จ้าง “น้องสพรั่ง” 12 ล้าน ทำลาย”ทักษิณ”

                          เตรียมพบกับ..หลักฐานการทุจริตของคมช.! ที่นี่ที่เดียว.. 
                                 
       
จ้าง “น้องสพรั่ง” 12 ล้าน ทำลาย”ทักษิณ”เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน จดหมายและหลักฐาน จากเจ้าหน้าที่สำนักตรวจเงินแผ่นดิน ว่าด้วยการจัดซื้อเสื้อเกราะกันกระสุน วงเงินกว่า 173,994,840 บาท ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน ถึงขนาดที่ต้องสั่งการให้จัดซื้อกันทางวิทยุสื่อสาร พร้อมทั้งการเปิดโปงขบวนการทำมาหากินของทหารน้อยใหญ่ในกองทัพบก โดยมี พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เสนอเรื่อง และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้อนุมัติ หลังจาก ภรรยานายทหารใหญ่คนหนึ่งเดินทางกลับจากท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ทำให้อุณภูมิในกองทัพบก และ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ร้อนฉ่า ร้อนยิ่งกว่าร้อนของอุณภูมิแดดเดือนเมษายน 
       
เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นแหล่งข่าว ผู้ส่งข้อมูลหลักฐานให้กับผม แจ้งให้ทราบทาง e-mail ว่า คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสตง. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าเอกสารหลุดออกไปจากสำนักงานฯ ได้อย่างไร และได้คาดโทษทางวินัยว่าต่อไปเอกสารหลุดไปจากส่วนงานใด ผู้รับผิดชอบจะถูกลงโทษ ข้อหาเปิดเผยความ ลับทางราชการ น่าประหลาดใจที่การตั้งกรรมการสอบ จำกัดขอบเขตเฉพาะหาตัวคนเอาเอกสารมาเปิด เผย แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบ ว่าเรื่องที่อยู่ในจดหมาย พร้อมทั้งหลักฐานที่นำมาประกอบ เป็นความจริงหรือความเท็จ     เงินแผ่นดินกว่า 2,000 ล้านบาท ตกอยู่ในภาวะอันตรายอย่างยิ่ง  คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสตง. กลับไม่เข้าไปตรวจสอบ แต่จะไปลงโทษเจ้าหน้าที่ ที่กำลังปกป้องเงินแผ่นดิน        ไม่เป็นไรครับ สตง. กวดขันมากขึ้น เอกสารก็ออกมายากขึ้น ก็ไม่เป็นไร เพราะแหล่งข้อมูล แหล่งข่าว และผู้ปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ไม่ได้มีอยู่ในสตง. เท่านั้น หากแต่มีอยู่ในทุกหน่วยงาน ทุกส่วนราชการ  โดยเฉพาะในกองทัพบก ซึ่งเป็นวิมานของทหารเลว ที่กำลังเพลินกับการหาประโยชน์จากเงินแผ่นดิน จากภาษีอากรของประชาชน อยู่ในเวลานี้        ไม่น่าเชื่อว่า เอกสารชุดที่ผมได้รับมาจากนายทหารระดับพันเอกท่านหนึ่ง แห่งกองทัพ บก จะเป็นเอกสารที่มีความสมบูรณ์ขนาดนี้ มีพร้อมทั้งลายเซ็น พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ รองผอ.ศปศ.คมช. พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ ผอ.ศปศ.คมช.  และลายเซ็น พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ประธานคมช. เอกสารชุดนี้ ในชั้นต้น “ท่านพันเอก” บอกว่าจะส่งให้ผมทาง e-mail แต่ผมต่อรองขอรับเป็น Hard copy หลังจากที่ได้อ่านคำบอกเล่าทาง e-mail แล้ว คิดว่าน่าจะเป็นพยานเอกสารชิ้นสำคัญที่สุด ในการยืนยันความไม่ชอบธรรม ความไม่ชอบมาพากล ความไม่ซื่อสัตย์สุจริต ของคมช. เท่าที่พอจะหาได้ในเวลานี้  ซึ่งยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร และเอกสารหลักฐานชิ้นนี้ น่าจะต้องได้รับการตรวจสอบก่อนนำเสนอ ว่าเป็นเอกสารที่สำเนามาจากต้นฉบับจริง สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปหรือความมีอยู่จริงของเอกสารต้นฉบับได้ และไม่ใช่เอกสารที่ถูกดัดแปลงแก้ไขด้วยคอมพิวเตอร์ ผมให้เหตุผลไปว่า เนื่องจากขณะนี้ ทีมงานของผม ได้รับข้อมูลเรื่องราวจำนวนมากมาย และเอกสารทางราชการที่ส่งเข้ามา e-mail หลายร้อยไฟล์ เกือบทั้งหมดประทับตราลับมาก เป็นเอกสารชี้เบาะแสความไม่ชอบธรรมในการบริหารราชการของรัฐบาล และความไม่ชอบมาพากลในการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน รวมไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ใช้อำนาจเป็นธรรม ไม่ได้ใช้ธรรมเป็นอำนาจ รวมไปถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของวิญญูชนจอมปลอมที่สวมใส่หน้ากากหลอกลวงประชาชน ให้หลงเชื่อ เปลือกนอก อีกจำนวนมาก จนอ่านกันแทบไม่ทันกรณีคำพิพากษา นางทีปสุรางค์ ภักดีธนากุล ภรรยาของนายจรัญ ภักดีธนากุล ก็เป็นเรื่องราวและพยานเอกสารชิ้นสำคัญ ที่ได้รับจากผู้มีเจตนาดีต่อประเทศชาติ เมื่อทีมงานตรวจสอบเอกสารที่ได้รับแล้ว พบว่าเป็นความจริง  จึงได้กระชากหน้ากากวิญญูชนจอมปลอม ออก ทำให้ประชาชนทั่วไป ได้เห็นและรู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงของนายจรัญ ภักดีธนากุล 
       
“ท่านพันเอก” ออกอาการกลัวๆ กล้าๆ ผมจึงบอกไปว่า หากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนพอ ก็นำเสนอไม่ได้ เพราะเรื่องสำคัญระดับนี้ต้องมีเอกสารประกอบที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากทุกเรื่องที่เวปไซต์ Hi-thaksin นำเสนอ เป็นเรื่องจริงที่สามารถตรวจสอบได้ และมีพยานเอกสารประกอบทุกเรื่อง  หากไม่สะดวกที่จะส่งเอกสารเป็น Hard copy  ก็ขอให้เรื่องที่เราพูดคุยกันทาง e-mail เป็นเรื่องลับระหว่างเราสองคน แต่หากเมื่อใดที่ต้องการให้เรื่องนี้เปิดเผยแก่ประชาชนทั่วไป ก็ขอให้แจ้งกลับมาอีกครั้ง“ท่านพันเอก” ไม่ได้ติดต่อกลับมานานเกือบสัปดาห์ จนกระทั่งสายๆ ของวันศุกร์ (30มีนาคม) ที่ผ่านมา “ท่านพันเอก” ก็แจ้งมาทาง e-mail ว่าท่านเห็นว่าควรแก่เวลาที่จะเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องลับระหว่างผมกับท่านแล้ว ผมจึงได้นัดแนะการส่ง-รับเอกสาร โดยที่ไม่ต้องเปิดเผยตัวทั้งสองฝ่าย Hi-thaksin และพบว่าเอกสารทุกชิ้นที่เราได้รับจาก “ท่านพันเอก” เป็นเอกสารที่ถ่ายสำเนามาจากเอกสารต้นฉบับ ที่เคยอยู่ในแฟ้มเสนองาน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และ ประธานคมช. เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2550 พร้อมกับประทับตรา “ลับมาก” ไว้บนเอกสารชุดดังกล่าวทุกหน้า เอกสารชุดดังกล่าว เป็นการอนุมัติจ้างทีมงานวิเคราะห์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์เชิงลึก โดย พล.ต.จิรชัย เดชดำรง ซึ่งมีตำแหน่งกำกับท้ายชื่อยาวเกือบครึ่งฟุต จนพลเรือนอย่างผมต้องเวียนหัว และไม่สามารถหาคำแปลได้ ว่า จก.กร.ทบ./รอง หน. สกร.ศปศ.คมช. ทำการแทน หน.สกร.ศปศ.คมช. คือตำแหน่งใด ได้ทำบันทึกขออนุมัติจ้าง ทีมงานวิเคราะห์ข้อมูลและการประชาสัมพันธ์เชิงลึกให้กับคมช. โดยใช้งบประมาณ 12,000,000 บาท (สิบสองล้านบาทถ้วน) เงิน 12,000,000 บาท นี้ เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณ 555 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติให้ศปศ.คมช. ที่มีพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีภารกิจหลักคือ ติดตามหาข่าว เพื่อรับมือกับปัญหาความไม่เรียบร้อยที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร ทั้งนี้ บุคคลที่เป็นหัวหน้าทีมงานวิเคราะห์ฯ ซึ่งได้รับการพิจารณาคัดเลือกจาก ศปศ.คมช. ที่มี พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีชื่อว่า ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร  ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ มีความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ  มีแนวคิดในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม โดยใช้ “บุคคลที่สาม”(Third Party) เป็นผู้ปฏิบัติทั้งปกปิดและเปิดเผย และใช้เครือข่ายสื่อมวลชนในลักษณะเชิงรุก ลดทอนความน่าเชื่อถือแกนนำฝ่ายตรงข้าม เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นรม. หรือ นายนพดล ปัทมะ เป็นต้น        อ่านถึงตรงนี้แล้ว เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สะดุดใจ สะดุดตาตรงไหนบ้างไหมครับ        ถูกต้องแล้วครับ… ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร หัวหน้าทีมงานวิเคราะห์ฯ ผู้รับจ้างจาก ศปส.คมช. ด้วยวงเงิน 12 ล้านบาท ใช้นามสกุลเดียวกันกับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร  ผู้อำนวยการ ศปศ.คมช. ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร เป็นใคร มาจากไหน ทำไมจึงใช้นามสกุลเดียวกับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การประชาสัมพันธ์เชิงลึก มากน้อยเพียงใด คมช. จึงต้องจ้างมาทำงานด้วยค่าตัวที่แพงลิบลิ่วถึง 12 ล้านบาท มีระยะเวลาทำงาน 6 เดือน  แปลความได้ว่า คมช. จ้าง ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร ทำงานเดือนละ 2 ล้านบาท  สูงกว่าเงินเดือนนายกรัฐมนตรี และ เงินเดือนประธานคมช. เสียอีก ตอบกันไปทีละข้อนะครับ1. เหตุที่ ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร ใช้นามสกุลเดียวกับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ก็เพราะ ดร.เชียรช่วง เป็นน้องชายร่วมสายโลหิตของ พล.อ.สพรั่ง การที่ พล.อ.สพรั่ง ในฐานะ ผู้อำนวยการศปศ.คมช. จ้าง ดร.เชียรช่วง วิเคราะห์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์เชิงลึกให้แก่คมช. ถือได้ว่า เป็นสัญญาสายโลหิต แบบ พี่ชายจ้างน้องชาย แต่ “หลวง” จ่ายเงิน ด้วยอัตราค่าจ้างเดือนละ 2 ล้านบาท เท่านั้น 2. เหตุที่ คมช. ลงทุนจ้าง ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร เดือนละ 2 ล้านบาท ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์เชิงลึก นั้น นอกจากความสัมพันธ์ร่วมสายโลหิตกับ พล.อ.สพรั่ง แล้ว  ดร.เชียรช่วง ยังเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับงานดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะกรรมการบริหาร บริษัทสเติร์น สจ๊วต (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้ต้องหาคดีปั่นหุ้น ทีพีไอ ร่วมกับ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ นายทุนคนสำคัญของขบวนการโค่นล้มพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษาส่วนตัวของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ดร.เชียรช่วง คือผู้ทำหน้าที่ส่งเงินให้กับ สนธิ ลิ้มทองกุล ตลอดระยะเวลา 1 ปีเศษ เพื่อใช้หล่อเลี้ยงขบวนการโค่นล้มพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สำหรับความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนในประเทศ นั้น ดร.เชียรช่วง มีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับสถานีวิทยุชุมชน 92.25 ที่ตั้งอยู่บนตึกทีพีไอ แต่กับสื่อมวลชนอื่นๆ นั้น ความสัมพันธ์จัดอยู่ในระดับ ผู้อ่าน ผู้ชม และ ผู้รับฟัง  ส่วนสื่อมวลชนต่างประเทศ ไม่เคยเป็นที่ปรากฎว่าสำนักข่าวใดเคยรู้จักมักคุ้นกับ ดร.เชียรช่วง มาก่อน     เพียง 2 คำตอบนี้ ก็คงจะประเมินได้แล้วว่า ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร น้องชายสุดที่รักของ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และ ว่าที่ผู้บัญชาการทหารบก คนใหม่ มีราคาค่าตัวคุ้มกับเงินแผ่นดิน 12 ล้านบาท ที่ต้องจ่ายเป็นค่าจ้าง หรือไม่หากจะประเมินผลการทำงานของ ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึง ปัจจุบัน ก็ดูได้ไม่ยากนัก  พิจารณาจากคะแนนความนิยมของคมช. และแกนนำคมช.แต่ละท่าน ก็คงจะพอเห็นฝีไม้ลายมือของดร.เชียรช่วง โดยเฉพาะความนิยม ความชื่นชอบในตัว พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน  ประธานคมช. ในฐานะหัวหน้าใหญ่ ถึง พล.อ.สพรั่ง  กัลยาณมิตร ในฐานะหัวหน้าเล็ก ที่ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว  ก็เป็นส่วนหนึ่งของผลงานที่ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร ได้แสดงให้เห็นแล้ว ว่ามีฝีมือคุ้มค่าจ้างหรือไม่ ประทับใจพี่ชายผู้มีพระคุณ หรือไม่        สิ่งสะดุดตา สะดุดใจผม ที่ปรากฎในเอกสารอนุมัติจ้าง ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร น้องชายพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ด้วยเงินแผ่นดิน 12 ล้านบาท ซึ่งหลุดมาอยู่ในมือผมขณะนี้ ก็คือ การเขียนถ้อยคำว่า “มีแนวความคิดในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม” และ “ลดทอนความน่าเชื่อถือแกนนำฝ่ายตรงข้าม เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนรม. และ นาย นพดล ปัทมะ เป็นต้น” ลงในเอกสารทางราชการ ของกองทัพบก กองทัพบก และ คมช. ยอมรับแล้วใช่ไหมว่า การดำเนินการของกองทัพบก และ คมช. ในขณะนี้ มีการนิยามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็น “ฝ่ายตรงข้าม” เป็น “ศัตรู” ที่ต้องกำจัด ต้องทำลาย ต้องลดทอนความน่าเชื่อถือ  เหตุใด จึงมีการกำหนดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็น “ฝ่ายตรงข้าม” เป็น “ศัตรู”เหตุใด จึงมีการจัดทำแผนการทำลายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เหตุใด จึงมีการจัดทำแผนลดทอนความน่าเชื่อถือของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรกองทัพบก และ คมช. ตอบได้ไหมว่า ทำไมจึงไม่ดำเนินการตามแนวทางสมานฉันท์ ตามที่ได้ประกาศ และเรียกร้องให้ประชาชนในชาติให้ความร่วมมือกับนโยบายสมานฉันท์ และรู้รักสามัคคี ตามพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกองทัพบก และ คมช. ตอบได้ไหมว่าทำไมจึงเรียก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็น ฝ่ายตรงข้าม และจัดเป็นศัตรู ทั้งๆ ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนไทยร่วมชาติ   ที่ประกาศว่าพร้อมที่จะสมานฉันท์กับทุกฝ่ายเพื่อให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ความสงบเรียบ ร้อย  กองทัพบก และ คมช. ตอบได้ไหมว่า คดีความ ข้อกล่าวหาต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว อยู่ในขณะนี้ เป็นเพราะฐานะ “ฝ่ายตรงข้าม” ฐานะ “ศัตรู” ของกองทัพบก หรือ คมช. ใช่หรือไม่ จึงมีการทำลายล้างกันทุกรูปแบบ กองทัพบก และ คมช. ตอบได้ไหมว่า นี่คือ ปัญหาส่วนตัวของ แกนนำคมช. กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะ “ฝ่ายตรงข้าม” ใช่หรือไม่ กองทัพบก และ คมช. ตอบได้ไหมว่า หลังการรัฐประหารของพวกท่าน นานเกือบ 7 เดือน ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงยังได้รับความเชื่อถือจากประชาชนอย่างสูง ทั้งๆ ที่ถูกกล่าวหาสารพัดข้อหาเท่าที่พวกท่านจะมีความสามารถสร้างข้อหาขึ้นมาได้ คำตอบ ก็คือ เพราะประชาชนเชื่อถือการทำงานของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นแนวทางที่จะนำพาประเทศชาติและประชาชน ให้รอดพ้นจากวิกฤตได้  แต่ประชาชนไม่เชื่อถือ คมช. และรัฐบาลที่มาจากคมช. ว่าจะมีความสามารถเช่นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ประชาชนเชื่อถือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และยังรอคอยการกลับมาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่จนถึงทุกวันนี้  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการกองทัพบก และ ประธานคมช. ยังคงยืนยันหรือไม่ว่า การดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและตามเสียงเรียกร้องของประชาชนส่วนใหญ่ด้วยเอกสารชุดที่อยู่ในมือของผมฉบับนี้ เป็นพยานหลักฐานที่มัด พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  ว่า ท่านไม่ได้ดำเนินการกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ หากแต่เป็นการดำเนินการเพราะท่านเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็น “ฝ่ายตรงข้าม” ของท่าน ที่ต้องทำลายล้าง   ด้วยเอกสารชุดที่อยู่ในมือของผมฉบับนี้ เป็นพยานหลักฐานที่มัด พล.อ.สพรั่ง กัลยาณ มิตร นักรบจอมปลอม วีรบุรุษตั้งเอง ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่ได้มาจากการก่อการรัฐประหาร เอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่น้องชายของตัวเอง พฤติกรรมของพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผิดทั้งฉ้อราษฎร์และบังหลวง 
       
ในยามที่ประเทศชาติยากแค้น ประชาชนขัดสน เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ  ด้วยวีรกรรมที่ นายทหารใหญ่แห่งกองทัพบก ในนาม คมช.  ก่อการรัฐประหาร  กลับปรากฎเอกสารหลักฐานว่า ญาติพี่น้อง วงศ์วานหว่านเครือของ แกนนำคมช. กำลังทำมาหากินกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และสนุกสนานเพลิดเพลิน บนความทุกข์ของประชาชนส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้ การรัฐประหาร ที่อ้างว่าทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ก็กลายเป็นการทำเพื่อประโยชน์แห่งตนเองและพวกพ้องการรัฐประหาร ที่อ้างว่าทำเพื่อหยุดยั้งการทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมือง ก็กลายเป็นการทำเพื่อเปิดยุคการทุจริตคอรัปชั่นของทหาร และเครือญาติทหารการรัฐประหาร ที่อ้างว่าเพื่อยุติการแทรกแซงองค์กรอิสระ และสื่อมวลชน ก็กลายเป็นการรัฐประหาร เพื่อควบคุมองค์กรอิสระ และสื่อมวลชน ให้ทำงานตามสั่ง มีเป้าหมายที่ทำลาย “ฝ่ายตรงข้าม” ให้ย่อยยับทุกวิถีทาง ทั้งปกปิดและเปิดเผยการรัฐประหาร ที่อ้างว่าเพื่อยุติการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็กลายเป็นการรัฐประหารเพื่อยุติการสั่งฟ้อง ยุติการดำเนินคดีกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่ถูกประชาชนแจ้งความทั่วประเทศ แต่กลับทำทุกวิถีทางที่จะสร้างพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะ “ฝ่ายตรงข้าม” เพียงคนเดียวกระบวนการสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหาร และ การทำลายล้าง “ฝ่ายตรงข้าม” อย่างพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตามแผนการของดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร น้องชายร่วมสายโลหิตของพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ระบุไว้ชัดเจนถึงการจ้างหนังสือพิมพ์ทั้งไทยและอังกฤษในประเทศไทย ตีพิมพ์ข่าว บทความ การ์ตูน รายการวิทยุทั้งเอฟเอ็ม เอเอ็ม เสนอข่าว ความเห็น โดยมีเป้าหมายเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

        เมื่อได้รับเอกสารที่บรรจุไว้ในซองสีน้ำตาล ไม่มีตราสัญญลักษณ์ใดๆ ให้เป็นร่องรอยที่จะตรวจสอบย้อนหลังได้แล้ว ผมและทีมงานก็เปิดซองอ่านอย่างรวดเร็วแต่ละเอียดทุกตัวอักษร ก่อนจะเริ่มกระบวนการตรวจสอบเอกสารตามกรรมวิธีของ รวมไปถึงการติดต่อว่าจ้าง นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย แกนนำองค์กรเอกชน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้เข้าร่วมขบวนการทำลาย “ฝ่ายตรงข้าม” ซึ่งมีการระบุไว้ในแผนการอย่างชัดเจน ทั้งชื่อ นามสกุล ตำแหน่งหน้าที่การงาน และที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือมี อดีตรัฐมนตรีรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองขนาดกลาง ก็ตอบรับเข้าร่วมกับขบวนการทำลายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วย …ใครเป็นใคร จะเปิดโฉมหน้าให้ดูกันทั้งหมด อดใจรออีดนิดนอกจากนี้ ยังมีการจ้างต่างชาติ ทั้งในรูปบริษัท และตัวบุคคล ให้เข้าร่วมปฏิบัติการแผนการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ฉบับคมช. ด้วย ที่น่าตกใจที่สุดก็คือ การถือป้ายประท้วงหน้าสถานทูตสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2550 ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานประชาสัมพันธ์เชิงรุก ของดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร ที่ได้รับความเห็นชอบจาก คมช. ด้วยเช่นกัน คำถามและข้อสงสัยของรัฐบาลสิงคโปร์ที่มีต่อพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ว่าอยู่เบื้องหลังการสร้างกระแสโจมตีและเกลียดชังสิงคโปร์  ซึ่งกองทัพบก และกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิเสธแบบยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่จริง ถูกเปิดเผยออกมาแล้วจากแผนการประชาสัมพันธ์เชิงรุกของดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร  ซึ่งได้รับว่าจ้างจากกองทัพบก และ คมช. ให้ไปจัดผู้ประท้วงหน้าสถานทูตสิงคโปร์ จริงๆ

          เมื่อความจริงถูกเปิดเผยออกมาแบบนี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และกระทรวงการต่างประเทศ จะตอบคำถามรัฐบาลสิงคโปร์ อย่างไร แผนการของ ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร ยังระบุไว้ด้วยว่าได้ส่งทีมงานเข้าไปประจำใน การชุมนุมทุกเวที และเวปไซต์ต่างๆ เพื่อสังเกตการณ์การชุมนุม และโพสต์ข้อความชี้นำและตอบโต้ในเวปไซต์ต่างๆ  โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพราะฉนั้นที่เห็นพวกมีอาการผิดปกติในเวปไซต์ Hi-thaksin จึงไม่ต้องถามกันมาก รับงานมาจาก ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร นั่นเอง  วันพรุ่งนี้ ผมจะเปิดเอกสาร “ลับมาก” ที่ “ท่านพันเอก” ส่งให้ผมแบบเต็มๆ พร้อมทั้งแผนงานของดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร น้องชายสุดที่รักของพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ทุกหน้า ทุกแผ่น ให้ทุกท่านได้พิจารณา และตัดสินใจกันเองว่า…ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ เราจะหยุด คมช. และ คณะทหารบ้าอำนาจ เพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งประเทศไทยของเรา ก่อนที่ประเทศไทย จะตกอยู่ในสภาพ “กระดูกก็ไม่เหลือ”                                                                                          

ประดาบ

Advertisements

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: