กกต.ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง !

           

           ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ ที่อ้างว่าเป็นการเปิดเผยของแหล่งข่าวรายหนึ่ง ว่าแม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว และจบลงด้วยชัยชนะแบบขาดลอยของพรรคพลังประชาชน ที่มีเหนือพรรคการเมืองทุกพรรค แต่ก็ไม่มีความแน่นอนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะกกต. อาจจะแจกใบเหลือง ใบแดงมากกว่า 60 ใบ ซึ่งจะส่งผลให้ตัวเลขจำนวนส.ส.ของแต่ละพรรคเปลี่ยนแปลงไป โดย เฉพาะพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีจำนวนผู้ได้รับการเลือกตั้งมากที่สุด ก็อาจจะได้รับใบเหลืองใบแดงมากที่สุด

           ข่าวนี้นับว่าเป็นข่าวอัปมงคลแก่กกต.ทั้ง 5 คน อย่างหาที่สุดไม่ได้จริงๆ หากว่าหลังจากวันนี้ไป เหตุการณ์ทางการเมืองจะคล้อยตามข่าวชิ้นนี้ และ การพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน เพื่อแจกใบเหลือง ใบแดง ของ กกต. จะสอดรับกับข่าวชิ้นนี้ จะโดยบังเอิญ หรือ ตั้งใจก็ตาม

           แม้จะไม่มีเหตุการณ์หรือแนวโน้มใด เป็นไปในทิศทางเดียวกับข่าวชิ้นนี้ แต่ก็ต้องถือว่าข่าวชิ้นนี้ เป็นอัปมงคลทางตรงแก่กกต.ทั้ง 5 คน เพราะเพียงแค่เริ่มต้นวินิจฉัย เพื่อแจกใบเหลือง ใบแดง ก็ถูกตีกัน ดักคอ และกดดัน ล่วงหน้าเสียแล้ว

           หากแจกน้อยกว่าก็ถูกครหา “ซูเอี๋ย” กับพรรคการเมืองบางพรรค หากแจกใกล้เคียง ก็หนีไม่พ้นเสียงก่นด่า “รับใบสั่ง” มาแล้ว แต่ถ้าแจกมากกว่า ก็จะกลายเป็นว่ากกต. คือ “ผู้ก่อวิกฤต” ในระอบประชาธิปไตย ขึ้นมา เพราะทำให้การเมืองหลังเลือกตั้งที่ควรจะคลี่คลาย ไปสู่หนทางที่ดีขึ้นในระบอบประชาธิปไตย ต้องติดขัดอีกครั้งหนึ่ง

           การเลือกตั้งครั้งนี้ ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นจนจบโดยกกต. และความร่วมมืออย่างดียิ่งของทุกฝ่ายภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม กอง ช่วยกันทำทางให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตย อย่างแข็งขัน โดยเฉพาะการลงมือลงแรงแบบเกินพอดี และเอาจริงเอาจังจนออกนอกหน้าของครส. ที่มีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรัฐประหาร เป็นประธาน

           ตลอดระยะเวลากว่า 40 วันของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองที่เสนอตัวให้ประชาชนพิจารณาเลือกตั้ง ต่างปฏิบัติตามกฎระเบียบกติกาที่กกต.กำหนดไว้ อย่างเคร่งครัด และมีเจ้าหน้าที่กกต. ตำรวจ ทหาร กระจายกำลังกันอยู่ในทุกเขตเลือกตั้ง จับตาดูอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย

           การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการจัดการเลือกตั้งที่กกต.มีอิสระในการทำงานมากที่สุด เพราะไม่มีพรรคการเมืองใด เป็นผู้ถือครองอำนาจรัฐ ไม่มีพรรคการเมืองได้เป็นรัฐบาลรักษาการ อยู่ในระหว่างที่มีการจัดการเลือกตั้ง รณรงค์หาเสียง เหมือนการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมักจะมีข้อครหาว่าพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลรักษาการมีความได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น

           พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการกกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน แถลงว่า 40 กว่าวันของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาถึงกกต. 500 กว่าเรื่อง แต่มีเรื่องที่มีมูลพอที่จะรับไว้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน ประมาณ 160 เรื่อง และมีเพียง 48 เรื่อง เท่านั้น ที่มีมูลเชื่อได้ว่ามีการกระทำการทุจริต พอนำเข้าสู่การพิจารณาของกกต. ได้ ที่เหลือนอกจากนั้นเป็นเรื่องกล่าวหา กลั่นแกล้ง โดยไม่มีมูลพอรับฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดจริง

           จากสถิติการร้องเรียนข้างต้นนี้ เป็นที่น่าดีใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้ร้องเรียนการกระทำความผิดน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และน่ายินดีว่า กกต. ไม่ได้ใช้อำนาจตัดสินชี้ขาดไปตามกระแสสื่อ หรือความสะใจของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หากแต่พยายามที่จะสืบสวนสอบสวน หาข้อมูล พยานหลักฐาน ประกอบการพิจารณา อย่างรอบคอบ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งผู้ร้อง และผู้ถูกร้อง ซึ่งระยะเวลาเพียง 40 กว่าวัน ไม่อาจจะหาข้อยุติได้ จึงไม่มีการแจกใบเหลืองใบแดงแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใด

           มีข้อมูลประการหนึ่งที่ทำให้กกต. อึดอัดใจอย่างมาก ก็คือ มีความพยายามที่จะกดดันให้กกต. แจกใบเหลือง ใบแดง แก่ผู้สมัครพรรคพลังประชาชน แต่จากจำนวนเรื่องร้องเรียนที่เข้ามาถึงกกต. พบว่าเกือบทั้งหมดเป็นการร้องเรียนการกระทำผิดของผู้สมัครพรรคอื่น ในส่วนของพรรคพลังประชาชนมีน้อยมาก

           เนื่องจากในความเป็นจริง ผู้สมัครพรรคพลังประชาชนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ประกบติดตัว จนทำอะไรไม่ได้ แม้แต่ปราศรัยก็ยังถูกตามถ่ายภาพ และบันทึกเทปทุกเวที มีเพียงการร้องเรียนแบบลอยๆ ไม่มีพยานหลักฐานที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อได้

           การไม่สามารถออกใบแดงใบเหลืองให้แก่ผู้สมัครพรรคพลังประชาชน ได้ แม้แต่รายเดียวของกกต. ก่อนการเลือกตั้ง ทำให้กลุ่มผู้มีอำนาจและกดดันกกต. ไม่พอใจอย่างมาก จึงมีการเปลี่ยนแผนด้วยการชี้นำให้กกต.เรียกผู้สมัครพรรคพลังประชาชน จำนวนหนึ่งไม่น้อยกว่า 20 คนมารับข้อกล่าวหา จากกกต. เอง โดยใช้เหตุผลว่า เจ้าหน้าที่กกต. ตรวจสอบพบการกระทำที่น่าสงสัยว่าเป็นการกระทำผิดเอง โดยไม่มีผู้ร้องเรียน ซึ่งผิดปกติวิสัยการทำงานของกกต. และเป็นการทำ งานที่ถูกจัดขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับพรรคพลังประชาชน เท่านั้น ในส่วนของพรรคการเมือง กกต.ได้รับคำแนะนำว่าให้เป็นไปตามที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา

           อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเลือกตั้ง กลับมีการให้ข้อมูลจากสำนักงานกกต. ว่ามีผู้ร้อง เรียนเข้ามาเพิ่มมากกว่า 1,000 เรื่อง ซึ่งเป็นไปตามคาดหมายว่าหลังการเลือกตั้ง จะมีการร้องเรียนมากขึ้น เพราะผู้แพ้เลือกตั้ง จะต้องหาเรื่องร้องเรียนผู้ชนะทุกคน และแน่นอนอีกเช่นกันว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งที่จะถูกร้องเรียนมากที่สุดก็คือผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน ที่ชนะเลือกตั้งมากที่สุด

           ตรงนี้เองที่จะเป็นการเปิดช่อง เปิดโอกาสให้อำนาจนอกระบบเข้าแทรกแซงการทำงานของกกต. โดยมีเป้าหมายที่จะแจกใบแดง ใบเหลืองให้แก่ผู้ชนะการเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชนให้มากที่สุด

           ทั้งนี้เพื่อให้สัดส่วนตัวเลขส.ส.ของแต่ละพรรค มีความไม่แน่นอน และดึงเวลาการจัดตั้งรัฐบาลออกไปให้นานที่สุด เพื่อที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสูตรการจัดตั้งรัฐบาล และสุดท้ายก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนข้าง ย้ายขั้วของพรรคการเมืองต่างๆ จนในที่สุด พรรคพลังประชาชน จะถูกลอยแพเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว แม้ว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่มีจำนวนส.ส.มากที่สุดก็ตาม

           นี่คือโอกาสและนาทีทองของผู้มีอำนาจนอกระบบ ที่จะแทรกตัวเองเข้ามาเป็นผู้บงการเกมการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และจัดการตั้งรัฐบาลใหม่ด้วยมือตัวเอง เพื่อที่จะครอบงำรัฐบาลใหม่ ได้ทุกส่วน

           ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของผู้มีอำนาจนอกระบบและผู้ก่อการรัฐประหาร ที่ไม่มั่นใจในสวัสดิภาพของพวกตน หลังจากที่เห็นผลการเลือกตั้งที่ปรากฎออกมาแล้ว ว่าประชาชนต้องการให้พรรคพลังประชาชน เป็นรัฐบาล

           ดังนั้น กกต.ทั้ง 5 คน จึงต้องระมัดระวังให้ดี สำหรับการทำงานสืบสวนสอบสวนวินิจฉัยข้อร้องเรียนอย่างละเอียดรอบคอบก่อนที่จะลงมติทางใดทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นท่านทั้ง 5 จะตกเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจนอกระบบ ที่ต้องการบิดเบือนผลการเลือกตั้ง และต้องการครอบงำการเมืองไทยไว้ใต้อำนาจเผด็จการ สืบต่อไป

           ที่สำคัญคือ หากการพิจารณาวินิจฉัยข้อร้องเรียนของ กกต. เป็นไปในทิศทางที่ผู้มีอำนาจนอกระบบและเผด็จการต้องการ กกต.ก็จะตกเป็นเครื่องมือของเผด็จการและผู้มีอำนาจนอกระบบที่ไม่เคยเคารพประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจ เสียง และมติของประชาชน

           ที่สำคัญคือ กกต.จะต้องพิจารณาวินิจฉัยข้อร้องเรียนทุกกรณี ทุกคน ทุกพรรค โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นที่รับ ทราบกันทั่วไปว่า เหตุที่ต้องมีการเลือกตั้ง ก็เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะลงคะแนนมอบความไว้วางใจให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดเป็นผู้แทนของตน เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร และลงคะ แนนมอบความไว้วางใจพรรคการเมือง ไปจัดตั้งรัฐบาลเป็นผู้บริหารประเทศ

           เจตนารมณ์ของประชาชนในการไปลงคะแนนเลือกตั้ง การตัดสินใจของประชาชนในการออกเสียงให้แก่ผู้สมัครคนใดเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย และมอบความไว้วางใจให้พรรคการเมืองใด เป็นรัฐบาล เป็นสาระสำคัญที่สุดของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีปรัชญาว่าเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน

           การออกเสียงลงคะแนนของประชาชน จึงเป็นสิ่งที่จะต้องได้รับความเคารพสูงสุดในการปกครองระบอบประชาธิปไตย เว้นเสียแต่ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบอื่นที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย เสียงของประชาชนจึงจะไม่ได้รับความเคารพ และไม่ได้รับการยอมรับ ไม่ได้รับการเคารพจากผู้ปกครองที่อยู่เหนือกฎหมาย และไม่เห็นคุณค่าความหมายทั้งเสียงและความต้องการของประชาชน

           ดังนั้น กกต.ทั้ง 5 ท่าน ซึ่งเป็นผู้จัดการการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย และเป็นผู้ที่ไsด้รับการยกย่องว่าเป็นคนสำคัญ เป็นองค์กรอิสระที่สำคัญในการนำประเทศไทยกลับเข้าสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย จึงควรจะคำนึงถึง มติของประชาชน การออกเสียงของประชาชน เป็นสำคัญ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามตามเจตนารมณ์ และหลักการของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มิใช่คำนึงถึงความต้องการ และเสียงของผู้มีอำนาจนอกระบบบางคน บางกลุ่ม ที่ไม่เคยเชื่อถือ ไม่ยอมรับ และยังทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติรย์ทรงเป็นประมุข อีกด้วย

           หาก กกต.ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย และ ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจอิทธิพลของใคร องค์กรใด ก็ต้องแสดงออกถึงความเป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริง และมีจุดมุ่งหมายในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการสร้างสรรค์การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้มีความยั่งยืนถาวรตลอดไป ก็ควรจะต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน ที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว

           กกต.จะต้องระลึกไว้ด้วยว่า ประชาชนที่มาออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ทั่วทั้งประเทศ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก็ออกมาตามที่กกต.รณรงค์เชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิ

           แต่เมื่อประชาชนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนแล้ว กกต. ควรจะต้องยอมรับ ซึ่งผู้ได้รับการเลือกตั้งแต่ละคน ได้รับคะแนนน้อยที่สุด ก็คือ 50,000 เศษ ไปจนถึงมากกว่า 100,000 คะแนน

           การที่ กกต. 5 คน จะใช้อำนาจของตนเอง ออกเสียงลบล้างการตัดสินใจของประชาชน ทำให้คะแนนที่ประชาชนมอบให้แก่ผู้สมัครคนใด และพรรคการเมืองใด เป็นสิ่งที่ไร้ค่า ไม่มีความหมาย จึงไม่อาจจะเรียกเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากว่า เป็นการไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน

           หาก กกต.ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน แล้ว

           กกต. ก็ไม่มีสิทธิที่จะมาเรียกร้องให้ประชาชนเคารพการตัดสินใจของ กกต.

           หาก กกต.และประชาชน ไม่เคารพการตัดสินใจ และการใช้สิทธิซึ่งกันและกันแล้ว

           กกต. กับ ประชาชน จะทำงานร่วมกันต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อ ความสำเร็จของกกต. ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน เป็นสำคัญ

           เราจึงขอเรียกร้องให้ กกต. เคารพการตัดสินใจของประชาชน ที่ได้ออกเสียงไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา

           หาก กกต. ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน แล้ว กกต.นั่นล่ะ ที่จะเป็นผู้ก่อวิกฤตครั้งใหม่ให้แก่การเมืองไทย และจะทำให้การเมืองไทย ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย อย่างแท้จริง

           หากสุดท้ายแล้ว ผลการเลือกตั้งของประเทศไทย ขึ้นอยู่กับว่า กกต.จะเห็นชอบว่าใครควรจะได้เป็นส.ส.และใครไม่ควรเป็นส.ส. ทั้งๆ ที่ประชาชนออกเสียงลงมติแล้วว่าจะให้ใครเป็นส.ส. ให้พรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ประชาชนออกเสียง เพราะกกต.ไม่เห็นชอบ แล้วเราจะไปเลือกตั้งกันทำไม

           หากวันนี้ พรรคพลังประชาชนไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคประชาชนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ไม่ได้เป็นส.ส. เพราะกกต.ไม่เห็นด้วย แล้ว เราจะกล้าพูดหรือว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย เป็นการปกครองของประชา ชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน ได้อย่างไร

           วรรคสุดท้ายที่ประชาชนอย่าง ประดาบ อยากจะฝากถึง กกต. 5 คน ก็คือ

           “กกต.ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน”

           โปรดฟังอีกครั้งหนี่ง !

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: