กัญจนาสมานฉันท์

           

           ว้าว…ดูดีมีอุดมการณ์เหลือรับประทานจริงๆ สำหรับแม่หญิงกัญจนา ศิลปอาชา หรือ ลูกนา ของเตี่ยบรรลัย เอ๊ย เตี่ยบรรหาร แจ่มใส ศิลปอาชา

           ปณิธานที่ผ่านจากเรียวปากงามของ พี่หญิงใหญ่แห่งตระกูลศิลปอาชา ที่ว่าพรรคชาติ ไทย จะไม่ร่วมงาน ไม่สมานฉันท์กับพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจ ฉัย ว่าทำผิดกฎหมาย จนกระทั่งถูกยุบพรรค

           คำโอดครวญด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวหัวใจ ของลูกปลาไหล ที่ว่า ไม่ชอบให้ใครเรียกพรรคชาติไทย เป็นพรรคชาติปลาไหล เพราะพรรคชาติไทยยุคนี้ ไม่มีพฤติกรรมลื่นไหล เหมือนแต่ก่อน ฟังแล้วช่างสงสารและเห็นใจเสียเหลือเกิน แต่บังเอิญว่าเกิดทันรู้ ดูทันเห็นว่า ที่นักข่าวเขาตั้งฉายาพรรคชาติปลาไหล ให้แก่ พรรคชาติไทย นั้น ก็เป็นเพราะลีลาการเมืองของเตี่ยบรรหาร นั่นล่ะ หาใช่ใครอื่นที่ออกไปพ้นพรรคไม่

           หากไม่อยากถูกเรียกเป็นพรรคชาติปลาไหล ก็ต้องปล่อยเตี่ยบรรหาร ลงแม่น้ำสุพรรณบุรี ไป เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้พรรคการเมืองพรรคนี้ จะได้ไม่ถูกใครเรียกพรรคชาติปลาไหล อีกต่อไป

           เคยได้ยินไหมครับ ที่เขาบอกกันว่า “ชื่ออาจจะตั้งผิดได้ แต่ฉายาไม่เคยผิด”

           ชื่อพรรคชาติไทย อาจจะถูกเมื่ออยู่ในมือนักการเมืองซอยราชครู ผู้ก่อตั้ง แต่อาจจะผิดและไม่เหมาะ เมื่อมีตระกูลศิลปอาชา เป็นเจ้าของ

           ทว่า ฉายา พรรคชาติปลาไหล นั้น ใช่เลย ทั้งในยุคที่อยู่ในซอยราชครู และเมื่อมาตกอยู่ในมือหลงจู๊บรรหาร เพราะว่า คนสันดานปลาไหล ยังเป็นใหญ่อยู่ในพรรคทั้งยุคสมัยราชครู และหลงจู๊สมัย นั่นเอง

           พี่หญิงใหญ่ พูดไปไม่ระวังปาก จะถูกสวน ก็เลยอยากจะเตือนไว้สักเล็กน้อย ว่าถ้อยวาจาที่ว่ากล่าวออกไปนั้น มันแสดงออกถึงการสืบทอดนิสัยและสืบสันดานของนักการเมืองพรรคชาติไทย มาทางสายเลือดจริงๆ

           ที่บอกว่าสมานฉันท์กับพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าทำผิด กระทั่งถูกยุบพรรค ไม่ได้นั้น ลองกลับไปตรองดูเถิดว่า มีใครเขาชวนพรรคชาติไทยไปสมานฉันท์ด้วยหรือไม่

           คนที่พูดว่าพรรคชาติไทยสมานฉันท์ได้ทุกพรรค ก็คือ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ใช่ใครที่ไหน ก็คนของพรรคชาติไทย เอง แล้วจู่ๆ พี่หญิงใหญ่กัญจนา ก็มากรี๊ดจนแสบแก้วหูว่า พรรคชาติไทย ไม่สมานฉันท์กับพรรคการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ยุบพรรค

           โถ…. แม่คุณ แหกตาดูบ้างซี ว่าที่มีคำสั่งให้ยุบพรรคน่ะ มันใช่ศาลรัฐธรรมนูญเสียที่ไหน มันก็แค่คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตามคำสั่งของพวกเผด็จการ ที่มาล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ตะหากเล่า แล้วที่มันมีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักไทย ก็ใช่ว่าเป็นคำสั่งศาล ใช่ว่าเป็นคำพิพากษาในพระปรมาภิไธย แต่เป็นคำสั่งของเผด็จการทหารที่ให้เขียนกันไว้ตามโผตั้งแต่วันรัฐประหาร

           คำสั่งยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 111 คนนั้น มันน่าจะเป็นความเจ็บปวด และเป็นบาดแผลที่ต้องบันทึกไว้ในหัวใจของนักการเมืองผู้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ทุกคน มากกว่าที่จะนำมากรีดย้ำซ้ำเติมกัน เพราะมันเป็นการกระทำของเผด็จการทหาร ที่ใช้กำลังและอาวุธล้มล้างระบอบประชาธิปไตย และพังทลายเวทีการเมืองของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

           แต่กลับกลายเป็นว่า พี่หญิงใหญ่แห่งตระกูลศิลปอาชา หรือ ลูกนาของเตี่ยบรรหาร กลับเอาคำสั่งของเผด็จการทหารมาเป็นมาตรฐานในการเลือกคู่ผสมพันธุ์ทางการเมือง

           อาการเยี่ยงนี้ อาจจะเป็นเพราะเธอถูกเตี่ยบรรหาร ส่งไปเป็นตัวประกัน หรือ บรรณาการ ให้แก่เผด็จการทหาร ตกอยู่ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไปคบค้ารับใช้พวกเผด็จการ อยู่นานเกือบปีนั่นเอง

           ก็ขอให้มันจริงเถิดว่าเธอรังเกียจนักการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ (ในความคิดของเธอ) ตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และพรรคชาติไทยจะไม่อ้าขาให้มาสมานฉันท์ด้วย

           พรรคมัชฌิมา ที่รอท่าให้ทุกพรรคเสียบตูดอย่างดูดดื่ม ก็อยู่ใต้การชี้นำและบงการของสมศักดิ์ เทพสุทิน บุคคลต้องห้ามทางการเมือง

           พรรครวมใจไทย ที่เสียบได้กับทุกคนทุกพรรค ก็มีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พลเมืองชั้นสองทางการเมืองไทย เป็นกุนซือใหญ่ ให้นโยบายและแนวทางการเสียบ

           พรรคสมานฉันท์ ที่ผันแปรได้ทุกวัน ก็ใช่ใครที่ไหน มีทั้ง สุวัจน์ ลิปตพัลลภ พินิจ จารุสมบัติ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เป็นหัวเรือใหญ่

           ถ้าพรรคชาติไทย ใช้มาตรฐานของพี่หญิงใหญ่ ไม่ผสมพันธุ์กับทุกพรรค ทุกคน ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ลงโทษยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี อย่างเคร่งครัด ก็ตัด 3 พรรคนี้ไปได้เลย

           อนาคตหลังการเลือกตั้งของพรรคชาติไทย ก็มีแต่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคมหาชน พรรคประชาราช พรรครักชาติ และพรรคทหาร ที่จะตั้งขึ้นใหม่ เท่านั้น ที่อยู่ในสเปกเป็นคู่ร่วมผสมพันธุ์ทางการเมือง

           ก็ต้องคอยดูกันต่อไป ว่ามาตรฐานการเลือกคู่ของพี่หญิงใหญ่แห่งตระกูลศิลปอาชา จะมั่นคงแน่วแน่แค่ไหน ที่ว่าพรรคชาติไทย จะไม่ร่วมรัก เอ๊ย ร่วมงาน สมานฉันท์กับพรรคการเมือง นักการเมือง ที่ถูกตัดสิทธิ

           ถ้าออกแนวนี้เมื่อไหร่ พรรคชาติไทย ไปผสมพันธุ์กับพรรคการเมือง นักการเมือง ที่ถูกตัดสิทธิ 5 ปี ก็ขอเชิญชาวประชาทั้งหลาย เอาป้าย “อีปลาไหล” ไปติดหน้าผากกัญจนา ศิลปอาชา

           แหมๆๆๆๆ…. อุดมการณ์สูงส่งเหลือเกิน ร่วมสมานฉันท์กับพรรคการเมืองพวกนั้นไม่ได้ ร่วมงานกับนักการเมืองพวกนี้ไม่ได้ แต่ไปร่วมรักสมัครสมานสามัคคีกับ พรรคประชาธิ ปัตย์ ได้

           ยังจำได้ไหมที่ร้องไห้เป็นเผาเต่าในสภาฯ น่ะ เพราะใครทำ? และทำใคร?

           จำได้ไหม ที่ ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เอาเอกสารเท็จมาอภิปรายเตี่ยบรรหาร ลากไส้ไปถึงอากง โยงไปถึงอาม่า ที่นอนตาหลับอยู่ในฮวงซุ้ย เสียจนศพกระจุย ต้องนอนตาเหลือกแทนตาหลับ น่ะ เป็นคนมีคุณธรรม เป็นพรรคมีอุดมการณ์ทางการเมือง ใช่ไหม

           จำได้ไหม ที่ สุรินทร์ พิศสุวรรณ อภิปรายเตี่ยบรรหาร ลอกวิทยานิพนธ์ปริญญาโท ทุกตัวอักษร ทุกบรรทัด คัดมาแบบคำต่อคำ ทำให้มหาวิทยาลัยรามคำแหง ต้องอับอายที่มีมหาบัณฑิตชื่อบรรหาร ศิลปอาชา น่ะ เป็นนักการเมืองคุณภาพ ใช่ไหม

           จำได้ไหม ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิปรายว่าเตี่ยบรรหาร เป็นมนุษย์ประหลาด มีวันเกิดสองวัน เป็นคนเดียวในโลก ที่เกิดสองครั้ง แม้แต่วันเกิดยังแจ้งเท็จ 19 กรกฎาคม เกิดแล้วครั้งหนึ่ง 19 สิงหาคม ก็เกิดใหม่อีกครั้ง น่ะ นักการเมืองอนาคตที่พรรคชาติไทย จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย

           จำได้ไหม ที่สุเทพ เทือกสุบรรณ อภิปรายว่าเตี่ยบรรหาร ซิกแซ็กกินเงินกู้สร้างสนามบินในพม่า งัดหลักฐานทั้งจริงทั้งเท็จมาเปิดอ้าซ่ากันกลางสภาฯ นี่ก็นักการเมืองมีอุดมการณ์ปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดิน ใช่หรือไม่

           จำได้ไหม ที่ พิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล กระชากหน้ากากเตี่ยบรรหาร คือเจ้าของบริษัทสี่แสงการโยธา ตัวจริง เป็นปลิงดูดเลือดกรมโยธาธิการ และกรมทางหลวง จนกลวงโบ๋ ดูดงบประมาณทั้งแผ่นดิน ไปกินกันที่สุพรรณบุรีจังหวัดเดียว ซื้อเสาไฟส่องสว่างข้างถนนสเปกเดียวกับเสาไฟส่องสว่างสนามกีฬา ที่มีราคาสูงกว่าหลายสิบเท่า เอาเงินแผ่นดินไปผลาญจนแหลกลาญย่อยยับ นี่ก็นับเป็นนักการเมืองน้ำดีใช่หรือไม่

           จำได้ไหม ที่ องอาจ คล้ามไพบูลย์ ปล่อยข่าวใหญ่ พรรคชาติไทยงาบสินเรือดำน้ำ คอคคูมส์ ของสวีเดน จนเตี่ยบรรหาร เต้นไม่เป็นองค์ เพราะงงเป็นไก่ตาแตก แดกเงินสินบนไปเมื่อไร แต่จนแล้วจนรอด ถึงวันนี้ ไม่มีใครยืนยันได้พรรคชาติไทยกินสินบนคอคคูมส์ จริงหรือไม่ ก็เป็นลีลาการเมืองของโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นักการเมืองคุณภาพชนิดหาตัวจับยากอีกคนหนึ่ง

           จำได้ไหม ที่ สุนัย จุลพงศธร อภิปรายลูกสาวนายกฯบรรหาร ใช้อิทธิพลของเตี่ย ขายที่ดินให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กำไรมาหลายสิบล้านบาท แต่ไม่ยอมจ่ายภาษี นั่นก็เป็นนักการเมืองคุณภาพอีกคนใช่ไหม ลูกสาวคนโตของนายกฯบรรหาร ที่ไม่จ่ายภาษี ก็เป็นนักการเมืองมีอุดมการณ์ใช่ไหม

           ต่อมาก็มีการพิสูจน์ที่สุนัย จุลพงศธร อภิปรายนั้น ไม่ใช่ข้อกล่าวหา หากแต่เป็นข้อเท็จจริง เพราะลูกสาวนายกฯบรรหาร หนีภาษีจริงๆ แต่หนีไม่พ้น ต้องกลั้นใจไปจ่ายภาษี ด้วยหัวใจที่ชี้ช้ำยิ่งนัก หลังจากเตี่ยหมดวาสนา ถูกจี้ให้ประกาศลาออกต่อหน้าพรรคร่วมรัฐบาล

           นักการเมืองพวกนี้ล่ะ เป็นนักการเมืองมีคุณภาพ อยู่ในพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองที่ได้รับการยกย่องจากพรรคชาติไทย ว่าเป็นพรรคการเมืองน้ำดี พรรคการเมืองที่เป็นเพื่อนตาย เป็นสหายร่วมรบของพรรคชาติ ไทย เป็นพรรคการเมืองที่ไปไหนไปกันแบบเลือดสุพรรณ

           เอาเถอะครับ ลองถ้าพรรคชาติไทย กับ พรรคประชาธิปัตย์ รักกันจริง ก็ขอให้คบกันยืด อยู่กินกันยาว ขออวยพรให้อยู่กันจนชั่วลูกชั่วหลานก็แล้วกัน จับคู่ผสมพันธุ์กันทุกชาติไป นี่ยังไม่นับ นักการเมืองในพรรคชาติไทย ที่ดูยังไงก็ทั้งขัดทั้งแย้ง แต่ก็มาร่วมหอลงโรงกันได้ ราวกับผีเน่ากับโลงผุ

           ลองหลับตานึกดูเถอะ แม่พระรักเด็ก อย่าง กัญจนา ศิลปอาชา กับ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ราชาอาบอบนวด ค้าหญิงและขายเด็ก ทำงานกันได้อย่างเข้าขา

           ลองหลับตาจินตนาการดูเถิด นางฟ้าประเวณี ปวีณา หงสกุล ต่อต้านการค้าหญิงและเด็ก ก็มาอยู่หอร่วมห้องกับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ด้วยอีกคน ทั้งสนุกทั้งพิลึกขนาดไหน

           แต่ที่ดูกันไม่จืด เล่ากันจนยาวยืดถึงทุกวันนี้ก็คือ น้องแบม จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ กับ เตี่ยบรรหาร และ คุณหญิงแม่ ที่ตกเป็นขี้ปากให้ชาวบ้านชาวช่องนินทาว่าร้าย มาหลายปี ก็ไม่มีท่าว่าจะเคลียร์ข้อหาให้ชาวบ้านเชื่อได้สนิทใจว่าไม่มีในกอไผ่

           นี่ยังไม่ได้พูดถึงนักการเมืองอาวุโสคนหนึ่งของพรรคชาติไทย นะ นักการเมืองคนนี้ ว่ากันว่า จบการศึกษาชั้นปริญญาตรี โดยที่ไม่ได้เรียนชั้นมัธยม จนต้องเว้นวรรคตัวเองไปหนึ่งสมัย เพราะถูกจับได้ไล่ทันว่า ขาดคุณสมบัติสมัครผู้แทนที่สุพรรณบุรี

           ลองไล่เรียงกันดู ก็พอเห็นกันแล้วว่า นักการเมืองสายพันธุ์ไหน พรรคการเมืองชาติพันธุ์ใด ที่มีอุดมการณ์ และตรงสเปกของพี่หญิงใหญ่ กัญจนา ศิลปอาชา ที่จะเลือกมาเป็นคู่ขา คู่รัก และพ่อพันธุ์ของพรรคชาติไทย

           นักการเมืองคนใด พรรคการเมืองพรรคใด ที่รู้ตัวดีว่ามีคุณสมบัติห่างไกลจากคนจำพวกนี้ ก็อย่าได้เฉียดเข้าใกล้เธอเชียว ประเดี๋ยวจะเสียวไม่หยุด

           เสียวถูกเธอชี้หน้าด่าไล่ ในฐานะที่ยังเลวไม่พอ จึงไม่คู่ควรกับพรรคชาติไทย น่ะครับ

           คิดเสียอย่างนี้ จะได้ไม่ถือโทษโกรธเคืองกัน

           คิดเสียว่าฟังแม่ชีเทศน์ ก็แล้วกัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: