จริยธรรมของคนดี

           

           อารีย์ วงศ์อารยะ ประกาศว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังจากที่ รัฐมนตรีอีก 2 คนที่มีปัญหาในเรื่องการถือหุ้นเกิน 5 % ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ สิทธิชัย โภไคยอุดม และ อรนุช โอสถานนท์ แถลงลาออกไปแล้ว

           ทำไม อารีย์ วงศ์อารยะ ต้องแสดงสปิริต ลาออกจากตำแหน่ง ในเมื่อ สุรยุทธ์ จุลานนท์ ยังไม่ลาออกจากตำแหน่ง

           อารีย์ ไม่ได้โกงหุ้นใครมา เป็นหุ้นของตัวเอง และถือครองหุ้นมาตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง หากเห็นว่าไม่ถูกต้อง แล้วตั้งเข้ามาทำไม แต่ สุรยุทธ์ สิ ได้ที่ดินเขายายเที่ยง มาอย่างไร ยังตอบประชาชนไม่ได้

           สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ยังด้านอยู่ได้ ทั้งๆ ที่ผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม แล้วทำไม อารีย์ วงศ์อารยะ จะด้านอยู่บ้างไม่ได้

           เพราะ สุรยุทธ์ จุลานนท์ ละเมิดกฎหมาย ละเมิดจริยธรรม แต่ยังกล้าบอกว่าตัวเองเป็นคนดี เป็นคนเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง ข้อหาของสุรยุทธ์ คือ ครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งไม่มีสิทธิครอบครองและผิดกฎหมายชัดเจน และไม่มีกฎหมายยกเว้นความผิดให้ แต่สุรยุทธ์ ก็ยังอยู่ได้

           เพราะ อารีย์ วงศ์อารยะ ละเมิดกฎหมาย แต่ไม่ได้ละเมิดจริยธรรม แล้วทำไม อารีย์ จะพูดบ้างไม่ได้ ว่าเป็นคนดี เป็นผู้เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง ข้อหาของอารีย์ คือ ครอบครองหุ้นเกิน 5 % เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ก็เป็นหุ้นของตัวเอง ไม่ได้บุกรุกหรือไปแย่งหุ้นของใครมาครอบครอง และได้รับการยกเว้นจากรัฐธรรมนูญ ว่าไม่ต้องลาออก แล้วทำไม อารีย์ จะต้องลาออก

           หาก อารีย์ วงศ์อารยะ ต้องลาออก เพราะครอบครองหุ้นของตัวเองเกิน 5 % แล้ว สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ครอบครองที่ดินเขายายเที่ยง สร้างบ้านหลังใหญ่ไว้ตากอากาศอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำไมไม่ต้องลาออก

           หาก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ยังเป็นผู้นำรัฐบาลที่มีจริยธรรมได้ แล้วทำไม อารีย์ วงศ์อารยะ จึงอยู่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลที่มีจริยธรรม ไม่ได้

           นี่คือความสับสนของผม เมื่อได้ยินข่าวว่า สุรยุทธ์ จุลานนท์ เรียก อารีย์ วงศ์อารยะ อรนุช โอสถานนท์ และ สิทธิชัย โภไคยอุดม ไปพบ และแจ้งว่าต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ระหว่างการแก้ไขการถือครองหุ้น ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด กับ การลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย แม้จะมีบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ มายกเว้นไว้ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ก็ตาม

           ผมสับสนว่า สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เปรียบเสมือนแม่ปู เดินเอียงข้างมาตลอด 1 ปี จะมาบอกให้ลูกปู เดินตรงได้อย่างไร

           สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็เมินเฉยต่อเสียเรียกร้องให้คืนที่ดินเขายายเที่ยง ไม่รู้สึกรู้สา ไม่นำพาต่อความคิดของประชาชน ว่าจะมองตนด้วยสายตาอย่างไร กับการประกาศตนเป็นคนดีมีคุณธรรม ทั้งๆ มีหลักฐานตำตาว่าบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ และไม่แก้ไขทั้งคืนที่ดินแก่ป่า หรือ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

           นิ้วที่ชี้ความผิดคนอื่น กับ นิ้วที่ชี้ความถูกต้องของตัวเอง เป็นนิ้วเดียวกัน

           แต่ดูจากรูปเกมในขณะนี้ ต้องเรียกว่า “ด้านได้ อายอด” ครับ

           มี นายกรัฐมนตรี เป็นตัวอย่าง ให้ดู จะทำตาม หรือทำให้ดีกว่า ก็ขึ้นอยู่กับ สำนึกแห่งความด้าน ว่ามีมากกว่าหรือน้อยกว่าหัวหน้ารัฐบาล

           ผมสับสนว่าก็คนเหล่านี้มิใช่หรือ ที่เข้ามาพร้อมกับประกาศว่าเป็นคนดี มีคุณธรรม เพรียบ พร้อมด้วยจริยธรรม แต่ทำไมกลายเป็นคนระยำสิ้นดีเช่นนี้

           ครั้งหนึ่ง เรียกร้องต่อ นายกฯทักษิณ ชินวัตร ว่า แค่ทำถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ผิดกฎหมาย ไม่พอสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สำหรับผู้บริหารประเทศ จะต้องคำนึงถึงจริยธรรม ด้วย เพราะจริยธรรม มีความสำคัญกว่ากฎหมาย

           ครั้งนี้ เรียกร้องต่อประชาชน ว่า อย่ากดดัน อย่าขับไล่ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย เรื่องจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กลายเป็นเรื่องไร้สาระ ถ้าไม่ผิดกฎหมายจะๆ ทำไมต้องลาออก กลิ้งกลอกยิ่งกว่าพวกมะกอกสามตระกร้า เสียอีก

           ทั้งๆ ที่กรณีถือหุ้นเกิน 5 % ผิดกฎหมายชัดเจน ไม่ใช่ไม่ผิด เพียงแต่เป็นความผิด ที่มีบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ให้สิทธิพิเศษไว้ว่าไม่ต้องบังคับใช้กับคนกลุ่มนี้ เพราะเขาทำตัวเป็นคนดีมีจริยธรรม ได้เหมือนจริง

           แม้แต่ สิทธิชัย โภไคยอุดม กับ อรนุช โอสถานนท์ ที่แถลงลาออกแล้ว ก็ใช่ว่ายึดจริยธรรม เหนือกฎหมาย แต่ที่ต้องลาออก เพราะถูก กล้าณรงค์ จันทิก ออกมาให้ข่าวประจานว่าเป็นผู้ไม่มีจริยธรรม ต่างหาก เพราะรู้อยู่แก่ใจแต่ต้นว่ามีคุณสมบัติขัดต่อกฎหมาย แต่ก็ยังหน้าด้านนั่งมาได้อย่างยาวนาน จนต้องมีคนออกปากไล่แบบอ้อมๆ จึงต้องยอมลาออก เพราะรู้ดีว่าหากฝืนอยู่ต่อไป จะต้องบาดเจ็บบอบช้ำกว่านี้หลายเท่านัก

           “ขืนอยู่ต่อไปก็ทำงานลำบาก เลยมานั่งคิดถึงตัวเอง เพราะฉะนั้นขอเห็นแก่ตัวดีกว่า อยู่ต่อไปก็บอบช้ำ ดีไม่ดีตัวบวมน่วมไปหมด และถ้าปล่อยต่อไปสังคมก็เข้าใจผิดเปล่าๆ ที่บ้านก็สนับสนุนให้ออก ซึ่งดิฉันยืนยันว่าไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งตั้งแต่แรกแล้ว” เป็นความรู้สึกของ อรนุช โอสถานนท์ ในการแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่ง

           ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า พวกผู้ดีจอมปลอม เหล่าปีศาจคาบคัมภีร์ คนดีที่ไร้จริยธรรมกลุ่มนี้ จะเล่นอะไรกันต่อไป จะเล่นกันเอง หรือ ไปชวนคนอื่นมาเล่นด้วย

           น่าเสียดายแทนประชาชนคนไทย มีรัฐบาลที่เข้มแข็ง ขยันขันแข็ง อย่างนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่มีโอกาสได้ทำประโยชน์ให้ประเทศอย่างเต็มที่ เพราะพวกวิญญูชนจอมปลอมเหล่านี้ล่ะ ที่ออกมาทิ่มแทงขับไล่ จนอยู่ไม่ได้ รัฐบาลใหม่ที่ได้มา ก็มีแต่พวกปีศาจคาบคัมภีร์ พวกผู้ดีจอมปลอม ทำงานไม่เป็น ทำความเสียหายเก่งนัก

           1 ปีที่ผ่านมา นอกจากไม่ได้สร้างประโยชน์ ยังก่อโทษไว้อย่างมหันต์

           อันที่จริงก็เหลืออันอีกแค่ไม่กี่วัน จะไป หรือ จะอยู่ ก็กู้ชื่อตัวเองไม่ได้แล้วล่ะ

           น่าจะทนๆ ยึดนโยบาย “ด้านได้ อายอด” เหมือน หัวหน้าใหญ่ สุรยุทธ์ จุลานท์ ไปเรื่อยๆ ก็น่าจะเอาตัวรอดไปได้จนจบ

           มานั่งแถลงข่าวตอนนี้ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกครับ

           ประชาชนรู้ทันกันหมดแล้ว

           “ผู้ดีจอมปลอม”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: