บรรลัย กับปฏิบัติการ ว.5

          ต้องขอประทานโทษ ท่านผู้อ่านที่รักและเคารพอย่างสูง ที่ปล่อยให้รอนาน ป่านฉะนี้ไม่รู้ชะเง้อรอตอน 2 ของบรรลัย ศิลปะอาชา จนคอยืดออกมากี่นิ้ว

          ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ ไม่ได้ถูกอุ้มไปเก็บซ่อนให้นอนเล่นในเขตทหารห้ามเข้า แต่อย่างใด

          เนื่องจากมีอาการไข้กระหน่ำหนัก จึงต้องหยุดพักเข้าโรงหมอซ่อมสุขภาพ อยู่ 3-4 วัน นอนให้น้ำเกลือ น่าเบื่อจริงๆ คิดถึงผู้อ่านแล้วคันไม้คันมือทำได้ แค่ถือโทรศัพท์พูดคุยกับน้องๆทีมงาน ไม่อาจจะมานั่งเขียนเรื่องราวให้อ่านกันได้อย่างจุใจ หวังว่าทุกท่านจะอภัยให้กับสุขภาพที่กระเสาะกระแสของประดาบด้วยนะขอรับ

          สำหรับวันนี้จะมาขอต่อ ตอนที่ 2 ของ บรรลัย ศิลปะอาชา ตามที่หลายท่านร่ำร้องขอต่ออีกนิด ขอชิดอีกหน่อย

          แต่บอกไว้ก่อนเลยนะครับเรื่องที่จะเล่าข่าวที่จะบอกจากบรรทัดนี้ไปไม่ยืนยันว่าเท็จหรือจริง จริงหรือเท็จเพราะว่าไม่มีภาพเด็ดมายืนยันเป็นมั่นเหมาะ ว่าข่าวนี้ “เจาะ”แล้วหรือ “ยังไม่เจาะ”  จึงอาจจะไม่อร่อยเหาะอย่างที่คิด

          ก็อย่างที่บอก ผมไม่รู้ ผมไม่เห็น ผมแค่แอบดู

          มีเรื่องราวอีกมากมายหลายเหตุการณ์ที่ตั้งใจจะเล่าต่อ แต่ดูเหมือนว่าพ่อแม่พี่น้องสนใจแต่เรื่องน้อง บ. ก็เลยขอนุญาตเก็บความเรื่องอื่นแต่พอหอมปากหอมคอ แล้วก็มาต่อเรื่องน้อง บ.ให้จุใจก็แล้วกัน

          บรรลัย ศิลปะอาชา เป็นนักการเมืองที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เพื่อนนักการเมืองรุ่นเดียวกันร่วงโรย และเลิกราไปเกือบหมดแล้ว แต่บรรลัยยังยืนอยู่ได้ไม่ว่ามรสุมการเมืองจะพัดแรงปานใด เขาก็ฝ่าคลื่นลมมาได้เสมอ จนมีคำเตือนจากนักการเมืองรุ่นใหญ่คนหนึ่งว่าหากจะอยู่ในการเมืองให้ได้ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับบรรลัย ศิลปะอาชา เพราะเขาเป็นคนหนึ่งที่ขับเคลื่อนการเมืองไทยทั้งในระบอบประชาธิปไตยและเผด็จการ

          แม้จะไม่ได้อยู่ร่วมรัฐบาลนี้แม้จะไม่มีตำแหน่งในคมช.แต่ บรรลัย ศิลปะอาชา คนนี้ล่ะคือ พี่เลี้ยงคนสำคัญของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และเป็นกุนซือคนเก่งของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

เป็นกาวใจที่เชื่อมประสานรอยร้าวระหว่างพล.อ.สุรยุทธ์ กับ พล.อ.สนธิ จนแนบสนิท  เป็นคนกลางเจรจาประสานให้ พล.อ.สนธิ เข้าไปนั่งร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีและหว่านล้อมให้พล.อ. สุรยุทธ์ ยอมทำตามทั้งๆ ที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำมาก่อน

          บรรลัย ศิลปะอาชา คือนักการเมืองที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไว้วางใจที่สุด และเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในการพยุงรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ให้อยู่ได้ยาวนานถึง 8 ปี

แม้ในยามเป็นฝ่ายค้าน เขาก็เป็นฝ่ายค้านที่สนับสนุนพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ เป็นตู้     เอทีเอ็มเคลื่อนที่ ให้กับส.ส.ทุกคน  เพื่อค้ำบัลลังก์พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และเป็นคนผลักดันให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้ตำแหน่งรัฐบุรุษ เมื่อประกาศว่า “ผมพอแล้ว” เมื่อปี 2531

          บรรลัย ศิลปะอาชา คือนักการเมืองที่สร้างตำนานคนสู้ชีวิตจากเด็กส่งโอเลี้ยง สู่นายกรัฐมนตรี  ที่มีประวัติชีวิตโลดโผนที่สุดคนหนึ่งบนถนนการเมืองไทย โลดโผนโจนทะยานจนทำให้ประวัติชีวิตการศึกษาช่วงหนึ่งหายไปอย่างมีเงื่อนงำ และอาจจะเป็นนักเรียนคนเดียวใน    ประเทศไทยที่ไม่สามารถหาหลักฐานการศึกษาระดับมัธยมปลายได้ แต่มีปริญญาบัตรมหาบัณฑิต มานำเสนอต่อประชาชนได้     

          พ.ต.ต.อนันต์ เสนาขันธ์ หัวหน้าขบวนการชนวน คือ ผู้ที่ขุดคุ้นประวัติชีวิตของบรรลัย ศิลปะอาชาอย่างถึงลูกถึงคน และฟันธงว่า บรรลัย ไม่จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย นั่นหมายความว่าวุฒิการศึกษาของเขา ขัดต่อกฎหมาย ไม่สามารถสมัครส.ส.ได้

ไม่มีใครยืนยันการค้นพบของพ.ต.ต.อนันต์ ได้แต่ที่ปรากฎต่อทุกคนก็คือ บรรลัย  เคยเว้นวรรคไม่สมัครส.ส.มาแล้ว ด้วยเหตุผลส่วนตัวไม่เป็นที่เปิดเผยแต่น่าเสียดาย การขุดคุ้ยของพ.ต.ต.อนันต์ เสนาขันธ์ ยังไม่ถึงบทสุดท้าย ก็ต้องยุติเสียก่อน เพราะพ.ต.ต.อนันต์ เสนาขันธ์ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต อย่างมีเงื่อนงำ

          มีอีกหลายเรื่องราวที่อยากจะเขียนถึงแต่รู้ได้ด้วยญาณวิเศษที่ผูกพันกันระหว่างผู้อ่านกับผู้เขียนว่าเอียนเต็มที่กับเรื่องแบบนี้เมื่อไรจะถึงเรื่องที่อยากรู้เรื่องหนูบ.ที่ขยักไว้สักทีก็ขอพักเรื่องหนัก กวักมือเรียกผู้อ่านที่กำลังเบือนหน้าหนีให้กลับมาใหม่เราจะเริ่มเรื่องน้อง บ.กันตั้งแต่บรรทัดนี้แล้วครับ

          จะมีใครสักกี่คนรู้บ้างว่า ก่อนที่น้อง บ.จะร่อนมาถึงมือบรรลัย ศิลปะอาชา เกือบจะเสร็จหัวหน้าพรรคการเมืองคนหนึ่งไปแล้ว

          “เสร็จ” ที่ผมว่า แปลว่า สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหนึ่ง เสร็จเรียบร้อยนะครับ อย่าคิดให้ลึกเกินความหมาย ประเดี๋ยวจะเสียหายกันไปหมด

          คุณแม่น้อง บ. พาน้องบ. ไปให้หัวหน้าพรรคการเมืองท่านนั้นพิจารณาหน่วยก้านท่าทีว่าพอจะปลุกปล้ำ เอ๊ย ปลุกปั้นให้เป็นนักการเมืองหญิงแถวหน้าของเมืองไทยได้หรือไม่ พิจารณาดูตัวกันถ้วนถี่ไม่รู้ว่าหมุนซ้ายกันไปกี่รอบ หมุนขวากันไปกี่ที รู้แต่ว่าเป็นที่ประทับใจ และพึงพอใจทั้งสองฝ่าย 

          เซียนการเมืองข้างสนามรู้ข่าวระแคะระคายการพบปะกันของน้อง บ.กับหัวหน้าพรรคการเมืองท่านนั้น ถึงกับครางฮือ  ประดาบ ก็ยากจะทำนายว่าคราง “ฮือ” ด้วยอารมณ์ชนิดใด

          คุณแม่น้อง บ. พาน้อง บ. ลาหัวหน้าพรรคการเมืองท่านนั้น ออกมาด้วยความกระหยิ่มในใจ ส่วนหัวหน้าพรรคการเมืองท่านนั้นก็อิ่มใจ ได้ลูกพรรคคนใหม่ ทั้งสาว ทั้งใส ทั้งสวย 

แต่ที่ไหนได้ เพียงแค่ไม่กี่ราตรีผ่านพ้นไปทั้งน้อง บ. และคุณแม่น้อง บ. ก็เป็นอื่นไปเสียแล้ว  เหมือนกับที่สำนวนนิยายกำลังภายใน กล่วไว้ว่า ” 3 วันจากนารีเป็นอื่น” จริงๆ

วันที่ คุณแม่น้อง บ. กับ น้อง บ. ไปเจรจาตกลงกับ บรรลัย ศิลปะอาชา ว่าจะส่งลูกสาวมาร่วมหอเอ๊ยร่วมพรรคด้วยนั้นเป็นวันเดียวกับที่หัวหน้าพรรคการเมืองท่านแรกเดือดดาลถึงขีดสุดประกาศตัดความสัมพันธ์สะบั้นความเอ็นดูหนู บ.ไม่เหลือเยื่อใยพร้อมกับขีดเส้นใต้ชื่อ น้อง บ.อีกสองเส้นเพื่อเน้นย้ำความเจ็บปวดที่ถูกสองแม่ลูกหลอกให้หลงแต่อดชื่นชม

ว่ากันว่าเหตุที่น้อง บ.ตกร่องปล่องชิ้นกับ บรรลัย ศิลปะอาชา ยอมเข้าร่วมชายคาเดียวกัน เดินเก็บเกี่ยวฝันของหญิงสาวกับชายชราร่วมชีวิตการเมืองบนเส้นทางเดียวกันได้ก็เพราะอำนาจเงินตราที่เหนือกว่าของบรรลัยที่มีต่อหัวหน้าพรรคการเมืองท่านแรก  

          อำนาจเงินตรา ที่ทำให้คุณแม่น้องบ. เป็นไทจากหนี้สินจำนวนมาก

          อำนาจเงินตรา ที่ทำให้น้องบ. ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังกับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งในชีวิตประจำวัน และชีวิตนักการเมือง เหมือนกับที่นักการเมืองทั่วไป ประสบพบเจอ

          อำนาจเงินตรา ที่ทำให้น้องบ. ได้เป็นส.ส.แน่ๆตามคำรับประกันของ บรรลัย ศิลปะอาชา

          อำนาจเงินตรา ที่ทำให้น้องบ. อยู่ในสังคมได้อย่างมีหน้าและศักดิ์ศรี

          กับคนอื่นเป็นอย่างไรไม่อาจรู้ได้แต่กับน้องบ. คำใดที่หลุดออกจากปากแล้ว บรรลัย ศิลปะอาชา ยึดถือดั่งสัญญาของชายหนุ่มที่มีต่อหญิงสาว และทำได้ราวกับปั้นเสกด้วยมนต์ของผู้วิเศษ

          ด้วยความเหนือกว่านี้เองทำให้ในที่สุด บรรลัย ศิลปะอาชา จึงได้เป็นชายชราเพียงคนเดียวที่มีสิทธิสวมเสื้อให้กับน้อง บ. ที่ชายหลายคนทั้งวัยฉกรรจ์และวัยชราอยากทำหน้าที่นี้

          อย่าได้คิดมากไปที่บอกว่ามีสิทธิสวมเสื้อให้กับน้องบ. หมายถึงการสวมเสื้อแจ๊กเก๊ตของพรรคการเมืองทับลงบนเสื้อตัวสวยของน้องบ. เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ ตามธรรมเนียมของพรรคการเมืองทั่วไป เท่านั้นเอง ไม่ใช่สวมเสื้อให้เพราะน้อง บ.ไม่ได้ใส่เสื้อ 

          นับแต่ได้ น้องบ. มาอยู่ร่วมชายคาห้องทำงานหัวหน้าพรรคก็ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ นิวาสถาน ห้องทำงานของน้อง บ. ถูกก่อร่างสร้างเติมขึ้นบนชั้นสูงสุดของที่ทำการพรรค เป็นอาณา จักรเล็กๆ ของน้อง บ. ที่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดล่วงล้ำก้ำเกินได้ เว้นแต่หัวหน้าพรรค และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าพรรค เท่านั้น

          น้อง บ. กลายเป็น “นกน้อยในกรงทอง” ส่งเสียงเจื้อยแจ้วและย่างเดินให้บรรลัย ศิลปะอาชา ปลาบปลื้มใจปรบมือกระทืบเท้า ด้วยความประทับใจในความเก่งกาจสามารถยิ่งของผู้หญิงคนนี้

          นับแต่ น้อง บ.มาอยู่ร่วมชายคา  บรรลัย ศิลปะอาชา ก็มีอาการเหมือนเด็กหนุ่มกระชุ่มกระชายขวยเขินเสมอเมื่อถูกแซวถึงน้อง บ. สมาชิกคนใหม่ และที่เกิดบ่อย เกิดถี่ จนเป็นที่ผิดสังเกตก็คือ การออกปฏิบัติการ ว.5  ในยามวิกาลตามลำพัง

          ไม่มีใครรู้ว่าปฏิบัติการ ว.5 ในแต่ละคืนเกิดขึ้นในท้องที่ใดและบรรลุจุดสุดยอด เอ๊ย บรรลุเป้าหมาย หรือไม่ รู้แต่เพียงว่า บรรลัย ศิลปะอาชา มีไฟในดวงตาและในดวงใจดั่งดวงเพลิงร้อนแรง เสมอๆ  ที่เคยขยันอยู่แล้วยิ่งขยันเป็นสองเท่า คนหนุ่มคนสาวในพรรคยังสู้ไม่ได้

          ปฏิบัติการ ว.5 ของ บรรลัย ศิลปะอาชา ยังคงเป็นปริศนาในกล่องดำ ท่ามกลางข่าวลือข่าวเล่าถึงความสัมพันธ์ของหนุ่มเหน้า สาวสวย คู่หนึ่ง ที่ทำให้ชายหนุ่มทั้งสภาฯ อิจฉาตาร้อนซ่อนความเคืองไว้ไม่อยู่จนถึงทุกวันนี้ 

          บรรลัย ศิลปะอาชา ยืนสง่าเสมอ เมื่อเจอคำเหน็บแนม แต่ด้วยบารมีที่สร้างสมมานาน ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถามตรงๆ

ในขณะที่ น้อง บ. ก็ควงแขนชายหนุ่มเดินออกงานสังคม พร้อมกับเปิดเผยกำลังวางแผนชีวิตคู่ 

          เป็นเวลาเกือบ 5 ปีที่น้อง บ. ดำรงสถานะ “นกน้อยในกรงทอง” 

            ความสุขน่ะมีสมบูรณ์ แต่ อิสระเสรีของปีกนก นี่สิที่ขาดแคลน

          จึงมีเรื่องเล่าข่าวค(ร)าวที่ทำให้เจ้าของกรงทอง อย่างบรรลัย ศิลปะอาชา เจ็บใจอยู่ลึกๆ เมื่อนกน้อย อย่างน้อง บ. ไม่กลับกรงตามวันเวลาที่กำหนด หลงเพลินไปกับหัวหน้าพรรคการ เมืองหนุ่มอีกคนหนึ่ง

          สังคมการเมืองร่ำลือกันให้กึกก้อง น้อง บ. นั่งรถคันใหม่ เลขทะเบียน 333 เหมือนกับเลขทะเบียนรถยนต์ทุกคันของหัวหน้าพรรคการเมืองหนุ่มคนนั้น ไม่ผิดเพี้ยน

          บางคนบอกว่าน้อง บ. อยากจะเปลี่ยนกรง บ้างบอกว่าน้องบ. อยากจะเปลี่ยนเจ้าของกรง

          ข่าวเล่าข่าวลือชิ้นนี้ไม่มีใครยอมรับ ไม่มีใครปฏิเสธ สามคน สามฝ่าย ต่างปล่อยให้เงียบกันไปเอง แต่ก็เป็นความเงียบชนิดที่ปิดกันให้แซ่ด ที่มาพร้อมๆ กับข่าว หัวหน้าพรรคการเมืองสองคน ตัดความสัมพันธ์ชั้นอา-หลาน ที่เคยวางแผนการจะรวมพรรคเป็นทองแผ่นเดียวกัน  เป็นอันยุติ

           ส่วนน้อง บ. ก็กลับไปอยู่ในกรงทองกรงเดิม และอยู่กับเจ้าของเดิมเพราะ หัวหน้าพรรคการเมืองหนุ่มคนนั้น ยอมแพ้ต่อลีลาและลวดลายของบรรลัย ศิลปะอาชา แบบหมดทางสู้

          นี่คือบางเสี้ยวบางตอนของ บรรลัย ศิลปะอาชา กับน้อง บ. ที่ท่านอยากจะรู้แต่ก็อย่างที่ผมบอกไว้แต่ต้นล่ะ อาจจะกร่อยไปนิด ไม่ติดทั้งเรตอาร์ เรตเอ๊กซ์ เพราะที่แอบดูมานั้นมันบรรยายไม่ได้จริงๆ  

          ก็แหมม… คนหนึ่งสูงปรี๊ด คนหนึ่งเตี้ยล่ำ มองลอดช่องหน้าต่างเข้าไป เหมือนกับเห็นคนปีนบันไดไม้ไผ่ ยังไงยังงั้นเลย

          ลองหลับตานึกภาพแล้วทำท่าดูเองแล้วกันว่ามันจะยงโย่ยงหยกขนาดไหน

          เปล่านะครับ ผมไม่ได้ชวนนึกภาพอุบาทว์อะไรขนาดนั้น คุณคิดไปเองคนเดียวนา ผมไม่ได้คิดด้วยนะครับ

          ไปล่ะครับ  กลับไปนอนให้น้ำเกลือเหมือนเดิมดีกว่า

 

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: