สั่งตาย!!!

พฤษภาคม 11, 2008 โดย thaksinfanclub

        อ่านนิยายสืบสวนสอบสวนจบกี่เล่ม…มันไม่ตื่นเต้นกับข่าวผู้ใหญ่หลอกเด็กทิ่มตูด ตัดไข่ลูกอัณฑะอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชายที่สุด    ฮอตฮิตยุคแปลงเพศรักเสรีหรือเปล่าคะ…ปัญหาร้อนตัวหรือโดนน้ำร้อนลวกมือ…โดนใครต้มตุ่นสุกดิบว่าไปตามเรื่องตามราว

        ประสบการณ์จับผิดมาตรวจสอบว่า…ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คือใคร…มือที่มองไม่เห็น…เท้าที่มองไม่เห็น…คนเชยที่ไม่รู้…  จิงโจ้หรือจิ้งจก  ปูดจนตามได้เรื่อง…ไม่คิดระบุใคร ประชาชนบอกได้เอง…ไม่ต้องจับเซียมซี่เสี่ยงทายโชคชะตา   ใครไม่ถูกใจก็บอกว่าโกหกขาดความน่าเชื่อถือ  ขัดโชคขัดลาภเข้าอีก     ยุ่งตามเคย…แต่ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย  ต้องเชื่อสนิทใจ…ฟ้ามันค่อยๆเปิดโฉมหน้าว่า  มันใช่ตายด้วยมือคนอื่น  แต่มันตายด้วยตัวของมันเอง…ลงเสาเอกกี่ต้นอำนาจมันไม่จีรัง…สั่งตายใครต่อใคร…จุดจบบั้นปลาย…จบไม่สวยสักราย  หงอกไม่หงอกไม่รุ้  ที่เหลือคำสดุดี…ดีๆๆชั่วๆๆ ในความทรงจำเท่านั้นแหละ

      ใครที่มีโอกาสดูภาพยนตร์   วันลอบสังหารประธานาธิบดีเดอโกลล์ แห่งประเทศฝรั่งเศส   เข้ามาฉายเมืองไทย  เมื่อหลายสิบปีก่อน  เค้าโครงเรื่องชวนลุ้นสนุกถึงวิธีคิดของกลุ่มคนวางแผนลอบสังหาร  ซักซ้อมจริงเก็บรายละเอียด  วิธีขนอาวุธต้องไม่มีพิรุธข้อสงสัยใด   จากสายตาคู่ใดสถานที่ที่ใช้ปฎิบัติการ สถานที่นัดหมายกี่โมงกี่ยามแม่นยำ พลาดคือแผนรั่ว   โดนยิงทิ้งสถานเดียวจากหน่วยรักษาความปลอดภัยแก่ประธานาธิบดี

      เก็บมาคิดมันโลกกลมหรือว่าโลกเบี้ยว   ชะตาใครลิขิตชีวิตข้า…มันช่างหวนนึกเหตุการณ์ลอบสังหารประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกฯ 8 ปี 5 เดือน มีความพยายาม  จัดทีมงานไล่ล่าแผนลอบสังหารเบ็ดเสร็จที่ตกเป็นข่าวไม่ต่ำกว่า 18-19 ครั้ง… รอดตายหวุดหวิดเกือบทุกครั้ง อาวุธสงครามครบมือ  ทั้งจรวดอาร์พีจี อาวุธเอ็ม 79 ประดับบ่ายิง หวังผลสุด  ช่างน่าคิด…ชวนสงสัยสาเหตุว่ามันมาจากอาการคับแค้นอื่นใด…ถึงจองล้างจองผลาญ… ชนิดไม่เผาผีมอบไม้จันทร์ในพิธีงานศพเป็นแน่

      เหตุการณ์ครั้งนั้นมันตามหลอกตามหลอนเกิดขึ้นกับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร วางแผนคาร์บอมบ์ต่อเนื่อง 6 ครั้ง นำสืบจับได้ยกแก๊งคนมีสียศ พล.ต.พ.อ.พ.ท.จ.ส.ต.โดยตัวบงการยศ พล.อ.พ นี่คือขบวนล่าทมิฬ  ที่เกิดกับสองอดีตนายกฯไทย  ต่างกลุ่มไม่แตกพวก

      ติดตามมานายทหารบางท่านถูกยาสั่งตาย บางท่านคลุกคลีข้องแวะท่องแวดวงยุทธจักร  นับล้มหายตายจากก็มากยังมีชีวิตแลเห็นอยู่ทุกวันนี้ก็พอเห็น  และอีกบางคนถูกกระแสสังคมกลืนหายไป…ยุคตํานานสั่งตายสั่งเป็นสงครามยังไม่จบ อย่ารีบนับศพ เลือดท่วมท้องช้างอีก?

      พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก นายทหารที่อยู่ในเป้าสังหารหลัง  อัสดงเกษียณจากกองทัพ  ก้าวลงสู่สนามการเมืองในตำแหน่งหัวหน้าพรรคปวงชาชาวไทย มีกองกำลังหนุนนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นั่งคุมหัวโต๊ะตำแหน่งเลขาธิการพรรค  ก็ไปไม่ตลอดรอดฝั่งจอดไม่แจว แหล่งเงินทุนหมดหน้าตัก  ชวนเลิกกันดื้อๆ

      ครั้งหนึ่งสื่อมวลชนซักถาม พล.อ.อาทิตย์ ถึงที่มาของเหตุการณ์ในคดีวันลอบสังหารเกิดขึ้นจากความขัดแย้ง  ระหว่างลูกป๋าหรือป๋าเปรมสร้างความไม่พอใจให้ใครไว้บ้าง…ท่านตอบแบบไม่เต็มใจว่าอย่าไปรื้อฟื้นมันขึ้นมาเลย…เดี๋ยวก็มีเรื่องใหญ่เรื่องโตขึ้นมาอีกไม่ดีมันจบไปแล้ว….ให้อภัยทานแล้วๆต่อกัน

        หนึ่งในนั้นที่ไม่ยินดียินร้ายไยดีไม่สยบยอมต่อ พล.อ.เปรม ทุกกรณีคือ พ.อ.(พิเศษ) ประจักษ์ สว่างจิตร นายทหาร จปร.รุ่น 7  กลุ่มยังเติรก์หนุ่ม…… นักรบเหรียญรามาธิบดี เจ้าของฉายาวีรบุรุษตาพระยา นายทหารอาชีพ รบถึงลูกถึงคนบ้าบิ่นดีเดือด ไม่กลัวเกรงใคร เคยร่วมปฎิวัติเมษาฮาวาย ( 1-3 เมษายน 2526 )  ถูกต่อต้านจับตัวเป็นเชลยศึก ภายหลังปฎิวัติไม่สำเร็จตกเป็นจำเลยกบฎแผ่นดิน

       ท่านกล้าหาญดั่งชายชาติทหาร  ไม่ทิ้งลายเสือทหารอาชีพจบชีวิตด้วยน้ำมือตัวเอง  ปลิดชีพเอาปืนจ่อหัวยิงตัวตาย  เพียงรู้ว่าตนเองเป็นมะเร็ง ท่านไม่ใช่ตายด้วยน้ำมือคนอื่น…สั่งตาย…คือคนจริง..ไม่ยอมหักหลังเพื่อนเพื่อหนีเอาตัวรอด หาที่เกราะกำบังใดๆๆๆ  ฉะนั้นบุคคลที่มีบารมี มีเกียรติยศ  มีศักดิ์ศรี…พร้อมถูกตรวจสอบทั้งหน้าบ้านหลังบ้านตลอดเวลารับราชการจนเกษียณ…ดั่งที่ใครฉายรังสีอำมหิตส่งสัญญณานนักฆ่าเพื่อนนักรบอยู่ร่ำไป 

       มันช่างสอดประสานช่างบังเอิญฉิ่งฉับ  การออกงานของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ  ลัดคิวกลุ่มพันธมิตร  จัดชุมนุมเสวนาหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ก่อนเพียง 1-2 วันมีคำถามตามมาคือวันอื่นๆไม่ว่างที่จะขอเลื่อนจัดไปก่อนได้ไหม…. เปรียบเสมือนสร้างกระแสกดดันเพิ่มความจงเกลียดจงชังลุกลามต่อไปอีก…เพื่อง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองรอบใหม่

        ลักษณะเดินงานการข่าวให้ข่าวคล้องจองดูจังหวะท่วงท่าลีลาดีๆๆนิ่งๆๆเงียบราบเรียบร้อยดี เมื่อยังมี่ความความขัดแย้งมาแซม  กุญแจแต่ละดอกที่ส่งมอบ  คำตอบจึงเป็นเช่นนี้  กล่าวคือ

        1. กุญแจดอกแรกต่อเรื่องราวชวนสงสัยชนวนเหตุตั้งวงปฎิวัติ ทิ้งบอมบ์โดยพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร สื่อยิงคําถามเตรียมการปฎิวัติมา 8 เดือนเต็มๆๆ  แล้ว        

        2. กุญแจดอกที่สอง อยู่มาวันดีคืนดี พล.อ.สนธิ หลุดปากตลบหลังฝุ่นตลบมีคนวางแผนปฎิวัติมีแค่ลูกน้องยศพ.อ.สองคนคิดเท่านั้นไม่มีใครเป็นวีรบุรุษ

        3. กุญแจดอกที่สาม   คณะปฎิวัติยกทีม คมช. หน้าเดิมกันทั้งนั้น ร่วมวางแผน    บ้านพักเกษะโกมล  บ้านพักรับรอง พล.อ.สนธิ ผบ.ทบ.ในฐานะปธ.คมช.  ช่วงของรัฐบาล อดีตนายกฯทักษิณ  ตลอดมา…แถมทุกสัปดาห์ต้องเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี  ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ต่อ  เพื่อรายงานเหตุการณ์สถานการณ์บ้านเมืองให้รับทราบ… จิ๊กซอร์ตัวนี้ชัดที่สุด  อำนาจซ้อนอำนาจ…เจตนานี้ตีความดิ้นไม่หลุดตรงที่ พล.อ.เปรม กล่าวกับสื่อว่า พวกคุณคิดกันไปเอง  ผมไม่เคยทำ…ผมไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องการเมืองและเรื่องใดๆ '  ใครอยู่เบื้องหลังปฎิวัติแจ่มแจ้งเจอไข่แดงมาก่อนไข่ขาวฉะนั้นเป็นอันว่า…ละไว้เป็นฐานที่เข้าใจว่า…ไม่เคยทำ ไม่เกี่ยวข้อง  พวกคุณคิดกันไปเอง…ฟังไม่ขึ้น

        เอาล่ะมันช่างบังเอิญอะไรเหลือที่เวทีพันธมิตร ตลาดนัดตรวจสอบรัฐบาลรวมถึงลงทุนแถลงการณ์ด่าทอ อดีตนายกฯทักษิณ  กับทุนนิยมสามานย์ครองเมือง…บังเอิญก็ใช่อีก  ก่อศึกแนวร่วมทั้งสองขั้ว  พฤติกรรมมันฟ้องอยู่ทนโท่ตามที่เห็นและเป็นอยู่จริง

        ตีอกชกตัวว่าเวรกรรมของประเทศ…ถึงจองล้างจองผลาญอํามหิต…ไม่เลิกไม่ปล่อยวางไม่อโหสิกรรม…ฆ่าคนอย่างเลือดเย็น…ย่อยยับถึงเพียงนี้…นักฆ่าลุ่มน้ำเจ้าพระยา…คือใครอีก…คิดอะไรไม่ออก…นึกถึงคุณชวนซิครับ…อย่าปล่อยความชั่วลอยนานพกความเชยอยู่คนเดียวดีกว่า…อกแตกตายพอดี…นักฆ่าลุ่มน้ำสายเดียวกัน…มองตาย่อมรู้ใจ…ไม่มีอะไรที่มองไม่เห็นทั้งมือทั้งเท้า…หากไม่มองข้ามหัวใครและเหยียบหัวแม่เท้าใครก่อนครับ?

โจรคนมีสี (เสื้อ)

พฤษภาคม 11, 2008 โดย thaksinfanclub

ข่าวใหญ่ข่าวโตประจำงวดนี้ก็ว่าได้ไม่มีใครเกินข่าว มีคนจ้องปฎิวัติ ' คนตาสีตาสาพูดปล่อยผ่านหูเข้าซ้ายทะลุขวาเป็นเรื่องขำขัน แต่เมื่อคนระดับนายกรัฐมนตรีของประเทศ  อีกทั้งควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  เอาเอกสารลับดักคอแฉตรงไปตรงมาว่ามีนายทหารเกษียณอายุราชการหารือเตรียมการล้มรัฐบาลเช่นนี้แล้ว นิ่งงงเล่นใช่ที่  ก่อนอื่นฟังคำพูดนายกฯสมัคร  สุนทรเวช และรมว.กลาโหม ชี้แจงข้อมูลลับข่าวนี้กล่าวคือ

ขณะนี้ยังพบว่ามีกลุ่มที่จะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยมีแนวคิดที่จะทำการปฎิวัติรัฐบาล  โดยยืนยันว่าไม่วิตกกังวลกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว  เพราะเชื่อว่าคงไม่สามารถดำเนินการได้ง่ายในยุคนี้

ยังมีคนยังไม่เลิก  ยังวิ่งเต้นกันอยู่ ยังนัดประชุมกันอยู่  คือยังคิดว่าปฎิวัติกันได้อยู่  แต่ไม่วิตกทุกข์ร้อน…เขาคิดว่ายังมีการเปลี่ยนแปลงกันได้ เขาก็คิดทำกัน แต่มันไม่มีเหตุผล  ผมถึงไม่ประเมินใครเป็นคนทำ ก็น่าจะอายบ้าง'

ประโยคถัดมานายกฯสมัคร กล่าวว่า ผมระวังตัวอยู่แล้ว  ผมต้นทุนต่ำ ติดคุกติดตารางบ้างไม่เป็นไร อยู่มาตั้ง 73 ปีแล้ว เปลี่ยนที่อยู่ซะบ้าง' นายกรัฐมนตรี ระบุ

จะบอกอย่างไยดีว่า  เดี๋ยวนี้บ้านเมืองของเรามันทำลายล้างด้วยระบบการขู่มขู่  ชักดาบฟันกันดื้อๆ ด้วยวิธีนอกระบบ  ทหารนอกคอกนอกแถวและแตกแถวบีบสร้างสถานการณ์เอาชัยชนะขุดหลุมล่อ แหย่ยั่วยุแห่แหนเอากองกำลังมาปฎิวัติ  ดูทีท่าก้าวข้ามไม่พ้นวงจรอุบาทว์เสียที

บ้านเมืองเรายังล่มจมไม่พอหรืออย่างไร  เวลาประกอบไปด้วยเงื่อนไขจอมโจรคนมีสี   ขี่คอคนอื่นครองเมือง  มีอะไรคับปาก แบ่งค่ายแบ่งฝักฝ่าย  แหล่งกบดานโจรกระจอก… ซุ้มมือปืน…แก๊งอันธพาล…กลุ่มนักเลงเจ้าพ่อ…แก๊งจกชิงวิ่งราวทรัพย์…แก๊งรถซิ่ง…แก๊งอาชญกรข้ามชาติ…แก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติวิธีคิดโจรอีกสารพันที่เลือกปล้นตรงปล้นอ้อมๆ ขู่มขู่ รีดไถ  วางยา ฆ่าตัดคอ นั่งยาง  ช๊อตไฟฟ้า …จดจำไม่หวั่นไม่ไหว

ยุคพ.ศ.นี้  ยังไม่หนำใจอ่อนข้อต่ออำนาจนอกกติการะบอบอำมาตยาธิไตยครอบงำ อย่างไม่ลืมหูลืมตา…เราเอาสถาบันที่คนไทยเคารพรักยิ่ง มาเป็นเครื่องมือ  ด้วยการแอบอ้างจบลงตรง ความจงรักภักดี'  เปลืองอย่างยิ่ง    น่าอายความสมานฉัทน์จริง…ไม่ได้อยู่ในหัวคนถือปืนบางคน…สักพูดแต่ปากว่ารักชาติรักแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอน

ผมยิ่งมีความเชื่อประโยคที่ว่า อย่าเอาเศษโลหะบนบ่ามาหาแดก…อย่าเอาเวลาราชการมาหากิน ' มันมีมูลมากขึ้น  จนยากที่จะปฎิเสธว่าไม่จริง…ขอขอบคุณคนต้นคิดที่หยิบยืม…นำมาใช้ชั่วคราวในครั้งนี้ด้วยครับ…จากใจจริง

ย่อหน้าถัดไป ขอตรวจสอบเช็คพฤติกรรม พล.อ.สนธิ ที่คนทั่วไปเข้าใจว่าวีรบุรุษกู้ชาติ  ข้อเท็จข้อจริงในตัวคืออะไร

            1.เรื่องแรกสุดเดาไม่ยากที่เกิดสภาพหักหลังคนทำปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจแท็คทีม คมช. รายแรกคือ พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตแม่ทัพภาคที่3 โดนหลอกต้มสุกวาดฝันรางวัลปฎิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549  ตำแหน่งผบ.ทบ.หลุดมือ ทั้งที่ลงทุนลงแรงนํากองกำลังภาคที่ 3 เข้ายึดอำนาจ  แต่ฝุ่นตลบหลังกลับส่งเพื่อนไว้ใจ พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ เสนาธิการทหารบก นั่งผบ.ทบ. วืดรอบสอง  เวลาเปลี่ยสถานการณ์เปลี่ยนมาตกที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั่งผบ.ทบ.ผิดความคาดหมาย พล.อ.สนธิ อย่างไม่ตั้งความหวังแต่แรก

               2. คำพูดที่ไม่รักษาน้ำใจ   นักรบร่วมเป็นร่วมตายอีกครั้ง เมื่อ พล.อ.สนธิ เปิดไต๋ว่าการปฎิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ไม่มีใครเป็นวีรบุรุษคนที่คิดแผนการปฎิวัติ  มีแค่ตัวเขากับลูกน้องยศพ.อ.สองคนเท่านั้นเองวางแผนยึดอำนาจ…ความตอแหลข้อนี้ พล.ท.สพรั่ง ย่อมกลืนเลือดรู้ดีที่สุด

              3. พล.อ.สนธิ หาเพื่อนเกาะหาเกราะกำบังชนิดพูดจาหว่านล้อมนักรบราชินีอย่าง พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ตีสนิท เพราะท่านพล.ท.ประยุทธ์  คือทหารเสือราชินีที่ได้รับไว้วางพระราชหฤทัยเชื่อใจอย่างสูง  นี่คือความชาญฉลาดยุทธวิธีลับ ลวง พราง อีกชั้น พูดง่ายเข้าได้นักรบทหารเสือราชินีมาเป็นตัวประกัน เพื่อความปลอดภัยอีกระดับหนึ่งนั่นเอง

              4. เป็นที่ร่ำลือหนาหูว่าสมัย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยศูนย์สงครามพิเศษ ลพบุรี การจัดซื้อจัดข้างอาวุธยุทโทปกรณ์มีคอมมิชั่นของพวกพ้องเป็นล่ำเป็นสันรวยเละ  ถึงขนาดลูกน้องเก่าเก็บจาระไนเทคนิคว่า พล.อ.สนธิ มักสอนให้เข้าหานักการเมือง  เพื่อมิให้ตัดงบประมาณทหารและเสนอผ่านรวดเดียวเสมอ

               5. ลูกน้องคนสนิทที่ส่งตัวไปดูแลงบประมาณทหารทางภาคใต้ ก็คือ พล.ท.องค์กร ทองประสม   อดีตแม่ทัพภาคที่ 4  ดูแลจัดสรรงบประมาณทหารการข่าวว่าเป็นมือทองที่สร้างรายได้เงินทองสร้างความร่ำรวยพวกพ้อง ชนิดใครคาดไม่ถึง

               6. ปริศนาเงียบเชียบข่าวหนาหูว่า พล.อ.สนธิ ได้ทิปบินตรงซื้ออาวุธที่ประเทศตะวันออกกลาง จำนวนมูลค่าหลายพันล้านบาท ในช่วงที่ดำรงตําแหน่งประธาน คมช.

                โจรขึ้นบ้านปล้นประชาธิปไตย   คนหน้าเดิมพวกอำมาตยาธิปไตย…  เหยีดพรรคเหยีดพวก  นั่นคือพวกที่โกงบ้านกินเมืองกินนาน… กินเนียนและกินจนเกษีญณ…ทุนนิยมสามานย์ตัวจริงเสียงจริงที่ปล้นชาติปล้นประชาชน…สัจจะรักชาติแต่ปาก…สัจจะพวกนี้มันไม่มีในหมู่โจร…หลงเชื่อและขาดศรัทธา  ละไว้บนฐานเข้าใจไม่ดีพอ   

                ปริศนานายทหารใหญ่จนผิดปกติหรือร่ำรวยผิดปกติ   คนชื่อ พล.อ.สนธิ  แจ้งทรัพย์ต่อ ปปง.  จำนวน 194 ล้านบาทเท่านั้นเอง   ท่านทำมาหาเสี้ยงชีพอะไรถึงมีเงินทองมากมายถึงเพียงนี้   นี่ยังไม่นับลูกเมียหลายคนคนเหล่านั้น…ช่างทำงานเสี้ยงชีพอะไรมา… ช่างรวยล้น  คนไม่เชื่อและไม่ศรัทธายึดอำนาจเที่ยวนี้สะสมทุนนิยมเผด็จการสามานย์เงินสดๆ พล.อ.สนธิ.. มีไม่ต่ำกว่า 3000-4000 ล้านบาท ต่อการปฎิวัติหนึ่งครั้ง

                 ฝากข้อคิดนี้พิจารณาไตร่ตรองด่วน…เป็นการบ้านหน่วยงาน คตส. ต้องกล้าๆๆ ตรวจสองลูกพี่ใหญ่ที่แต่งตั้งมากับมือ…โดยเฉพาะนายแก้วสรร อติโพธิ ท่านพูดเสมอว่าคอมมิชชั่นกองทัพมันกี่เปอร์เซ็นต์…..รู้กันอยู่เต็มอก…กติกานี้ต้องอย่าสองมาตรฐาน…จัดการเลย…อย่าทำตัวเป็นละเลยฐานที่เข้าใจหาหลักฐานไม่เจอ…เจอแน่ ม.157 ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ…รีบตรวจสอบ…คำสรรเสริญรออยู่แค่เอื้อม…ครับ

 

อํานาจ!!!ไม่เข้าใครออกใคร

พฤษภาคม 11, 2008 โดย thaksinfanclub

           กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ติอต่อกันหลายวัน  กับการตัดสินใจจะล่นการเมืองหรือไม่ของ พล.อ.สนธิบุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเจ้าตำรับ  แผนพิฆาต 4 ขั้นตอน ที่ได้กระทำการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ทิ้ง  เมื่อสองขวบปีที่ผ่านมา

             ตื่นเช้ามาสอดรู้สอดเห็นโผล่มา  เสพข่าวสารบ้านเมืองต้องหยุดแปรงฟันล้างหน้าตัวเองเจอตัวจริงเสียงจริงบนจอทีวีช่องหนึ่ง  เชิญนักข่าวสาวสายทหาร จากค่ายหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ วาสนา นาน่วม ' ผู้เขียนหนังสือลับลวงพราง ที่มาของการรวบรวมประมวลที่เขียนมาทั้งหมด  และทัศนะที่น่ารับฟังว่าทุกอณูจิตใต้สำนึกของทหารเรื่องปฎิวัติมันฝังหัวไม่มีวันดับมอดม้วยอย่างเด็ดขาด  เชื้อปะทุระเบิดก้อนนี้มันจุดติดตลอดเวลาในสังคมไทย ซึ่งทหารเองเขาคิดเสมอว่าเขามีส่วนพิทักษ์รักษาชาติมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์  แก้ไขยาก

             ทัศนะผู้เขียนหนังสือลับลวงพราง ชัดเจนที่สุดว่าการเมืองกับทหารแยกออกจากกันไม่ได้ การเมืองต้องแก้ด้วยการเมืองเท่านั้น  ฉะนั้นมีหนทางเดียวที่ทหารต้องเลิกคิดการปฎิวัติเสีย  โดยคำนึงทั่วโลกเขาไม่คบค้ารับรองรัฐบาลที่มาจากปลายกระบอกปืนโดยเด็ดขาด ประเทศชาติเสียหายมากกว่าได้…นี่คือข้อสรุปตรงไปตรงมา

             อยากเปรียบเทียบประเด็นทหารกับการเมืองที่ถูกมองข้าม  ประเด็นดังกล่าวหลายคนในรัฐบาล คมช.รวมทั้งนักวิชาการหลายท่าน  ให้ความเห็นว่าการที่  พล.อ.สนธิ จะเล่นหรือไม่เล่นการเมืองเป็นเรื่องปกติ  และเป็นสิทธิทางการเมืองโดยทั่วไปของคนไทยที่พึงจะกระทาได้ (หากไม่ถูกเพิกถอนทางการเมืองเสียก่อนตามแผน 4 ขั้น) และในเมื่อ พล.อ.สนธิ เป็นทหาร  เมื่อปลดประจําการก็เป็นข้าราชการเกษียณอายุที่พึงมีสิทธิ์ในการดำเนินการทางการเมืองตามระรอบประชาธิปไตย  โดยเฉพาะในอดีตก็มีนายทหารไม่ว่าจะเป็น บิ๊กซัน หรือ บิ๊กจิ๋ว ดำเนินการทางการเมืองภายหลังเกษียณจากกองทัพ  ดังนั้นการลงเล่นการเมืองของประธานคมช.  จึงไม่เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด

            มันแปลกครับ…มันเป็นความแปลกบนความไม่แปลก  ที่เกิดขึ้นบนมิติของความแตกต่างในที่มาแห่งอำนาจ

              แปลกแรกคือ  ทั้ง พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก และ พล.องชวลิต ยงใจยทธ ไม่เคยกระทำการโค่นล้มรัฐบาลหรือปฎิวัติรัฐประหาร…

            แปลกที่สองคือ  บทบาทผู้นำของทั้ง พล.อ.อาทิตย์  และ พล.อ.ชวลิต มาจากการต่อต้านการยึดอำนาจและเป็นผู้ปราบกบฏ…

            แปลกที่สามคือ  ก่อนเข้าสู่การเมือง พล.อ.อาทิตย์ และ พล.อ.ชวลิต ไม่เคยดํารงตําแหน่งประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ  หรือตำแหน่งในลักษณะเดียวกัน  อันมาจากการยึดอำนาจ…

            ทั้งหมดล้วนเป็นคุณสมบัติที่ทั้ง พล.อ.อาทิตย์ และ พล.อ.ชวลิติ มี แต่ พล.อ.สนธิ ไม่มี

         ในเมื่อที่มาแห่งอำนาจแตกต่างกัน  ดังนั้นตรรกะในการเลือกที่จะเข้าสู่เส้นทางแห่งอำนาจทางการเมืองก็ย่อมแตกต่างกัน  ขึ้นอยู่กับว่าตัวของผู้เข้าสู่อำนาจคือพล.อ.สนธิ เองจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะมองเห็นความชัดเจนในตรรกะดังกล่าวหรือไม่  เพียงใด

           สิ่งที่น่าเห็นใจคือมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่ศักยภาพดังกล่าวในตัวมนุษย์อาจจะถูกบดบังด้วยอำนาจหอมหวนแห่งอำนาจ 

           เป็นอำนาจที่มีในปัจจุบัน…

          เป็นอำนาจที่กำลังจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว

          ขณะเดียวกันก็เป็นอำนาจที่พยายามจะรักษาไว้ในอนาคต

        ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความหอมหวนของอำนาจที่อาจจะรักษาไว้ได้ด้วยการกระโจนเข้าสู่หลุมดำ  ตามคําเตือนของคุณหมอประเวศ วะสี สืบย้อนถึงประเด็นที่มาเรื่องดังกล่าว  จะเห็นได้ว่ามีที่มาจากทฤษฎีการโยนหินถามทางของคนหน้าเดิมในรัฐบาล

         เป็นหินก้อนเดียวกันจากการโยนของคนเดียวกัน  ที่เปิดประเด็นเรื่อง เขตปกครองพิเศษภาคใต้  และต่อมาภายหลังต้องกลับลำ กับคําพูดของตนเองแบบเกือบหมดสภาพเป็นหินที่ถูกโยน  โดยมุ่งหวังจะดูแรงกระเพื่อมของน้ำจะขยายวงกว้างขนาดไหน

         อันที่จริงแล้วไม่มีความจำเป็นอันใดเลย   ที่จะต้องโยนหินถามทาง     ให้เปลืองแรง  เนื่องจากประเด็น    เรื่องการลงเลือกตั้งหรือไม่ของ พล.อ.สนธิ นั้น  ผู้ที่จะตอบได้ดีที่สุดคือตัว พล.อ.สนธิ เอง  หากพยายามทำความเข้าใจ และประยุกต์ใช้หลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ดี

         3 ห่วง 2 เงื่อนไขตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ความมีเหตุผล ความพอประมาณ  การมีภูมิคุ้มกัน  การใช้ความรู้และคุณธรรม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจการดารงชีวิตในระดับปัจเจกบุคคลได้เป็นอย่างดี

         พล.อ.สนธิ  ควรตอบตนเองให้ได้เสียก่อนว่า  การที่จะตัดสินใจเข้าสุ่สนามเลือกตั้งนั้นมีเหตุผลหรือไม่…เมื่อเทียบกับสถานะปัจจุบันของตนเอง  ซึ่งมีที่มาจากการใช้กำลังยึดอำนาจจากรัฐบาลประชาธิปไตย  สถานะของประธาน คมช. ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ยึดติดอำนาจ  รวมไปถึงความชอบธรรมในการยึดอำนาจที่ พล.อ.สนธิ จะต้องสูญเสียไป  โดยในที่สุดประชาชนจะมองว่า เป็นการยึดอำนาจเพื่อตนเองและพวกพ้อง…

         มีความพอประมาณหรือไม่…กับสถานะของการเป็นประธาน คมช.  ที่หากมองแล้ว  ควรจะต้องเป็นกลางในการสร้างความสมานฉัทน์และความมั่นคงให้เกิดขึ้นในสังคมและประเทศ

         ถึงแม้จะอ้างว่าสถานะของความเป็นประธาน คมช. ของ พล.อ.สนธิ จะหมดไปพร้อมวาระของ คมช. เมื่อมีการเลือกตั้ง  ดังนั้นการเข้าสู่การเมืองจะไม่เกี่ยวกับสถานะของปราน คมช. ซึ่งจะต้องหมดไปแต่อย่างใด

         แต่ในความเป็นจริงแล้ว สถานะมันหมดไปจริงหรือไม่  อย่าลืมว่าปรากฎการณ์ในโลกมนุษย์มีหลายสิ่งที่ไม่สามารถแยกความจริงกับความไม่จริงออกจากกันได้  หากแต่สิ่งใดที่ประชาชนเห็นว่าเป็นความสําคัญ  นั่นก็คือความจริงสําหรับประชาชน

           ภูมิคุ้มกันดูจะเป็นเหตุผลที่ใกล้เคียงที่สุดที่ พล.อ.สนธิ อาจใช้อ้างในการตัดสินใจลงเล่นการเมืองได้  นั่นคือ  เพื่อหาภูมิคุ้มกันอำนาจให้กับตนเองภายหลังเกษียณอายุราชการ  เพื่อป้องกันการเอาคืนจากกลุ่มอำนาจเก่า

           ความรู้ทักษะของการเป็นทหารสายอาชีพ  กับทักษะการเป็นนักการเมืองข้อนี้ อดีตผู้นากองทัพ  เช่นนายกฯสุรยุทธ์  ได้ให้ความเห็นสั้นๆแล้วว่า ไม่เหมือนกัน และไม่ง่าย

           คุณธรรม…ที่ผ่านมา พล.อ.สนธิ ให้การยึดมั่นกับคุณธรรมมากน้อยเพียงใด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความกตัญญู  การรักษาคําพูด  การไม่แบ่งแยกฝ่าย และการให้อภัย

         เมื่อประมวลสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน พล.อ.สนธิ  น่าจะมีคาตอบสุดท้ายสำหรับการตัดสินใจดังกล่าวของตนเองจานาไปสู่ความยั่งยืนในภาคการเมืองหรือไม่อย่างไรและบทบาทของ พล.อ..สนธิ ถูกสังคมจับตามองในมุมมองอีกมิติหนึ่ง

          เป็นรูปแบบที่แตกต่างไปจากที่เคยเป็นครั้งก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นมิติที่หลุดพ้นจากสถานะของปัจเจกบุคคลที่ พล.อ.สนธิ คือ พล.อ.สนธิ แต่เป็นมิติในบทบาทของสถาบันที่ พล.อ.สนธิ คือ กองทัพ และกองทัพคือ พล.อ.สนธิ

          การเข้าสู่อำนาจทางการเมือง  ถึงแม้จะเป็นการลงสมัครรับเลือกตั้งตามสิทธิ์โดยชอบธรรม  แต่เป็นการยากที่จะสลัดภาพของการสืบทอดอำนาจจากกองทัพ

          เรายังพอจํากันได้กับเหตุการณ์เมื่อ 9 เดือนก่อน  ภายหลังการปฎิวัติที่ประธาน คมช. ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันกับประชาชนมาโดยตลอดว่า ไม่มีความทะเยอทะยานทางการเมืองแต่อย่างใด  และสมาชิกใน คมช.เอง ก็ไม่เห็นมีใครแสดงท่าทีการสืบทอดอำนาจหรือสนใจทางการเมืองแต่อย่างใด

            หลายๆ คน ยังคงพอจํากันได้  กับคําให้สัมภาษณ์ที่หนักแน่นและเข็มแข็งแบบชายชาติทหารของประธาน คมช. เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการสืบทอดอำนาจในอนาคต  โดยประธาน คมช. กล่าวย้ำ  พร้อมทั้งชี้นิ้วไปที่อกตนเองอย่างสง่าผ่าเผย   ด้วยคําพูดที่ว่านั่นไม่ใช่ตัวผม ไม่ใช่ พล.อ.สนธิ '

           พวกเรายังจํากันได้ และ พล.อ.สนธิ เอง ก็ย่อมจําได้

           ฤาว่าปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ ไม่ใช่ตัวตนของ พล.อ.สนธิ ตอนนั้น

ลัทธิบูชาชัยชนะ

พฤษภาคม 11, 2008 โดย thaksinfanclub

           ‘ เงินอำนาจแท้  ดูแลเป็นประจำ ' สะดุดคำสารภาพที่ร.ต.อ.ดร.เฉลิม  อยู่บำรุง มท.1  ยื่นไมตรีกระชับมิตรกับ เจ้าลัทธิสนธิ  ลิ้มทองกุล วันวานยังหวานอยู่ เสน่ห์หาแก่ลูกแก่หลานวัน-ดวง อยู่บำรุง  สุดสวาททิ่มประตู…จนห้ามไม่อยู่   สมัยที่มีคุณมีประโยชน์ใช้สอยต่อกัน   ใจใหญ่ไล่แจกเงินส่วนตัวซื้อรถหรู มีระดับส่งมอบถึงมือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมท.1 ชวนสงสัยว่านพืชต้องหวังผล  ข้อพิรุธเหล่านี้เพิ่งมาโผล่สำแดงเดช  สุดท้ายที่อีกขั้วหนึ่งก้าวสู่อำนาจและอีกขั้วหนึ่งสูญเสียอำนาจ  เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ก้าวลงชนิดพ่ายแพ้หมดรูป…จบไม่สวย อยู่กันคนละฝั่งฟากฝา น้อยใจผิดใจอะไรสุดแท้แต่  แต่สายใยรักต่อกันดูไราบรื่นเหมือนเดิม…คราบทั้งนักบุญคราบทั้งคนบาปคู่ฮิต  ฮอตติดลมบนในขณะนี้

           ข่าวคราวเนื้อหาที่จะพูดถึงมวยถูกคู่ระหว่าง พณ.รัฐมนตรี ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง มท.1 กับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล  คนเคยรวยคนเคยยิ่งใหญ่  ระดับมท.1เกรงใจรับโทรศัพท์ด้วยตนเองทุกครั้ง  ต้องลึกซึ้งรับใช้เงินทองกันมาก่อนในระดับจำนวน 200- 300 ล้านบาท ทุ่มเทเรื่องการเมือง  แม้หน้าที่ต่างกันแต่สัมพันธ์คงเดิม นั่นมันเมื่อวันวาน

           คงไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน รางวัลสมนาคุณรถหรูปอร์เชต่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวน 2 สองคนสองคัน… มันช่างแสนธรรมดาที่ไหนมีใครอยากเป็นปลาทู ผลประโยชน์ลงตัวต่างหาก  นอกนั้นคือ..สิ่งขัดหูขัดตา  เปิดศึกใครเสือใครหมาทางใครทางมัน  แลกวัดใจใครแกร่งกว่าเท่านั้นเอง  อย่างอื่นเป็นมวยรอง

          สืบเสาะหาข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แทบไม่เชื่อสายตาว่าระดับการฟอกปั่นหุ้นกับการจดตั้งทะเบียนหลายสิบบริษัท  ในเครือผู้จัดการกรุ๊ปนายสนธิ  ลิ้มทองกุล เป็นเจ้าของอยู่นั้นแตกลูกออกหลาน   จนยากที่จะสาวไส้ถึงถ้าไม่ใช่มืออาชีพด้านธุรกิจ  ตามจับดมกลิ่นยากเพราะมีขบวนการตัดตอนยากที่เข้าถึงตัวการบงการอยู่เบื้องหลังมันร่วมมือหากินกันหลายฝ่าย…บทความที่ดีๆๆชั่วๆๆตีพิมพ์สู่สาธารณะชนรับทราบมากพอแล้วที่เขียนย้ำ  เลยเอาภาพรวมความชั่วเฉพาะตัวที่หาเงินหาทองมาจากการฟอกชั้นสูง…มาบริการบำเรอความสุขจอมปลอมในเวลานี้

            ต้องผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรทางเศรษฐกิจแกะรอยเส้นทางไหลของเงินตั้งบริษัทลูกปั่นข่าวสร้างข่าวสร้างราคาจริงราคาเท็จช้อนซื้อปล่อยขายเมื่อราคาใด  สร้างความร่ำรวยบนหลังคนที่ไม่รู้เท่าทันเกมเล่ห์เหลี่ยมขุดหลุมพรางดักล่อไว้ล่วงหน้า

            นายสนธิ ลิ้มทองกุล  หัวโขนของคราบนักบุญคนบาป หากินบนไม่ความไม่รู้เท่าทันของคนที่อยากรวยเร็ว  เอากันชัดคือพวกนักเล่นหุ้นรายย่อยหรือพวกแมลงเม่าบินเข้ากองไฟทั้งหลายแหล่…ตายสนิทเจ๊งสนิท

            หลายสิบบริษัทที่จดทะเบียนมีชื่อนักวิชาการชื่อดัง  ถูกจับมานั่งเป็นประธานกรรมการบริหาร อาทิ เช่น นายชัยอนันต์ สมุทวณิช หัวโด่หัวเด่ สุดท้ายบริษัทหลายสิบประสบภาวะขาดทุนหนี้เสียหนี้เน่าถูกแหวน พูดเข้าใจภาษาชาวบ้านล้มละลาย ตามศัพท์คนทำงานตลาดหลักทรัพย์พักไว้  อยู่ในระหว่างฟื้นฟูกิจการ ฟังดูดีมาก พูดเข้าใจกว่านี้คือปิดกิจการบริษัทเจ๊งตรงตัวที่สุด

            วิถีคราบนักบุญคนบาป  ความชาญฉลาดมากครั้ง    มันฆ่าตัวเองตายทั้งเป็น  ออกโรงชนสงครามแย่งชิง ความจงรักภักดี ' ไม่พอเพียงสําหรับนายสนธิ  ลิ้มทองกุล  เสียแล้ว ผูกเรื่องเก่งโยงเรื่องเป็น   งัดไม้ตายออกมาสู้ชนิดที่คนตามท้องเรื่องไม่ทันพาลเคลิ้มหลงไหล  ต่อไม่ติดหลงเชื่อถอนตัวไม่ขึ้น  แค่ราคาคุยข่มคน ตายเป็นตาย  เจ๊งเป็นเจ๊ง ' ตัวตนที่แท้จริงคือลัทธิบูชาชัยชนะ

            ลูกน้องนายสนธิเริ่มแรก    เคยคุยเล่าว่ารางวัลที่สนธิแจกให้นั้นต้องแลกเหมือนหมาไล่งับเศษเนื้อจริงถึงจะได้     การแข่งขันว่ายน้ำใครเข้าเส้นชัย เงินล่อจะนำมาวางขอบสระใครชนะหยิบไป …คราบนักบุญคนบาปชื่อสนธิ ลิ้ม…ถุย…ทุเรศสิ้นดี…เศษเงินกว่าจะได้…เลวระยำหมาหางด้วน

            เจ้าลัทธิสนธิ ชอบใช้เงินที่ใหญ่กว่าฟัดหัวคนอ่อนด้อยแม้แต่ใต้สะดือ  ยังจัดลำดับช่วงล่างช่วงบน  โชค์อัพสปริงดึ๋งดั้งชนิดร้ายกาจ…กว่าเงินจะหลุดมือได้   เหนียวเรียกพี่… สนธิสุขนิยมกู้ชาติ  (หน้า) ตอนบ่ายต้องบอกตามตรง  กระแสคนไม่เอาลัทธิสนธิบูชาชัยชนะ  มันไปไกล  กู่ไม่กลับ

             พฤติกรรมออฟเด็กสัดส่วนอัตราส่วนเด็กมหาวิทยาลัยที่เรียกมาใช้บริการต้องผ่านทั้งสเปคสวยระดับไหน   สาวใดชเลียร์..เก่งขั้นต่ำ 2-5 หมื่นต่อครั้ง   อู้ฟู่อ็วกแตก  นี่แค่หนังตัวอย่าง  ซ้อเจ็ดไม่เอาคนใกล้ตัวจัดหาเด็ก ให้สนธิฟันมาแฉสดออกอากาศ astv บ้างเชียวหรือ หมามันหางด้วนแล้วเอาหน่อยเถอะ  ข่าวเขียนเช็คให้ดาราคนหนึ่งไปเติมจำนวนเงินเอาเอง   ปัจจุบันดาราสาวผู้นี้เป็นเมียนักการเมืองพรรคป. ข่าวล่ามาช้ายังแอบเสื้ยงเด็กดาราช่อง 8-1 อยู่อีกคน สะเด็ดน้ำสะดิตี๋…สนธิลัทธิบูชาชัยชนะ

             น้ำพักน้ำแรงเงินเดือนพนักงานนักข่าวตัวเองแท้ๆ  ลอยตัวพูดโย้ไปเย้มา…ลูกเล่นพูดให้สงสาร  แล้วก็เดินจากไป ไม่มีคำตอบว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย  ทิ้งปริศนาหน้าตาเฉย  เดินสายสร้างค่าตัว ละเมอเพ้อพกกู้ชาติ  โดยใคร เพื่อใคร ของใคร วันนี้ประชาชนบอยคอตไม่เอาแล้ว…รู้เอาไว้ซะด้วย

               กระชากหน้ากากสนธิ ลัทธิบูชาชัยชนะใครว่าเอาเรื่องใกล้ตัวเรื่องตู้เตียงหมอนมุ้งใส่ความ…จุดนี่คือสนธิที่คุณไม่รู้จักดีพอจวนตัว…นั่งขี่คอกะ..ทิ่มปาก

                           ไม่หยุดถาม…สนธิ…ช่วยตอบที

                1. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า  ตัวตนที่แท้จริงอาศัยคราบสื่อหากินใช่หรือไม่ใช่

                2. สนธิ  ลิ้มทองกุล  ช่วยตอบทีว่า  มีจิตกุศลสาธารณะเอาเงินทุ่มซื้ออุปกรณ์ราคาแพงลิบลิ่ว  เงินเหล่านั้นกำรี้กำไร จากวิชาชีพสื่อหรือประกอบกิจการธุรกิจประเภทใด  โดยสุจริตจริงหรือไหมไม่จริง

                3. สนธิ  ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า  เอาเงินฟาดหัวนักการเมืองพรรคมาแล้วกี่พรรค  จำนวนเท่าไหร่แล้ว

                4. สนธิ  ลิ้มทองกุล  ช่วยตอบทีว่า  รีดนาทาเร้นอดีตนายกฯทักษิณ กอบกู้หนี้สินกี่รอบ  สถานที่ใด  ครั้งละเท่าไหร่

                5. สนธิ  ลิ้มทองกุล  ช่วยตอบทีว่า  เล่นแร่แปรธาตุจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำนวนเท่าไหร่  แหกตาปั่นหุ้นฟอกหุ้น ปิดกิจการบริษัทกี่แห่ง

                6.  สนธิ  ลิ้มทองกุล  ช่วยตอบทีว่า  ตนเองเป็นสื่อแท้-สื่อเทียมของแท้

                7.     สนธิ  ลิ้มทองกุล  ช่วยตอบทีว่า  กู้ชาติพ้นภัย เที่ยวนี้กู้ให้ใคร  

                8.     สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ช่วยตอบทีว่า  กล้าหาญตรวจสอบพฤติกรรมว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล มีอาการโรคจรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรมขัดต่อสถานะภาพวิชาชีพสื่อพึงจะมี…วินิจฉัยโรคสื่อแท้-สื่อเทียมของแท้ อย่าปล่อยครึ่งๆกลางๆ สถาบันจะถูกไม่ไว้วางใจ  หลักความเสื่อม กฎเกณฑ์สองมาตรฐานหนักข้อขึ้นทุกวันว่าไม่กล้าเอาคนผิดมาลงโทษ ขับออก ไล่ออก ต้องไม่มีข้อยกเว้นอื่นเหมือนกับอาชีพอื่นจรรยาบรรณวิชาชีพกำกับ  กำหนดบทลงโทษฐานความผิดชัดเจน

             ไหนๆกวาดบ้านนักการเมือง  นักโกงบ้านกินเมือง  กลับลองเช็คถูกวาดบ้านตัวเองสะอาดสะอ้านเสียก่อน   คนทำสื่อต้องอย่าทำตัวเป็นจิ้งจกเต็มกำแพงเสียเอง  ควรภาคภูมิใจความเป็นฐานดรที่สี่      หากไม่จรรโลงความเป็นสื่อที่ดีมืออาชีพครบถ้วนได้แล้ว   จัดการเอาชื่อป้ายอักษรตัวสุดท้ายที่มาที่ตั้ง  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย '  ต้องเอาแห่งประเทศไทยตัดทิ้งเสียดีกว่า  คือประชาชนคนไทย 64-65 ล้านคน  คือเจ้าของประเทศ

           ตอบไม่ตอบไม่ใช่หน้าที่ที่ผมต้องทราบอยู่คนเดียว  คนรักชาติแท้ที่จริง   เขาไม่ประกาศสงครามแย่งชิง ความจงรักภักดี ' เข้าพกเข้าห่อท่าเดียว ฉายาคราบนักบุญคนบาป - สนธิสั่งจองแล้ว เติมช่องว่าง สนธิ…ลัทธิบูชาชัยชนะ…จบข่าว 

 

 

รธน.’50 ‘ฉบับหมาหางด้วน’

พฤษภาคม 10, 2008 โดย thaksinfanclub

    แทบไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่ารธน.50 จะออกฤทธิ์เดชเร็วกว่าความคาดคิด…มิใช่ยาแรงลดไข้เพิ่มไข้หนักกว่าเก่า  จำได้ว่าคนร่างระดับเลขานุการคณะผู้ร่างฯเองนายสมคิด  เลิศไพฑูยร์ คนนี้นี่แหละประกาศยกย่องรธน.50 ดีที่สุด  เท่าที่เคยมีมาตั้งแต่ประเทศไทยมีร่างรัฐธรรมนูญ 17-18 ฉบับ เป็นต้นมา คู่หูอีกคนนายจรัญ ภักดีธนากุล รับๆไปก่อนเถอะ  ค่อยไปแก้ไขภายหลัง  ต้องทวนความจำจับผิดจับถูกกันให้ดีๆ  อย่าชักนําเป็นประเด็นเรื่องการเมืองเสียทั้งหมด  เจตนารมย์ที่ดีรธน ถูกบิดเบือนวางยาสามานย์ถาไถสอดไส้แบบฉบับอํามาตยาธิปไตย ดึงเอาองค์กรตุลาการมาเป็นอํานาจที่สี่แทรกแซงองค์กรอิสระ   รวมถึงอํานาจแต่งตั้งถอดถอนอํานาจล้นมือ โดยไม่ผ่านขบวนสรรหาที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของระบบผู้แทนจากประชาชนอย่างแท้จริง

      พิสูจน์ทราบข้อชี้แจงเนื้อหาบทเฉพาะกาล ม.309 ฉบับหมกเมล็ดชัดเจน  เขียนเปิดช่องหาทางลงคณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจปล้นอำนาจประชาธิปไตย  ทําอะไรไม่ผิด' จากการกระทำที่ผ่านมาไม่เข้าข่ายความผิดใดๆทั้งสิ้น แผนพิฆาต 4 ขั้น ลับ ลวง พราง' การสืบทอดอำนาจโดยผ่านบทเฉพาะกาล

      โดยคณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ(คมช.) เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549  ฉีกรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญปี 40 ฉบับประชาชน ที่มาของคณะจัดการยกร่างไม่มีความชอบธรรม ทั้งที่มาและเนื้อหาถ่องแท้เสียก่อน มาตรา 309 เขียนคครอบคลุมคุ้มครองคนใช้กําลังปฎิวัติรัฐประหารครั้งนี้  "ทําอะไรไม่ผิด"

       บทเฉพาะกาลมาตรา 309 บัญญัติให้การใดหรือการกระทําใด  ของบุคคลใดหรือคณะบุคคลใด  ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าการนั้นหรือการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย  ไม่ว่าการนั้นหรือการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นก่อนหลัง  หรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่  ซึ่งมีความหมาย     เท่ากับนิรโทษกรรมล่วงหน้า ไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตตลอดอายุการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั่นเอง

        ด้วยเหตุนี้  การกระทำของ คมช.  ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะไปพร้อมกับคณะรัฐมนตรี  ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หลังจากการเลือกตั้งที่รับหน้าที่นี้ก็ดี    สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งจะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้ง  และจนกว่าวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่จะเข้ามารับ  หน้าที่ก็ดี

      1.  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  ซึ่งจะมารับช่วงต่อการตรวจสอบการทุจริตและการกระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐจากคตส.  หลังวันที่ 31 มิถุนายน 2551 และจะอยู่ในตําแหน่งไปจนถึงปี 2558 ก็ดี

      2คณะกรรมการการเลือกตั้ง  ซึ่งจะอยู่ในตําแหน่งไปจนถึงปี  2556 ก็ดี

      3.  ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน   ซึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการและคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน  ซึ่งอาจจะอยู่ในตําแหน่งไปจนถึงปี 2557 ก็ดี หรือ

      4.  ผู้ตรวจการแผ่นดิน  ซึ่งแปลงมาจาก ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ' ตามรัฐธรรมนูญปี40 ซึ่งจะอยู่อีกหลายปีก็ดี

          ทั้งหมดนี้จะได้รับการคุ้มครองจากบทเฉพาะกาลมาตรา 309 นี้ พูดง่ายๆคือ คณะบุคคลหรือบุคคลเหล่านี้  จะอยู่ในฐานะที่  ทำอะไรไม่ผิด'  ไปตลอดอายุการใช้บังคับของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  และนี่คือแผนการ ลับ ลวง พราง ' ในการสืบทอดอำนาจเชื้อชั่วไม่เคยตายยังเกาะกุมอำนาจปฎิวัติให้ยืดยาวต่อไปอีกนานแสนนาน

          ขุดหลุมล่อแผนพิฆาต 4 ขั้น…ปล้นอำนาจ… ยึดอำนาจ… การสืบทอดอำนาจ… ต่อท่ออำนาจอย่างบริบูรณ์หยุดวงจรอุบาทว์  คืนอำนาจประชาชน…รู้เท่าทัน…มือที่มองไม่เห็นและเท้าที่มองไม่เห็น…อย่าอยู่เบื้องหลังทำตัวเชยๆคนเดียวเลยครับ

 

‘สนธิ’ตายกับเจ๊ง???

พฤษภาคม 10, 2008 โดย thaksinfanclub

         วงสนทนาแวดวงนักข่าวน้อยใหญ่จับเจาสืบเสาะเอางานเอาการว่าวันที่ 28 มีนาคม ณ.หอประชุมใหญ่  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เวทีฝ่ายค้านนอกสภาพันธมิตร เกิดคำถามประเดประดังว่าจะมีเหตุการณ์ใหญ่โตไหม……  มันจะจบอย่างไรบางคนขยันจริงถามไถ่ถึงฎีกา   ว่าผลเลือดตกยางออกประการใดหรือไม่ ต้องหยิบหัวข้อนี้มานำเสนอบนเนื้อหาข่าวประกอบเช่นนี้  ไม่ได้เอามาใส่ใจใส่ความสำคัญ  จนกังวลไปถ้วนหน้าไม่ละเว้นไม่ละวางท่าทีคนที่กังวลสอบถาม    ตอบชนิดกำปั้นทุบดิน  อย่าใส่ใจมันก็คือวันธรรมดาวันหนึ่งของวัน ไม่เห็นมันจะเป็นวันวินาศสันตะโรห่าเหวแปลกกว่าวันอื่นๆตรงไหนเลย

         เจ้าลัทธินิกาย  ยี่ห้อสนธิ ลิ้มทองกุล เดินสายขยายผลโยนเศษเนื้อหา ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง ' โยนหินถามทางใครต่อใคร  ชักจูงบ้าหอบฟางเอาค่ายเพลงเพื่อชีวิตของกู  มาขับกล่อมขับขานบรรเลงเพลงโดยกู เพื่อกู และของกู   ยึดหลักการนำร่องขยายผลสื่ออยากเห็นอีก ' ไทยฆ่าไทย แล้วใครฆ่าเรา ' สนธิ ตายก่อนเจ๊งหรือจะเจ๊งก่อนตายไม่ทราบได้  อย่าจุดชนวนสับสนขบวนการกู้ชาติบ่อยนักยุ่งตายห่า

          ไม่อยากแกว่งหาเสี้ยนกับใคร  ที่ตั้งคืนรังไม่ใช่คนใกล้ชิดญาติสนิทกับเพื่อนนักดนตรีเพื่อชีวิตวงไหนเลย เหตุผลเดียวคืออรรถรสเนื้อหาของเพลงคืนรัง'ถ่ายทอดบอกกล่าวเรื่องราวของคนทุกคนว่าจะชั่วดีถี่ห่าง ท้ายที่สุดต้องกลับรังนอนของตัวเองทั้งสิ้น

          ผมนั้นลึกๆ ขบถทางความคิด ไอ้พวกที่หากิน  กับการจัดฉากเอาความทุกข์ยากคนอื่นมาหากิน  พูดง่ายเข้า  พวกชอบสร้างภาพ  ทำนาบนหลังคน    นั่งขี่คอ   กระ..ทิ่มปาก  เสกสรร ปั่นแต่งกับข้อกล่าวหา    ระบอบทักษิณ – ทักษิโณมิกซ์- หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ- กู้ชาติ- กลียุค- เผด็จการทุนนิยมสามานย์- กลั่นแกล้งโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม  ยังมีทยอยมาให้เห็น  วลีหรู เท่กินไม่ได้ในเร็ววัน

           ยุคเผด็จการคมช.พันธมิตรทั้ง 5 เกลอหัวแข็งมุดรูถ้ำไหน - อยู่หลังเขาลูกใดมิทราบได้  คมช.เด้งหน้าเด้งหลังเด้งกราดรูดสนุกมือ  อาทิ  ทหาร – ตำรวจนักปกครองข้าราชการที่ใกล้ชิดรัฐบาลชุดที่แล้ว  โดยหมดเกลี้ยง เอามืออุดปากตัวเอง พอทีโดนแหกปากร้องลั่น รัฐบาลหน้าผู้หน้าเมียตัวไหนเวทีโลกที่เขาจะแต่งตั้งคนไม่รู้หัวนอนปากตีนไว้วางใจมาทำงานด้วยล่ะ  มันมีทุกยุคสมัยแก้โจทย์ข้อสงสัยนี้ก่อน

           ไหนๆ ก็จะสร้างศัตรูเพิ่มทั้งกาย ทั้งใจ บรรดากับเหล่านักดนตรีเพื่อชีวิตของกูเบื้องหน้าชอบทําตัวกระยาจกแต่งตัวปอนๆ เบื้องหลังสวมใส่แบรดท์เนม  ขับขี่รถยนต์สปอตคันหรูมีระดับ ชนแก้วชนไวน์ขวดละหลายหมื่นบาท  หลอกตัวเอง  หลอกคนดู  ที่โหยหาว่าเอียงข้างประชาชนเพื่อชีวิตตายเสียแล้ว  เลิกอ้างเสียสละชีวิต  ยกคนทุกข์คนยากลำเค็ญ เรียกร้องขับขานแสวงหาความยุติธรรมเพื่อใครกัน

           ที่ต้องเปิดแนวรบเพิ่มอีกหนึ่งอาชีพดนตรีเพื่อชีวิต  คิดอยู่นานด้วยเหตุผลร้อยแปดพันประการว่า  ไม่ควรเสือกชีวิตส่วนตัวของใครและของใครๆทั้งสิ้น  กติกามารยาทนี้รับได้แต่ที่ต้องเถือถลนรนหาส้นตีนกับคนอื่นเจ็บโดยไม่จำเป็นนั้น  ยุคโลกไร้พรหมแดนกลุ่มจัดตั้งแบ่งขั้วทะเลาะไม่เลิกที่สุดของที่สุดล้มกันด้วยข้อหาสงครามแย่งชิงความจงรักภักดี ' หลงเชื่อแล้วประเทศเจ็บตัวล่มจม  มากเกินกว่าผ้าโพกหัวกู้ชาติของใครบางคน  สูญเสียอำนาจหลุดมือไปเท่านั้นเอง  แต่อย่าชักใบให้เรือเสีย

            ยิ่งตกห้วงเวลาเบื่อเซ็งชีวิตเบื่อหายใจกับคนรอบข้าง   ที่สนทนาไปสนทนามาบทสรุปจบลงเจอหลุมดำกับไอ้คนที่มันสลับซับซ้อน (ชนชั้นสามานย์ชน)ปากว่าตาขยิบปลิ้นปล้อน  ใครแกล้งลืมอยากจะลืมช่างหัวมัน หนักหัวใคร ที่ชีวิตที่ต้องเจอะต้องเจอ  กัดไม่ปล่อยยอมถูกตราหน้าไม่รักชาติครั้งเดียวเกินพอเถอะ  ขอชำแหละ  วิญญูชนคนลวงโลก ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง ' เอาฤกษ์โจรยืมมือฆ่าคนกันเอง แล้วใครฆ่าเรา ตั้งสติคิดกันไว้ให้ดีๆ

           สื่อที่ชอบมีอารมณ์ร่วมคล้องตาม หัวอ่อนคงต้องฝึกจับผิดนี่คือสันดานของสื่อที่ต้องมี ตามดมกลิ่นฉาวถูกต้องที่สุด คงไม่เถียงประเด็นเหล่านี้  ย้อนอดีตใครลืมใครจำ  นักพรตสนธิ ลิ้มทองกุล แก้ผ้าถอดเสื้อสวมเสื้อยืดลายเพ็นท์หน้าอกมีตัวหนังสือสกรีนกางหรา เราจะต่อสู้เพื่อในหลวง' ดูยังไงสียังไม่ทันแห้งดีก็ตาม  รีบคว้าใส่โชว์ขึงขังเอาจริงเอาจัง  ประดุจดังเเทวดาส่งมาดับทุกข์ดับโศกคนไทยอีกรอบ คิวบู๊ล้างผลาญ หัวคิดคนสับปลักสลับซับซ้อนมันถึง ‘  สร้างเวรสร้างกรรม  พาวีรชนไปตาย ' มากี่ครั้งกี่หน เมื่อคนล้มเจ็บล้มตาย  จัดทําเหตุการณ์มาหวนรำลึกกันปีละหนแก่ดวงวิญญานญาติวีรชน อนาถใจไหม!!!

             ซุนวู กล่าวไว้ว่ารู้เขารู้เรา  รบร้อยครั้งย่อมชนะทั้งร้อยครั้ง' จุดแข็งจุดอ่อนที่พบ นักพรตสนธิ ประกาศสงครามแย่งชิงความจงรักภักดี '  จับจุดตายตีกิน  ตีความตามถนัดแนวทางสนธิมักเลือกเดินแย่งชิงมวลขน  เทคติกวิธีการสะสมความเชื่อล้มล้างอำนาจรัฐฯ  แต่ละนัดเอาประเทศเดิมพันเป็นตัวประกันก่อม็อบชนม็อบ…ท้ายจบลง ยั่วยุทหารออกมาปฎิวัติรัฐประหารยึดอํานาจเสียเอง           

          จากกระแสพระราชดำรัส ๔ ธันวาคม ๒๕๔๘ จะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงเปิดกว้างต่อการวิพากษ์วิจารณ์  และไม่สนับสนุนให้มีการฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์กันอย่างพร่ำเพรื่อ  พระองค์ทรงแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า " และมีอะไรแปลกๆคราวนี้นักกฎหมายก็ชอบให้ฟ้อง ให้จับเข้าคุก  อันนี้นักกฎหมายเขาสอน  สอนนายกฯ บอกว่าต้องฟ้อง  ต้องลงโทษ  ก็ขอสอนนายกฯใครบอกว่าให้ลงโทษ  อย่าลงโทษเขา  ลงโทษไม่ดี  ไม่ใช่นายกฯเดือดร้อน  แต่พระมหากษัตริย์เดือดร้อน "           

          ดุจดั่งเช่นนี้แล้ว  เหล่าบรรดานักจงรักภักดีและหมู่ลูกแกะ  ทั้งขั้วเสื้อเหลืองกับขั้วรัฐบาลจะมิฟังสนองพระราชดำรัส  รับใส่ล้นเกล้าเหนือหัวเลยหรือไง

          มันต้องเก็บมาพูดถึงหน่อยว่านักพรตสนธิ ลิ้มทองกุล คนกินปี้ขี้นอน อย่าเที่ยวขึ้นเวทีธรรมมาตราอุตริเป็น  เจ้าลัทธินิกายสนธิ   โปรยรอยยิ้มอาบยาพิษ  ทั้งเที่ยวเทศน์สั่งสอนนั่งเทศน์ครั้งหนึ่งนั้นยกย่องอดีตนายกฯทักษิณคือนายกฯที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย ช่วงฮันนีมูนคบดูใจทั้งคู่  ยังหอมหวานรักใคร่หอมหวานดี ทุกเวทีชื่นชมออกนอกหน้า

           ทดแทนบุญคุณจนเหลืออด  ยอดหนี้เฉียดหมื่นล้านบาทที่สนธิ  ลิ้มทองกุล ก่อขึ้นเอง ขอทีวีดาวเทียม  ยกโฆษณากลบล้างหนี้บนหน้าหนังสื่อพิมพ์ตัวเองวันละหลายหน้ายก เล่นไม่เลิกขอเงินสดล้างหนี้อย่างหน้าด้านได้อายอด  วิญญูชนจอมปลอมเช่นนี้หรืออาสามากู้ชาติ  กู้ซากปรักหักพังเครือผู้จัดการสนธิ ลิ้มทองกุล เบี้ยวเงินเดือนลูกน้องตัวเองหลายเดือน  พูดลอยไปลอยมาหนีความรับผิดชอบไปตายซะเถอะ 

          คิดเอียงข้างประชาชนพันธมิตรยึดมั่นในระบบรัฐสภา ' ลองเสนอตั้งตัวเป็นทางเลือกใหม่   ลงทุนจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง  สวมสีเสื้อก้าวสู่สนามเลือกตั้งแข่งขันมั่นใจว่าเมื่อ ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ' ยึดวิถีระบอบประชาธิปไตยดีกว่ายึดเวทีข้างถนนต่อสู้

           อย่าไปยึดพื้นอื่นใดมาครอบครองเป็นตัวประกัน  อย่าเที่ยวอ้างเอาใครต่อใครมาเป็นตัวประกัน   ติดหล่มจมปลักมือที่มองไม่เห็นควบเท้าที่มองไม่เห็น  ยุคพ.ศ.2551คนไทยฉลาดเพิ่มขึ้น  กับดักที่กินรวบเอาประชาชนเป็นตัวประกันเริ่มริบหรี่  ขึ้นต้นรหัสลับตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง 'อาวุธของคนขี้ขลาดตาขาว  จําพวกตีปากชกลม   จุดเสื่อมมาเยือนคนชื่อสนธิเสียแล้ว ไม่เชื่ออย่าลบหลู่  อะไรจะเกิดมันต้องเกิด จะตายจะเจ๊งจะเจ๊า สุดแท้แต่กรรมเวร  โปรดฟังอีกครั้งหนึ่งไทยฆ่าไทย…แล้วใครฆ่าเรา ' ใช่หรือไม่ใช่คนไทยเรากําลังฆ่ากันเองครับ

ธรรมศาสตร์รับใช้ใคร?

พฤษภาคม 10, 2008 โดย thaksinfanclub
  

ประโยคฮิตติดปากของเหล่านักกิจกรรมทางการเมือง ที่ติดตามการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยทั้งมวล  รวมถึงศิษย์ลูกแม่โดมทั้งหลาย  ต้องเคยได้ยินประโยคที่ว่า ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน ' สัญลักษณ์ แห่งการต่อสู้กับเหล่าเผด็จการทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาตามลำดับ

           หากรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องการนัดชุมนุม การพูด การเสวนา สัมมนา  การแสดงออกในรูปแบบต่างๆ  ภายใต้กฎหมายที่ไม่ละเมิดต่อผู้อื่น การใช้สิทธิ เสรีภาพ ภราดรภาพ ขั้นพื้นฐานต้องครบ ตราบใดที่ไม่ไปสิทธิล่วงละเมิดสิทธิคนอื่นใครเขา  มีปัจจัยหลายเรื่องราวที่ทำลายความเชื่อมั่นต่อศรัทธาต่อคุณค่า   ที่มีต่อมหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งนี้ ถูกถล่มทำลายลงอย่างเหลือเชื่อเหลืออดด้วยน้ำมืออธิการบดีชื่อ สุรพล นิติไกรพจน์ คนๆนี้พูดแล้วต้องสาวไส้ให้กากินหน่อยเถอะว่า ชอบเผด็จการต้องมาก่อนประชาธิปไตยจนเคยตัว เป็นที่รับรู้รอบรั้วสุดจะเอือมระอาของเหล่าบรรดาคณาจารย์มากคณะ  ขออนุญาตถ่ายทอดพฤติกรรมด้านที่ไม่รู้จักมักคุ้นตามท้องเรื่องเผด็จการต้องมาก่อนเสมอ

           ตีแผ่เรื่องที่1. มิพักแปลกใจท่าทีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอบรับเอื้อเฟื้อกับกลุ่มพันธมิตรเปิดหอประชุมเล็ก กลาง ใหญ่ จัดเวทีสัมมนา คงไม่มีใครกล้าเถียง ใครว่าผิดหลักการชุมนุมโดยสันติวิธีแต่อย่างใด

           เพียงแต่อดคิดถึงแปลกประหลาดใจขึ้นมาว่า ห้วงที่วงสัมมนาภาคประชาชนที่ทยอยมาจากภาคส่วนต่างๆ มาเรียกร้องในเวทีแสดงประชาคมประชาธิปไตย ข้อพิสูจน์บทนี้ สุรพล  นิติไกรพจน์ ไม่สะทกสะท้าน  ยินดียินร้ายตัดเยื่อตัดไย   พูดให้ชัดไม่มีเยื่อไย  ไม่อนุญาตใช้สถานที่จัดประชุมสัมมนาของภาคประชาชน  เสมือนหนึ่งว่าไม่ใช่พรรคไม่ใช่พวกแล้วคือไม่อนุญาต   ก่อนหลังการยึดอำนาจวันที่ 19 กันยายน 2549 นี่คือข้อเท็จจริง

          จนมีเหตุการณ์อัปยศใจต่อภาพที่ผู้ชุมนุมทนไม่ ไหวปาสิ่งของเข้าใส่มหาวิทยาลัยจ้าละหวั่น ต้องเดือดร้อนนักการ โดยผู้บริหารสั่งการปิดประตูเข้าออกคือการแก้ปํญหาด้วยความขี้ขลาดปัญญาอ่อน นับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรั้วเหลืองแดง ไม่เคยเกิดขึ้นแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว

           ตีแผ่เรื่องที่2. อธิการบดีนายสุรพล แซ่ลี้ (เดิม)นามสกุลใหม่มันยังอับอายตัดคำว่า ลี้'ออก เอาแค่เหลือว่า นิติไกรพจน์' ยิ่งไปกว่านั้นทําตัวเป็นไพร่พลหัวโจกอยู่เบื้องหลังร่างทรง คมช. ชุด สว.สนช.ลากตั้งจากคมช.ยกร่างเสนอร่างกฎหมายเผด็จการการหลายๆสิบฉบับ เป็นที่โจษจานอยู่เนืองๆ  สำทับต่อด้วยเป็นที่ปรึกษาใหญ่พรรคโบราณวัตถุอย่างลับๆล่อๆ ตลอดมา

           ตีแผ่เรื่องที่3. ที่น่าอดสูดีกรีดร.ที่ได้นําหน้านั้นมีข่าววงในว่าได้มาชนิดอย่างไม่ภูมิใจระดมลูกศิษย์ลูกหาระดมสมองปิดห้องทำเขียนวิทยานิพันธ์  หากไม่มีมูลความจริงเถียงมา

           ตีแผ่เรื่อง4. ตัวตั้งตัวตีออกมาวิพากษ์วิจารณ์อดีตนายกฯทักษิณเรื่องซื้อที่ดินรัชดาชนิดราดเสียเทเสียทั้งต่อหน้าละลับหลัง   ย้อนรอยดูพฤติกรรมสมัยเรืองอำนาจ สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ่มน้ำลายรดหน้า โดยสั่งให้ผู้ประมูลงานตบแต่งสถานที่มหาลัย  ใช้วิธีการดึงผู้รับเหมาดังกล่าวเอาเข้าไปตบแต่งบ้านตัวเองอย่างหน้าตาเฉย  พฤติกรรมว่าคนอื่นเขาอิเหนาเป็นเอง  ที่สำคัญงบจัดจ้างจัดซื้อทาสีอาคารก่อสร้างอาคารทำไปไม่กี่ปี ตรวจพบรอยปริรอยร้าว ผิวถนนพบรอยร้าวน้องๆสนามบินสุวรรณภูมิ

               ตีแผ่เรื่องที่ 5. สภามหาวิทยาลัยเป็นที่ว่ารับทราบเป็นแหล่งศูนย์กลางของเผด็จการมาเฟียนักวิชาการเล่นพรรคเล่นพวก แต่งตั้งคนของตัวเองเข้ามาเป็นที่ปรึกษา   เพื่อใช้ฐานเสียงสนับสนุนตนเองวางรากฐานแน่นหนาในการเลือกตั้งผู้บริหาร จนลือกันกระฉ่อนแวดวงเพื่อนคณาจารย์เอือมระอาพฤติกรรม ซึ่งไม่แตกต่างกับสิ่งที่ด่าว่านักการเมืองเลวทรามชั่วช้าสามานย์  นักโกงบ้านกินเมืองอย่างสาดเสียเทเสีย  ซึ่งข้อเท็จจริงที่นี่มันบรรยากาศมันแย่ ไม่แตกต่างกับที่ด่าว่านักการเมืองสักเท่าใดเลยว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง          

            ฉะนั้นประชาชนควรรู้ควรทราบพฤติกรรมที่น่ารังเกียจเดียจฉันท์ สุรพล  นิติไกรพจน์ ฉาวเรื่องเฉพาะตัวไม่มีใครยุ่งย่าม  แต่เมื่อเลือกปฎิบัติต่อชนชั้น เลือกปฎิบัติแล้วเลือกปฎิบัติเล่าตลอดมาเช่นนี้    ต้องบอกกล่าวมิใช่อาฆาตมาดร้ายใส่ร้ายป้ายสีคนทําดีเช่นกัน         ต้องยืนยันตรงกัน  ณจุดนี้ว่าเรื่องราวมันเกิดจากตัวคน  มันมิใช่ความผิดตัวสถาบันมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด

           พันธมิตรฯสั่งจองล่วงหน้าวันที่ 28 มีนาคม ใครจะเลือกหอเล็กหอใหญ่วันไหนๆ เลือกกันเข้าไปเถอะ  ประชาคมธรรมศาสตร์ต้องเปิดใจกว้างรับใช้ประชาชนทั่วหน้าเช่นกัน  อย่าเอาสถานที่ ห้องประชุมธรรมศาสตร์เป็นนายประกัน '  สร้างสัญญลักษณ์ต่อสู้ของคนใดคนหนึ่งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเด็ดขาด

              ในบางครั้งผมเองเป็นคนชอบศึกษาพฤติกรรมคน มากกว่าประวัติศาสตร์เสียอีก  กล่าวคือคนอย่างสนธิ ลิ้มทองกุล  ชอบอ้างประวัติศาสตร์ติดปลายนวม  ข้อกังวลพอคลำทางที่ตั้งยุทธศาสตร์ของหอประชุมธรรมศาสตร์มันคือสัญญลักษณ์ศูนย์กลางแห่งการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย  ข้ออ้างเป็นฉากบังหน้าเพื่อก่อการสร้างเวทีปลุกระดมของเหล่านักประท้วงรับจ้างมืออาชีพอีกทอดหนึ่ง

             หากคนที่คิดดีไม่มีปัญหา  คนที่คิดชั่วแกว่งหาวงจรอุบาทว์สร้างปรากฎการณ์ทำร้ายประชาชนคนบริสุทธิ์เคลื่อนพลให้เกิดการปะทะ แผนวงจรอุบาทว์ทั้งสนธิ ลิ้มทองกุล   พล.ต.จำลอง ศรีเมือง  พิภพ ธงไชย สมศักดิ์ โกสัยสุข สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ คนเหล่านี้ตั้งโจทย์วางเกม ลับ ลวง พราง อยู่ตลอดเวลาที่เข้าแย่งชิงมวลชน เล่นสงครามจิตวิทยาแผนแหย่ยั่วยุปลุกระดม ชี้นำฝังความคิดโดยวิธีการปักหลักยืดเยื้อเพื่อทรมานดิสเครติดรัฐบาลทุกวิถีทาง อาทิเช่น

             ยึดเกาะกลางถนนกู้ชาติยกเลิกเผด็จการทุนนิยมสามานย์   ยึดหลักอ้างอิงอหิสา  สันติวิธี ปราศจากอาวุธเป็นคัมภีร์แห่งการต่อสู้ประชาธิปไตยกลยุทธ์ยุแหย่เพื่อลดความน่าเชื่อถือของฝ่ายรัฐฯ เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวังสูงสุด    

            เปลือยกายล่อนจ้อนนักพรตสนธิ ลิ้มทองกุล ยกแรกยอมรับสารภาพล้มรัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณนายทุนลงขัน 400-500 ล้าน คิดว่ามันช่างคุ้มแสนคุ้มแล้ว ช่างสมคบเผด็จการคราบนายทุนพรรคหลายพรรคลงขันล้มล้างประชาธิปไตยที่ดุด่าว่ากล่าวชนิดเป็นวรรคเป็นเวร ตรวจสอบดีกว่าก่อม็อบชนม็อบข้างถนน  ซ้ำรอยเดิมที่สร้างความบอบซ้ำกับบทบาทกู้ชาติเก๊ๆมากี่รอบ ตั้งวงแบล็กเมล์อำนาจคนอื่น ผมไม่อาจเอื้อมสอนใครมาก 

             มากกว่ายกสุภาษิตบทหนึ่งสะกดสะกิดใจคน ซึ่งหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ท่านได้ให้คติสอนใจไว้ว่า ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ' เป็นเครื่องยืนยันที่ดีสุดชั่วขณะครับ

จำอวดปชต.

พฤษภาคม 10, 2008 โดย thaksinfanclub

  

โจรปล้นบ้านสิบครั้งร้อยครั้ง มันยังมีที่ดินเป็นกรรมสิทธ์เป็นของเราอยู่ครบถ้วน โจรปล้นประชาธิปไตยมันฉีกรัฐธรรมนูญกฎหมายสูงสุดที่ใช้ปกครองประเทศ ที่แย่พวกสมุนโจรที่เชียร์ข้างเวที สำทับสำส่อนร้องออกมาดังๆว่า การปฎิวัติมันเป็นเพียงแค่รูปแบบ ไม่ใช่เนื้อหาสาระ คนโง่ทางชนชั้นไหนๆก็ยอมรับไม่ได้หรอก ขอเฉลยคำตอบคนพูดที่ว่านี้ไม่ใช่คนอื่นไกล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนจำพวกมองคนด้วยหางตาดูถูกกึ่งเหยีดหยามแบบจัดให้เลยคนแบบนี้แหละ

ใครๆคงลืมสำนวนโวหารโง่ๆของคนชื่ออภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลูกศิษย์คนโปรดนายหัวชวน  หลีกภัย จอมหลักการ ผมยึดมั่นในระบบรัฐสภา 'ก้องอยู่ในหูนักการเมืองในวิถีทางระบอบประชาธิปไตยเหลือคำบรรยายที่มาโดยประชาชน เพื่อประชาชน ของประชาชน  อยู่ดีๆแท้ๆเชียว

วันดีคืนดีสุดท้ายดีแตกเมื่อนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  ถูกเชิญไปออกรายการทีวีช่องหนึ่งหลังการปฎิวัติรัฐประหารเข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ด้วยน้ำมือคณะคมช. นำโดยพล.อ.สนธิ  บุญยรัตกลิน  สิ่งที่เป็นซากปรักหักพังย่อยยับทางเศรษฐกิจในรอบ 17 เดือนที่ผ่านมามันคือฝันร้ายที่สูญเปล่ากับการสัมภาษณ์สื่ออย่างรอยเตอร์ของพล.อ.สนธิ เที่ยวล่าสุดฟังดูยังยืนยันว่าปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจประเทศไทยไม่สูญเปล่า  นั่นคือทัศนะคนเอาปืนปล้นประชาธิปไตยฉีกรัฐธรรมนูญต่อหน้าต่อตาอำนาจประชาชนหยุดลงทันที

อย่าเป็นคนไทยที่หูเบา ลืมง่าย เห็นแก่แนวร่วมพรรคโบราณวัตถุไม้หลักปักขี้เลน'เฉกเช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอกลิ่มนิยามประชาธิไตยชนิดขำกลิ้งลิงชิงหมา  มิใช่ตามแต่กรณีทุกตัวอักษรที่พูดผ่านสื่อมันนั้นผิดทุกประตู โดยเปรียบเทียบว่า'การปฎิวัติมันเป็นเพียงแค่รูปแบบ ไม่ใช่เนื้อหาสาระ '  พูดออกมาได้ไง  ไม่พูดดูดีกว่าเยอะ  อุตสาห์ฟักเนื้อฟักตัวอยู่ในถิ่นเกิดแม่แบบประชาธิปไตย อีกทั้งออกไปร่ำเรียนมันไม่ได้ช่วยซึมซับประชาธิปไตยติดหนังหัวกลับมาเลยหรือไง

ข้างหลังเวทีพันธมิตรมีอยู่หลายช่วงตอนนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ขึ้นเวทีขับไล่อดีตนายกฯทักษิณ อย่าเข้าใจผิดว่าคือนักต่อสู้ประชาธิปไตยตัวจริงเสียละ  นักสร้างภาพ นักแสดงบอร์ดเวย์ลิเกการเมืองไทย  ดูๆไปแถมยังชื่นชมหอบกระเช้าดอกไม้ช่อโตพลพรรคแห่ให้กำลังใจทิดสนธิ ลิ้มทองกุล ประดุจสนิทชิดเชื้อ นี่แหละคืออีกหนึ่งฉากละครการเมืองบทที่ถนัดถนี่

อีกทั้งทิดสนธิ ลิ้มทองกุล พูดชัดเจนว่ามีเจ้าของนักธุรกิจปูนใหญ่แห่งหนึ่งลงขันให้เงินมา400 ล้าน และเงินฝากฝังในรูปของผู้บริจาคผู้ไม่ประสงค์ออกนามท่อน้ำเสี้ยงอีกจำนวนไม่ต่ำกว่า 1100-1200 ล้านเอามาล้มอดีตนายกฯทักษิณมันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มถือว่าน้อยมากๆ ประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนว่าเอาเงินการเมืองล้มการเมือง เพื่อช่วงชิงอำนาจจากมืออีกฝ่ายรวมถึงพฤกติกรรมเดินยั่วยุทหารประสานกับผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญขับไล่อย่างแนบเนียน  รากเหง้าที่แท้ของระบอบอำมาตยธิปไตย ขุนนางศักดินาลากตั้ง สั่งกดหัวเฉดออกไปจากวงจรทางการเมืองไม่ว่าวิธีใดก็ตาม

ต่อจากนี้ต้องจดต้องจำจงหนักแน่นสโลแกน  ปากท้องประชาชน ประชาธิปไตย  ต้องมาก่อนประชาธิปัตย์ อย่าเที่ยวสำส่อนสำเร็จความใคร่ทางปาก  พวกอวดรู้เที่ยวสั่งเที่ยวสอนแหกตาประชาชนว่าพรรคโบราณวัตถุพรรคที่ต่อต้านเผด็จการมาทุกยุคทุกสมัยเลิกพูดทีเถอะ  ถอยไป  ออกไป  ดีกว่า

เราต้องรณรงค์เสียใหม่ว่าอย่าปล่อยประชาธิปไตยเป็นสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์บ่อยนัก ละเลยวิญญูชนจอมปลอมทั้งนักรัฐศาสตร์ นักนิติศาสตร์ บิดเบือนหาคำกินใจมาปลอกเปลือกแอบอ้างเอาไปกกเป็นเมียบ่อยครั้งนักเลย และเปิดช่องเปืดประตูอศัยประวัติศาสตร์เป็นกับดักเครื่องมือหากินทางการเมือง ดั่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตสมาชิกพรรควัตถุโบราณ ยืนตะโกนกล่าวหารัฐบุรุษปรีดี พนมยงค์ ฆ่าใครอื่น จวบจนขณะนี้คํากล่าวขอโทษจากพรรควัตถุโบราณนี้ไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดใดๆทั้งสื้น

พฤติกรรมยืนตะโกนในโรงหนังยุคหนึ่งสมัยใคร ตะโกนใครฆ่าใคร บิดเบือนประวัติศาสตร์อย่างร้ายร้าย และไม่แก้ไขแก้ตัวแก้ในสิ่งผิดใดๆทั้งสิ้น  แม้แต่คำขอโทษไม่เคยหลุดออกจากปากคนใหญ่คนโตคนไหนอีกเลย

ต้องอย่าปล่อยคนชั่วช้าหากินกับประวัติศาสตร์  หรือเด็กเมื่อวานซืนกลับมาเป็นโฆษกเทวดารอบสองคงจำได้ดีว่าเขาคนนั้นคือใครครับ? เที่ยวโพนทะนาบอกไปว่าเขาคนนั้นโฆษกเทวดา  ฉายาที่สื่อมอบคนชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ผิดตัวหรอกครับ

 

 

ติดคุก…?

พฤษภาคม 10, 2008 โดย thaksinfanclub

       หม้อข้าวแกงเหลืองอร่อยเหาะขุมทรัพย์ล่าสุดขอบฟ้าของพรรคโบราณวัตถุข่าวใหญ่ข่าวโตที่เป็นหัวข้อ พูดถึงเรื่องสปิริตของนักการเมืองหล่อสร้างภาพเป็นหัวข่าวร้อนฉ่าร้อนซ่า  ร้อนฉาวโฉ่  ลึกล้ำพันตูกว่านิทานหลอกเด็กๆเรื่องใหม่มาเป็นขวัญใจคนไทย  วงการมายาจริตแห่งเกมการเมืองน้ำเน่า  เอามาตราฐานที่ว่าระดับหัวหน้าแก๊งตายยกพรรค  แต่ที่ไหนได้  ข่าวได้เสียแก๊งตกเงินตกทองสูบผลาญงบประมาณแผ่นดินเรื่องรถดับเพลิงอัปยศพ่วงท้ายเรือดับเพลิง อุปกรณ์ดับเพลิงฟัดงาบวงเงิน 6 พันกว่าล้านบาท ปริศนาข่าวชิ้นนี้มันจบไม่ลง  เทือกเถาเหล่ากอลงลับกระเป๋าใครเอ๋ย       

        กะจะไม่วกวนเอาเรื่องเอาราวพรรควัตถุโบราณนี้แล้วเชียว  เดี๋ยวชาวบ้านร้านตลาดหาว่ารังแกพรรครูปหล่อขวัญใจแม่ยกแม่หม้ายทำไมกัน  ต้องฝากถามนักการเมืองส่งเสาไฟฟ้าไปลงแข่งขันก็ชนะหน่อยว่าที่จะพูดเรื่องน้ำมันเถื่อน  เพื่อต่อติดกับเรื่องนายอภิรักษ์ โกษะโยธินผู้ว่าฯกทม.รูปงามหันเหหักมุมสวมหัวโขนยี่ห้อสปิริตเกลียวกราวขึ้นหม้อข่าวหน้าหนึ่งเกือบทุกฉบับ ก็ว่าได้ดังทั้งบ้านทั้งเมือง ด้วยการยุติบทบาทผู้ว่าฯกทม.ฉับพลัน  มองชั้นเดียวน่าชื่นชมแต่สะดุดเรื่องราวของย่อหน้าบรรทัดฐานต่อๆไปมีแต่ความเสื่อม สงสัยเข้าครอบงำแทนที่จากขาวผุดผ่องตาลปัตรลับกลายเป็นดำแปรเปลี่ยนท่านั่งยางของนักสร้างภาพแหกตาคน  แม้แต่ดุสิตโพลล์สุ่มถามตอบท่าทีเซ็นหนังลากิจ ลาป่วย ลาออก เพื่อยุติบทบาทผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้คอการเมืองเสียงข้างมากเทข้างเกมการเมืองแน่นอน หน้าแหกเย็บไม่ติด หากยึดสโลแกนประชาชนต้องมาก่อนจริง

          ย้ำนะคำพูดจากนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดกับนายยุทธพงศ์  จรัสเสถียร  อดีตส.ส.มหาสารคาม พรรคประชาธิปัตย์  หลังจากทราบข่าวว่าผู้ว่าฯอภิรักษ์  ตัดสินใจเปิด L/C น่าคิดว่า "ถ้ารู้ว่าแพงแล้วยังซื้อ  วันหนึ่งจะติดคุก' อันนี้นายบัญญัติพูดไว้วันที่ 10 มกราคม 2549 ที่ห้องทำงานของท่านเองเนื้อผ้าที่หนึ่ง         

        ว่ากันเรื่องที่ติดค้างหัวข้อน้ำมันเถื่อนที่จับจัดฉากปล่อยๆ ตามฤดูกาลมีข้อสังเกต  ยามใดที่พรรคภาคนิยมขึ้นครองอำนาจข่าวคราวจับน้ำมันเถื่อน  เจ้าหน้าที่จะทำงานเฉื่อยลงไม่มีข่าวหน้าสื่อลงแต่อย่างใด  พูดลอยๆไม่เห็นภาพมีของจริงประกอยคำบรรยาย  สมัยพรรคพลังธรรมดาวรุ่งพุ่งแรงเข้าร่วมรัฐบาลจดจำได้ว่านายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ รมต.ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สังกัดพรรคพลังธรรม ลุกขึ้นเอาข้อมูลแฉตัวบงการเบื้องหลังขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนถลกเปิดก้นเห็นแสดงหนังสดกลางสภาว่ามีนักการเมืองครองฐานเสียงภาคใต้มาตลอดพัวพัน  พูดไม่ทันจบห้องประชุมสภาแทบแตกวุ่นวายอลหม่ายไม่มีชิ้นดี  อย่าปล่อยคนชั่วลอยนวลยังล่อยกับสายลมว่าระหว่างนายไชยวัฒน์กับพรรคการเมืองดึกดำบรรพ์…ใครกล่าวเท็จกล่าวจริง         

         ที่วุ่นวายเพราะ นายบางคนสั่งการลูกพรรคเบรกตบปากผู้ปูดข้อมูลเรื่องนี้ทันที พวกเราไม่ห้ามเดี๋ยวตายหมู่กันแน่คราวนี้' ชนชั้นกลางหน้าโง่ พึงสังวรไว้ให้ดีเหรียญอย่ามองด้านเดียวเหลี่ยมอย่ามองมุมเดียวเด็ดขาดความชั่วร้ายมันแฝงยึดโยงทับจอมหลักการอยู่เช่นนี้

         รวมหัวรวบหางกันปล้นชาติอย่างเป็นระบบพรรค (พวก) ทรัพย์สินปรส.ที่เสียค่าโง่ซื้อแพงขายถูกๆ โดนต้มตุ่นขายให้บริษัทที่ปรึกษาฝรั่งถูกๆ ย้อมแมวกลับมาขายรัฐแพงกว่าที่ซื้อตอนต้น  ทั้งนักธุรกิจ  นายทุนสนับสนุน รับอานิสงส์ถ้วนทั่ว  สื่อหน้าโง่งดติดตามเงินงบประมาณแผ่นดินชนิดเกาะเอาเป็นเอาตาย  ปล่อยลอยนวลดั่งไม่ใช่ความผิดที่พึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบอย่างเสียมิได้เจ็บแสบที่บริหารประเทศเสียหาย 2 แสนกว่าล้านบาท สื่อเลิกขุดความจริงมาขยายผลว่าพัวพันใครต้องรับผิดชอบ?

          ที่มันน่าเจ็บกระดองใจคณะกรรมาการตั้งขึ้นมาสอบสวนที่น่าเชื่อถือทางสังคมกับถูกนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตรมช.คลัง  ไม่ปล่อยเปิดเผยข้อมูลว่าใครเข้าข่ายต้องรับผิดชอบ กลับอ้างหน้าตาเฉยว่าเป็นชั้นความลับขอดูไม่ได้  ทั้งที่รัฐเสียหายกว่า 2 แสนกว่าล้านบาท  มีนายธารินทร์ นิมานเหมินทร์ นี่คือความหมายที่แท้จริงของแสดงสปิริตอย่างสูงรับผิดชอบ  ท้ายที่สุดขอลาออกเองจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

เข้าเรื่องคดีรถดับเพลิงตรวจสอบคนในพรรคที่สวมบทพระเอกของใครบางคนอย่างนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปปัตย์  กล่าวไว้ช่วงตอนหนึ่งว่า " ผมเรียนตรงๆว่านายอภิรักษ์ โกษะโยธิน  นั้นต้องยอมรับว่าท่านไปเกี่ยวข้องตอนเปิด L/C  ดังนั้นท่านจะปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้  เพราะ 2 ปีที่แล้วท่านเป็นผู้ว่าฯกทม.แต่ไม่มีบทบาทที่ตรวจสอบเรื่องทุจริตในโครงการนี้เลย  ส่วนเก้าอี้ท่านขณะนี้ง่อนแง่นหรือยัง ผมไม่ทราบ  แต่ผู้ใหญ่ในพรรคบอกว่าให้เดินหน้าเต็มที่  หากมีคนของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะไม่ละเว้นเด็ดขาด' 

           จมูกมดนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ได้กลิ่นไม่ดีก็ส่งคนที่ไว้ใจไปตรวจสอบมอบหมายรองผู้ว่าฯ ท่านหนึ่งคอยเช็คความเคลื่อนไหวหลายโครงการทั้งรถไฟฟ้าเครือข่ายค่าผลประโยชน์  สัมปทานที่บริษัทเอกชนเสนอให้หรือเอาไม่เอาอีกบริษัท  มีหรือที่นกรู้อย่างนายอภิรักษ์ จะเดี่ยวตัวเองจำเป็นต้องสร้างรองผู้ว่าฯเงาเป็นตัวตายตัวแทนนั่นคือนายวัลลภ สุวรรณดี มาคานอีกทอดหนึ่งกันเหนียว นี่ไม่นับรวมส่วนของขาใหญ่ระดับเลขาธิการพรรค  ตั้งบัญชาสั่งการบงการจัดหาสรรผลประโยชน์ ฝังตัวนอมินีนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯฝ่ายโยธาฝ่ายจัดหารายได้ส่งหัวหน้าชุดอีกทอดหนึ่ง

           ลูกพี่จมูกมดนายหัวชวน เงียบกริบกว่าเน้นส่งนายนิพันธ์  บุญญภัทโร อดีตผอ.ศอ.บต.นายประกันตรวจสอบกันพลาดอย่างไม่กระพริบรายงานสายตรงอีกชั้นว่าใครงาบล้ำเส้นกินข้ามสาย  ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าที่ไม่มีใครอะเออะโวยวายใส่ใจเหมือนงบท้องถิ่นหน่วยอื่นที่มีนักการเมืองระดับชาติเกี้ยเซี้ยฮั้วงานเป็นนิจสิน  สื่อสนใจเล่นงานเอาผิดบนหน้าข่าวหนึ่งของนสพ.แต่แปลกงบประมาณกทม.มูลค่าปีละหลายแสนล้านบาท กลับมองข้าม !

       ตั้งแต่งบจัดซื้อจัดจ้างต้นไม้กระจอกๆ แทบไม่น่าเชื่อมันมีวิธีการโกงแบบสาธารณะบนเส้นทางพระรามเก้าตัดใหม่สองฝากถนนเส้นนี้ดูๆ ร่มรื่นด้วยต้นปาลม์ประดับประดาสวยงามดีออก  เจาะลึกรายละเอียดผู้ว่าฯ กับรองผู้ว่าฯยุคนายพิจิตต รัตนกุล ฉาวโฉ่งาบแดกงบต้นปาลม์เหนาะๆหลายสิบล้านบาท เหตุเพราะเมื่อต้นปาล์มหมดอายุ  ชาวสวนมักขุดรื้อทิ้งปลูกทดแทนใหม่  เจ้าของสวนอยากนักหนาที่หาคนช่วยขุดทิ้งเพื่อปรับพื้นที่ลงใหม่ต้องพูดละเอียดกลัวไม่เห็นภาพ ต้นตอการโกงโก่งราคาตั้งงบจัดซื้อต้นละ 1.2 หมื่นบาท ลองคูณจำนวนต้นที่ปลูกสองข้างทางมีกี่พันต้นคำนวณดูเล่นสูญเสียงบมากเท่าไหร่  ต้นปาล์มหมดอายุที่ว่าพูดแบบชาวบ้านมึงมีปัญญามาขุดเอาไปเลย…ฟรีครับ

      เข้าเรื่องสปิริตเรื่องดังกล่าวว่าเกิดตั้งแต่ปีไหนและวันนี้พ.ศ.อะไรแล้วทำไมหุบปากเงียบเชียบใครเย็บปากระเบิดการเมืองที่คนในพรรคบีบไข่คนในพรรคจนหน้าเขียวเกิดอย่างไร   ต่อไปนี้คือคำพูดที่ถ่ายทอดสัมภาษณ์สื่อในหลายฉบับหลายเวลาสถานที่คำยืนยันซ้ำคงไม่เสียหายกล่าวคือ

      โดยนายยุทธพงศ์  เปิดใจตอนหนึ่งว่านายบัญญัติ  บรรทัดฐาน ที่ปรึกษาพรรค พูดกับตนหลังจากทราบข่าวว่าผู้ว่าฯอภิรักษ์  ตัดสินใจเปิดL/C น่าคิดว่า " ถ้ารู้ว่าแพงแล้วยังซื้อ  วันหนึ่งจะติดคุก ' อันนี้นายบัญญัติพูดไว้วันที่ 10 มกราคม 2549 ที่ห้องทำงานของท่านเองลองปูดข่าวสร้างคุกสร้างตารางโทษใครไม่ได้ แล้วอย่าร้องแรดกระเช่อ ฟังไม่ขึ้น  ตกเป็นผู้ต้องหาเกิดขึ้นแล้ว…เข้าข่ายสุภาษิตของจีนบทที่ว่า ตาอย่าโตกว่าท้อง ' อย่าโลภมากลาภมักหาย

       นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม.ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนก่อนครบเทอม  อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเข้าข่ายเตะถ่วง  เสี้ยงไข้ เลี่ยงบาลี เรียนลัดหวังผลทางการเมือง  เสี่ยงมันออกหัวหรือจะออกก้อย  พรรคพังคนพังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ  แต่มันเปลือยกายล่อนจ้อน ว่าแผลเป็นตกสะเก็ดเกิดสนิมเนื้อในในใจคนคนกันเองมากกว่า ฉลองพิธีกรรมแห่ศพประจานเลี้ยงส่งท่านลงสมัครผู้ว่าอีกสมัยจริงหรือเปล่าหนอ???    

อำนาจคนเหนือพรรค พาอภิรักษ์ไปฆ่า'เหมือนยุคพฤษภาทมิฬข้อหา จำลองพาคนไปตาย' สมมุติฐานของนักฆ่าลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ลำพองลงมือกรีดใครไม่มีภูมิต้านที่ดีไม่ตายก็เสี้ยงไม่โต งานนี้ฆ่าตัดตอนคนกันเอง  หวังต่อหน้าตาพรรคไว้ก่อนก็ต้องลงมือเชือดเสียเองแล้วกระมังครับ  

ระเบิดการเมือง..!

พฤษภาคม 10, 2008 โดย thaksinfanclub

           

           มันช่างประจวบเหมาะอะไรนักหนา กับคำเตือนล่วงหน้านัดชุมนุมใหญ่กลุ่มพันธมิตรปลายเดือนมีนาคมนี้ ใครมองไม่ออกเมื่อจะล้มใครต้องสร้างสถานการณ์วินาศกรรมใหญ่รอบนอกเมืองหลวงก่อนเข้าตีมัน เข้าเรื่องต้องสร้างความบอบช้ำ รัฐไม่มีความสามารถปกครองบริหารประเทศชาติ ให้เกิดความสงบสุขได้แล้ว มือที่มองไม่เห็น เท้าที่มองไม่เห็น ผนวกสถานการณ์ฤดูกาลโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเลยกรอบถึง ตำแหน่งทางกองทัพที่ต้องแสดงพลังฤทธิ์เดชเห็นๆว่าย้ายนายกูๆไม่ยอมเด็ดขาดโว้ย ข้อสังเกตตามกฎนี้ที่ว่านี้คือ ครั้งนี้แนวทางนี้ถูกนำมาใช้อย่างเข้ารูปเข้ารอยเนียน จนยากที่จะรู้จักว่าพันธมิตรมีเอี่ยวฮั้วขั้วแขนขาล้มรัฐอย่างมีขั้นตอน ที่เอาเหยื่อคนบาดเจ็บล้มตายมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองอาวุธมหาประลัยประหัตประหาร กลียุคกลยุทธ์ที่พันธมิตรปลุกปั่นปั้นต่อต้านเผด็จการทุนนิยมสามานย์รอกาลพิสูจน์อยู่เร็ววันนี้ กุศโลบายลับลวงพรางของค่ายกลย่อส่วนอิงเกาะกระแสคนรักชาติ รักในหลวง เราจะต่อสู้เพื่อในหลวง เชิดทรงองค์เอวท้าวแขนชี้นิ้วกร้าวสวมใส่เสื้ออวดกล้ามอวดเบ่งยามเฝ้าหนี้สินตัวเองกระมังซิท่า

           คนเชียร์แขกทิดสนธิ ลิ้มทองกุล ร้องแลกแหกปาก ‘ตายเป็นตาย' ‘เจ๊งเป็นเจ๊ง' มึงตายเป็นตายมึงเจ๊งเป็นเจ๊งไม่มีใครห้าม แต่อย่าเอาประเทศชาติไปตายไปเจ๊งด้วยเลย กูถามมึง เจ้าของประเทศตัวจริง (ประชาชน) เวทีปลุกเร้าพูดชั่วโมงสองชั่วโมงดื่มด่ำเสวยสุขเซฟเฮาส์ต่อทันที เกิดวิกฤติปะทะเห็นมีแต่ประชาชนตาดำวิ่งหนีหัวซุกหัวซนตกเป็นเหยื่อกระสุนล้มเจ็บล้มตายฟรีทั้งนั้น ทิดสนธิ ลิ้มทองกุล รอดตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง เป็นกิจวัตร หนี้สินมีล้นพ้นตัว..หากินอีหรอบเดิม โดยไม่หนี โดยไม่มี โดยไม่จ่าย เอาวิชาชีพสื่อเป็นยันต์กันผีฝากฝีฝากไข้สร้างอาณาจักรซุ้มคุ้มครองตัวเอง

           ถึงวันฉลองครบรอบวันสำคัญการต่อสู้เรียกร้องของเหล่าวีรชนเฮโลสารพากราบไหว้ร่างไร้วิญญาณ ผมว่าเลิกพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ รวมพลยกวันเช้งเม้งมาไว้ที่หน้าสี่แยกคอกวัวอนุสรณ์สถานวีรชนคนลวงโลกของเหล่าปีศาจคาบคัมภีร์ประชาธิปไตย แหกขี้ตาคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่มาหวนรำลึกบ้าบอคอแตกสดุดีน้ำลายโสโครก เสียนี่กระไร

           ข้อชวนสงสัยห้วงเวลาคาร์บอมบ์กลางเมืองยะลาอีกหลายลูกบึมซ้ำ ณ.โรงแรมซีเอส จ.ปัตตานี ช่วงเวลาช่างใกล้เคียงเงื่อนปมล้วงลึกพิเคราะห์แหล่งต้นตอเสมือนหนึ่งรู้ตัวการแพะเตะพ้นตัวโทษ สิ่งมองไม่เห็นเป็นประจำสูตรสำเร็จ ผู้ไม่หวังสร้างสถานการณ์ต่อท้ายลงที่ขบวนการโจรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนกลุ่มต่างๆชื่อคุ้นๆแล้วแต่กรณีไป

           เราคงได้ยินถนัดถนี่ถึงยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของทุกรัฐบาลคือ การเมืองนำการทหารหรือการทหารนำการเมืองแล้ว แต่ช่วงเหมาะสมสถานการณ์ข่าวกรองไม่ใช่ข่าวเสี้ยมข่าวปล่อยเช็กบิลเอากับฝ่ายขั้วอำนาจหนึ่งขั้วอำนาจใด สิ่งที่ที่มองข้ามมองขาดมองเกินรวมถึงมองเลยรวมศูนย์ทำมองไม่เห็นมันคือ อำนาจแฝงที่มองไม่ออกเชียวหรือ ระเบิดการเมืองนัดรวมพลถล่มเป้าหมายใจกลางเมืองยะลา และโรงแรมซีเอส จ.ปัตตานี พิรุธวงจรตัวเชื่อมสัญลักษณ์คนการเมืองระดับไหนใครก่อกรรมทำเข็ญชดใช้กรรมอยู่ ไม่เชื่ออย่าดูแคลนหลีกภัยยุบพรรคมันสาวไปไม่ถึงจริงอยู่

           ความละไม้คล้ายคลึงกรณีที่สถานที่บันเทิงหาดใหญ่วันก่อชนวนดิสเครติดรัฐบาลพล.อ.สุรยทธ์ จุลานนท์ ซวนเซขาเป้ไปมาพักใหญ่ที่ไปนำฟังข้อมูลกับบุคคลที่ป้อนข้อมูลอันเป็นเท็จ จนกว่าจะรู้จักว่าโดนหลอกเสียเวลาหูตาสว่างกลับตัวทันไม่เช่นนั้นเสียคนไปมากเท่าที่เห็นและเป็นอยู่จริงหลายร้อยเท่า ‘มิใช่คนอื่นไกล'ป่วนใต้ ที่ปรึกษาข้อเสนอแนะของนักวิชาการชักว่าวข้อมูลด้านเดียวไม่เคยสัมผัสข้อเท็จจริงในพื้นที่แปรเปลี่ยนซับซ้อนโยงซ่อนเงื่อนคล้ายหนังไปทุกที แถลงข่าวชนิดมั่นใจครึ่งไม่มั่นใจครึ่งว่า ขอโทษ กราบตีนโจรอยากให้สงบต้องยอมทำอย่างงั้นต้องทำอย่างนี้เพื่อลดกระแสต่อต้าน มันคือบทเรียนที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง

           คนข่าวกรองรู้แต่ไม่มีหลักฐานว่าเหตุการณ์ระเบิดก่อกวนห้างโลตัส, จัสโก้คนที่ไม่ผ่านการฝึกฝนทำวงจรตั้งเวลาชนิดเชื้อชนวนระเบิดเองไม่เป็น ผูกโยงระดับ พล.อ.พ รับงานเดินเรื่องจัดการสร้างสถานการณ์เข้าเรื่อง ระเบิดการเมืองที่ต้องพูดดักคอเช่นนี้ไซร์ ใครตามที่ความเป็นโจรไม่จำเป็นต้องเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานใด เปิดหาคําจำกัดความว่ามันคืออะไรมีความหมายแตกต่างแปลกแยกตรงข้ามมีกี่ชนิดกี่ประเภทเลวร้ายระยำตำบอนขนาดไหน ไม่มีใครอยากจะทำความรู้จักความชั่วฝักใฝ่หากินกับโจรปล้นชาติปล้นแผ่นดินสักเท่าไหร่

           ผมกำลังบอกใบ้กองทัพไม่ต้องการรบชนะในพื้นที่ปัญหาความไม่สงบสุข 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่ใช่ยุคแม่ทัพขุนศึกทหารเสือราชินีนามชื่อพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.คนปัจจุบันสุขุม ลึกซึ้ง เยือกเย็น คัมภีร์ภาพ ยึดเอาชาติมาก่อนสิ่งอื่นใด เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม ฉะนั้นข้อมูลที่ส่งถึงหัวขบวนที่รบเพื่ออยู่รอดของกลุ่มใครอยู่เบื้องหลังคิดมากหน่อย งานนี้เข้าหูจับโมงยามให้ดีคนประเภทรับข่าวสารทะลักไม่ทะลุปากต้องผ่านแกนสมองเตือนสติคนจุดไฟสุมนาครเผาบ้านเผาเมือง คงต้องเลิกยุ่งเหยิงติดพันไอ้คำว่าตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง ทิดสนธิพันเอ๋ยพันธมิตร ‘พอแล้วมั้งจะไปออกรบกับใครอีก' จัดการสื่อหนักแน่น ได้ใจกินความใครบางคนที่ชอบหลบเชิดหนังตะลุงระเบิดการเมือง เมื่อถึงคราวสักวันหนึ่งระเบิดการเมืองลามทุ่งลงมุ่งสู่ฐานที่มั่นสะตอใครสะตอ มันคงต้องแก้โจรการเมืองจับโจรการเมืองเองก็แล้วกันเถอะ โยมชวนเอ๋ยชวนปี่แป๊ะกอคงสะดุ้งเฮือกหาที่หลีกภัยภาคนิยมครอกตายหมู่ทางการเมือง ยิ่งเสียกว่าผวายุบพรรค ลดมวลหมู่กรรมการบริหารพรรคแผ่นดินลุกเป็นไฟมันแลกกันไม่คุ้มค่าหรอกท่านเอ๋ย

           ฟังมาร้อยเที่ยวพันครั้งพวกชอบอวดรู้ ข้อมูลอุ้มฆ่ายิงเผาอคติอยุติธรรมมันคือนามธรรมจับต้องบอกกล่าวจนเบื่อที่จะหายใจเป็นผู้เป็นคนเต็มแก่ คิดบอกลาตายดีเสียกว่า ผมเพียงบอกว่ายุคเงินใหญ่มันคับปากคน…เงินมันใหญ่กว่าศาสนา ไม่ควรใหญ่กว่าความอยู่รอดของชาติเป็นพอ…นี่คือปัญหาแก้ไม่ตกของพื้นที่ 3 จว.แผ่นดินธรรมแผ่นดินทองขวานไทยเราที่ไม่บังควรเสียด้วยน้ำมือไส้ศึกคนกันเองมากกว่า

           นักพรตสนธิ ลิ้มทองกุล บรรยายสถานการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบ 3 จว.ชายแดนใต้ จับใจความฟังแล้วพอเข้าใจได้ว่าแก้ด้วยน้ำบ้วนปาก ระเบิดการเมืองลงพื้นที่ 3 จว.ชายแดนใต้ช่วงนี้ระยะนี้คงไม่ใช่เชื้อชั่วไม่เคยตายชนวนออกรบกับใครอีก ของเหล่าพันธมิตรมนุษย์พันธุ์พิเศษนัดหมายปลายเดือนมีนาคมแห่ยึดหัวหาดข้างถนนใครถนนมัน แต่ระเบิดการเมืองยุคนี้สารานุโจรจับโจรปอกคอนักการเมืองของคอกค่ายพันธมิตร ร่วมรู้เห็นเป็นใจครั้งนี้รับรองยุ่งตายห่าครับ