเรื่องราว ที่น่าจะสืบสาวออกให้เห็นว่าไส้ในของบรรลัย ศิลปะอาชา เป็นอย่างไร 

แต่เขียนไปก็ใกล้อ้วกเต็มที  คิดถึงใจของท่านผู้อ่าน อ่านถึงตรงนี้ คงพะอืดพะอมขมปากไม่น้อย กลัวจะอ้วกแตกก่อนอ่านครบพฤติกรรมที่ยากแก่การยอมรับของประชาชนและนักต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตย

          จึงขอจบเพียงแค่นี้ก่อน แต่ถ้ามีเสียงตอบรับดี ก็อาจจะมีภาค 2

          32 ปี ในวงการเมืองของ บรรลัย ศิลปะอาชา  มีอะไรอีกมากที่คุณคิดไม่ถึง หรือคิดถึง แต่ไม่รู้จริงหรือเท็จ

          อ๊ะๆ  อย่าเชียวนะ อย่ามาหลอกถามเรื่องน้องแบม

            ผมไม่รู้ ผมไม่เห็น ผมแค่แอบดู ครับ

 

 

                                                                                                        

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: