|
มีผู้อ่านตั้งคำถามเชิงแสดงความเห็นเข้ามาว่า พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร คิดว่าตัวเองเป็นใคร ผมไม่ได้สงสัยว่า พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร คิดว่าตัวเองเป็นใคร เพราะผมรู้อยู่แล้วว่า พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ก็คือ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ไม่มีใครเหมือน และ ไม่เหมือนใครที่เคยมี สำหรับท่านผู้อ่านที่ถามเข้ามานั้น ผมขอตอบอย่างนี้แล้วกัน ว่า … พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นอาการลืมตัวของคน "หลงอำนาจ" หลงอำนาจที่ตนมี และ หลงอำนาจที่ตนอยากมี (ไม่ใช่ของตนเอง) มีแต่คนหลงอำนาจสองจำพวกนี้เท่านั้น จึงคิดว่าตัวเองสั่งตายใครก็ได้ สั่งเว้นโทษตายใครก็ได้ โดยไม่สนใจว่าจะผิดกฎหมาย หรือ มีกฎหมายรองรับคำสั่งของตนหรือไม่ ไม่ธรรมดาหรอกครับ กับใครสักคนที่หลงอำนาจจนถึงขั้น ลุแก่อำนาจ ถึงกับให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา ว่า… "..บางครั้งอาจต้องใช้ปืนกลยิงหมาตัวหนึ่ง ปกติเขาจะไม่ใช้กัน แต่บางครั้งมันจำเป็น เพราะถ้าเป็นหมาบ้าเดี๋ยวจะไปกัดคนอื่นเขาเดือดร้อน จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธที่ร้ายแรงเด็ดขาด.." พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร กล่าวเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2550 "..นี่อุตส่าห์เมตตา เว้นโทษตาย ให้ตั้งหลายคนแล้วนะ.." พล.อ.สพรั่ง กัลยาณ มิตร กล่าวเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2550 คนลืมตัวและหลงอำนาจ เช่น พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร จัดเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงต่อสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ รวมถึงประชาชนทุกคน เนื่องจาก คนหลงอำนาจที่มีปืน และเป็นคนลืมตัวที่พร้อมจะทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงเพื่อให้ตัวเองได้ตามสิ่งที่มุ่งหวัง ในแผ่นดินไทยนับแต่โบราณกาลนานมา ครั้งกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ มีเพียง พระมหากษัตริย์ เท่านั้น ที่มีพระบารมีและพระบุญญาธิการ ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจเว้นโทษตาย ได้ กล่าวให้ชัดก็คือ การเว้นโทษตาย เป็นพระราชอำนาจเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ เท่านั้น แล้ว…พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นใคร จึงกล้ากล่าววาจาสามหาว ว่า อุตส่าห์เมตตาเว้นโทษตายให้ตั้งหลายคนแล้วนะ ประหนึ่งว่าเป็นผู้มีอำนาจเหนือชีวิตคนทุกคน จะสั่งเป็นก็ได้ สั่งตายก็ดับ แม้แต่ องค์พระมหากษัตริย์ การจะทรงใช้พระราชอำนาจเว้นโทษตายแก่ใคร ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย และมีกฎหมายรองรับ โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจน คือ เมื่อมีคำพิพากษาของศาลเป็นที่สุด แล้ว ในกรณีที่ผู้กระทำความผิด ต้องโทษประหารชีวิต ผู้กระทำความผิด มีสิทธิที่จะทำหนังสือกราบ ทูลฯ ถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานอภัยโทษ หากพระ องค์ท่านทรงพระกรุณารับฎีกาไว้ เข้าสู่กระบวนการพระบรมราชวินิจฉัย การจะลงโทษผู้กระ ทำความผิดตามคำพิพากษาของศาล ก็ยังดำเนินการไม่ได้ หากทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยแล้ว พระราชทานอภัยโทษ ลดโทษจากโทษประหารชีวิต เป็นโทษอื่น ด้วยเหตุผลอันสมควรแล้ว ผู้กระทำความผิดรายนั้น ก็ไม่ต้องรับโทษประหารชีวิต แต่ยังต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ต่อไป การใช้พระราชอำนาจเพื่อพระราชทานอภัยโทษ หรือลดโทษประหารชีวิต แก่ผู้กระทำความผิดที่ต้องรับโทษตามคำพิพากษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ในทุกกรณีเป็นไปตาม ขั้นตอน และกระบวนการตามกฎหมาย มิเคยทรงใช้พระราชอำนาจตามพระราชหฤทัย และ มิเคยทรง ใช้พระราชอำนาจลดโทษประหาชีวิต เพื่อต่อรอง หรือ เพื่อเป็นบุญคุณแก่ผู้ใด หากแต่ทรงใช้พระราชอำนาจ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ และพระเมตตาต่อราษฎรของพระองค์ ที่สำนึกในบาปบุญคุณโทษที่ได้กระทำไปแล้ว ในขณะที่ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร กลับลุแก่อำนาจ ถึงกับประกาศว่า "นี่อุตส่าห์เมตตา เว้นโทษตายให้ตั้งหลายคนแล้วนะ" ด้วยน้ำเสียงสำเนียงที่ฟังก็รู้ว่า เป็นการทวงบุญคุณต่อผู้ได้รับการ เว้นโทษตาย จึงต้องตั้งคำถาม กับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ว่า… พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ใช้หลักการใดในการเว้นโทษตายให้แก่คนตั้งหลายคน พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เว้นโทษตายให้แก่ใครบ้าง และบุคคลเหล่านั้น กระทำความผิดในข้อ หาใด มีคำพิพากษาของศาลสูงสุด ให้ได้รับโทษประหารชีวิตแล้วหรือไม่ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ใช้อำนาจในฐานะใด จึงเว้นโทษตายให้แก่ผู้กระทำความผิดได้ มีกฎหมายรองรับการใช้อำนาจเว้นโทษตายแก่ผู้อื่น หรือไม่ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าเหนือหัว เจ้าชีวิต หรือ พระมหากษัตริย์ หรืออย่างไร จึงเชื่อว่าตัวเองมีอำนาจที่จะเว้นโทษตายให้แก่ใครก็ได้ นี่คือ พฤติกรรม ละเมิดพระราชอำนาจ ใช่หรือไม่? ผู้ที่อวดอ้างว่าเป็นผู้จงรักภักดี ป่าวประกาศว่าเป็นทหารของพระราชา กำลังจะใช้พระราชอำนาจ ที่เป็นของพระราชา ราวกับว่าเป็นอำนาจของตน นับเป็นพฤติกรรมที่บังอาจและเหิมเกริมยิ่งนัก ในเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองตลอดระยะเวลา 1 ปีเศษ ตั้งแต่ก่อนการรัฐประหาร จนถึงวันรัฐประหาร กระทั่งถึงขณะนี้ หากจะมีใครสักคนที่กระทำความผิดจนถึงกับต้องได้รับโทษ "ตาย" หรือ ประหารชีวิต คนคนนั้นก็คือ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร นั่นเอง ในฐานะผู้ต้องหาคดีกบฎ หากวันใดที่รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2549 ถูกยกเลิกไป พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ก็จะตกเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการกบฎ ซึ่งมีโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า… มาตรา 113 ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ
(1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ (2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญหรือให้ใช้อำนาจ (3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระ จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการตราพ.ร.บ.นิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดในการก่อการรัฐประหาร 19 กัน ดังนั้นหากประชาชนรวมพลังกันต่อต้าน การตราพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และ การกำหนด ให้มีการ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ก็จะตกเป็นผู้ต้องหาคดีกบฎ ซึ่งมีโทษสูงสุด คือ ประหารชีวิต เมื่อถึงวันนั้น ก็จะได้รู้กันว่า ระหว่างประชาชน กับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ใครกันแน่ที่ เมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ ผม ในฐานะประชาชนคนหนึ่งล่ะ ที่จะไม่เว้นโทษตาย ให้ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เพราะ… ทหารลืมตัวหลงอำนาจ อย่าง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร จัดว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคง ทหารลืมตัวหลงอำนาจ อย่าง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ที่เห็นประชาชนผู้ทวงถามการปก ทหารลืมตัวหลงอำนาจ อย่าง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร นิยมใช้ความรุนแรง และ การฆ่า เป็น
ประดาบ |
ป้ายกำกับ: กัลยาณมิตร