|
ความเป็นห่วงลูกหลานนักเรียนทุนรัฐบาล ทั้งที่เรียนต่อในต่างประเทศ และเรียนในประเทศ ด้วยเงินทุนจาก “โครงการหวยบนดิน” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นความรัก เป็นความห่วงใย ที่น่านับถืออย่างยิ่ง เป็นตัวอย่างของนักการเมืองผู้มีความรับผิดชอบต่อนโยบายและงานที่เคยสรรค์สร้างไว้ เพื่อยังประโยชน์แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสในประเทศ ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อนโยบายแล้ว แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังเฝ้าติดตามความเป็นอยู่ของนักเรียนทุน ด้วยความห่วงใยตลอดมาไม่ใช่เฝ้าติดตามเพราะต้องการจับผิด หรือคิดร้ายต่อการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน แต่ติดตามด้วยความเจตนาดีที่ต้องการจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนักเรียนทุกคน ที่อาจจะประสบปัญหาหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เนื่องจากไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะมีนโยบายอย่างไรกับนักเรียนทุนรัฐบาลโครง การหวยบนดิน 1,800 คน รวมไปถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง ทั่วประเทศ ที่กำลังอกสั่นขวัญแขวนอยู่ในขณะนี้
อกสั่นขวัญแขวน เพราะไม่รู้ว่าลูกหลานที่จากอกพ่อแม่ ไปเรียนต่อต่างถิ่น จะได้เรียนต่อหรือไม่ จะกินจะอยู่อย่างไร พ่อแม่ที่ลูกหลาน 400 คน เรียนอยู่ในประเทศไทย ก็ยังพอทำเนา ถึงจะต้องออกกลางคัน แต่ก็ยังได้กลับมาพบเจอกัน ช่วยกันทำมาหากินได้ แต่พ่อแม่ที่ลูกหลานอีก 1,400 คนที่ไปเรียนในต่างประเทศนี่สิ จะทำอย่างไร เรียนก็ยังไม่จบ กลับมาจะทำอะไร แล้วจะกลับมาอย่างไร ถ้าไม่มีเงินทุนส่งไปถึง สารพัดความคิดห่วงใยลูกหลานของพ่อแม่ผู้ปกครอง คนที่ไม่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับพวกเขา คงยากที่จะรับรู้ถึงความทุกข์ในอกความเศร้าในใจ ชีวิตที่เหลือต่อไปของลูกหลานจะทำอย่างไรกันดี ลูกหลานของเราทำอะไรผิด จึงต้องได้รับผลกระทบเช่นนี้ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะตีกัน จะแย่งอำนาจกัน ใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะอยู่ ใครจะไป ทำไมต้องทำให้เด็กๆ ได้รับความเดือดร้อน ด้วย เด็กนักเรียนทุกคน กำลังวาดฝันถึงอนาคตที่สวยหรูของตัวเอง เรียนจบจะได้กลับมาเป็นครู เป็นหมอ เป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นวิศวกร เป็นนักการทูต เป็นข้าราชการ ฯลฯ กลับมารับใช้แผ่นดินเกิด ให้สมกับเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล กลับมาให้พ่อแม่ได้ภาคภูมิใจ กลับมาเป็นคนดีของสังคม กลับมาเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศไทย ในอนาคต แต่วันนี้ เด็กนักเรียนทุกคน กำลังจะฝันสลาย เท่านั้นไม่พอ พวกเขากำลังตกอยู่ท่ามกลางฝันร้าย ไม่รู้ว่าพวกผู้ใหญืที่มีอำนาจในรัฐบาลนี้ จะพิพากษาชะตาชีวิตของเขาอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล ไปเรียนในสหรัฐอเมริกา จึงเข้าใจความรู้สึกของรักเรียนทุนได้ดี โดยเฉพาะนักเรียนทุนที่เรียนอยู่ในต่างประเทศ ได้ดี หากวันใดที่เจ้าของทุนยกเลิกทุน ก็เท่ากับว่าต้องยุติการศึกษาทันที หรือ หากจะศึกษาต่อ ก็ต้องหาเงินมาเรียนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก แม้แต่ทุนไปถึงช้า ก็ลำบากจนยากจะมีสมาธิเรียนหนังสือแล้ว ท่านจึงให้ความสนใจติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษ หากสังเกตให้ดี จะพบว่า ในจำนวนงานเป็นพันเป็นหมื่นโครงการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำในขณะเป็นนายกรัฐมนตรี 5 ปีเศษนั้น โครงการนักเรียนทุนรัฐบาล เป็นโครงการเดียวที่ท่านพูดถึงด้วยความภาคภูมิใจมากที่สุด ตลอดเวลาที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ในเวลาที่บ้านเมืองและคนไทยทุกคน ต้องการความสมัครสมานสามัคคี ต้องการความรัก ต้อง การความช่วยเหลือกัน เพื่อช่วยกันนำพประเทศไทยให้พ้นจากวิกฤตครั้งนี้ ความห่วงใย ความมีเจตนาดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับถูกแปรเปลี่ยนและแปลความเป็นเจตนาร้าย จากการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืองานของรัฐบาล กลับถูกตีความว่าเป็นการพูดเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล ความสมานฉันท์ที่ท่านกำลังพูดถึงนั้น เป็นความสมานฉันท์เทียม เป็นของปลอม เป็นภาพลวงตาที่ท่านสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงประชาชน แล้วท่านก็หลงเชื่อภาพความสมานฉันท์เทียม นั้นเองด้วย พลันที่ ประชาชนได้รับทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แสดงเจตนายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนักเรียนทุนรัฐบาล ทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อน จากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐบาลก็เต้นเป็นเจ้าเข้า เรื่องการหาเงินให้นักเรียนทุนรัฐบาล แทนเงินทุนจากโครงการหวยบนดิน ที่ถูกซุกไว้ในแฟ้ม ก็ถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่น และหาช่องทางไปถึงแหล่งเงินอย่างรีบด่วนทันที พร้อมคำชี้แจงอย่างระล่ำระลักของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.วรากรณ์ สามโกเศส ว่า เรื่องนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินไปแล้วเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา วงเงิน 1,154 ล้านบาท และยืนยันว่าจะส่งเงินให้ทุกคนได้เรียนจนจบ แต่นักเรียนทุนรุ่นใหม่ ที่รออยู่นั้น ต้องพิจารณาก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร คำชี้แจงของ ดร.วรากรณ์ สามโกเศส ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองและนักเรียนทุน มีความสบายใจขึ้นมา และรู้สึกปลอดโปร่งใจขึ้นอย่างมาก หลังจากถูกปล่อยให้อยู่ในความมืดมานาน คำถามจึงเกิดขึ้นว่า หากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่พูดถึงเรื่องนี้ รัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรกับนักเรียนทุน เหล่านี้ จะรีบเร่งออกมาชี้แจง ให้ความกระจ่าง ให้คำสมั่นสัญญากับพ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียนทุน หรือไม่ ยังมีคำพูดเชิงประชดประชันตามติดมาด้วยว่า หากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พูดแล้ว รัฐบาลรีบทำเช่นนี้ ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องอะไร ก็น่าที่จะไปบอกให้พ.ต.ท.ทักษิณ พูดให้บ้าง ว่าจะยื่นมือเข้ามาช่วย เพื่อที่รัฐบาลจะได้รีบมาแก้ปัยหาให้ หรือรีบดำเนินการให้ ก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะชิงตัดหน้าไป เหมือนเรื่องนักเรียนทุนหวยบนดิน บางคนยังให้ความเห็นกับกรณีที่เกิดขึ้นกับนักเรียนทุนรัฐบาล แบบตลกร้ายว่า “เพิ่งรู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีอำนาจสั่งการให้รัฐบาลนี้ เร่งรัดดำเนินงานได้ตามที่ต้องการ” พ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียนที่กำลังรอและมีความหวัง คงจะเสียใจอย่างมาก หากรู้ว่าหลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเรื่องเงินทุนการศึกษา ให้เด็กนักเรียน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 แล้ว กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เลย การชี้แจงของท่านรัฐมนตรีศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2550 ก่อนเข้าประชุมครม. นั้น จึงเป็นเพียงการแก้เกมการเมือง (ตามที่ท่านเข้าใจและคิดว่าเป็นการเมืองเชิงรุกของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) เป็นเพียงการเอาตัวรอดของรัฐบาล ที่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความจริงใจ เพราะหากเป็นการมีมติด้วยความจริงใจ เป็นการทำงานเพื่อบรรเทาทุกข์ ให้นักเรียนทุนรัฐบาลอย่างสุจริตใจ แล้ว เหตุใด 14 วันผ่านไป ท่านจึงไม่ดำเนินการใดๆ เลย แต่ละวันที่ผันผ่านไป สำหรับท่านอาจจะไม่ทุกข์ร้อนบนเก้าอี้รัฐมนตรี แต่นักเรียนทุน ที่กำลังรอเงินทุนด้วยใจคอไม่ปกตินั้น มันผ่านพ้นไปด้วยความเลวร้ายและหมดสิ้นความหวังไปทีละวัน ซึ่งเป็นการรอคอยที่ทรมานมาก ข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 16 มีนาคม 2550 หน้า 8 พาดหัวว่า นักเรียนทุนขู่ฆ่าตัวตาย เพราะเครียด ไม่รู้จะได้เรียนต่อหรือไม่ บางคนก็ลาออกไปแล้ว เป็นการยืนยันได้ว่า สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พูดด้วยความห่วงใย ด้วยความสุจริตใจ เป็นความจริง และการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เพราะเจตนาดีที่ต้องการจะแก้ปัญหา บรรเทาทุกข์ ให้นักเรียน และพ่อแม่ผู้ปกครอง ในขณะที่คำชี้แจงของดร.วรากรณ์ สามโกเศส ที่ว่ารัฐบาลอนุมัติเงินไปแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องมาช่วย และนักเรียนไม่ต้องไปติดต่อที่มูลนิธิไทยคม ตามที่พ.ต.ท.ทักษิณ เสนอความช่วยเหลือ เพราะรัฐบาลดูแลปัญหานี้ได้ นั้น จริงหรือ เท็จ ข่าวของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้ให้คำตอบแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องแล้ว เพราะถูกปืนจี้ให้หยุดทำงานแล้ว แต่ด้วยความสำนึกต่อหน้าที่ ความสำนึกของความเป็นคนไทย ความรับผิดชอบต่องานที่เคยทำและประชาชนที่รอคอยความหวัง พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่หยุดยั้งที่จะคิดและทำเพื่อแผ่นดินเกิด และยังติดตามให้ความช่วยเหลือประชาชนอยู่ตลอด เวลา ตามกำลังที่ท่านจะทำได้ ในภาวะอันจำกัดเช่นนี้ ทั้งๆ ที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการโดยตรง รัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการ กลับละเลยที่จะปฏิบัติ และปล่อยให้ประชาชน พ่อแม่ผู้ปกครอง นักเรียน ตกอยู่ในความไม่แน่นอน จมอยู่กับความทุกข์ที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้ก่อ เมื่อมองผ่านกรณีนักเรียนทุนรัฐบาล โครงการหวยบนดิน ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ จะพบเห็นได้ว่าความแตกต่างที่สำคัญระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับ รัฐบาลที่มาจากการรัฐ ประหาร คณะนี้ ก็คือ ความรัก ความห่วงใยที่มีให้กับประชาชน การรู้ร้อนรู้หนาวกับปัญหาของประชา ชน ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง กรณีนักเรียนทุนรัฐบาลโครงการหวยบนดิน พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า ใคร จริง กับประชาชน มากกว่ากัน ระหว่าง “ทักษิณ ชินวัตร” กับ “สุรยุทธ์ จุลานนท์ กับ รัฐบาล และคณะรัฐประหาร” |