ด่วน..!แจ้งอายัดร่างรัฐธรรมนูญเถื่อน

 

มีเรื่องน่าสนุกมาชวนให้ทำกันเรื่องหนึ่ง รับรองว่าถ้าทำแล้วจะสนุกสนานสำราญบานใจพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิไปไตย ขับไล่เผด็จการ ต่อต้านรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างมากๆ

เรื่องที่จะชวนให้ทำ ก็คือ ไปแจ้งความต่อพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ว่า พบสิ่งพิมพ์เถื่อนกระจายกลาดเกลื่อนทั่วประเทศไทยอยู่ในเวลานี้

สิ่งพิมพ์เถื่อนที่ว่า มีขนาดเล่มกระทัดรัด ปกสีเหลือง พิมพ์ตัวหนังสือภาษาไทยสีเขียวแจ้งชื่อที่หน้าปกว่า “ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”

เชื่อว่าวันนี้ พี่น้องชาวไทยหลายคนคงได้พบเห็นกันบ้างแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ นำมาเสียบให้ที่หน้าประตูบ้าน  ไม่มีซองใส่  จ่าหน้าถึงใครก็ไม่บอก  จะให้ใครรับก็ไม่แจ้ง  เอามาเสียบเหมือนใบปลิวเถื่อน หรือ ใบโฆษณาสินค้าราคาถูกของห้างสรรพสินค้า  ใบโฆษณาขายไก่ทอด พิซซ่า ยังไงยังงั้นเลย

บางคนได้เห็นหนังสือเล่มสีเหลือง เสียบที่ประตูบ้าน ไม่แจ้งชื่อผู้ส่ง ไม่บอกชื่อผู้รับ ก็ใช้ไม้เขี่ยทิ้ง กลัวเสนียดติดมือ บางคนเปิดอ่านได้หน้าสองหน้าก็พาหลับไป บางคนบอกว่าดี เอาไว้ห่อผ้าอนามัยน่าจะได้  แล้วแต่จะคิดว่ามีประโยชน์กับตนเองอย่างไร  บางคนไม่อยากได้ จะส่งกลับไป ก็ไม่รู้ว่าจะส่งไปที่ไหน คืนให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ก็ไม่รับ  ก็เลยปล่อยคารั้วบ้านไว้อย่างนั้น

หลายคนโชคดี ได้เจอเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ขณะมาส่งและมาเสียบพอดี  ก็เลยขอไว้เยอะๆ จะได้เอาไปชั่งกิโลขาย ได้หลายบาทอยู่ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ก็ดีใจหาย ใครขอเท่าไร ให้หมด  เพราะหนักมอเตอร์ไซค์เหลือเกิน 

ที่ดีใจเหลือประมาณ เมื่อได้พบพานหนังสือเล่มสีเหลืองเสียบอยู่หน้าประตูบ้านผู้คนทั่วบ้านทั่วเมือง ก็คือ พวกซาเล้ง หยิบฉวยติดมือกันเพลินใจ เอาไปกองรวมกันแล้วชั่งกิโลขาย ได้เงินกินข้าวหลายมื้อโขอยู่  ก็อย่างว่านั่นล่ะ  ไม่รู้หนังสือของใคร ใครส่งมา เป็นหนังสือไม่มีเจ้าของ เหล่าบรรดาซาเล้ง จึงรับเป็นเจ้าของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ไว้แต่เพียงกลุ่มเดียว ด้วยความเต็มใจยิ่ง  แบบประมาณว่า ยินดีรับไว้ แต่จะเห็นชอบหรือไม่ อดใจรอ 19 สิงหา ค่อยรู้กัน

ที่บอกว่ามีเรื่องน่าสนุก ก็คือว่าเมื่อเปิดหนังสือร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ “ขี้โกง”  หรือ ฉบับ “แดกด่วน” หรือ ฉบับ “ก้างตำคอ” แล้วแต่จะมีผู้สรรหาถ้อยคำมาต่อท้ายให้เหมาะกับความระยำของการกระทำของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ชุดนี้ ก็จะได้พบว่า หนังสือปกสีเหลืองเล่มนี้ เป็นสิ่งพิมพ์เถื่อน สิ่งพิมพ์ผิดกฎหมาย ขัดต่อพระราชบัญญัติการพิมพ์ อย่างชัดเจน 

เนื่องจาก หนังสือร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เล่มนี้  ไม่ได้แจ้งชื่อ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา  วัน เดือน ปี ที่พิมพ์  จำนวนที่พิมพ์ จำนวนครั้งที่พิมพ์  แจ้งไว้เพียงชื่อโรงพิมพ์ที่เป็นนายหน้ากินหัวคิวค่ารับงานพิมพ์ไปส่งให้โรงพิมพ์เอกชน  เพียงอย่างเดียวเท่านั้น (เรื่องเดียวที่แจ้ง ก็แจ้งเท็จเสียอีก เพราะโรงพิมพ์ที่แจ้งชื่อไว้ด้านหลัง ไม่ได้พิมพ์จริง แต่ไปจ้างช่วงต้อให้โรงพิมพ์อื่น พิมพ์แทน)

พระราชบัญญัติการพิมพ์ มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า

“พิมพ์” หมายความว่า ทำให้เป็นตัวหนังสือหรือรูปรอยอย่างใด ๆ โดย การกดหรือการใช้พิมพ์หิน เครื่องกล วิธีเคมี หรือวิธีอื่นใดอันอาจให้เกิดเป็น สิ่งพิมพ์ขึ้นหลายสำเนา

“สิ่งพิมพ์” หมายความว่า สมุด แผ่นกระดาษ หรือวัตถุใด ๆ ที่พิมพ์ขึ้น รวมตลอดทั้งบทเพลง แผนที่ แผนผัง แผนภาพ ภาพวาด ภาพระบายสี ใบประกาศแผ่นเสียง หรือสิ่งอื่นใดอันมีลักษณะเช่นเดียวกัน

“หนังสือพิมพ์” หมายความว่า สิ่งพิมพ์ซึ่งมีชื่อจ่าหน้าเช่นเดียวกัน และ ออกหรือเจตนาจะออกตามลำดับเรื่อยไป มีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ก็ตาม มี ข้อความต่อเนื่องกันหรือไม่ก็ตาม

“ผู้พิมพ์” หมายความว่า บุคคลซึ่งจัดการและรับผิดชอบในการพิมพ์

“ผู้โฆษณา” หมายความว่า บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการผลิตสิ่งพิมพ์และจัด ให้สิ่งพิมพ์นั้นแพร่หลายด้วยประการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นโดยการขาย เสนอขาย จ่ายแจก หรือเสนอจ่ายแจก และไม่ว่าการนั้นจะเป็นการให้เปล่าหรือไม่

“บรรณาธิการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการจัดทำ ตรวจ แก้ คัด เลือก หรือควบคุมบทประพันธ์หรือสิ่งอื่นในหนังสือพิมพ์

“เจ้าของหนังสือพิมพ์” หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หนังสือพิมพ์

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการให้เป็นไปตามพระราช บัญญัตินี้

มาตรา 13 บัญญัติไว้ว่า สิ่งพิมพ์ซึ่งพิมพ์ขึ้นในราชอาณาจักร ต้องมีผู้พิมพ์และผู้โฆษณา” 

มาตรา 19 บอกไว้ว่า ในสิ่งพิมพ์ทุกฉบับที่พิมพ์ขึ้นในราชอาณาจักร ให้แสดงปีที่พิมพ์ ชื่อผู้พิมพ์ ชื่อและที่ตั้งโรงพิมพ์หรือสถานที่พิมพ์ในเมื่อ ไม่มีที่ตั้งโรงพิมพ์ชื่อผู้โฆษณา และที่ตั้งสำนักงานของผู้โฆษณาไว้ที่ ปกหน้าหรือหน้าสำหรับบอกชื่อสิ่งพิมพ์นั้น”

ท่านใดที่ได้รับสิ่งพิมพ์ปกสีเหลืองมาแล้ว ลองสำรวจตรวจสอบดูว่า มีชื่อ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หรือไม่ แสดงปีที่พิมพ์หรือไม่ แสดงที่ตั้งสำนักงานของผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ไว้หรือไม่

ถ้าเป็นของแท้ รับรองได้ว่า “ไม่มี” แต่ถ้าเป็นของปลอม อาจจะ “มี” เพราะคนทำผิดรู้ตัวแล้วว่าถูกตรวจสอบอย่างหนัก ทั้งเรื่อง โกงค่าพิมพ์ ทุจริตเข้ากระเป๋าไปกว่า 100 ล้านบาท ทั้งเรื่อง การพิมพ์เนื้อหาผิด ในมาตรา 308 ทั้งเรื่อง การโยนบาปให้ข้าราชการรับฝ่ายเดียว อ้างว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอำนาจสั่งจ้าง แต่ถ้าง้างปากดูจะเห็นเงินอัดแน่นเต็มสองแก้ม

ถามว่า เมื่อเราพบเห็นอีกจุดหนึ่งว่า สิ่งพิมพ์เล่มสีเหลืองที่ออกมากระจายเผยแพร่ไปทั่วประเทศ ในขณะนี้ เป็นสิ่งพิมพ์เถื่อน แล้ว เราจะทำอย่างไร ในฐานะผู้ได้รับหนังสือเล่มนี้ เราก็นำไปแจ้งความต่อพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานการพิมพ์ ที่ต้องกำกับดูแลรักษากฎหมาย ให้สิ่งพิมพ์ทุกชนิดที่พิมพ์ในราชอาณาจักรไทย ต้องปฏิบัติตามกฎหมายการพิมพ์  

เมื่อแจ้งความแล้วว่าได้พบเห็นการกระทำความผิด ได้พบเห็นสิ่งพิมพ์ผิดกฎหมาย หรือ  สิ่งพิมพ์เถื่อน ไม่แจ้งชื่อผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ซึ่งหมายความว่าไม่มีผู้รับผิดชอบ ไม่มีผู้เป็นเจ้าของ  ไม่ทำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้  ก็ขอให้มีการอายัดหนังสือเถื่อนเล่มนี้ ไว้เป็นของกลางทั้งหมด

โดยอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานการพิมพ์ ที่พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์  สวมหัวโขนอยู่นั้น ไม่มีทางเลี่ยงที่จะดำเนินการกับสิ่งพิมพ์เถื่อนเล่มนี้ ตามกฎหมายการพิมพ์ ได้แก่ การดำเนินคดีกับนายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่จัดพิมพ์และเผยแพร่กระจายสิ่งพิมพ์เถื่อนทั่วราชอาณาจักรไทย  ตามกฎหมายการพิมพ์ มาตร 56  ซึ่งบัญญัติไว้ว่า   ผู้ใดละเลยไม่แจ้งความแก่เจ้าพนักงานการพิมพ์ตามหน้าที่ ของตนตาม มาตรา 18 มาตรา 22 มาตรา 30 หรือ มาตรา 46 มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท และ มาตรา 57 ถ้าได้มีการโฆษณาสิ่งพิมพ์ซึ่งมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วน ตามมาตรา 19 หรือ มาตรา 31 ผู้พิมพ์และผู้โฆษณามีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินห้าสิบบาทสำหรับความผิดคราวหนึ่ง

หาก พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ ไม่ดำเนินคดี กับนายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรม นูญ  ประชาชนผู้แจ้งความก็สามารถที่จะดำเนินคดีกับพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานการพิมพ์ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายพิมพ์ ได้ทันที 

เหตุผลที่ทำให้ ไม่มีการแจ้งผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และ จำนวนเล่มที่พิมพ์ ไว้ในหนังสือปกสีเหลืองที่ชื่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก็คือ

1. ไม่มีใครอยากเป็นเจ้าของ อยากรับผิดชอบต่อการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเทคนิกการหลบเลี่ยงความผิด ที่นักกฎหมายและทนายความ นิยมใช้ คือ ไม่เซ็นชื่อไว้ในเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น  ในสภาร่างรัฐธรรมนูญ เต็มไปด้วยนักกฎหมาย และทนายความมือพระกาฬทั้งนั้น

2. ไม่ต้องการแจ้งยอดพิมพ์ที่แท้จริง ว่าจัดจ้างพิมพ์ 20 ล้านเล่ม แต่จัดพิมพ์จริงจำนวนกี่เล่ม ไม่มีใครรู้ได้  

3. การแจกจ่ายให้ประชาชน โดยไม่ใส่ซองระบุชื่อผู้รับ และไม่ต้องเซ็นรับ ตรงนี้ล่ะครับ ที่เป็นการเปิดช่องให้โกงกินมโหฬาร เพราะจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะเสียบให้ครบ 20 ล้านบ้าน  20 ล้านเล่ม  แล้วใครเป็นผู้ตรวจสอบว่ามีการจัดพิมพ์ 20 ล้านเล่มจริง มีการส่งให้ประชาชน 20 ล้านเล่มจริง มีหลักฐานใดเป็นสิ่งยืนยันการทำงานว่าไม่มีการทุจริตในขั้นตอนนี้ เพราะในขั้นตอนการจัดพิมพ์ ก็มีการทุจริตค่าจ้างจัดพิมพ์ บวกเพิ่มไป 1 เท่าตัว ทำให้รัฐเสียหายไปนับร้อยล้านบาท มาแล้ว

เพราะมีเจตนาทุจริตมาแต่ต้น จึงไม่มีการใครยอมระบุว่าเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ในการจัดพิมพ์หนังสือปกสีเหลืองเล่มนี้  ปล่อยให้เป็นหนังสือเถื่อน ออกมาเผยแพร่ทั่วประเทศ อยู่ในขณะนี้

ทีนี้ มาลองหลับตานึกภาพดูกันว่าจะสนุกแค่ไหน หากว่า มีประชาชนไปแจ้งความกับพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ว่า มีสิ่งพิมพ์เถื่อนเผยแพร่อยู่ในประเทศไทย  โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ บริษัทไปรษณีย์ เป็นผู้เผยแพร่ให้ แต่ ไม่มีผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา 

หาก พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ รับไว้ดำเนินคดี ก็จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้จัดทำรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุด ต้องถูกดำเนินคดีข้อหา จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญเถื่อน ออกเผยแพร่แก่ประชาชน

จะสนุกมากขึ้นไปอีก หากว่า ประชาชนร้องต่อศาลปกครอง ให้สั่งคุ้มครองชั่วคราว อายัดหนังสือร่างรัฐธรรมนูญ เถื่อน ทั้ง 20 ล้านเล่ม ไว้ก่อน ด้วยเหตุที่ว่าเพื่อหยุดยั้งการเผยแพร่สิ่งพิมพ์เถื่อนเล่มนี้ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดทั้งขั้นตอนการจัดพิมพ์และการเผยแพร่   จนกว่าการดำเนิน คดีกับผู้กระทำความผิดจะสิ้นสุดตามกระบวนการยุติธรรม    

ที่แจกไปแล้วก็ให้เรียกเก็บกลับคืน เพราะเป็นสิ่งพิมพ์เถื่อน ที่ยังไม่แจก ก็ให้อายัดไว้

หากจะแจกใหม่ ก็ต้องนำไปแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน  ไม่เช่นนั้นก็ต้องทำลายทิ้งทั้งหมด เพราะแจกออกไปวันใด ก็ยังเป็นสิ่งพิมพ์เถื่อน ผิดกฎหมายการพิมพ์ อยู่นั่นเอง

นึกภาพกันต่อไป หากมีการดำเนินคดี และ ศาลปกครอง สั่งห้ามแจกหนังสือร่างรัฐธรรม นูญ เถื่อน เล่มนี้ ตามที่ประชาชนร้อง ก็ลองคิดดูสิว่ากระบวนการประชามติ จะดำเนินไปอย่างไร ในเมื่อประชาชนไม่ได้รับรู้ ไม่ได้เห็นข้อความ ถ้อยคำ ที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ 2550 อีกแล้ว

กระบวนการประชามติ 19 สิงหาคม 2550 โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่าต้องให้ประชาชนได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญ โดยทั่วกันก่อนจะลงประชามติ ก็น่าจะคึกครื้นไปอีกแบบ

ผมถึงได้บอกไว้แต่ต้น ว่า มีเรื่องน่าสนุกมาชวนให้ทำ ลองนำไปขยายผลต่อก็แล้วกัน  รับรองได้ว่า “สนุกแน่” ครับ

แค่ จัดพิมพ์หนังสือร่างรัฐธรรมนูญ  ยังทั้งโกง ทั้งเถื่อน  แต่จะเอามาใช้บังคับกับประชาชนว่า “อย่าโกง”  และ “อย่าทำผิดกฎหมาย”

พฤติกรรมของคนร่างรัฐธรรมนูญ เป็นแบบนี้ แล้วจะยัดเยียด บังคับ ข่มขืนใจให้ประชาชน “เห็นชอบ” กับผลงานที่ทั้งโกง ทั้งเถื่อน อีกหรือ

ไม่ละอายแก่ใจบ้างหรือครับ

เขียนถึงตรงนี้ ผมก็เพิ่งรู้ว่า อาจารย์นรนิติ เศรษบุตร นอกจากจะเชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ แล้ว ยังชำนาญการด้านการล่องหน หายตัว อีกด้วย ก็ตั้งแต่ ถูกจับได้ไล่ทันว่า จัดพิมพ์หนังสือร่างรัฐธรรมนูญ มีการทุจริต โกงกินเงินแผ่นดิน ทำให้รัฐเสียหายไปร้อยกว่าล้านบาทแล้ว ผมก็ไม่เคยเห็นท่านอาจารย์ปรากฎกายอีกเลย

นี่มาเจอ ข้อหาจัดพิมพ์หนังสือเถื่อน เข้าไปอีก  ผมว่าเห็นทีท่านอาจารย์ของผม คงจะต้องหายสาบสูญไปตลอดกาลแล้วกระมัง

แต่ถ้าจะว่าไปแล้ว หนังสือร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ก็ได้ฟ้องสะท้อนตัวตนของคนเขียน และเหตุที่มาของมันได้อย่างแจ่มแจ๋วเสียจริงๆ

ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับขี้โกงค่าพิมพ์ ก็ต้องคู่ควรกับ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่จัดตั้งขึ้นมาจากการการโกงอำนาจประชาชน ของคมช.  จึงเห็นการโกง เป็นเรื่องปกติ และเริ่มโกงกันตั้งแต่พิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ เสียเลย

ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับของเถื่อน ก็ต้องคู่ควรกับ สภาร่างรัฐธรรมนูญเถื่อน ที่จัดตั้งขึ้นมาจากกติกาของพวกโจรปล้นอำนาจ ที่ได้อำนาจมาด้วยวิธีการอันป่าเถื่อน

ก็เห็นกันแล้วว่า พฤติกรรมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ชุดนี้เป็นอย่างไร

ใครจะทนให้ทหาร กับ นักกฎหมายทาสรับใช้เผด็จการ บังคับ ขืนใจ ก็เชิญตามสบาย

แต่ สำหรับ “ประดาบ”  19 สิงหา นี้ มีมติเดียว คือ “ไม่เห็นชอบ”  
                                                                 

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: