ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘รธน.50’

เตะถ่วงแก้รธน.

พฤษภาคม 11, 2008

สาธารยายคำว่าแอบอ้างกับเปลือง…หัวร้างข้างแตกเหล่ากบในกะลา ทำเป็นไม่เข้าใจแสร้งแกล้งไม่เข้าใจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านอยู่เหนือการเมือง อ้าง รธน.เป็นศักดิ์สิทธิ์ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทำให้ดี ทำของศักดิ์สิทธิ์ให้ดี ฟังไม่คิดมากถึงที่มาที่ไปไม่ชอบธรรม และเนื้อหาคณะผู้จัดการยกร่างฯรธน.50 โดยเฉพาะนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม และหนึ่งทีมกฎหมายของชุดจัดการยกร่างรธน.50 พูดเวทีสัมมนาเสวนาที่ใดก็ตาม ตบท้ายลงเอย  …รับๆไปก่อนแก้ไขทีหลัง…ยกร่างทําให้ดีเป็นรัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แล้วเมื่อมันศักดิ์สิทธิ์ทําไมต้องรับๆไปก่อนค่อยแก้ทีหลัง พล.อ.ชลิต พุกผาสุก ผบ.ทอ.พูดผิดพูดใหม่ได้อยู่เรื่อยๆกระนั้นหรือ

พูดพล่อยๆๆมันง่าย…ผมถามกลับหน่อยรธน.ปี40 คณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอํานาจ(คมช.) เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ฉีกรัฐธรรมนูญปี40ฉบับประชาชนโดยแท้จริง…มันไม่มีความศักดิ์สิทธิ์หลงเหลืออยู่เลยใช่ไหม? รธน.ปี40ฉบับประชาชนได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่หัว ใครเป็นคนบอกไม่ดี พวกคมช.ฉีกรธน.ปี40 มากับมือตัวเอง ยังจะมีหน้าอ้างความศักดิ์สิทธิ์เหนือบุคคลอื่นอีก…คนไทยเราเปลืองเนื้อเปลืองตัวเปลืองใจ…มากพอแล้ว…ไม่บังควรเปลืองสัญญลักษณ์อีกแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ต้องใช้ให้ถูกที่ทาง อย่าพร่ำเพรื่อ

อีกคําถามใครแต่งตั้งคณะยกร่างรธน.50 มิใช่คณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจคัดสรรมากับมือเที่ยวโทษคนอื่น ปัดสวะพ้นมือ…ลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับหน่อย ต้องทวนความทรงจำอีกรอบไหมว่า…ใครปล้นอํานาจและฉีกรธน.ปี40 ซึ่งถือว่าเป็นรธน.ที่ดีฉบับหนึ่งของประเทศไทย นับแต่มีรธน.17-18 ฉบับเป็นต้นมา

ล้วนมาจากการแต่งตั้งเป็นคนที่คณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ (คมช.)ทั้งนั้น ยังมีหน้าทวงความศักดิ์สิทธิ์หาวิมานสรรค์ที่ไหนอีก  ปากตบปากฉีกหน้า…ที่บ้านมีกระจกหยิบขึ้นมาส่องหน้าตัวเองดูสะกดคําว่าอัปลักษณ์อัปมงคลอยู่ครบถ้วน…ที่เสนอหน้าตอบ…ประโยคดังกล่าวเอามาจากต้นฉบับสัมภาษณ์ไว้ มีตอนหนึ่งพูดว่า

"ทุกอย่างคิดว่าต้องทำให้รอบคอบเพราะรัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ที่ริเริ่มมาจากกลุ่มบุคคล  ซึ่งไม่น่าจะใช่กลุ่มทหาร   เพราะกลุ่มคนที่พิจารณานั้นเป็นนักกฎหมายเป็นนักการเมือง และบุคคลอีกหลากหลายสาขา และคนเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์ลงมาเล่นการเมือง หรือทำงานการเมือง 2 ปี ดังนั้นกลุ่มคนที่ร่างและเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติเห็นชอบ  ผมคิดว่าเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์   และศักดิ์สิทธิ์มากกว่านั้น ก็คือได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทำกันให้ดี  ทำของศักดิ์สิทธิ์ให้ดี" พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผู้บัญชาการทหารอากาศ อดีตในฐานะรักษาประธานคมช.กล่าว

อคติเต็มหัวคนที่หนึ่ง  นายอารีย์ วงศ์อารยะ อดีตรมว.มหาดไทย ยุค คมช. จวกแหลกพวกไม่รับร่างรธน.50 เป็นพวกไม่รักชาติ

อคติเต็มหัวคนที่สอง  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช. ระบุว่ามีขบวนการแก๊งจ้องคว่ำรธน.50

อคติเต็มเหล่านี้มาจากการพาดหัวข่าวของนสพ.ออกจากปากผู้มีอำนาจในขณะนั้นทั้งสิ้น

ใครกันแน่ไม่รักชาติ

ใครกันแน่แก๊งขบวนการจ้องคว่ำรธน.50

ใครกันแน่ที่ออกคำสั่งคปค.ฉบับ 15  และฉบับที่17  เขียนมัดมือมัดเท้าห้ามแม้กระทั่งนักการเมืองออกพบปะประชาชน เคลื่อนไหวโจมตีคมช.หลักฐาน     ชิ้นนี้ออกมาจากปากโฆษก คมช.

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. ถ่ายทอดคำสั่งของผู้มีอำนาจว่า  "เมื่อทางกกต.แจ้งไปทางนายจาตุรันต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (สมัยนั้น)แล้วยังไม่ยอมเลิกเคลื่อนไหว ทางกกต. ก็จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานและส่งอัยกสนสูงสุดและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่องยุบพรรคก็ว่ากันไป และอาจจะมีผลกับนายจาตุรันต์ที่อยู่ในตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ถ้ามีประกาศยุบพรรคขึ้นมา ก็ต้องหยุดเล่นการเมืองถึง 5 ปี"

เรื่องดังกล่าวหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวดุเดือดเลือดพล่านเมือตอน…ไม่รับร่าง รธน.50 …คือพวกไม่รักชาติมิใช่หรือ?

พิมพ์เขียวรธน.มีมาก่อนการปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่นักกฎหมายระดับอดีตประธานศาลฎีกาท่านหนึ่ง ระบุมีการตระเตรียมการยกร่างรธน.ไว้ล่วงหน้า3-4 เดือนแล้ว

โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)  และผู้นำเขียนรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2549 ระบุการให้มีบทบัญญัตินิรโทษกรรมในรัฐธรรมนูญใหม่ว่า ความจริงมีความจำเป็นต้องเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่ในเวลานี้อยู่แล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานของคณะกรรมการการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ(คตส.) อาศัยอำนาจตามคณะปฎิธูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)ถ้ามีรัฐธรมนูญใหม่ แต่ไม่กำหนดไว้อาจจะมีผลกระทบต่อคตส.ได้

"ชลิต"เตือนแก้รธน.เพื่อส่วนตัวเกิดเหตุวุ่นแน่

9 เมษายน พ.ศ. 2551 14:02:00

ชี้การแก้ไขต้องรอบคอบ เพราะรธน.เป็นของศักดิ์สิทธิ์ แนะยึดประโยชน์ส่วนรวม ขวางเปลี่ยน รธน.กลับไปใช้ฉบับปี 40 ทั้งดุ้น

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ อดีตสมาชิก คมช.(คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่บนพื้นฐานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม  คงไม่มีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด และกฎหมายกลางเพื่อยังประโยชน์ให้คนไทยทุกคน มิใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นถ้าแก้ไขเพื่อให้เป็นประโยชน์ก็ไม่มีใครคัดค้าน ไม่ว่าจะแก้ไขกี่ประเด็น หรือกี่มาตรา ซึ่งหากเป็นประโยชน์ต่อประเทศและผู้คนทั้งปวง ก็เป็นเรื่องดี เพราะว่าสิ่งแวดล้อมแต่ละเรื่องมันเปลี่ยนแปลงไปได้ตามระยะเวลา 

ส่วนที่มองว่าการที่พรรคพลังประชาชนอ้างเสียงของประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการตีขลุมมากเกินไปหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ก็ผ่านการลงประชามติมานั้น

พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่การลงประชามติครั้งที่แล้ว คือเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ หากจะมีการแก้ไข เพื่อกลุ่มคน ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ส่วนรวมจะกลายเป็นข้อถกเถียงและข้อขัดแย้งของกลุ่มคน

"ทุกอย่างคิดว่าต้องทำให้รอบคอบ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ที่ริเริ่มมาจากกลุ่มบุคคล ซึ่งไม่น่าจะใช่กลุ่มทหาร เพราะกลุ่มคนที่พิจารณานั้นเป็นนักกฎหมายเป็นนักการเมือง และบุคคลอีกหลากหลายสาขา และ คนเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์ลงมาเล่นการเมือง หรือทำงานการเมือง 2 ปี ดังนั้นกลุ่มคนที่ร่างและเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติเห็นชอบ ผมคิดว่าเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ และศักดิ์สิทธิ์มากกว่านั้น ก็คือได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทำกันให้ดี ทำของศักดิ์สิทธิ์ให้ดี" ผบ.ทอ.กล่าว

ต่อข้อถาม   หากจะแก้ไข ควรเลื่อนเวลาออกไปเพื่อไม่ให้เอื้อต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า หากทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ และหวังประโยชน์ต่อคนส่วนต่อ   

ข้อถามหากจะแก้ไข ควรเลื่อนเวลาออกไปเพื่อไม่ให้เอื้อต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่าหากทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ และหวังประโยชน์ต่อคนส่วนรวมคงไม่มีอะไรส่วนกรณีที่จะมีการนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นหลักในการปรับแก้ไขนั้น   ตนคิดว่าทุกคนทราบดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ได้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นพื้นฐาน แต่คงไม่ปรับเป็นปี 2540 เสียทีเดียว เพราะที่ผ่านได้ก่อให้เกิดข้อขัดข้องในบ้านเมืองมาเยอะแล้ว

ปล้นอำนาจทั้งทีเอาทีเผลอ  ย้ายล้างบางเด้งกราวรูด  ศก.พังพินาศ ข้าวยากหมากแพง มันศักดิ์สิทธิ์ไม่พอ  แถลงข่าวยัดเหยีดข้อกล่าวหา4-5ข้อ โดยพิสูจน์มูลความผิดชัดเจนแม้แต่ข้อเดียว

นักวิชาการกฎหมายมหาชนหัวกระทิ  แสดงจุดยืนความเป็นกลาง  ในบริบทที่มาและเนื้อหามีข้อบกพร่องทักท้วงบนหลักการ  และระบบกฎหมายตรงไปตรงมา ปราศจาก  อคติ หมั่นไส้  แต่เกิดความไม่พอใจลึกๆๆเจอข้อหาหมั่นไส้ หาช่องปิดปากทำลายคนอื่นแทน  เฉกเช่นพันธมิตรโยกเย้แก้ไขรธฯ.คือรัฐประหารเงียบ..หัวขี้เท่อหลงเชื่อแล้วเจ็บตัวอีก

นักวิชาการมหาชนกลุ่มหนึ่งจับได้ไล่ทันฉีกหน้าโดยทันที  ไม่เกี่ยงน้ำหนักตัว วันเวลาและสถานที่ผ่านมาหลากหลายเวที         คณะผู้จัดยกร่างที่มี นต.ประสงค์ สุ่นศิริ ปธ.คณะกรรมาธิการยกร่างรธน.ถถเถียงฟังไม่ขึ้น ในที่สุดยอมรับตรงๆเอาเป็นว่าที่มาความไม่ชอบธรรมเนื้อหาในร่างทั้งมาตรา 237 วรรคสองและมาตรา 309 ตัวปัญหา "ทำอะไรไม่ผิด" โผล่หัวเห็นๆๆว่าหมกเม็ดเป็นเกราะคุ้มกันคนยึดอำนาจและองค์กร ที่แต่งตั้งตรวจสอบคนอื่นเขาการกระทำใดๆๆที่ผ่านมา…ทำอะไรไม่ผิด

งานนี้ใครไม่โดนเจอกับตัวเองไม่รู้สึกหรอก…แสบไม่แสบลองถามนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย มันเครียดมันจุกอกจวนเจียนตายเป็นเช่นไร…ขุดหลุมล่อกับดักวางระเบิดสั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พรรคการเมืองสาบสูญ รธน.ออกแบบจากทัศนคติ อคติ อาฆาตแค้น จงเกลียดจงชัง เอาระบบขุนนางศักดินา พวกอํามาตยาธิไตย ดึงแวดวงตุลาการเข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมืองชัดเจน ในรูปองค์กรอิสระที่มาจากการลากตั้ง สามารถเข้าชื่อถอดถอน เสนอแต่งตั้ง เห็นชอบ ขอบข่ายอํานาจไร้การตรวจสอบทําอะไรไม่ผิด บรรจุดํารงตําแหน่งองค์กรอิสระต่างๆคราวละ 5-7 ปีทั้งสิ้น เกิดอํานาจที่สี่ 

ขอคารวะต่อนักวิชาการกฎหมายมหาชนที่ยึดมั่นต่อความถูกต้องตามขบวนการประชาธิปไตยไม่เอาอำนาจนอกระบบ ด้วยการปฎิธูปการเมือง  มิใช่ด้วยการปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ…ฉีกรัฐธรรมนูญ "เมื่อเสียงปืนดังขึ้น กฎหมายก็เบาลง"

หัวหอกต้นขบวนคนกล้าวรเจตน์พูดเต็มปากเต็มคำเชิญไปเสวนาที่ไหนไปทั้งนั้น แต่ต้องให้โอกาสชี้แจงในเวลาที่เท่ากัน ปราศจากอคติ ตรงไปตรงมา จุดยืนชัดเจนยืนยันอยู่บนหลักการยึดระบบกฎหมายแล้วไม่ต้องกลัวเกรง  เป็นกลางตรวจสอบกลับได้เสมอ…เพียงแต่เจอข้อหาหมั่นไส้…รู้เท่าทัน..ฉีกหน้าหักล้างทุกประเด็นในเวทีการดีเบต…แทบทุกครั้ง นี่คือสภาพข้อเท็จจริงที่สาธารณะชนรับทราบ…จนมุมหนักข้อขึ้น…หลุดปาก…รับๆไปก่อนแก้ทีหลัง…รธน.50มันศักดิ์สิทธิ์ของใคร เพื่อใคร โดยใคร อย่ามาทะลึ่งฟาดงวงฟาดงา…ประชาชนเริ่มหมั่นไส้จะยุ่งตายห่ากันมั้ง

ประโยคที่ติดหูติดตาติดใจจากนักกฎหมายมหาชนนามวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ยืนยันหนักแน่นว่ารธน.50 แก้ไขทั้งฉบับ  จุดบกพร่องที่มา เนื้อหา ความชอบธรรม หักล้าง…ฟังไม่ขึ้น…เพราะการพิสูจน์ "ทางน้ำหนักของเหตุผลมันแพ้"ครับ…ภาษามวยคู่นี้มันแพ้ทาง…ภาษาราชการ…ฟังไม่ข้น….ไงล่ะครับ

กรณีเดียวกันกับการอ้างความศักดิ์สิทธิ์มาบังหน้า…หยุดเอาโหราจารย์ วิชาโหร(โหนกระแส)ทำนายชาติวุ่นแน่…บ่อยๆ ครั้งนักเลย…ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ขณะนี้…คนมันไม่โง่…ภาพปรากฎชัด"คนมันชั่ว"นึกคิดเอาเองว่าคนอื่นมันยังโง่อยู่เลย ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองบ้างว่าโง่หรือบ้า.อย่าขยันพูดทำอะไรโง่งั่งเสียเอง…ความศักดิ์สิทธิ์จะดีจะชั่วเจ้าของอำนาจที่แท้จริงคือประชาชนจะให้คําตอบ…หนึ่งคนหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงเท่ากันหมด…คิดแทนอยู่ร่ำไป???

 

รธน.’50 ‘ฉบับหมาหางด้วน’

พฤษภาคม 10, 2008

    แทบไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่ารธน.50 จะออกฤทธิ์เดชเร็วกว่าความคาดคิด…มิใช่ยาแรงลดไข้เพิ่มไข้หนักกว่าเก่า  จำได้ว่าคนร่างระดับเลขานุการคณะผู้ร่างฯเองนายสมคิด  เลิศไพฑูยร์ คนนี้นี่แหละประกาศยกย่องรธน.50 ดีที่สุด  เท่าที่เคยมีมาตั้งแต่ประเทศไทยมีร่างรัฐธรรมนูญ 17-18 ฉบับ เป็นต้นมา คู่หูอีกคนนายจรัญ ภักดีธนากุล รับๆไปก่อนเถอะ  ค่อยไปแก้ไขภายหลัง  ต้องทวนความจำจับผิดจับถูกกันให้ดีๆ  อย่าชักนําเป็นประเด็นเรื่องการเมืองเสียทั้งหมด  เจตนารมย์ที่ดีรธน ถูกบิดเบือนวางยาสามานย์ถาไถสอดไส้แบบฉบับอํามาตยาธิปไตย ดึงเอาองค์กรตุลาการมาเป็นอํานาจที่สี่แทรกแซงองค์กรอิสระ   รวมถึงอํานาจแต่งตั้งถอดถอนอํานาจล้นมือ โดยไม่ผ่านขบวนสรรหาที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของระบบผู้แทนจากประชาชนอย่างแท้จริง

      พิสูจน์ทราบข้อชี้แจงเนื้อหาบทเฉพาะกาล ม.309 ฉบับหมกเมล็ดชัดเจน  เขียนเปิดช่องหาทางลงคณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจปล้นอำนาจประชาธิปไตย  ทําอะไรไม่ผิด' จากการกระทำที่ผ่านมาไม่เข้าข่ายความผิดใดๆทั้งสิ้น แผนพิฆาต 4 ขั้น ลับ ลวง พราง' การสืบทอดอำนาจโดยผ่านบทเฉพาะกาล

      โดยคณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ(คมช.) เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549  ฉีกรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญปี 40 ฉบับประชาชน ที่มาของคณะจัดการยกร่างไม่มีความชอบธรรม ทั้งที่มาและเนื้อหาถ่องแท้เสียก่อน มาตรา 309 เขียนคครอบคลุมคุ้มครองคนใช้กําลังปฎิวัติรัฐประหารครั้งนี้  "ทําอะไรไม่ผิด"

       บทเฉพาะกาลมาตรา 309 บัญญัติให้การใดหรือการกระทําใด  ของบุคคลใดหรือคณะบุคคลใด  ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าการนั้นหรือการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย  ไม่ว่าการนั้นหรือการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นก่อนหลัง  หรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่  ซึ่งมีความหมาย     เท่ากับนิรโทษกรรมล่วงหน้า ไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตตลอดอายุการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั่นเอง

        ด้วยเหตุนี้  การกระทำของ คมช.  ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะไปพร้อมกับคณะรัฐมนตรี  ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หลังจากการเลือกตั้งที่รับหน้าที่นี้ก็ดี    สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งจะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้ง  และจนกว่าวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่จะเข้ามารับ  หน้าที่ก็ดี

      1.  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  ซึ่งจะมารับช่วงต่อการตรวจสอบการทุจริตและการกระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐจากคตส.  หลังวันที่ 31 มิถุนายน 2551 และจะอยู่ในตําแหน่งไปจนถึงปี 2558 ก็ดี

      2คณะกรรมการการเลือกตั้ง  ซึ่งจะอยู่ในตําแหน่งไปจนถึงปี  2556 ก็ดี

      3.  ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน   ซึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการและคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน  ซึ่งอาจจะอยู่ในตําแหน่งไปจนถึงปี 2557 ก็ดี หรือ

      4.  ผู้ตรวจการแผ่นดิน  ซึ่งแปลงมาจาก ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ' ตามรัฐธรรมนูญปี40 ซึ่งจะอยู่อีกหลายปีก็ดี

          ทั้งหมดนี้จะได้รับการคุ้มครองจากบทเฉพาะกาลมาตรา 309 นี้ พูดง่ายๆคือ คณะบุคคลหรือบุคคลเหล่านี้  จะอยู่ในฐานะที่  ทำอะไรไม่ผิด'  ไปตลอดอายุการใช้บังคับของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  และนี่คือแผนการ ลับ ลวง พราง ' ในการสืบทอดอำนาจเชื้อชั่วไม่เคยตายยังเกาะกุมอำนาจปฎิวัติให้ยืดยาวต่อไปอีกนานแสนนาน

          ขุดหลุมล่อแผนพิฆาต 4 ขั้น…ปล้นอำนาจ… ยึดอำนาจ… การสืบทอดอำนาจ… ต่อท่ออำนาจอย่างบริบูรณ์หยุดวงจรอุบาทว์  คืนอำนาจประชาชน…รู้เท่าทัน…มือที่มองไม่เห็นและเท้าที่มองไม่เห็น…อย่าอยู่เบื้องหลังทำตัวเชยๆคนเดียวเลยครับ

 

“ลอกคราบรธน.’50″ ฉบับ ปXป

พฤษภาคม 10, 2008

ทั้งจดทั้งจำชื่อนายวิชา มหาคุณ  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ  นามนี้ไปอีกนานแสนนาน"เนติบริกร" ฮ่วยแตกคงไม่ผิดคลื่นไส้อยากอาเจียน!! อกอีแป้นจะแตกตาย…ใครต่อใครคงลืมไปแล้วกระมังครับว่านายวิชาคนนี้…มือกฎหมายยกร่างรธน.50 คณะกรรมาธิการยกร่างรธน. ชุด น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานกรรมาธิการยกร่างฯ พูดไว้เช่นไรก่อน…พิจารณาดู?

"ร่างรธน.50 เหมือนเด็กชายชื่อ รธน…นามสกุล 2550 ท่วงทำนองถูกกระทำชำเราขืนใจ จนตั้งท้องแล้ว    คงไม่รับคงไม่ได้แล้วต้องรับๆๆไปก่อน ค่อยแก้ไขกันภายหลัง"แสนทรามแสนทุเรศ คำตอบสะเด็ดน้ำทัศนะที่มาจากแวดวงตุลาการภิวัฒน์ นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ  ดูมันช่างเอาหัวแม่ตีนตรองเปรียบเทียบระดับไอคิวจริยธรรมทางจรรยาบรรณด้านแพทย์ติดลบ   ควรตั้งคณะกรรมการกำกับวิชาชีพทำหนังสือยื่นถอดถอนออกวิชาชีพทันที…เปลืองข้าวสุก!

ฟังเพลินๆหากไม่คิดมาก…สืบไปสืบมาถึงบางอ้อ…อดีตผู้พิพากษาคนนี้ยังจำได้ดีเคยอยู่หัวแถวนำทีมก่อหวอดยกพวกคณะผู้พิพากษาแห่ประท้วงแน่นศาลฎีกานั่นเอง ช่วงวิฤกตการณ์ตุลาการยกพวกฟาดฟันชนิดใครดีใครอยู่ใครไปสมัยนายประมาณ ชันซื่อ อดีตประธานศาลฎีกา ซึ่งได้มรณภาพไปแล้วภาพแห่งความอัปยศแตกแยกแตกหักที่  ใช้วิชาด้านยุติธรรมมาห้ำหั่นชนิดใครอยู่อีกฝ่ายต้องไป ใบประกาศนียบัตรแบบนี้…ไร้ยางอาย!!…ผลประโยชน์ไม่ลงตัวเฉพาะกลุ่มตัวเองมากกว่าไม่ใช่ประเด็นความอยู่รอดของชาติแต่อย่างใด…ต้องลงบันทึกประจำวัน…พวกปากว่าตาขยิบ

วันนี้ยังแสดงความคิดเห็นรัฐธรรมนูญ50 ที่สมคบคิดยกเฉพาะส่วนที่ดีมาโชว์เพาว์เวอร์ คนชาวบ้านร้านรวงเขาไม่ส่งตีความวุ่นวายนักหรอก…ตีความตรงตัว…เขียนด้วยตีนลบด้วยมือ…ช่างน่าเห็นใจกระทืบซ้ำอีกที…ล่าสุดพูดไว้อย่างนี้ครับ…

     นายวิชา มหาคุณ  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ  ยอมรับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจ ทำให้เกิดความรุนแรงและเกิดการเผชิญหน้าได้ ส่วนจะแก้ไขทั้งฉบับหรือบางมาตรา  นั้น  ให้ดูจุดบกพร่องในทุกส่วน แต่ไม่จำเป็นต้องตั้งธงจะแก้ทั้งฉบับ และหากแก้ไขควรทำให้ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน และแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ   ที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เปิดกว้างให้ประชาชนใช้สิทธิอย่างเต็มที่

 

ข้ออ้างเฉพาะส่วนหนึ่งที่นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สายตุลาการภิวัฒน์ ไม่มีความแตกต่างกับลูกพี่ใหญ่ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรธน.50 สร้างความเป็นฮีโร่จุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลง น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ  สวมบทถนัดหยิบสถานการณ์คับขันมาเดินเกมปักธง…ตั้งธงมีธงในใจในสนามรบต้องการชัยชนะเท่านั้น

       อดีตกมธ.ยกร่างรธน. เตือนรัฐบาลอย่าสวนกระแส 14 ล้านเสียงแก้ไขรธน.เพื่อพวกพ้อง โดยอ้างเสียงข้างมากในสภา เชื่ออาจเกิดการเผชิญหน้า แนะให้ตั้งกมธ.ทุกภาคส่วนศึกษาก่อนแก้ไข

      วันนี้ (13 เม.ย.) นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า สามารถทำได้ เนื่องจากกฎหมายเปิดช่องไว้แล้ว แต่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้มาไม่นาน จึงยังไม่มีการประเมินผลว่า การใช้รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึ่งหากจะร่วมกันแก้ไข ก็ควรตั้งกรรมาธิการศึกษาปัญหาก่อน พร้อมทั้งสอบถามความต้องการของประชาชนด้วย เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับความเห็นชอบจากการลงประชามติของที่มีผู้รับร่างถึง 14 ล้านเสียง ดังนั้น หากรัฐบาลจะแก้ไขควรเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน เช่นเดียวกับการดำเนินการในการร่างรัฐธรรมนูญปี 2550

       "ไม่จำเป็นต้องตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาแก้ไขก็ได้ แต่ขอให้ดึงตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม เนื่องจากหาก ส.ส. แก้ไขกันเองด้วยเสียงข้างมากในสภาฯ เพียงอย่างเดียว อาจทำให้ถูกมองว่าเป็นการแก้เพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม และจะทำให้รัฐธรรมนูญไม่เกิดความชอบธรรม และเป็นเหตุให้เกิดการออกมาคัดค้าน หากรัฐสภาตั้งคนกลางที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

โดยเปิดโอกาสให้มีการแสดงความเห็นสามารถผ่านสภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า สภาองค์กรชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เป็นต้น" นายวิชา กล่าว

       นายวิชา ยอมรับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจทำให้เกิดความรุนแรงและเกิดการเผชิญหน้าได้ ส่วนจะแก้ไขทั้งฉบับหรือบางมาตรานั้น ให้ดูจุดบกพร่องในทุกส่วน แต่ไม่จำเป็นต้องตั้งธงจะแก้ทั้งฉบับ และหากแก้ไขควรทำให้ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน และแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เปิดกว้างให้ประชาชนใช้สิทธิอย่างเต็มที่

       "ต้นเหตุที่รัฐบาลจะเร่งเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ทั้งที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่าจะทำการแก้ไขในช่วง 3 เดือนก่อนหมดวาระนั้น เป็นผลมาจากการต้องการหนีกรณีการยุบพรรคการเมือง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือว่าเป็นการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง ซึ่งไม่ถูกต้อง" นายวิชา กล่าว

ละเลงจนเลอะเทอะเปรอะเปื้อนแวดวงตุลาการภิวัฒน์ ถูกชูซ้ำจากน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แย่งซีนเจ้าภาพทันทียกย่องวงการตุลาการ ภายหลังการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  อาทิ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และคณะผู้พิพากษาเข้าเฝ้าโดยมีพระบรมราชโอวาทให้ทุกคนทั้งหลายคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งจบลงด้วยดีเพราะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมโดยแท้

อำนาจของศาลเขาอยู่ของเขาดีๆๆอยู่แล้ว…การดึงศาลมาเกี่ยวข้องกับการพิจารณาอรรถคดีการเมือง ย่อมสูญเสียความเป็นอิสระความเป็นกลางทันที โดยในเรื่องนี้นาย    สราวุธู เบญจกุล  รองเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม  และโฆษกสำนักงาน ศาลยุติธรรม  ออกมาระบุว่า "ตุลาการอย่างหลงอำนาจ" และ "เราเข้าไปช่วยแก้ไขวิฤกตได้ แต่เมื่อช่วยเหลือแล้ว ก็ต้องกลับเข้ากรมกอง กลับมาทำหน้าที่หลักของตัวเองมากกว่าที่จะไปสนุกสนานร่าเริงกับอำนาจที่เขาให้มาเพราะการไปหลงอำนาจ มันอาจจะย้อนกลับมาทำลายตัวเองและองค์กรด้วย"

ถ้อยแถลงทิ่มตรงฝ่ายตุลาการศาลยึดหลักการเคร่งครัดผ่านการอบรมขัดเกลา ยึดหลักความถูกต้อง ความเป็นธรรม ความเที่ยงธรรม ความเสมอภาค คนระดับนี้ไม่มีใครไปสั่งการซ้ายหันขวาหันสยบยอมกับใครง่ายๆจุดยืนชัด กรีดหน้า ฉีกหน้าใครยับเยิน จนกระทั่งถอยกราดรูดสั่งยกเลิกมาตรา 68 วรรค 2 (กู้ซาก 11 องค์กรอิสระกู้วิฤกตชาติ)

ตอแหลแห่งชาติ…ประการแรก รัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ของ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผบ.ทอ.อดีตรักษาการประธาน คมช. ออกความคิดเห็นยกร่างรธน.50 พูดไว้เช่นนี้คือ…

"ทุกอย่างคิดว่าต้องทำให้รอบคอบเพราะรัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ที่ริเริ่ม มาจากกลุ่มคน  ซึ่งไม่น่าจะใช่กลุ่มทหาร เพราะกลุ่มคนที่พิจารณานั้นเป็นนักกฏหมายเป็นนักการเมือง และบุคคลอีกหลากหลายสาขาอาชีพ  และคนเหล่า   นั้นไม่มีสิทธิ์ลงมาเล่นการเมือง  หรือทำงานการเมือง 2 ปี   ดังนั้นกลุ่มคนที่ร่าง      และเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติเห็นชอบ  ผมคิดว่าเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ และศักดิ์สิทธิ์มากกว่านั้น ก็คือได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทำกันให้ดี ทำของศักดิ์สิทธิ์ให้ดี" พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผบ.ทอ. อดีตรักษาการประธาน คมช.กล่าว

คำถามรธน.ปี40ฉบับประชาชนไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ตรงจุดไหน…คณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ(คมช.)ฉีกรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ใช่…ที่สำคัญรธน.ปี40  ก็ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง…ศักดิ์และสิทธิ์ในความหมายใครตีความ???…หยุดสร้างโรงน้ำแข็งปั้นน้ำเป็นตัว ดูหมิ่นดูแคลนคนรากหญ้า  เพียงแต่คนเหล่านั้นต้องแสวงหาโอกาสหน้าที่การงานมาประทังชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของปัจจัยสี่…ท่านเหล่านั้น…ไม่ชอบกินหญ้าเป็นวัวเป็นควายให้ใครต่อใครจูงจมูก โปรดเข้าใจซะด้วย

พล.อ.อ.ชลิต ไปอยู่เขาลูกใด ยืนพ่นบนหอคอยงาช้างหลุดปากความศักดิ์สิทธิ์เหนือคนอื่นอยู่เรื่อย…ผู้คนยุคนี้ไม่ชอบแสดงตัวไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง…แต่ไม่โง่งั่งเต่าตุ่นถึงตอนนี้วางยาขุดหล่มล่อ…คนเขาไม่เชื่อน้ำยาบ้วนปากยี่ห้อ คมช.แผนพิฆาต 4 ขั้น ลับ ลวงพราง หมดมุกขาย…ตลกบริโภคนิยม

ตอแหลแห่งชาติ…ประการที่สอง รัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สนิทแนบแน่นกับประธาน คมช.(พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน)  บล็อกโหวตจัดส่งสายตรง น.ต.ประสงค์ นั่งหัวโต๊ะประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรธน.50  ร่างทรง คมช. ถึงขนาดลั่นวาจาบู๊ลิ้ม "ผมเป็นนายทหาร เมื่อเข้าสู่สนามรบจะต้องได้รับชัยชนะ"  สวมบทบาทฮีโร่ ตอนนี้อย่าเพิ่งใช้วิชาตัวเบาย่องหนีอีก เมื่อเริ่มเห็นวิฤกตอยู่ข้างหน้า     "ใช้นิสัยแพ้เลิก ชนะถึงอยู่กัน"

ตอแหลแห่งชาติ…ประการที่สาม รัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์ กลับกลายเป็นบุญคุณต้องทดแทน  แค้นต้องชำระ น.ต.ประสงค์  ยึดหลัก "ความชั่วของคนอื่นเห็น  เท่าภูเขา ความชั่วของเราเห็นเท่าเส้นขน"นิยามการปฎิวัติที่แท้จริงคือกบฏของแผ่นดิน

น.ต.ประสงค์ ฉายเดียวรีบแจกแจงเหตุผลที่ต้องเอา"นิรโทษกรรม" ออกมาพูดดักคอก่อนว่า " การปฎิวัติรัฐประหารถึงแม้รัฐธรรมนูญ 2549   บอกว่าไม่มีความผิด  แต่เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่   ก็ต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว    ที่มีการ    นิรโทษกรรมเอาไว้  อาจจะทําให้ผลของนิรโทษกรรมไม่มีความหมาย  เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ และการปฎิวัติรัฐประหารที่ผ่านมามักจะเขียนนิรโทษกรรมไว้  ในพ.ร.บ. เมื่อมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญพ.ร.บ. ก็ยังอยู่

แต่ครั้งนี้เขียนนิรโทษกรรมไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว จึงกลัวว่าถ้ายกเลิกรัฐธรรมนูญชั่วคราวไปแล้ว กลุ่มอำนาจเก่าได้รับการเลือกตั้งกลับมาจะหาทางเล่นงาน คมช. เพราะไม่มีกฎหมายรองรับไว้"

"ปัจจุบันมีศรีธนญชัย และพวกหัวหมอจะมาทวงคืน นี่เป็นครั้งแรกที่ปฎิวัติรัฐประหารแล้วไม่ออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จึงอยากให้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะว่าดีไม่ดีร่างรัฐธรรมนูญพอร่างเสร็จ คมช.ต้องขึ้นศาลทหารหรือต้องเข้าคุกกันเป็นแถวมันไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเขาที่น่าเห็นใจ เพราะเขาเหนื่อยมามาก แต่สุดท้ายต้องมารับผลเพราะไม่มีพ.ร.บ.คุ้มครอง"

 

ตัวบ่งบอกว่าทั้ง น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ กับคณะ คมช. เอื้อเฟื้อถ้อยทีถ้อยอาศัยกาวใจต่อยอด…นอมินีจัดการยกร่าง รธน.50 จนยากต่อการปฎิเสธ

 

ตอแหลแห่งชาติ…ประการที่สี่ รัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์  พวกแอบอ้างเอา   เบื้องสูงสร้างภูมิคุ้มกัน  และเงินๆทองๆภาษีประชาชน 2.000 กว่าล้านบาทที่มาจัดการ  ยกร่างรธน.50 "น้ำหนักทางเหตุผลมันแพ้"จริง…ใครเอ๋ยชอบเดินสายบนบานต่อบุญต่อชะตา ชอบอ้างรัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์บังหน้าทุกๆครั้ง    ช่วยตอบที…รับๆไปก่อนแล้วค่อยแก้ภายหลัง…เจตนามันเปลืองงบ…มันเปลืองความศักดิ์สิทธิ์ลงหรือเปล่า…คนผิดชอบแก้ตัว…คนดีชอบแก้ไข…คนจัญไร… ชอบแก้ดวง?

 

ตอแหลแห่งชาติ ประการที่ห้า รัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์  อันทำให้รอบคอบ ก็ขนาดที่น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ออกมาจวกใส่นาย มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญ หากมองผิวเผินเหมือนจะดี แต่อ่านแล้วหลายมาตราชี้แจงได้ไม่ชัดเจนนั้น

 

เจอดี… น.ต.ประสงค์ ตอบว่า "ก็เป็นความเห็นของนายมีชัย แต่กรรมาธิการยกร่างทั้ง 35 คน ได้ทำหน้าที่ในการร่างดีที่สุด   และกระบวนการของการยกร่างฯ รายมาตรา  ก็ได้อาศัยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  ซึ่งเป็นนักร่างกฎหมาย เป็นผู้ช่วยให้มาตราต่างๆนั้นกระชับและถูกต้องตามถ้อยคำตามกฎหมายและขอให้เข้าใจว่า… ผมก็ดี… คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้ง 35 คน ก็ดี พวกผมยกร่างรธน.  พวกผมไม่ใช่เนติบริกร….ผมร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน ไม่ได้ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือกระทั่งร่างเพื่อเอาใจผู้มีอำนาจ อันนี้ขอเรียนตรงๆ"

 

ใครมีเวลาศึกษาพูดวจีไพเราะเพราะพริ้งชวนหลงใหลเคลิบเคลิ้มพลีกายยอมจำนนขอนอนเสียตัวด้วยทันที  คนหัวโต๊ะยกร่างมีธงมีคำตอบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นักการเมืองนี้เอาให้สูญพันธุ์ตามใบสั่งมือที่มองไม่เห็น ต่อมาเจอเท้าที่มองไม่เห็น

 

ใครเอียงข้าง…เอียงขวาเอียงซ้ายตะโกนด่านักวิชาการเพิ่งหย่านม…สิ่งที่ค้นพบคือความเป็นจริงตลอดมาของรธน.50จัดรวบรวมแต่หมวดแต่ละมาตรา  หลัการนิติรัฐ.."น้ำหนักทางเหตุผลมันแพ้"คำตอบจริง…แก้ตัว…ฟังไม่ขึ้น

ยกพื้นที่นี้แด่คณาจารย์ทั้ง 5 คน ได้แก่  รองศาสตราจารย์ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์, รองศาสตราจารย์ประสิทธิ์  ปิวาวัฒนพานิช, อาจารย์ ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล, อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล, อาจารย์ธีระ สุธีวรางกูร

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีบทบาทให้ข้อคิดเห็นด้านกฎหมายหลายเรื่อง อาทิ

อาจารย์นิติ มธ. แถลงประณามการรัฐประหารและเรียกร้องให้กลับสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด

6 คณาจารย์นิติ มธ. ออกแถลงการณ์ปฏิเสธร่างฯ 50 ด้วยเหตุ 26 ประการพร้อม 4 ข้อเสนอหากมหาชนไม่รับร่างฯ

 "คำวินิจฉัยกลาง" ของ 5 อาจารย์นิติฯ มธ. ต่อ "คำวินิจฉัยกรณียุบพรรค  ของตุลาการรัฐธรรมนูญ"

เพราะยังเชื่อถือว่า "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย"ตลอดไป

ถึงเวลาต้องฌาปนกิจศพรัฐธรรมนูญ50 ร่างทรง คมช. คณะผีลืมหลุม หมา   วิ่งไล่งับหางตัวเองไม่รู้จักจบสิ้น…คำพิพากษาโดยประชาชนเพื่อประชาชนและของประชาชนต้องมาก่อน

หนี้แผ่นดิน…ลับ…ลวง…พราง…งาบงบหลวง…ปล้นสะดม…ปล้นกลางแดด…กระเป๋าใคร…กระเป๋ามัน…ปฎิงาบนายพลหน้าขาว…โกยไม่น้อย 3000- 4000ล้านบาท     บางกระแส…รวยกระจุก…บางกระแส…รวยกระจาย…นักเลือกตั้งบ่นอุบ      กินเงียบ…กินจัง…กินรวย…ประชาชนกินแกลบ  คตส.  ปปช. อย่าเตะถ่วงมองตาปริบๆๆ…ยังไม่ได้รับรายงานหรือไม่มีใครมาร้องเรียนสูตรเดิม…ปล่อยคนชั่วลอยนวล???มองข้ามหัวแม่ตีนใครบางคนโดยไม่ตั้งใจแค่ลหุโทษครับ

อย่าปล่อยเป็นเรื่องคนต้นทุนสูงแดกเพื่อชาติ คนต้นทุนต่ำถูกรุมสกรัมด้วยมือเท้าที่มองไม่เห็น…เลือกชกใต้เข็มขัด…วันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันมีคนยืน..ตะโกนโห่ไล่…คตส.ปปง.ออกไป…ออกไป…ออกไป…ออกไป…ออกไป…ไม่หยุดไม่รู้ด้วย???