กำลังใจจากต่างแดน

 

          น้ำตาของผมท้นเอ่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว กระทั่งน้องผู้หญิงคนหนึ่งในทีมงานยื่นกระดาษทิชชูมาให้ หลังจากที่นั่งดูคลิปวิดีโอ จากลอนดอน คลิปที่ 2 ที่ถูกส่งมาถึงเรา จบลง เมื่อผมเงยหน้าขึ้น ก็เห็นน้องสาวคนเก่งของผม กำลังเช็ดน้ำตาที่เปื้อนแก้มอยู่ พร้อมกับส่งยิ้มให้ผมด้วยความปลื้มใจ ดีใจ มีความหวัง และมีกำลังใจ

          ถูกต้องครับ…เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจ น้ำตาแห่งความยินดี และน้ำตาที่เป็นตัวแทนของความรู้สึกที่ดีๆ ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ หรือน้ำตาที่เป็นตัวแทนของความ รู้สึกสูญเสีย

          ใช่แล้วครับ…พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของพวกเรา ส่งวิดีโอคลิปมาทักทายและพูด คุยกับเรา ให้คลายความคิดถึง (แต่ผม กลับคิดถึงมากขึ้น) ตามประสาคนที่รักกันแต่ต้องพลัดพรากจากไกลกัน

          วิดีโอคลิป ความยาว 5 นาทีเศษ เนื้อหาไม่ยาวนัก แต่ ทุกภาพ ทุกถ้อยคำ ทุกน้ำเสียง ทุกแววตา ทุกท่าทาง ที่ส่งมาให้พวกเรานั้น เต็มไปด้วยความอบอุ่น มิตรภาพ ความห่วงใย และความปราถนาดีที่มีให้ต่อกัน ที่สำคัญคือ เต็มไปด้วย “กำลังใจ” ที่ท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ส่งมาให้กับพวกเราพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

          กำลังใจจากคนที่เรารัก ในวันที่เราเหนื่อยล้า อ่อนแอทั้งกายและใจ เป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งนัก

          กำลังใจจากคนที่เรารัก ทำให้เราได้รู้ว่า ไม่ใช่มีแต่เราเท่านั้นที่ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว ต่อสู้อย่างไม่มีความหวัง ยังมีคนที่เรารัก คนที่เราคิดถึง คนที่เรารอคอย เฝ้าดูเราอยู่ และพร้อมจะเป็นแรงใจ เป็นกำลังใจให้กับพวกเราตลอดเวลา

          ผมเชื่อว่ากำลังใจจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ส่งมาถึงพวกเราในครั้งนี้ จะทำให้คนไทยจำนวนมาก ที่กำลังมืดแปดด้าน กำลังร้อน กำลังเหนื่อย กำลังล้า กำลังสิ้นหวัง กำลังจะยอมจำนนต่ออำนาจที่เหนือกว่าในทุกๆ ด้าน ยอมแพ้ต่อปัญหาต่างๆ ที่พุ่งเข้ามาใส่ อย่างไม่ทันตั้งตัว ให้ได้สติ และตั้งหลักให้กับชีวิต พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีสติ แล้วเราจะก้าวข้ามปัญหานั้นไปได้

          ผมขอขอบคุณ “กำลังใจ” ที่ท่านมีให้กับพวกเรา ครับ ท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร

          “ในทุกวิกฤตมีโอกาส” เป็นคำที่ท่านพูดกับพวกเราเสมอ ครั้งนี้ท่านก็พูดกับพวกเราอีก และแนะนำว่าวิธีการที่คนไทยจะฝ่าฟันปัญหาที่ไหลบ่าเข้ามาท่วมตัวในขณะนี้ได้ ก็คือ ทุกคนต้องร่วม มือ ร่วมใจกัน ซึ่งท่านเชื่อว่าด้วยความสามารถของคนไทย จะทำได้สำเร็จ เหมือนช่นที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว หลังจากที่เจอกับวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อปี 2540-2543

          5 นาทีที่นั่งดู นั่งฟัง ผมไม่ได้นับว่าท่านพูดคำว่า “กำลังใจ” กี่ครั้ง กี่คำ แต่ผมรู้สึกว่าท่านพูดคำว่า กำลังใจ เยอะมาก ท่านให้กำลังใจพี่น้องคนไทยที่กำลังพบเจอกับปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้า ถาโถมเข้ามาในชีวิต ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ตกต่ำ ค่าครองชีพสูงขึ้น ที่ท่านเป็นห่วงมากที่สุดก็คือ พี่น้องเกษตรกร เนื่องจากราคาผลผลิตการเกษตรสำคัญหลายชนิด มีแนวโน้มตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย ให้มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับปัญหา มีความหวังที่จะได้พบกับทางออกของทุกปัญหา

          ความรู้สึกแรกของผม เมื่อได้ดูวิดีโอคลิปชุดนี้จบลงในรอบที่ 1 มันบรรยายไม่ถูกครับ ผมไม่รู้ว่าระหว่างผมกับท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ใครต้องการกำลังใจมากกว่ากัน และใครควรจะให้กำลังใจแก่ใครกันแน

          ระหว่างผมซึ่งยังอยู่ดีมีสุขตามอัตภาพ คนมีน้อยใช้น้อย ยังได้อยู่กับครอบครัวในบ้านของตัวเอง บนผืนแผ่นดินไทยของผมเอง จะขาดไปบ้างก็เพียงความสุขทางใจ ที่ต้องทนอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวในบ้านเมืองยุค “เผด็จการทหารครองเมือง” กับ ท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องระหกระเหินอยู่ในต่างแดน ต้องกล้ำกลืนฝืนทนดูภรรยาและลูก ถูกผู้อื่นรังแก ถูกกระทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ โดยที่ท่านในฐานะสามีไม่อาจจะช่วยเหลือภรรยาได้ และในฐานะพ่อ ก็ไม่อาจที่จะคุ้มครอง ปกป้องลูกๆ ได้

          ผมเชื่อว่า “ลูกผู้ชาย” ทุกคนจะรู้สึกได้ถึง “หัวอก” ของคนเป็นพ่อ และเป็นสามี ว่า ทุกข์เพียง ใด ที่ไม่อาจจะช่วยเหลือลูกและเมียที่ถูกคนชั่วรุมรังแกได้

          ผมขอกล่าวคำชื่นชมและนับถือน้ำใจสมาชิกครอบครัวชินวัตร ทุกคน ที่มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก ทุกคนยังยิ้มได้เสมอทั้งๆ ที่เผชิญหน้ากับภัยอันตรายทุกรูปแบบ

          แต่ผมเชื่อว่าหลังรอยยิ้มที่เห็นนั้น ทุกคนคงเสียน้ำตาให้กับชะตากรรมอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับตนเองและหัวหน้าครอบครัว อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาจนไม่มีน้ำตาจะให้เสียแล้ว

          ทั้งๆ ที่มีความทุกข์อยู่เต็มอก มีความเศร้าอยู่เต็มหัวใจ

          ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงอันใดกับตัวเองอีกบ้าง

          ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะถูกใครผู้ใดปองร้ายวันใด

          ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าชะตาชีวิตของตัวเองจะพลิกผันไปอีกกี่ครั้ง

          ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าอีกยาวนานเพียงใด ตัวเองจึงจะได้สัมผัสกับความสุข ได้อยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก ในบ้านอันอบอุ่น บนผืนแผ่นดินไทยอันเป็นที่รัก ได้อีกครั้ง

          แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มิได้กังวลต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง ท่านกลับรู้สึกเป็นห่วง รู้สึกเดือดร้อนร่วมกับพี่น้องประชาชนคนไทย และประเทศไทยที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้ มากกว่าความทุกข์ที่ตัวท่านได้รับอยู่ในขณะนี้

          ด้วยประสบการณ์การทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี ท่านเตือนให้พวกเราระวังว่า ถ้าเราก้าวไม่ผ่านปัญหาเศรษฐกิจที่เรารู้สึกว่าหนักหนาสาหัส ในวันนี้ ปัญหาสังคม ก็จะรอเราอยู่ในข้างหน้า ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และหนักหน่วงกว่านี้อีก

          พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าท่านจะยอมแพ้ต่อสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจของท่านและครอบครัว ตรงกันข้ามท่านได้แสดงให้พวกเราเห็นความเข้มแข็ง ความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ ผ่านแววตาและคำพูดทุกคำ

          แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันและเลวร้ายที่สุดของชีวต ท่านก็ยังเต็มเปี่ยมด้วยพลังกายและพลังใจที่จะต่อสู้กับทุกปัญหาที่เข้ามาเยือนท่าน และยังส่งทอดพลังกาย พลังใจของท่านมายังพวกเราทุกคนที่กำลังเหนื่อยล้าและอ่อนแรง อีกด้วย

          ความเข้มแข็งของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ผมได้เห็นในวิดีโอคลิป ทั้ง 2 ครั้งที่ส่งมาจากลอนดอน นั้น ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำกล่าวที่ว่า “มารไม่มี บารมีไม่เกิด”

          ผมอยากจะบอกกับท่านว่า ด้วยบารมีของท่าน ด้วยความดีที่ท่านทำให้กับประชาชน ในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี 5 ปีเศษ มารที่ทำร้ายท่าน เดินทางมาถึงวาระสุดท้ายของพวกเขาแล้ว

          พลังประชาชนผู้ที่รัก เชื่อมั่นและศรัทธาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข กำลังหล่อหลอมรวมพลังกาย พลังใจ เข้าต่อสู้กับมารร้ายที่มาทำลายล้างระบอบประชา ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จนเป็นที่ครั่นคร้ามของมารร้ายและสมุนเป็นที่ยิ่ง จึงมีการทำทุกวิถีทางที่จะทำลายพลังบริสุทธิ์ของประชาชนผู้กล้า

          แต่ผมเชื่อว่าการสกัดกั้นพลังประชาชนผู้ที่รัก เชื่อมั่น และ ศรัทธาการปกครองระบอบประชาธิป ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะไม่มีวันสำเร็จ เนื่องจากประชาชนผู้กล้าเหล่านั้น พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้าและต่อสู้อย่างกล้าหาญ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เหล่ามารรร้ายทำลายลงไป

          ผมเชื่อว่าวันใดที่ประชาชนได้ชัยชนะ วันใดที่ประเทศไทยกลับคืนสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างแท้จริง วันนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะกลับมายืนบนผืนแผ่นดินไทย อีกครั้งหนึ่ง

          ผมจึงขอสนับสนุนการรวมพลังกาย พลังใจของประชาชนผู้กล้าทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกองค์กร เพื่อทวงคืนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และขอทำหน้าที่เป็นสื่อกลางส่งกำลังใจจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของเรา ไปให้แก่พี่น้องประชาชนทุกคน ให้มีกำลังใจต่อสู้กับทุกปัญหา ด้วยความมีสติ และ เข้มแข็ง

          สุดท้าย ผมขอให้พวกเราทุกคนที่มีความรัก ความศรัทธาการทำงานของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้หล่อหลอมรวมพลังใจของพวกเราทุกคน ส่งเป็นกำลังใจให้แก่นายกรัฐมนตรีที่เรารัก ด้วยการเข้ามามาส่งกำลังใจให้กับท่าน ในเวปไซต์นี้ ทุกวัน วันละ 1 ข้อความ เพื่อแสดงออกถึงความรัก และความขอบคุณของพวกเราต่อท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร

          หากแต่ละคนนำเอากำลังใจของตนเองมารวมร้อยด้วยกันในเวปไซต์นี้ทุกๆ วัน

          สิ่งที่ได้ก็คือ เส้นใยกำลังใจหลายหมื่นหลายแสนเส้นใย จากนั้นเราก็จะร่วมกันนำ เส้นใยกำลังใจที่ได้ไปถักทอ เป็น เส้นเชือกกำลังใจที่เหนียวแน่นหลายพันหลายหมื่นเส้นเชือก เพื่อที่จะนำเส้นเชือกกำลังใจทุกเส้น ไปผูกมัดรัดเกี่ยวเข้าด้วยกัน สร้างเป็น สะพานกำลังใจ ที่จะส่งทอดจากประเทศไทยไปยังอังกฤษ

          ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความรัก ความศรัทธาร่วมกันที่เรามีต่อคนที่เรารัก จะทำให้งานสร้างสะพานกำลังใจในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงลงได้ในเร็ววัน ขอเพียงข้อความกำลังใจคนละ 1 ข้อความต่อวันเท่านั้น

          เชื่อผมเถอะครับ….สะพานกำลังใจที่จะทอดยาวจากไทยไกลถึงอังกฤษ นี้จะเป็นประหนึ่งทางเดินกลับคืนสู่แผ่นดินไทย อย่างองอาจ สง่างาม และปลอดภัย ของบุคคลที่เรารัก

          ถูกต้องครับ… ผมหมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของเรา

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: