ตื่นเถิด ..สุเทพ เทือกสุบรรณ

           

           ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ จะมีความสุขกับฝันลมๆ แล้งๆ แบบที่กำลังฝันอยู่ในขณะนี้

           ผมพยายามจะเข้าใจตรรกะของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าประชาธิปไตย ต้องมีทาง เลือกให้ประชาชน

           ผมจึงไม่ตำหนิที่ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ จะนำเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติในวันจันทร์นี้ แข่งกับ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรคพลังประชาชน ว่า ใครจะรับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี

           คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ มีสิทธิที่จะเสนอได้ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หากไม่เสนอชื่อคุณอภิสิทธิ์ จึงจะผิดปกติ

           แต่ผมสงสาร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะต้องพบกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ไม่ควรต้องแพ้ เพราะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าไม่มีทางชนะ

           ผมไม่รู้ว่าคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ มีเจตนาอย่างไรจึงต้องการให้มีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีระหว่างนายอภิสิทธิ์ กับ นายสมัคร ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่านายอภิสิทธิ์ แพ้แน่ๆ

           ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณสุเทพ จึงอยากเห็นคุณอภิสิทธิ์ เป็นผู้แพ้ บ่อยๆ ซ้ำๆ เพิ่งแพ้เลือกตั้ง แล้วก็จะให้มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี อีก

           อย่าว่าแต่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เลย สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ หากมีการโหวตเลือกรัฐมนตรีในสภา นายอภิสิทธิ์ ก็แพ้ เพราะกฎเกณฑ์ กติกามารยาททางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล กำหนดไว้หมดแล้วว่า การลงมติวันจันทร์นี้ นายสมัคร สุนทรเวช จะเป็นผู้ชนะในการลงมติ และจะได้เป็นายกรัฐมนตรี โดยสมบูรณ์ เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา

           เพราะฉะนั้น การดันนายอภิสิทธิ์ เข้าแข่งขันให้สมาชิกฯ ลงมติ ก็เท่ากับการดันนายอภิสิทธิ์ ให้ไปพบกับความพ่ายแพ้ อย่างตั้งใจและจงใจ

           ผมจึงบอกว่าผมสงสารนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องทำตามคำสั่งของเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย และไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้

           ผมพอจะเข้าใจว่าเจตนาของนายสุเทพ ว่าอยากจะกดดันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนหนึ่งที่เคยจับไม้จับมือทำสัญญาปากเปล่า กับพรรคประชาธิปัตย์มาก่อนว่า จะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าเมื่อถึงเวลาลงมติจริงๆ แล้ว จะขานมติเสียงดังฟังชัดเพียงใด และขานอย่างไร ตรงกับหัวใจของตัวเองหรือไม่

           นายสุเทพ หวังว่าหากมีสมาชิกคนใดใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ หรือทนแรงกดดันไม่ไหว แหกมติพรรคร่วมรัฐบาล ไม่โหวตให้นายสมัคร เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลก็จะแตกแยกกันแต่วันแรก ซึ่งเป็นเกมการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์ “ได้ใจ” มาจากการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และ รองประธานสภาผู้แทน ราษฎร ที่มีสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล แหกมติ ให้เห็นมาแล้ว

           แต่เพื่อจะเอาชนะกันในเกมการเมือง (ซึ่งมีโอกาสน้อยจนแทบไม่มีเลย เพราะเป็นการโหวตเปิดเผย) ด้วยหวังว่าอาจจะมีงูเห่าเกิดขึ้นกลางสภา เหมือนเมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายชวน หลีกภัย ก่อตำนานงูเห่าทางการเมืองขึ้นสำเร็จมาแล้ว นายสุเทพ ถึงกับต้องใช้นายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวล่อเป้า เลยกระนั้นหรือ

           นายอภิสิทธิ์ จะต้องพบกับความพ่ายแพ้ เพื่อความสะใจบางประการของนายสุเทพ เพียงเท่านี้หรือ

           แม้จะมีงูเห่าเกิดขึ้นจริง แต่ก็ไม่น่าจะมากมายหลายตัวหรือเป็นฝูงถึงขนาดที่ทำให้นายสมัคร ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่คาดการณ์กันไว้ และนั่นหมายความว่านายอภิสิทธิ์ ก็ต้องแพ้ และเป็นผู้นำพรรคฝ่ายค้านอยู่ดี จึงมีเหตุผลแล้วหรือที่จะจะผลักเข็นหัวหน้าพรรคตัวเองไปสู่ความพ่ายแพ้ที่รออยู่เบื้องหน้า โดยไม่ครณากับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นพรรคการเมืองที่ “แพ้แล้วไม่รู้จักแพ้”

           หรือว่าจริงๆ แล้ว นายสุเทพ ไม่ได้คิดเช่นนี้ หากแต่คิดว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังมีโอกาสที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้จริงๆ และการลงมติในวันจันทร์นี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะพร้อมกันแหกโผ มาลงคะแนนให้นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่นายสุเทพ คิดฝันไว้แบบมโหฬารมหาศาลแต้ม จนเอาชนะนายสมัคร ได้อย่างขาดลอย

           นายสุเทพ อาจจคิดแบบนี้จริงๆ ก็ได้ ไม่เช่นนั้น คงไม่ให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ นายอภิสิทธิ์ มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด

           นายสุเทพ คงเป็นคนเดียวในประเทศที่เห็นว่านายอภิสิทธิ์ ยังมีโอกาส ซึ่งต้องชื่นชมว่าเป็นเลขาธิการพรรคที่ดีที่สุดเท่าที่พรรคประชาธิปัตย์ เคยมีมา เพราะทั้งผลักและดันหัวหน้าพรรค ไปให้ถึงดวงดาวมาให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม แม้ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ ถูกประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ส่งลงไปนอนอยู่ก้นหลุมแล้ว แต่นายสุเทพ ก็ยังฝันที่จะดันก้นนายอภิสิทธิ์ ให้ขึ้นไปนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแทนนายสมัคร ให้ได้

           ผมไม่แน่ใจว่านายสุเทพ ยังเดินหน้าฝันต่อเนื่องแบบนี้ไปเพื่ออะไร หรือ ว่านายสุเทพ มีความสุขกับการอยู่กับความฝัน จนไม่กล้าตื่นมาพบกับความจริง เพราะกลัวว่าความฝันแสนสวยงามจะมลายหายไปเมื่อเปิดเปลือกตาขึ้น

           แต่ถึงที่สุด นายสุเทพ ก็ต้องตื่นมาพบกับความจริง จะโหดร้ายแค่ไหน หรือเศร้าเพียง ใด ก็ต้องตื่น เว้นเสียแต่นายสุเทพ เลือกที่จะหลับฝันไปจนวันตายเท่านั้น

           สถานการณ์ในวันนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เลือกแล้วที่จะให้พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล และส่งพรรคประชาธิปัตย์ ไปทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้าน นายสุเทพ ก็น่าจะยอมรับความจริง เช่นเดียวกับที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ทำใจยอมรับกันไปล่วงหน้าแล้ว

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: