ขอบคุณและชี้แจง

 

ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ช่วยกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ hi-thaksin.net ให้ประชาชนทุกท่านได้รู้จัก และเชิญชวนให้เข้ามาเยี่ยมชมการทำงานของพวกเรา ทำให้ที่มากอยู่แล้วยิ่งมากขึ้นไปอีก จนทีมงานของเราแทบจะไม่ได้หยุดพักกันแล้ว

แต่ก็ดีใจนะครับที่มีผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมากมายเช่นนี้ และอยากให้มากขึ้นอีกเพื่อ เป็นดัชนีชี้วัดว่า ความนิยม ศรัทธาในตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีอยู่มากมายเพียงใด ยังมีพี่น้องประชาชนระลึกถึง และมาร่วมส่งกำลังใจให้มากน้อยเพียงใด ถ้าหากเวปนี้ไม่ถูกบล็อก หรือถูกปิดไปเสียก่อน (ก็ขนาด You Tube กับ CNN ท่านผู้มีอำนาจยังเล่นงานเสียอยู่หมัดเลย)

ในสถานการณ์ที่ทุกท่านก็พุ่งมาที่นี่ ด้วยเจตนาที่แตกต่างกันไป ก็ต้องขอชี้แจงอีกครั้งว่า เวปนี้ไม่ใช่ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่ของพรรคไทยรักไทย แต่เป็นของพวกเราผู้ที่ยังรัก เชื่อมั่น ศรัทธาการทำงานเพื่อบ้านเมืองและประชาชนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยิ่งนานวันก็ยิ่งศรัทธาและเชื่อมั่นมากขึ้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งรัฐบาลในอดีตบางชุดก็ตาม

ท่ามกลางพี่น้องประชาชนที่เข้ามาเยี่ยมชมการทำงานของเราอย่างแน่นขนัด ต้องบอกว่า “เกินคาด” ครับ สำหรับท่านผู้ชม อย่าง คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา นายนาม ยิ้มแย้ม นายแก้วสรร อติโพธิ นายสัก กอแสงเรือง รวมไปถึงรัฐมนตรีบางท่านในรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งต้องถือเป็นเกียรติอย่างสูง ที่ท่านได้ให้ความสนใจกับการทำงานของเรา

แต่สำหรับข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ท่านบอกว่าเวปไซต์นี้ ทำเพื่อดิสเครดิตพวกท่าน ในฐานะคตส. ขอปฏิเสธไว้ตรงนี้ว่า เวปไซต์นี้ไม่ได้มีเจตนาดังที่ท่านเข้าใจเลย หากท่านจะหมายถึงกรณีที่คตส.ทำงานผิดพลาดเรื่องคดีกล้ายาง และ กรณี นายสัก กอแสงเรือง ถูกศาลฎีกาสั่งให้ชำระภาษีเพิ่มเติมแก่กรมสรรพากร นั้น ผมขอชี้แจงว่า ทั้ง 2 กรณีดังกล่าวที่เรานำเสนอ ไม่ใช่เรื่องใหม่

กรณี นายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. ทำสำนวนคดีกล้ายาง ผิดพลาด ชื่อผู้ต้องหาบางคนหล่นหายนั้น หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ก็นำเสนอเป็นข่าวไปแล้ว และก่อนที่หนังสือพิมพ์จะนำเสนอ เวปไซต์ไทยอินไซเดอร์ ก็นำเสนอมาก่อน โดยลงเอกสารประกอบชัดเจนว่าคตส.ผิดพลาดอย่างไร

ทีมงานของเรา เพียงแต่คัดลอกข้อความและหลักฐานที่เวปไซต์ไทยอินไซเดอร์ นำเสนอ มาเผยแพร่ต่ออีกทอดหนึ่ง กลับกลายเป็นว่า เราจ้องดิสเครดิตคตส.
แต่ทีหนังสือพิมพ์อื่น และ เวปไซต์อื่นที่นำเสนอเรื่องนี้ กลับไม่ถูกตั้งข้อสงสัย ข้อกล่าวหาดิสเครดิตคตส. แม้แต่คำเดียว อีกทั้ง นายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. ยังออกมายอมรับผิดด้วยว่า คตส.ทำงานผิดพลาดจริงๆ เพียงแต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองทำผิด ทั้งๆ ที่เป็นคนลงนามในคำสั่ง แต่ไปโทษเจ้าหน้าที่พิมพ์ตกหล่น

เรื่องใหญ่ระดับนี้ ถ้าไม่มีใครสั่งให้หล่น มีหรือเจ้าหน้าที่จะกล้าพิมพ์หล่น ถึงแม้เจ้าหน้าที่พิมพ์หล่น นายนาม ยิ้มแย้ม เป็นถึงอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา จะไม่ตรวจทานเลยหรือ ที่ออกมาแก้ตัวว่าใครส่งอะไรมาให้เซ็นก็เซ็นไป ก็เท่ากับยอมรับว่าเป็นตรายางเท่านั้นเอง

เรื่องกล้ายาง นี้ ขอแถมสักนิด ถ้าชื่อคนที่หล่นหายเป็นผู้ต้องหาทั่วไป ก็ไม่เท่าไร แต่เป็นผู้ต้องหาระดับกรรมการบริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด หรือ ซีพี ยักษ์ใหญ่ในวงการเกษตรของประเทศ ทำให้อดตั้งข้อสงสัย ไม่ได้ว่ามีอะไรมาเขี่ยให้หล่นหรือไม่ ยิ่งเมื่อได้ฟังนายสนธิ ลิ้มทองกุล เปิดโปงว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นที่ปรึกษาบริษัทซีพี ด้วยแล้ว ทำให้ยิ่งต้องคิดว่ามีอำนาจใดๆ เข้าไปแทรกแซง สั่งการคตส. หรือไม่ (เร็วๆ นี้จะมาเล่าให้ฟังว่าทำไมชื่อผู้บริหารซีพีหล่นหาย ผู้มีอำนาจบารมีระดับใด จึงมีมนต์เป่าเสกให้หายวับไปกับตาได้เช่นนี้)

ลองคิดดูถ้าสื่อมวลชนจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน ป่านนี้ผู้บริหารซีพี ลอยนวลไปหมดแล้ว เรื่องนี้ ต้องขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ กับ เวปไซต์ไทยอินไซเดอร์ ที่ตรวจสอบการทำงานของคตส. อย่างแข็งขัน

ส่วนกรณีคำพิพากษา นายสัก กอแสงเรือง นั้น เราไม่ได้ไปเสาะหา หรือ เสกสรรปั้นแต่งเรื่องราวขึ้นมา เป็นคำพิพากษาจริงๆ ทุกถ้อยคำ ทุกหน้ากระดาษ เป็นของจริงที่ นายสัก ก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง และเคยมีพฤติกรรมในอดีตเป็นเช่นนั้นจริงๆ

เปิดเผยก็ได้ว่าคำพิพากษากรณีนายสัก นี้ เราได้รับมาจากผู้ที่เข้ามาให้กำลังพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ท่านหนึ่ง ส่งเข้ามาให้ เมื่อเราให้ทีมงานตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นความจริง จึงนำมาเสนอ พร้อมกับตั้งคำถามว่า คนที่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้ มีปัญหาเรื่องการชำระภาษีเช่นนี้ ศาลฎีกาพิพากษาแล้วเช่นนี้ สมควรหรือไม่ที่จะมาทำหน้าที่ตรวจสอบการชำระภาษีของผู้อื่น

นายสัก ชี้แจงว่าเหตุไม่ยอมชำระภาษีให้กรมสรรพากร ตามที่กรมสรรพากรเรียกเก็บ จนกระทั่งศาลฎีกาพิพากษานั้น เป็นเพราะว่าความเข้าใจกฎหมายไม่ตรงกัน แต่เมื่อศาลฎีกาพิพากษา จึงยอมชำระภาษีตามที่ถูกเรียกเก็บ ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เสียหาย เมื่อเทียบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

เป็นการตีความเข้าข้างตนเองแท้ๆ เทียว นายสัก บอกว่าตนเองไม่ชำระภาษี เพราะเข้าใจกฎหมายไม่ตรงกัน แต่ กรณีบุคคลในตระกูลชินวัตร นั้น กฎหมายเขียนไว้ชัดว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ต้องเสียภาษี และ ยังได้สอบถามกรมสรรพากรแล้วด้วยว่าต้องชำระภาษีหรือไม่ กรมสรรพากร ก็ตอบว่าไม่ต้อง แต่นายสัก บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และบุคคลในตระกูลชินวัตร จงใจเลี่ยงภาษี ซึ่งมีพฤติกรรมแย่กว่า

ถ้าประชาชนคนไทยคิดได้เท่านายสัก ยังหลงเชื่อ นายสัก ก็ต้องยอมให้นายสัก จูงจมูกเล่นไปวันๆ เถอะ

นายสัก บอกว่าตนเองเป็นคนดีกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ และบุคคลในตระกูลชินวัตร เพราะยอมชำระภาษีทั้งหมด ตามที่ศาลฎีกาพิพากษา ซึ่งไม่ยอมชำระภาษีนั้น เป็นการโกหกตัวเอง และโกหกประชาชนอย่างร้ายกาจ

นายสัก ยอมชำระภาษีให้กรมสรรพากร เพราะหมดทางสู้แล้ว เนื่องจากสู้กันมาถึง 3 ศาลแล้ว ไม่ใช่ยอมชำระเพราะสำนึกที่ดี หาก นายสัก มีสำนึกที่ดี เป็นคนดีจริง ทำไมจึงไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ทำไมจึงสู้ถึงชั้นศาลฎีกา เพราะหวังว่าจะไม่ต้องจ่ายภาษีให้กรรมสรรพากร ใช่หรือไม่

เมื่อเทียบกับกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ และบุคคลในตระกูลชินวัตร มีความแตกต่างชนิดฟ้ากับเหว เพราะ กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ และบุคคลในตระกูลชินวัตร ไม่เคยถูกตั้งข้อกล่าวหามาก่อน ไม่เคยถูกกรมสรรพากร ทวงถาม ไม่เคยถูกฟ้องร้องต่อศาลให้ชำระภาษี จนกระทั่งมาถูกคณะศาลเตี้ยของนายสัก กอแสงเรือง ชี้มูลว่ามีความผิด นี่ล่ะ

เป็นการชี้มูลว่ามีความผิด แล้วก็พูดทุกวันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และบุคคลในตระกูลชินวัตร มีความผิด ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ศาล เป็นเพียงคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เท่านั้น แต่เป็นการตรวจ สอบข้อเท็จจริงแบบพิสดาร คือ ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ชี้แจง ได้ชี้แจง และไม่เปิดโอกาสให้ทนายของผู้ถูกกล่าวหา รับฟังการสอบปากคำ ด้วย ซึ่ง นายสัก ในฐานะอดีตนายกสภาทนายความ กลับยอมรับบรรทัดฐานเช่นนี้ได้ เท่ากับเป็นดูถูกดูแคลนวิชาชีพทนายความ อย่างยิ่ง

ส่วนกรณี คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา นั้น เราไม่ได้เสนอข้อมูลใหม่ เพียงแต่นำข้อมูลเก่ามาเล่าใหม่ ซึ่งเล่ากี่ครั้งก็ดูน่าอดสูใจทุกครั้งไป กับพฤติกรรมของบุคคลที่ได้รับเกียรติ ได้รับยกย่อง ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นคุณหญิง ทั้ง การเข้าสู่ตำแหน่งที่มิชอบ (ศาลตัดสินจำคุกบุคคลที่เสนอชื่อคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา เป็นผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เป็นเวลา 3 ปี เพราะเสนอชื่อโดยขัดกฎหมาย) การบริหารงานที่เอื้อประโยชน์สมาชิกในครอบครัว แม้จะเป็นเงินเล็กน้อย แต่ก็เป็นเงินแผ่นดินที่ไม่ควรต้องสูญเสียไป แม้จะเป็นสิทธิ แต่ก็ควรคำนึงถึงจริยธรรมในการบริหารงานบ้าง กับการตั้งลูก เป็นเลขานุการส่วนตัว ให้มากินเงินหลวง

ก็ในเมื่อคุณหญิง เรียกร้องให้ผู้อื่นมีจริยธรรม แต่คุณหญิง กลับไม่ทำในสิ่งที่คุณหญิงเรียกร้องต่อผู้อื่น

ก็ในเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างสิทธิตามกฎหมาย กลับถูกโจมตีว่าเป็นผู้นำประเทศ อ้างสิทธิ อ้างกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ตนเองและครอบครัวไม่ได้ ต้องมีจริยธรรมในฐานะผู้นำประเทศ จริยธรรมสำคัญกว่ากฎหมาย แล้วคุณหญิงจารุวรรณ มีจริยธรรมในฐานะผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรืออย่างไร กับการตั้งลูกเป็นเลขานุการส่วนตัว

ทั้ง 3 กรณีที่กรรมการคตส. ได้แก่ นายนาม ยิ้มแย้ม คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา และ นายสัก กอแสงเรือง กล่าวหาว่าเราจ้องดิสเครดิต นั้น

ผมขอย้อนถามกลับไปว่า หากพฤติกรรมในอดีตของท่านใสสะอาด หากการกระทำของท่านในปัจจุบันไม่ด่างพร้อย ผมจะมีเอกสารหลักฐานต่างๆ มาชี้ว่าท่านไม่เหมาะสมได้อย่างไร

ความเก่าหรือใหม่ของเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ประเด็น ความสำคัญอยู่ที่ว่าท่านประพฤติ ท่านมีพฤติกรรมดังที่เรานำมาแสดง นำมาเสนอจริงหรือไม่

ไม่มีใครดิสเครดิตตัวท่านได้ดีกว่าตัวท่านเองหรอก

แก่จนป่านนี้ อย่าใครมาถอนหงอกเล่นเลยครับ

ทำงานบนอคติส่วนตน โดยมีความแค้นส่วนตัวเป็นเครื่องนำทาง เช่นนี้ เชื่อเถอะครับ จุดหมายปลายทางก็คือ คุก ที่รออยู่ข้างหน้า น่ะครับ

สำหรับ ท่านรัฐมนตรีธีรภัทธ์ เสรีรังสรรค์ ที่กล่าวหาว่า เวปไซต์ของเรา เป็นขบวนการปั่นป่วนก่อกวนบ้านเมือง นั้น ท่านคิดของท่านคนเดียวกระมัง

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ได้ยินได้ฟัง ได้ชม วิดีโอคลิปของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้ว มีประโยคไหน ข้อความใด ที่เป็นการยุยงให้เกิดการปั่นป่วนประเทศบ้างหรือไม่ มีแต่ให้กำลังใจรัฐบาลทำงานต่อไป ซึ่งก็รวมไปถึงตัวท่านรัฐมนตรีธีรภัทธ์ เองด้วย มีแต่ความห่วงใยประชาชน มีแต่เจตนาดีที่จะช่วยเหลือนักเรียนทุน ที่มีปัญหา โดยจะให้มูลนิธิไทยคม มารับช่วงต่อ มีแต่คำขอร้อง คำวิงวอนให้ทุกคนในชาติสมานฉันท์ เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผมฟังท่านพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พูด แล้ว ฟังท่านรัฐมนตรีธีรภัทธ์ ซึ่งก็เป็นอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย เช่นกัน วิจารณ์แล้ว ผมเศร้าใจ

จนถึงวันนี้แล้ว ท่านรัฐมนตรีธีรภัทธ์ จะรู้ไหมว่าคนที่ทำให้ประเทศไทยปั่นป่วน จนไม่รู้จะไปทิศไหนทางใด จนไม่มีใครเขาอยากคบหาสมาคมด้วยแล้ว จนทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ก็คือ คณะรัฐประหาร และ คณะรัฐบาล ที่ท่านเป็นรัฐมนตรี อยู่นั่นล่ะ

และคนที่ทำให้รัฐบาลปั่นป่วน และ คมช. มีปัญหามากที่สุดก็คือ ตัวท่านรัฐมนตรีธีรภัทธ์ นั่นเอง

เพราะอยู่ดีไม่ว่าดี อุตริคิดพิเรนทร์ ไปคบคนพาลอย่างนายสนธิ ลิ้มทองกุล เห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว กราบไหว้โจรเป็นครูบาอาจารย์

วีรกรรมที่นำนายสนธิ ลิ้มทองกุล มาออกอากาศช่อง 11 นั่นล่ะ คือ จุดเริ่มต้นแห่งความหายนะของรัฐบาล และ คณะรัฐประหาร กระทั่ง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล คีย์แมนคนสำคัญของรัฐบาล ต้องประกาศลาออก และแถลงต่อสาธารณะอย่างเปิดเผยว่ามีเหตุสำคัญมาจากรัฐมนตรีคนหนึ่ง มีพฤติ กรรมส่อไปในทางผิดกฎหมาย เอื้อประโยชน์ และตกอยู่ใต้อิทธิพล ครอบงำของสื่อมวลชนรายหนึ่ง

ไม่มีใครเดาเป็นอื่นเลย ทุกคนจ้องมองไปที่ท่านรัฐมนตรีธีรภัทธ์ เป็นตาเดียวว่าเป็นบุคคลที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร พูดถึง

ดังนั้นหากวันนี้ จะมีใครสักคน ที่ดิสเครดิตรัฐบาล ทำให้รัฐบาลหมดสิ้นความน่าเชื่อถืออย่างรวดเร็ว ก็ไม่มีใครทำได้ดีมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว เท่ากับที่ท่านรัฐมนตรีธีรภัทธ์ ทำ อย่างแน่นอน

ส่วนเวปไซต์อย่างเรา เป็นเพียงแค่ช่องทางหนึ่งที่คนคิดถึง จะมาทักทายกันอย่างอิสระ และสร้างสรรค์ เท่านั้นเอง ไม่มีปัญญา ไม่มีสมองที่จะคิดดิสเครดิตใคร เหมือนกับท่านรัฐมนตรี หรอกครับ

ก็ท่านห้ามพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกทีวี

เราก็เลยเอาท่านนายกรัฐมนตรีของพวกเรามาออกคอมพิวเตอร์ แทน

ไม่ผิดกติกา ใช่ไหมครับ ท่านรัฐมนตรี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: