ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ

พร่างพรายแสง ดวงดาวน้อยสกาว

ส่งฟากฟ้าเด่นพราวไกลแสนไกล

ดั่งโคมทอง ผ่องเรืองรุ่งในหทัย

เหมือนธงชัย ส่งนำจากห้วงทุกข์ทน

พายุฟ้า ครืนข่มคุกคาม

เดือนลับยาม แผ่นดินมืดมน

ดาวศรัทธา ยังส่องแสงเบื้องบน

ปลุกหัวใจปลุกคนอยู่มิวาย

ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ

คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย

แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย

ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน

ดาวยังพรายอยู่จนฟ้ารุ่งราง

           

           จิตร ภูมิศักดิ์ วีรชนของระบอบประชาธิปไตยไทย ผู้ยืนตรงข้ามและประกาศตนเป็นศัตรูกับเผด็จการทหาร จวบจนลมหายใจสุดท้ายหลุดออกจากร่าง ด้วยน้ำมือเผด็จการ เขียนเพลงบทนี้ ขณะถูกจับกุมคุมขัง

           แม้ฟ้าทั้งผืนจะมืดมิด แต่ก็ยังมีดาวดวงน้อยแซมแต้ม มองเห็นความหวัง การถูกจับคุมขัง มิใช่การสิ้นสุดบทบาทของชีวิต เมื่อมองเห็นความหวังแล้ว ก็มีพลังศรัทธา ในการที่จะทำงานเพื่อผลประโยชน์ของสาธารณชนอีกต่อไป อย่างเชื่อมั่น ความเป็นจริง จะต้องปรากฎสักวันหนึ่งว่าใครทำอะไรเพื่อใคร

           จิตร เขียนเพลงนี้ในนามปากกา สุธรรม บุญรุ่ง ระหว่างปี พ.ศ.2503-2505 ซึ่งกำลังติดคุกอยู่ นอกจากจะใช้ปลุกพลังความหวังและศรัทธาของตัวเองแล้ว เนื้อร้องที่ประสานกับทำนองที่ไพเราะของเพลงนี้ยังใช้ปลุกพลัง ความหวัง ของเพื่อนร่วมคุก ได้อย่างดีด้วย

           ผมนำเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา ของ จิตร ภูมิศักดิ์ มาให้ท่านได้ฟัง เพื่อปลุกพลังความหวัง ความศรัทธา และกำลังใจในการต่อสู้ของทุกคน ให้เดินหน้าต่อไปด้วยความมุ่งมั่น ไม่หวั่น ไม่พรั่น ต่ออำนาจเผด็จการ ที่มุ่งหมายเข้ามาครอบงำชีวิตของเรา

           แม้เราจะไม่ได้ถูกจับขังคุก เหมือน จิตร ภูมิศักดิ์ แต่การดำรงชีวิตอยู่ภายใต้เงื้อมมือและเงาปีศาจแห่งอำนาจเผด็จการที่แผ่สยายปกคลุมไปทั่วทุกองค์กร หน่วยงาน ภายในประเทศนี้ ก็ทำให้เรามีชีวิตไม่ต่างจาการถูกจองจำ

           หากแต่เป็นการจองจำทางความคิด จองจำทางการรับรู้ และถูกบังคับให้ต้องรับรู้เฉพาะคุณงามความดีของเผด็จการ และถูกข่มขู่บังคับให้ต้องเป็นผู้สืบสานเจตนารมณ์การทำลายประชาธิปไตย ของเหล่าเผด็จการ ด้วยการเลือกพรรคการเมืองที่เผด็จการสนับสนุนอุ้มชู มาเป็นผู้ปกครองประเทศต่อจากระบอบเผด็จการคมช.

           จอที่ดำมืดของ Hi-Thaksin หลังสิ้นเสียงสั่งของ สดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ผู้สยบยอมอยู่ใต้อำนาจเผด็จการด้วยใจภักดิ์ ไม่ถึง 6 ชั่วโมง ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก ผืนฟ้าที่ดำมืด มีเพียงกำลังใจของพวกเราทุกคน ที่เฝ้ารอว่าจะกลับมาพบกันเหมือนเดิม เป็นแสงดาวแห่งศรัทธา ที่ปรากฎอยู่ลิบๆ ที่ขอบฟ้าอันแสนไกล แต่เมื่อมีแสงจากดาวหลายดวงจากหลายคนมารวมกัน ก็ทำให้เกิดพลังใจที่เหนือธรรมชาติของพวกเรา อย่างน่าอัศจรรย์ และในที่สุด เราก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

           28 ชั่วโมงที่ถูกอำนาจเผด็จการ ลั่นดาลความคิด ปิดประตูแห่งสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอความเห็น ความอ่าน แลกเปลี่ยนกันระหว่างผมกับทุกท่าน ไม่ได้แตกต่างจากการถูกจับเข้าคุมขังในเรือนจำ

           โลกกว้างใหญ่ก็เหมือนคุก หากหัวใจไร้เสรี

           ห้องแคบเล็กก็เหมือนฟ้ากว้าง หากหัวใจและความคิดโบยบินได้

           คงไม่ต้องบอกว่า ทำไมเราหายไป ทำไมเราติดต่อกันไม่ได้

           คงไม่ต้องบอกว่า เรากำลังต่อสู้อยู่กับใคร

           คงไม่ต้องบอกว่า เรากลัวหรือไม่

           คงไม่ต้องถามว่าเราจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่

           ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราถูกกระทำเช่นนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราต้องอดหลับอดนนอน แก้ไขสถาน การณ์ที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ หากแต่การถูกกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา

           28 ชั่วโมงที่เราต้องอดหลับอดนอน แก้ปัญหากันทุกนาที แม้แต่ตักข้าวเข้าปาก ตาก็ยังจ้องอยู่ที่จอคอมพิวเตอร์ และใจที่จดจ่ออยู่กับความสำเร็จที่ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด ความกระวนกระวายที่ไม่รู้ว่า ไวรัสตัวใหม่ที่ถูกส่งเข้ามาในฐานข้อมูลของเรา จะถูกกำจัดได้เมื่อไร สำเร็จหรือไม่

           “ฤาว่าครั้งนี้เราจะแพ้พ่ายให้แก่อำนาจเผด็จการเสียแล้ว”

           ผมแอบคิดอยู่ในใจคนเดียว เมื่อเห็นน้องชายคนเก่งในทีมงานของเรา นั่งพิงเก้าอี้หลับ ตาอย่างยาวนานเกือบ 10 นาที หลังจากที่จ้องจอคอมพิวเตอร์มากว่า 5 ชั่วโมง เป็นครั้งแรก แต่สุดท้าย เขาก็ไม่ทำให้พวกเราทุกคนต้องผิดหวัง เมื่อใช้ความสามารถทั้งหมดที่เขามี อีก 20 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้หยุดพัก

           1 ปีที่ผ่านมา พวกเราทั้ง 4 คน ผูกพันกับ Hi-thaksin มาก เสมือนเป็นหนึ่งลมหายใจเข้าออก น้ำใจไมตรีที่ทุกท่านมีให้กับเรา เป็นเสมือนสายใยชีวิตที่ผูกติดเราทุกคนไว้ และบอกพวกเราว่า เราจะท้อไม่ได้ เราจะถอยไม่ได้

           มีพลังศรัทธาต่อนายกฯทักษิณ ชินวัตร คนที่เรารัก มีพลังความเชื่อมั่นต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีกำลังใจจำนวนมากจากทุกท่าน มารวมกันอยู่ที่นี่

           ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะรุนแรงสาหัสเพียงใด แม้จะหมดลมหายใจ เหมือน จิตร ภูมิศักดิ์ เราทั้ง 4 คน จะไม่มีวันค้อมหัวให้กับอำนาจเผด็จการ เด็ดขาด และเชื่อว่าทุกท่านที่เป็นเพื่อนร่วมทางของเรา ก็คงเป็นเช่นเดียวกัน

           ผมไม่อยากพูดให้มากความกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ Hi-Thaksin ในห้วงเวลา 28 ชั่วโมงที่ผ่านมา เนื่องจาก ณ เวลานี้ เราก็ฟันฝ่าขวากหนามที่เขาวางไว้มาได้แล้ว แต่จะขอหัวเราะเยาะเย้ยกับทุกข์ยากขวากหนามลำค็ญกับการเดินทางไปสู่ประชาธิปไตยของคนไทยทั้งชาติ

           เพียงแต่อยากจะบอกว่าวิธีการที่อำนาจเผด็จการใช้กับเรา เป็นวิธีการนอกกฎหมาย เป็นวิธีการที่สกปรกที่สุด และเป็นวิธีการคนทั้งโลก ยอมรับไม่ได้ เช่นเดียวกับวิธีการรัฐประ หารยึดอำนาจ ที่พวกเขาใช้

           หลักฐานที่ยืนยันได้ว่า เผด็จการใช้อำนาจนนอกกฎหมายกระทำกับเรา ก็คือ คำพูดของนายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีที ที่ให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวว่า

           “เว็บไซต์ไฮทักษิณ ยังไม่เข้าข่ายความผิดตามที่กฎหมายระบุ กระทรวงไอซีทีจะไม่ดำเนินการใดๆ แต่ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เห็นว่า ไม่เหมาะสม เป็นข้อมูลเท็จ หรือหมิ่นเหม่ ก็สามารถร้องเรียน หรือแจ้งความกับทางตำรวจได้ ไอซีทีจึงจะตรวจสอบอีกครั้ง”

           เมื่อไอซีที ไม่ได้ปิดด้วยวิธีการตามกฎหมาย เมื่อเราไม่ได้ปิดตัวเอง ก็ไม่ต้องค้นหาคำตอบอีกแล้วว่า ใครกระทำกับเรา หลังจากคำสั่งของ สดศรี สัตยธรรม ผ่านพ้นไปไม่ถึง 6 ชั่วโมง

           จากการตรวจสอบของเรา พบว่า การโจมตีอย่างรุนแรงเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 14 นาฬิกาเศษของวันที่ 6 ธันวาคม และทวีความรุนแรงมากขึ้น จนกระทั่งเราไม่อาจต้านทานไว้ได้ กว่าจะแก้ไขสถานการณ์ให้กลับคืนมาเหมือนเดิมได้ ก็กลางดึกของวันที่ 7 ต่อเช้าวันใหม่ของวันที่ 8 ธันวาคม

           นี่คืออีกหนึ่งความเลวร้ายของอำนาจเผด็จการ ที่รอให้พวกเราช่วยกันกำจัดให้หมดไป

           เราไม่จะร้องขอต่อเผด็จการ

           เราจะไม่คุกเข่าให้กับอำนาจเถื่อน

           เราจะไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคนาๆ นับประการ ที่รออยู่เบื้องหน้า

           เราจะไม่ทอดทิ้งพลังศรัทธาที่ทุกคนมีให้กับเราในฐานะเพื่อนร่วมทาง

           เราจะร่วมกันร้องเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา เพื่อเป็นกำลังใจกัน ทั้งแผ่นดิน

           เราจะร่วมกันมุ่งหน้าฝ่าฟันทุกขวากหนามที่เผด็จการวางขวางหน้า อย่างไม่หวั่นเกรงต่ออันตราย

           เราจะร่วมกันสร้างประชาธิปไตยของประชาชนด้วยพลังของประชาชนเอง ไม่ใช่ด้วยความเมตตาของเผด็จการ

           เราจะร่วมกันตอกตะปูตัวสุดท้ายบนฝาโลงเผด็จการ ในวันที่ 23 ธันวาคม นี้ ด้วยการเลือกพรรคพลังประชาชน เบอร์ 12 พร้อมกันทั้งประเทศ

           สัญญาสิ ว่าเราจะร่วมมือกัน

           …………………………

 

ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ

คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย

แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย

ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน

ดาวยังพรายอยู่จนฟ้ารุ่งราง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: