ที่นี่ประเทศไทย กฎหมายใช้ย้อนหลังได้ !

           

           กรณีการยุบพรรคไทยรักไทย ด้วยประกาศคปค.ฉบับที่ 30 ที่ลงนามโดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคปค. หรือ หัวหน้าคณะรัฐประหาร ที่เขียนให้กฎหมายมีผลใช้บังคับย้อนหลังได้ ยังเป็นกรณีศึกษาของนักกฎหมายทั่วโลก เกี่ยวกับมาตรฐาน และบรรทัดฐานการบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทย ที่นับวันจะห่างไกลออกจากประเทศโลกศิวิไลซ์ทั้งหลาย ยังวิพากษ์วิจารณ์กันไม่จบ

           กรณีการปราศรัยของเนวิน ชิดชอบ บนเวทีปราศรัยของพรรคพลังประชาชน ที่จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังจะเป็นเครื่องบ่งชี้ที่แหลมคมของระบบกฎหมายไทย ว่า กฎหมายไทยมีผลใช้บังคับย้อนหลังได้จริงๆ และจะนำประเทศไทยออกไปไกลจากระบบกฎหมายสากล แบบอยู่กันคนละโลก แม้กระทั่งเผด็จการพม่า ก็ไม่อาจจะอยู่ร่วมโลกเดียวกับประเทศไทยได้อีกแล้ว

           หลักการกฎหมายไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลังในกรณีที่เป็นโทษ คือหลักกฎหมายสากลที่ทุกชาติในโลกยอมรับ แต่ในประเทศไทย กฎหมายกลับใช้ลงโทษย้อนหลังได้ โดยเฉพาะการใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ของผู้มีอำนาจ

           เนวิน ชิดชอบ ชึ้นปราศรัยกับประชาชนชาวบุรีรัมย์ในวันนั้น มีสาระสำคัญ 3 ประเด็นคือ

           1. ความเป็นอยู่ของเขาในรอบ 1 ปีที่ผ่านมานับแต่วันรัฐประหาร จนถึงวันปราศรัย โดยไฮไลท์ อยู่ที่การถูกจับไปขังเดี่ยว 10 วัน 11 คืน

           2. การประกาศตนเป็นคนรักทักษิณ และไม่ว่าคมช.จะทำอย่างไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความระกที่เขามีต่อนายกฯทักษิณ ไปได้ เพราะเขาเห็นว่านายกฯทักษิณ เป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อประเทศไทย โดยเฉพาะคนยากจนที่สูญเสียสิทธิประโยชน์ทุกอย่างไปในคืนรัฐประหาร

           3. ประกาศสนับสนุนพรรคพลังประชาชน ให้ทำงานการเมือง ด้วยความเชื่อที่ว่าหากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล จะสานต่อนโยบายของพรรคไทยรักไทย ที่ถูกยุบไป

           เพียงแค่ 3 ประเด็นที่ เนวิน ชิดชอบ กล่าวปราศรัย ก็ทำให้การเมืองไทยวุ่นวายระส่ำระสาย จนถึงกับจะขายความศักดิ์สิทธิ์ของระบบกฎหมายไทย กันอีกครั้ง เพียงเพื่อจะยับยั้งไม่ให้ เนวิน ชิดชอบ สนับสนุนและยุ่งเกี่ยวกับพรรคพลังประชาชน ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะมีขึ้นนี้

           ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานกรรมาธิการร่างกฎหมาย 3 ฉบับ เพื่อจะเป็นกฎหมายหลักในการจัดการเลือกตั้ง และ อภิชาติ สุขัคนานนท์ ประธานกกต. พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการกระทำของเนวิน ชิดชอบ เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย ในฐานะผู้ถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังไม่ได้ประกาศใช้ ในวันที่เนวิน ชิดชอบ ปราศรัย

           นอกจากนี้ การถูกตัดสิทธิเลือกตั้งของเนวิน ชิดชอบ โดยคณะตุลาการ(เถื่อน)รัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้ระบุไว้ว่าผู้ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง เป็นเพียงผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เท่านั้น ไม่มีคำสั่งหรือกฎหมายมาตราใดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ กำหนดไว้ว่าผู้ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง ห้ามยุ่งเกี่ยว หรือสนับสนุนกิจกรรมของพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด การปราศรัยของเนวิน ชิดชอบ จึงไม่เข้าข่ายขัดกฎหมาย และไม่เป็นลักษณะต้องห้ามที่มีกำหนดหรือระบุไว้ในคำวินิจฉัยของคณะตุลาการ(เถื่อน)รัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด

           แต่ก็มีความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำให้การปราศรัยของเนวิน ชิดชอบ เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย และเข้าข่ายการกระทำความผิด ต้องถูกดำเนินคดี และลงโทษ ตามกฎหมายที่ยังไม่ได้ประกาศใช้ให้จงได้ และยังมีความคิดที่จะใช้การกระทำของเนวิน ชิดชอบ ไปยุบพรรคพลังประชาชน อีกด้วย

           หาก เนวิน ชิดชอบ ถูกดำเนินคดีในกรณีนี้ ด้วยข้อหากระทำการขัดกฎหมายที่ยังไม่ได้ประกาศใช้ ก็เท่ากับเป็นการยอมรับและเป็นการประกาศต่อโลก ว่า ประเทศไทย ยึดถือระบบกฎหมายใช้บังคับย้อนหลังเพื่อลงโทษ ได้

           ไม่เพียงแต่การใช้กฎหมายลงโทษย้อนหลังเท่านั้น กรณีเนวิน ชิดชอบ จะเป็นเครื่องบ่งชี้ที่ทำให้ทุกคนในประเทศไทย และในโลก ได้เห็นว่าเพื่อที่จะเอาชนะกันทางการเมือง กระบวนการยุติธรรม และคณะกรรมการการเลือกตั้งของประเทศไทย ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้งก็ยอมตนอยู่ใต้อำนาจเผด็จการ และเป็นเครื่องมือของเผด็จการ ด้วยความนอบน้อม และเลือกปฏิบัติด้วยมาตรฐานที่แตกต่างกัน ต่อผู้กระทำการในลักษณะเดียวกัน

           สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุนการจัดตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา

           สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประกาศตัวจัดตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กับ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และแถลงข่าวจัดตั้งต่อสื่อมวลชน อย่างเปิดเผย

           สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ ประกาศจัดตั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงเจตนารมณ์และอุดมการณ์การทำงานการเมืองของกลุ่มเพื่อแผ่นดิน ที่กำลังจะไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง อย่างเอิกเกริก

           สมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดตั้งกลุ่มมัชฌิมา และพาลูกทีมไปสมทบที่พรรคประชาราช ผลักดันเมียรักเป็นเลขาธิการพรรค ตัวเองหลบมาเป็นผู้สนับสนุนหลัก ในปัจจุบันนี้

           พินิจ จารุสมบัติ และ ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ เดินหน้าจัดตั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน หลังถูกแหกตาครั้งใหญ่ เสียเครดิตไปมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ

           สนธยา คุณปลื้ม ไปเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นแม่ทัพใหญ่ภาคตะวันออก เตรียมไพร่พล สะสมเงินทองไว้สู้ศึกเลือกตั้ง

           คนเหล่านี้ ไม่ได้แตกต่างจากเนวิน ชิดชอบ อย่างไร ในฐานะผู้ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง กรณีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทย แต่แตกต่างกันอย่างมาก ชนิดฟ้ากับเหว เมื่อพิจารณาจากมาตรฐานการปฏิบัติของประธานกกต. ที่เงียบเป็นเป่าสาก ปากปิดสนิทราวกับเป็นใบ้ ตาปิดสนิทราวกับมืดบอด หูปิดสนิทราวกับคนหูหนวก

           เกือบ 1 ปีที่ผ่านมา คนเหล่านี้ไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหวทางการเมือง เรื่องจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ เลย ยิ่งหลังการถูกตัดสิทธิ ยิ่งมีการเคลื่อนไหวกันมากขึ้น

           สมศักดิ์ เทพสุทิน วิ่งพล่าน ไปทุกกลุ่ม ทุกก๊ก ที่ก่อตัวรวมเป็นแก๊งเพื่อตั้งพรรค สุรเกียรติ์ เสถียรไทย สุรนันท์ เวชชาชีวะ เดินกันเอิกเกริก ขึ้นเวทีแถลงเปิดตัวพรรคเพื่อแผ่นดินอย่างฮึกเหิม สุวัจน์ ลิปตพัลลภ นั่งยิ้มแป้น ที่ได้รับเกียรติจากกลุ่มรวมใจไทย อย่างสูงยิ่ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ถึงกับร่วมแถลงยินดีที่รวมใจไทยจัดตั้งพรรคได้สำเร็จ สนธยา คุณปลื้ม ขึ้นป้ายสนับสนุนพรรคชาติไทย เต็มเมืองชลบุรี

           ไม่มีใครผิด ไม่มีใครเข้าข่ายขัดต่อกฎหมาย ไม่มีใครเป็นต้นเหตุให้ต้องพิจารณาว่าจะยุบพรรคการเมืองหรือไม่

           แต่ เนวิน ชิดชอบ ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งเดียว มีข้อกล่าวหาติดตัวจนเปรอะไปหมด และยังจะถูกนำไปเป็นต้นเหตุยุบพรรคพลังประชาชน

           เหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะความแตกต่างประการเดียวระหว่างเนวิน ชิดชอบ กับ คนเหล่านั้น คือ เนวิน ชิดชอบ ยังประกาศตัวเป็นคนรักทักษิณ ไม่เปลี่ยนแปลง แต่คนเหล่านั้น ประกาศตัวเป็นคนทรยศทักษิณ นั่นเอง

           คนรักทักษิณ ย่อมทำให้ผู้มีอำนาจ ไม่พอใจ และต้องกำจัด

           คนทรยศทักษิณ ย่อมทำให้ผู้มีอำนาจ พึงพอใจ และส่งเสริมให้ได้ดี

           นี่คือความแตกต่าง และเป็นต้นเหตุของการเลือกปฏิบัติ แบบสองมาตรฐานของประธานกกต.

           หาก ประธานกกต. จะแหกตาดู แหกหูฟัง แหกปากถาม ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนจะพูดและให้ความเห็น ว่าเหตุการณ์ทั้งหมด เป็นอย่างไร ก็จะได้รู้ว่าในวันนั้น ไม่ได้มีเพียงเนวิน ชิดชอบ ที่ขึ้นปราศรัย ยังมี อดิศร เพียงเกษ 1 ใน 111 คนที่ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง และยังรักทักษิณ ขึ้นปราศรัยเวทีเดียวกับเนวิน ชิดชอบ ด้วยลีลาที่ดุดันอย่างยิ่ง เรียกเสียงเฮ เสียงฮือจากประชาชนชาวบุรีรัมย์ ได้มากกว่าเนวิน เสียอีก แต่กลับไม่มีใครพูดถึงอดิศร เพียงเกษ

           ประธานกกต. ละเลยที่จะหยิบยกกรณี อดิศร เพียงเกษ มาพิจารณา แต่เข้มงวดและกระตือรือล้นยิ่งนักที่จะเอาผิดกับเนวิน ชิดชอบ

           แทบไม่น่าเชื่อว่า อภิชาติ สุขัคนานนท์ ประธานกกต. เคยเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา มาก่อน การเลือกปฏิบัติด้วยสองมาตรฐาน และการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังเพื่อลงโทษ ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่คนระดับผู้พิพากษาศาลฎีกายอมรับได้

           แต่ก็น่าสังเกตว่า ในตุลาการ(เถื่อน) รัฐธรรมนูญ ก็มีแต่ผู้พิพากษาศาลฎีกากว่าครึ่ง ก็ยอมรับให้กฎหมายใช้ย้อนหลังได้ มาแล้ว ดังนั้น เรื่องกฎหมายใช้ย้อนหลังได้ น่าจะเป็นวาระพิเศษของผู้พิพากษาศษลฎีกา ไปเสียแล้ว ในกรณีที่ได้รับ “งาน” มาจากผู้มีอำนาจ

           ในกรณีของประกาศคปค. ฉบับที่ 30 ที่เป็นต้นแบบของการใช้กฎหมายย้อนหลัง นั้น หากพิจารณาให้ดี ก็จะเห็นว่าเป็นเพียงประกาศของคณะรัฐประหาร ที่ลงนามโดยหัวหน้าคณะรัฐประหาร

           แต่กับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ที่ประธานกกต. จะนำมาใช้ย้อนหลังเพื่อเอาผิดกับเนวิน ชิดชอบ และหาเหตุยุบพรรคพลังประชาชน ที่กำลังคิดวางแผนกันอยู่นั้น เป็นกฎหมายที่จะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย จึงต้องพิจารณากันให้ถ้วนถี่ ว่า จะมีใครบังอาจทำให้เสื่อมเสียถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือไม่ กับการจะตีความให้กฎหมายใช้ย้อนหลังได้

           คิดจะเอาชนะกันในทางการเมือง แย่งอำนาจกันอย่างไร ก็ขอให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะตกแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บ้าง

           โลกจะมองระบบกฎหมายไทยอย่างไร หากว่ากฎหมายไทยมีไว้เพื่อชำระแค้นและแย่งอำนาจทางการเมือง และเป็นชนวนเหตุของความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศ มากกว่าที่จะเป็นเครื่องมือรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ

           หรือต้องการให้โลกบันทึกไว้ว่า..

           ที่นี่ประเทศไทย กฎหมายใช้ย้อนหลังได้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: