ชักธงรบ

           

           ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ

           ยังล่วงลับดับสลายไปไม่ได้ เพราะเคยให้สัญญากันไว้แล้วว่า กาลอวสานของประดาบยังมาถึงไม่ได้ หากว่าเผด็จการยังไมถึงกาลอวสาน

           จำได้ดีว่าเคยสัญญาไว้กับทุกท่านอย่างไร ไม่ลืมง่าย และไม่เคยลืม

           แต่ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ต้องการให้มีใครมานำเรื่องราวความคิดเห็นส่วนตัวของผมคนเดียว ไปปั่นกระแส หรือไปแถสร้างสถานการณ์ให้กระทบกระเทือนเลื่อนลั่น กระทั่งกระทบไปถึงท่านนายกฯ ทักษิณ ที่เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย และต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่กับครอบครัว

           ผมกลัวแต่ว่าหากผมเขียนวิพากษ์อะไร วิจารณ์ใคร หรือ แฉเอกสารลับ จับเอกสารลึกมาเปิดเผยในห้วงเวลาที่ท่านนายกฯทักษิณ มาถึงประเทศไทย จะกลายเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตอย่างสงบของท่านและครอบครัว ก็เป็นได้ จึงต้องอดใจไว้ก่อน

           ผมไม่อยากให้สื่อทั้งหลาย ตลอดจนเหล่าชายโฉดและหญิงชั่วทั้งปวง ที่ขึ้นป้ายหมายหัวท่านนายกฯทักษิณ เป็นศัตรูปรปักษ์อันดับหนึ่งฉวยจังหวะ ใช้โอกาส หยิบข้อเขียน บทความของผม ไปบิดเบือนแล้วนำกลับมาเชือดเฉือนท่านนายกฯ ของผม โดยที่ท่านไม่ได้รู้เห็นด้วย จะกลายเป็นว่าผมก่อบาปทำกรรมแก่คนที่ผมรักเสียเปล่าๆ ฟรีๆ

           รอจนกระทั่งท่านนายกฯทักษิณ เดินทางไปอังกฤษ เพื่อบริหารจัดการธุรกิจทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ ของท่าน ที่เสมือนเรือใบขาดกัปตันในช่วงหลายแมตช์ที่ผ่านมา ผมจึงค่อยเยี่ยมหน้าโผล่หัวออกมาโบกมือทักทายทุกท่าน เหมือนที่ได้เห็น ได้อ่านกันอยู่ในเวลานี้ นี่ล่ะ

           แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง คือ เมื่อท่านนายกฯทักษิณ มาถึงประเทศไทย ผมจะต้องหลบหายไปทุกครั้ง คงไม่ใช่ ครั้งถัดๆ ไป ที่ท่านเดินทางกลับมาหาพวกเรา จะเป็นแบบไปๆ กลับๆ หรือ กลับมาแล้วไม่ไปอีกเลย ผมก็จะทำหน้าที่ของผมโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ตามที่ได้ตั้งใจไว้

           เพียงแต่ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการเดินทางกลับประเทศไทย หลังพลัดพรากจากไปนานกว่าปี และเป็นที่จับจ้องมองดูของเหล่าอันธพาลทางการเมืองที่คอยหาเรื่อง โยนความผิด คิดชั่วร้ายกับท่านอยู่ตลอดเวลา ผมจึงไม่อยากจะตกเป็นเครื่องมือหรือเป็นเหยื่อของคนพาลเหล่านั้น จึงได้แต่นั่งจ้องอยู่หน้าจออย่างสงบ และสะกดมือที่อยากจะขีดเขียนอยู่ทุกคืนวัน โดยไม่ได้หันห่างหนีหน้าหายไปไหนดังที่หลายคนคิดและถามถึง

           15 วันที่ ท่านนายกฯทักษิณ อยู่ในประเทศไทย ผมก็ได้แต่แผ่เมตตาให้แก่ศัตรูของท่านและของผม เพื่อเป็นกุศลแก่ท่านนายกฯที่ผมรัก เปรียบเสมือนช่วงนุ่งขาวห่มขาว ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อชำระจิตใจแท้ๆ เชีียว

           ทั้งๆ ที่หัวใจเต้นเร่าๆ อยากจะโถมเข้าใส่เหล่าอันธพาลการเมือง และลิ่วล้อบริวารเผด็จการที่ออกมาแผดเสียงจะเผาบ้านเผาเมือง และเตรียมการที่จะจุดไม้ขีดก้านแรก ในวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม ที่จะถึง

           พ้นช่วงจำศีลบำเพ็ญเพียร 15 วัน พลันที่นายกฯทักษิณ พ้นประเทศไทย ผมก็กลับมาประจำการ เตรียมพร้อมทำหน้าที่ของผมต่อไป

           ก่อนจะอ่านเรื่องราวข่าวคราวแง่คิดและมุมมองบนไฮ-ทักษิณ กันต่อไป ขออนุญาตบอกกล่าวข่าวของพวกเราสักเล็กน้อย ก็คือว่า…

           กำลังของเราที่เคยมีอยู่ 4 คน บัดนี้ลดหายไป 1 เหลือกันอยู่ 3 คน ประกอบด้วย 1 ชายจะแก่ และ 2 ชายฉกรรจ์ เนื่องจาก น้องสาวคนเก่งที่เคยเป็นขวัญ(กำลัง)ใจ ของพวกเรา ได้โบกมือลาไปแล้ว อันเนื่องแต่ความจำเป็นทางธุรกิจการงานส่วนตัวของเธอ ประกอบกับเธอเดินมาถึงเป้าหมายของเธอแล้ว คือ นำประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ นำนายกฯทักษิณกลับมาคืนแก่ทุกคน

           อยากจะทัดทานแต่ยากจะทักท้วงเธอได้อีกต่อไป เพราะ 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งเธอ และผม จมอยู่กับงานที่ไม่ก่อรายได้ ให้แต่ความอิ่มใจ จนไม่สามารถยืนทวนกระแสและต้านทานต่อการเรียกร้องของครอบครัวได้

           เมื่อเสียงเรียกร้องที่รุกเร้าต่อเธอดังขึ้นทุกวันๆ ผมก็จำต้องทำใจที่จะเหลือกันเพียงแค่ 3 คน และก็เป็นธรรมดาของทีมงานที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา เมื่อขาดหายไปหนึ่ง และเป็นหนึ่งน้องเล็กที่เคยกุลีกุจอช่วยกันอย่างไม่รู้เหนื่อย ก็ยิ่งทำให้พวกที่เหลืออีก 3 คน ใจหายกันแทบจะทุกลมหายใจ

           บรรยากาศในสำนักงานของเรา ดูเงียบเหงาและเศร้าซึมอยู่หลายวัน แม้วันนี้ก็ดูไม่มีวี่แววจะดีขึ้น จึงต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ แก่ทุกท่านที่พอจะจับอาการ และผิดสังเกตได้ ว่า ไฮ-ทักษิณ ดูเนือยๆ ไป ไม่เข้มข้น ดุดันเหมือนวันก่อนๆ ก็อาจจะเป็นการอ่อนแรงของพวกเราในห้วงเวลาที่ผ่านมา หลังจากที่น้องสาวคนเก่งเดินจากไปจากสำนักงานของเรา ในคืนวันที่ 29 กุมภาพันธ์ หลังจาก นายกฯทักษิณ กลับมาถึงประเทศไทยได้เพียงหนึ่งวัน

           ความดีใจที่คนรักเดินทางกลับถึงบ้าน กับ ความเสียใจที่มิตรร่วมรบคนหนึ่งเดินทางจากไป เกิดขึ้นและแทนทดกันในระยะเวลาเพียงข้ามคืน เท่านั้นเอง

           จนถึงวันนี้ ความรู้สึกขาดหาย ยังคงมีอยู่แบบเต็มเปี่ยม ยังไม่รู้ว่าจะเติมอย่างไรในส่วนที่ขาดหาย ให้กลับมาเต็มเหมือนเดิม

           แต่ไม่เป็นไร…. 3 คนที่เหลืออยู่ แม้จะไม่สมบูรณ์ดังเดิม แต่ก็น่าจะเพียงพอที่จะก่อการดี และต่อตีกับเหล่าอันธพาล บริวารลิ่วล้อเผด็จการได้ โดยที่พวกเราจะไม่ออมกำลัง แต่จะโถมถาเข้าใส่แบบสุดกำลัง เพื่อยับยั้งหายนะที่เดินตามหลังเหล่าอันธพาลของระบอบประชาธิปไตย มาหาพวกเรา ให้จงได้

           ที่ผ่านมามี 4 ก็นับว่าน้อย แต่นี่ถอยเหลือเพียง 3 ทว่าหากทุกท่านยังพร้อมจะสู้ต่อ เราก็จะเดินหน้าไปด้วยกัน ไปเพื่อจะฟาดฟันเหล่าอันธพาลของระบอบอประชาธิปไตย ให้ดับดิ้นสิ้นสูญกันไปเสียที

           วันนี้ ผมกลับมาหาทุกท่าน นอกจากจะบอกว่า “ขออภัยที่คิดถึงมาก” แล้ว ผมอยากจะชักชวนท่านทั้งหลาย “ชักธงรบ” กับเหล่าอันธพาล แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย

           หากเราอยู่ มันต้องม้วย

           หากมันอยู่ เราก็ตาย

           “ชักธงรบ”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: